รายชื่อภาพยนตร์เจมส์ บอนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

เจมส์ บอนด์ เป็นตัวละครสมมติที่สร้างสรรค์โดย เอียน เฟลมมิง เมื่อปี ค.ศ. 1953 บอนด์เป็นสายลับชาวอังกฤษทำงานให้กับ เอ็มไอ6 โดยรหัสประจำตัวของเขาคือ 007 มีนักแสดงหลายคนแสดงเป็นเจมส์ บอนด์ในภาพยนตร์ ได้แก่ ฌอน คอนเนอรี, เดวิด นิเวน, จอร์จ ลาเซนบี, โรเจอร์ มัวร์, ทิโมธี ดาลตัน, เพียร์ซ บรอสแนนและแดเนียล เคร็ก จากการสร้างภาพยนตร์ทั้งหมดยี่สิบเจ็ดเรื่อง ภาพยนตร์ทั้งหมดสร้างโดยอีออนโปรดักชันยกเว้นอยู่สองเรื่อง ปัจจุบันอีออนถือสิทธิ์ในการดัดแปลงนวนิยายบอนด์ของเฟลมมิงทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว[1][2]

เมื่อปี ค.ศ. 1961 ผู้อำนวยการสร้าง อัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลีและแฮรรี ซอลต์ซแมน ร่วมมือกันซื้อสิทธิ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์จากนวนิยายของเฟลมมิง[3] พวกเขาก่อตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ชื่อว่า อีออนโปรดักชัน ด้วยเงินสนับสนุนจาก ยูไนเต็ดอาร์ทิสต์ส โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่สร้างคือ พยัคฆ์ร้าย 007 กำกับโดย เทอเรนซ์ ยังและมี ฌอน คอนเนอรี แสดงเป็น เจมส์ บอนด์[4] หลังจาก พยัคฆ์ร้าย 007 ฉายเมื่อปี ค.ศ. 1962 บรอคโคลีและซอลต์ซแมน ก่อตั้ง ดันจาก บริษัทโฮลดิ้งเพื่อรับประกันการสร้างภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ในอนาคต[5] ปัจจุบันภาพยนตร์ชุดมีทั้งหมดยี่สิบสี่เรื่อง โดยภาพยนตร์เรื่องล่าสุด องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย ฉายเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2015 ภาพยนตร์ชุดที่สร้างโดยอีออนนั้นทำเงินเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินสูงสุดอันดับที่หก ตามหลัง จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล, สตาร์ วอร์ส, โลกเวทมนตร์, อเวนเจอร์ส และ สไปเดอร์-แมน[6] หากนำจำนวนเงินที่ทำได้ของภาพยนตร์มาปรับอัตราเงินเฟ้อแล้ว ภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ จะทำเงินมากกว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามค่าเงินปัจจุบัน[a] มีภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ชนะเลิศรางวัลออสการ์จำนวนห้ารางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์ จอมมฤตยู 007 ชนะเลิศในสาขาเสียงประกอบยอดเยี่ยม (ปัจจุบันคือลำดับเสียงยอดเยี่ยม) (ในงานประกาศผล ครั้งที่ 37), จอห์น สเตียร์ส ชนะเลิศในสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ ธันเดอร์บอลล์ 007 (ในงานประกาศผล ครั้งที่ 38), เพอร์ ฮอลล์เบิร์กและแคแรน เบเกอร์ แลนเดอร์ ชนะเลิศในสาขาสาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม, อะเดลและพอล เอ็ปเวิร์ธ ชนะเลิศในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 (ในงานประกาศผล ครั้งที่ 85) และ แซม สมิธและจิมมี เนปส์ ชนะเลิศในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย (ในงานประกาศผล ครั้งที่ 88) นอกจากนี้ ยังมีเพลงประกอบภาพยนตร์อีกหลายเพลงที่ได้เข้าชิงในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ "ลิฟแอนด์เล็ตดาย" ของ พอล แม็กคาร์ตนีย์, "โนบอดีดาสอิตเบตเทอร์" ของ คาร์ลี ไซมอน และ "ฟอร์ยัวร์อายโอนลี" ของ ชีนา อีสตัน อัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลี ได้รับรางวัลอนุสรณ์เอิร์ฟวิง จี. ธัลเบิร์ก เมื่อปี ค.ศ. 1982[8]

