มาร์โกส โรโค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มาร์โกส โรโค
Marcos Rojo – Portugal vs. Argentina, 9th February 2011 (1).jpg
โรโคขณะเล่นให้กับอาร์เจนตินาเมื่อปี ค.ศ. 2011
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เฟาส์ตีโน มาร์โกส อัลเบร์โต โรโค
วันเกิด 20 มีนาคม ค.ศ. 1990 (27 ปี)
สถานที่เกิด ลาปลาตา, อาร์เจนตินา
ส่วนสูง 1.87 เมตร (6.1 ฟุต)
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
หมายเลข 5
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
2008–2011 เอสตูเดียนเตสเดลาปลาตา 43 (3)
2011–2012 สปาร์ตัคมอสโก 8 (0)
2012–2014 สปอร์ติงลิสบอน 49 (5)
2014– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 95 (2)
ทีมชาติ
2011– อาร์เจนตินา 54 (2)
  • นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2015.
† ลงเล่น (ประตู).

เฟาส์ตีโน มาร์โกส อัลเบร์โต โรโฮ (สเปน: Faustino Marcos Alberto Rojo) หรือที่รู้จักในชื่อ มาร์โกส โรโฮ เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1990 นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เล่นตำแหน่งกองหลัง เป็นกองหลังดาวรุ่งจากฟุตบอลโลก 2014 โดยเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา โรโฮเริ่มอาชีพนักฟุตบอลที่สโมสรท้องถิ่นเอสตูเดียนเตสเดลาปลาตา และคว้าแชมป์โกปาลีเบร์ตาโดเรสในปี ค.ศ. 2009 หลังจากนั้นเขาย้ายไปที่สโมสรสปาร์ตัคมอสโกและสปอร์ติงลิสบอน หลังจากทำผลงานในฟุตบอลโลก 2014 สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ซื้อตัวเขาไปในราคา 16 ล้านปอนด์

ประวัติการค้าแข้ง[แก้]

มาร์กอส โรโฮ เป็นกองหลังที่ดุดันตามแบบฉบับแข้งชาวอาร์เจนไตน์ โดยมีสไตล์การเข้าสกัดที่รุนแรงซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แฟนบอลชื่นชอบในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด นักเตะจากทวีปอเมริกาใต้ มีความชื่นชอบการปะทะทางร่างกายเหมือนกับที่มีให้รอยสัก โดยคำว่า 'Pride' และ 'Glory' ถูกสลักลงบนต้นขาของเขา เพื่อส่งคำเตือนไปยังกองหน้ารายใดก็ตาม

โรโฮโชว์ผลงานโดดเด่นที่สุดตลอดช่วงเวลาสามปีกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2016/17 ก่อนที่อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดจะทำให้เขาต้องปิดเทอม ตำแหน่งปราการหลังตัวกลางเป็นจุดที่เปิดโอกาสให้ทุกคนตอนซีซั่นเริ่มต้นขึ้น และเขาก็คว้าเอาไว้ได้ โดยเป็นกำลังสำคัญในแผงแบ็คโฟร์ที่เหนียวแน่นที่สุดของลีก ทั้งความโหดเหี้ยมในจังหวะเข้าสกัดและความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ โรโฮกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมโดยพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีก คัพและยูโรป้า ลีกมาครอง

ฤดูกาลที่ประเดิมสนามกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเขาต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บ รวมทั้งอาการไหล่หลุดในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมทช์ - โรโฮลงเล่นไปแค่ 26 นัด จากทุกรายการ แต่ก็ยิงประตูได้ในการแข่งขันเอฟเอ คัพ ที่เอาชนะแคมบริดจ์ ยูไนเต็ด 3-0 ปราการหลังสารพัดประโยชน์ของยูไนเต็ด ปิดฉากฤดูกาล 2015/16 ด้วยการรับใช้ทีมชาติในการแข่งขันโคปา อเมริกา จัดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ต้องพบกับความผิดหวังในรอบชิงชนะเลิศเพราะทีมชาติอาร์เจนติน่าพ่ายการดวลจุดโทษให้กับทีมชาติชิลี ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในรอบชิงดำ ปี 2015

อาการบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ที่เคยเกิดขึ้นไปแล้วและอาการบาดเจ็บในส่วนอื่นทำให้ฤดูกาลที่สองของโรโฮกับปีศาจแดงต้องหยุดชะงัก แต่เขาได้ลงสนามมากขึ้นเป็น 28 นัด และคว้าเหรียญรางวัลแรกจากชัยชนะในศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศเหนือคริสตัล พาเลซที่สนามเวมบลีย์

โรโฮได้รับความสนใจจากยูไนเต็ดตอนโชว์ฟอร์มโดดเด่นในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งเขามีส่วนร่วมรับใช้ชาติ 6 จาก 7 นัด พลาดไปเพียงเกมเดียวในรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบทีมชาติเบลเยี่ยมเนื่องจากติดโทษแบน กองหลังรายนี้ยังสามารถยิงประตูแรกให้กับอาร์เจนติน่าระหว่างการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่เอาชนะทีมชาติไนจีเรีย 3-2 โดยนักวิเคราะห์ของ Castrol Index ยังได้เลือกให้เขาติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ด้วยผลงานเฉลี่ย 9.5 เต็ม 10 คะแนนอีกด้วย

อเลฮานโดร ซาเบลล่า กุนซือทีมฟ้าขาว ณ เวลานั้น เคยร่วมงานกับโรโฮสมัยอยู่ด้วยกันที่เอสตูดิอานเตส โดยเถลิงแชมป์โคปา ลิเบอตาดอเรสในปี 2009 และรับใช้ตอร์เนโอ้ อาแปร์ตูร่าหนึ่งปีหลังจากนั้น ถัดมาเขาได้ย้ายมาค้าแข้งที่ยุโรปกับสปาร์ตัก มอสโกว์ แต่ก็ไม่สามารถปรับตัวกับการใช้ชีวิตในรัสเซียให้อดีตต้นสังกัดของเนมันย่า วิดิช อย่างไรก็แล้วแต่ โอกาสในการติดทีมชาติอาร์เจนติน่ายังไม่หายไป และเขาก็ได้มีส่วนร่วมลงแข่งขันโคปา อเมริกา ซึ่งก็ยังสามารถพิสูจน์คุณค่าในเวทีระดับสูงสุด

การย้ายไปค้าแข้งให้กับสปอร์ติ้งเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ ปี 2012 ด้วยค่าตัวประมาณ 3.5 ล้านปอนด์ และหลังจากที่ปรับตัวเข้ากับชีวิตในลีกโปรตุเกส เขาสามารถโชว์ผลงานที่โดดเด่นตลอดฤดูกาล 2013/14 ช่วยให้ทีมจบในตำแหน่งรองแชมป์ตามหลังเบนฟิก้า แม้ว่าจะลงประจำการในตำแหน่งแบ็ค-ซ้ายให้กับอาร์เจนติน่าเป็นส่วนใหญ่ แต่โรโฮมักถูกจับมายืนเป็นกองหลังตัวกลางในแนวรับของสปอร์ติ้งซึ่งถือว่าเหมาะสมกับแผงหลังสามคน ส่งผลประโยชน์ต่อมายังระบบการเล่น 3-5-2 ของหลุยส์ ฟาน กัลที่ยูไนเต็ด จึงได้ดึงเข้าร่วมทีม

โรโฮ - มีความหมายในภาษาสเปน แปลว่า 'สีแดง' ซึ่งโรโฮกลายเป็นผู้เล่นชาวอาร์เจนไตน์คนที่สี่ซึ่งย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลังฮวน เซบาสเตียน เวรอน อดีตเพื่อนร่วมทีมเอสตูดิอานเตส, กาเบรียล ไฮน์เซ่และคาร์ลอส เตเบซ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]