ศัลยบรรพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ศัลยบรรพกล่าวถึงท้าวศัลยะ ที่ถูกทุรโยธน์คัดเลือกให้เป็นแม่ทัพคนที่ 4 ของฝ่ายเการพ เมื่อออกสงครามก็ถูกสังหารลงในวันเดียวกัน

ศัลยบรรพ (อักษรโรมัน: Shalya Parva, สันสกฤต: शल्य पर्व) แปลว่า "บรรพแห่งท้าวศัลยะ" เป็นหนังสือบรรพที่ 9 ของ มหาภารตะ ประกอบไปด้วย 4 บรรพย่อย รวมทั้งหมด 65 ตอน[1][2][3][4] เป็นเนื้อหาต่อเนื่องมาจาก กรรณบรรพ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามที่ดำเนินมาถึงวันสุดท้าย ท้าวศัลยะ เจ้าเมืองมัทรเทศ เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายเการพแทนกรรณะ ทุรโยธน์ดวลกระบองกับภีมะที่ริมแม่น้ำสรัสวดีและจบลงด้วยความพ่ายแพ้ กองทัพฝ่ายเการพพ่ายแพ้และพินาศสิ้น[5] ส่วนบรรพต่อไปจากนี้คือ เสาปติกบรรพ

เนื้อเรื่อง และบรรพย่อย[แก้]

ศัลยบรรพ ประกอบไปด้วย 4 บรรพย่อย รวมทั้งหมด 65 ตอน[1][6] ดังนี้

  1. ศัลยวาทบรรพ (ตอนที่ 1-22)
  2. ศัลยบรรพ (ตอนที่ 23-27)
  3. หราทประเวศบรรพ (ตอนที่ 28-29)
  4. กธายุทธบรรพ (ตอนที่ 30-65)

ท้าวศัลยะถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของยุธิษฐิระในการสู้กันแบบตัวต่อตัว ส่วนสหเทพก็สามารถสังหารท้าวศกุนิได้สำเร็จ มาถึงบัดนี้ ฅความพ่ายแพ้บังเกิดกับฝ่ายเการพของทุรโยธน์ ทหารฝ่ายเการพตายหมดยกเว้นทุรโยธน์กับนักรบอีกสามคนคือ "อัศวถามา" "กฤปาจารย์" และ "กฤตวรมัน" รวมเป็นสี่คนเท่านั้น ทุรโยธน์หลบไปอาศัยอยู่ใต้หนองน้ำ และใช้อำนาจวิเศษกบดาลอยู่ใต้สระน้ำเพื่อนซ่อนตัว แต่ในที่สุดพวกปาณฑพก็ตามหาจนพบ และท้าทายให้ทุรโยธน์ขึ้นมารบเพื่อให้รู้แพ้รู้ชนะ ซึ่งก็เป็นภีมะเองที่เป็นคนท้าทุรโยธน์ให้มาสู้ตัวต่อตัวกันด้วยอาวุธที่สองคนถนัดเป็นพิเศษนั่นก็คือคทา ภีมะกับทุรโยธรน์สู้กันแบบตัวต่อตัวโดยมีนักรบคนอื่น ๆ ยืนดูอยู่ ภีมะอาศัยการแนะนำของกฤษณะใช้คทาฟาดไปที่หน้าขาของทุรโยธน์ และเตะด้วยเท้าซ้าย ทุรโยธน์ไม่สามารถเดินไปไหนได้นอกจากคลานและนอนรอความตายที่สระน้ำที่ซ่อนตัวนั่นเอง พวกปาณฑพทั้งหมดจึงทิ้งให้ทุรโยธน์นอนรอความตายอยู่ตรงนั้น[ต้องการอ้างอิง]

ทุรโยธน์ประณามพระกฤษณะที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมบอกใบ้ให้ภีมะทำร้ายตน ด้วยความเคียดแค้น ในขณะที่พวกปาณฑพได้ส่งพระกฤษณะให้เดินทางไปปลอบโยนท้าวธฤตราษฎร์ และพระนางคานธารีให้คลายความโศกเศร้าจากการต้องสูญเสียทุรโยธน์ แต่ทุรโยธน์ยังไม่ตายและอาศัยช่วงเวลาในการมีชีวิตช่วงสุดท้ายแต่งตั้งอัศวถามาเป็นผู้บัญชาการรบฝ่ายเการพ แม้จะมีทหารเหลือยู่เพียงสามคนก็ตามทีและอัศวถามาก็รับปากจะช่วยแก้แค้นให้กับทุรโยธน์ให้จงได้[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Ganguli, K.M. (1883-1896) "Shalya Parva" in The Mahabharata of Krishna-Dwaipayana Vyasa (12 Volumes). Calcutta
  2. Dutt, M.N. (1901) The Mahabharata (Volume 9): Shalya Parva. Calcutta: Elysium Press
  3. van Buitenen, J.A.B. (1973) The Mahabharata: Book 1: The Book of the Beginning. Chicago, IL: University of Chicago Press, p 477
  4. Debroy, B. (2010) The Mahabharata, Volume 1. Gurgaon: Penguin Books India, pp xxiii - xxvi
  5. John Murdoch (1898) The Mahabharata - An English Abridgment. London: Christian Literature Society for India, pp 96-101
  6. Shalya Parva The Mahabharata, Translated by Manmatha Nath Dutt (1897)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]