เมื่อครั้งที่บรอคโคลีและซอลต์ซแมนซื้อสิทธิ์จากเฟลมมิงนั้น ไม่ได้รวมนวนิยาย คาสิโน รอเยิล ด้วย เนื่องจากเฟลมมิงได้ขายให้กับผู้อำนวยการสร้าง เกรกอรี แรตออฟ ไปก่อนแล้ว โดยเนื้อเรื่องได้ถูกดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์ เมื่อปี ค.ศ. 1954 หลังแรตออฟเสียชีวิต สิทธิ์ถูกส่งต่อไปยัง ชาร์ลส์ เค. เฟลด์แมน[9] ซึ่งต่อมาเขาก็ได้สร้างภาพยนตร์บอนด์แนวตลกชื่อว่า ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007 เมื่อปี ค.ศ. 1967[10] มีคดีความเกี่ยวกับสิทธิ์ในการสร้างภาพยนตร์จากนวนิยาย ธันเดอร์บอลล์ จากการฟ้องร้องโดย เควิน แมคคลอรี สาเหตุเกิดจากแมคคลอรี, เฟลมมิงและนักเขียนบท แจ็ค วิทธิงแฮม ได้ร่วมกันเขียนบทภาพยนตร์ แต่ไม่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ก่อนที่เฟลมมิงจะนำไปดัดแปลงเป็นนวนิยาย[1] ถึงแม้ว่าอีออนโปรดักชันและแมกคลอรีจะร่วมมือกันสร้าง ธันเดอร์บอลล์ 007 แต่แมกคลอรียังคงถือสิทธิ์ในส่วนของเนื้อเรื่องและได้ดัดแปลง ธันเดอร์บอลล์ เป็นภาพยนตร์ พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ เมื่อปี ค.ศ. 1983[11] ปัจจุบัน เมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์ ถือสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายของภาพยนตร์ทั้งสองเรื่อง[12][13]

ภาพยนตร์ที่สร้างโดยอีออน[แก้]

ภาพยนตร์ที่สร้างโดยอีออนโปรดักชัน ทำเงินรวมกันประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและเป็นภาพยนตร์ชุดที่ทำเงินสูงสุดอันดับที่หก[6]

ชื่อ ปี ผู้รับบทเป็นบอนด์ ผู้กำกับ ทำเงิน (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[14] ทุนสร้าง (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[14] อ้างอิง
ตามจริง ปรับอัตราเงินเฟ้อ ค.ศ. 2005 ตามจริง ปรับอัตราเงินเฟ้อ ค.ศ. 2005
พยัคฆ์ร้าย 007 1962 ฌอน คอนเนอรี เทอเรนซ์ ยัง 59.5 448.8 1.1 7.0 [14][15]
เพชฌฆาต 007 1963 ฌอน คอนเนอรี เทอเรนซ์ ยัง 78.9 543.8 2.0 12.6 [14][15][16]
จอมมฤตยู 007 1964 ฌอน คอนเนอรี กาย แฮมิลตัน 124.9 820.4 3.0 18.6 [14][15][17]
ธันเดอร์บอลล์ 007 1965 ฌอน คอนเนอรี เทอเรนซ์ ยัง 141.2 848.1 6.8 41.9 [14][15][18]
จอมมหากาฬ 007 1967 ฌอน คอนเนอรี ลูอิส กิลเบิร์ต 111.6 514.2 10.3 59.9 [15][19]
007 ยอดพยัคฆ์ราชินี 1969 จอร์จ เลเซนบี ปีเตอร์ อาร์. ฮันต์ 64.6 291.5 7.0 37.3 [14][15]
007 เพชรพยัคฆราช 1971 ฌอน คอนเนอรี กาย แฮมิลตัน 116.0 442.5 7.2 34.7 [14][15][20]
พยัคฆ์มฤตยู 007 1973 โรเจอร์ มัวร์ กาย แฮมิลตัน 126.4 460.3 7.0 30.8 [14][15]
007 เพชฌฆาตปืนทอง 1974 โรเจอร์ มัวร์ กาย แฮมิลตัน 97.6 334.0 7.0 27.7 [15][21]
007 พยัคฆ์ร้ายสุดที่รัก 1977 โรเจอร์ มัวร์ ลูอิส กิลเบิร์ต 185.4 533.0 14.0 45.1 [14][15][22]
007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ 1979 โรเจอร์ มัวร์ ลูอิส กิลเบิร์ต 210.3 535.0 34.0 91.5 [14][23]
007 เจาะดวงตาเพชฌฆาต 1981 โรเจอร์ มัวร์ จอห์น เกลน 194.9 449.4 28.0 60.2 [14][15]
007 เพชฌฆาตปลาหมึกยักษ์ 1983 โรเจอร์ มัวร์ จอห์น เกลน 183.7 373.8 27.5 53.9 [14][15]
007 พยัคฆ์ร้ายพญายม 1985 โรเจอร์ มัวร์ จอห์น เกลน 152.4 275.2 30.0 54.5 [14][15]
007 พยัคฆ์สะบัดลาย 1987 ทิโมธี ดาลตัน จอห์น เกลน 191.2 313.5 40.0 68.8 [14][15][24]
007 รหัสสังหาร 1989 ทิโมธี ดาลตัน จอห์น เกลน 156.2 250.9 36.0 56.7 [14][15][25]
พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก 1995 เพียร์ซ บรอสแนน มาร์ติน แคมป์เบลล์ 352.0 518.5 60.0 76.9 [14][26]
007 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย 1997 เพียร์ซ บรอสแนน โรเจอร์ สปอร์ติสวูด 333.0 463.2 110.0 133.9 [27]
007 พยัคฆ์ร้ายดับแผนครองโลก 1999 เพียร์ซ บรอสแนน ไมเคิล แอ็ปเต็ด 361.8 439.5 135.0 158.3 [14][28]
ดาย อนัทเธอร์ เดย์ 007 พยัคฆ์ร้ายท้ามรณะ 2002 เพียร์ซ บรอสแนน ลี ทามาโฮรี 432.0 465.4 142.0 154.2 [14][15][29]
007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก 2006 แดเนียล เคร็ก มาร์ติน แคมป์เบลล์ 594.2 581.5 150.0 145.3 [14]
007 พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก 2008 แดเนียล เคร็ก มาร์ค ฟอร์สเตอร์ 586.1 514.2 200.0 181.4 [30]
พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 2012 แดเนียล เคร็ก แซม เมนเดส 1108.6 943.5 150.0–200.0 127.7–170.2 [31][32][33][34]
องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย 2015 แดเนียล เคร็ก แซม เมนเดส 880.7 725.5 245.0–250.0[b] 201.8–205.9 [42][34]
พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ 2020 แดเนียล เคร็ก แครี โจจิ ฟูคูนากะ TBA TBA 250.0 212.8 [43]
ทั้งหมด 6,829.1 12,085.6 1,452.91,507.9 1,880.7–1,927.3
  1. ก่อนการฉายของ พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 เมื่อปี ค.ศ. 2012 ภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ ทำเงินประมาณ 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ค่าเงินเมื่อปี ค.ศ. 2011[7] เมื่อรวมกับรายได้เกือบ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 และ องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย ภาพยนตร์ชุดทำเงินอย่างน้อย 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว
  2. ทุนสร้างอย่างเป็นทางการของ องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย นั้นมีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน มีการประมาณการตั้งแต่ 245–250[35][36][37][38] จนสูงถึง 300–350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[39][40] โดยตัวเลข 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นได้รวมค่างบประมาณด้านการตลาดจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[41]

พยัคฆ์ร้าย 007 (1962)[แก้]

ดูบทความหลักที่: พยัคฆ์ร้าย 007

สแตรงเวย์ส หัวหน้าสถานีหน่วยสืบราชการลับอังกฤษในจาเมกาถูกฆ่า ทำให้สายลับอังกฤษ เจมส์ บอนด์—หรือรู้จักกันในรหัส 007—ถูกส่งไปยังจาเมกาเพื่อสืบสวน ระหว่างการสืบสวนนั้น บอนด์ได้พบกับ ควอเรล ชาวประมงจากหมู่เกาะเคย์แมน ซึ่งเคยทำงานให้กับ สแตรงเวย์ส โดยเขาได้เดินเรือไปยังหมู่เกาะรอบ ๆ เพื่อเก็บตัวอย่างแร่ โดยมีเกาะแห่งชื่อว่า แครปคีย์ ซึ่งเป็นบ้านของ ดร. โน

เมื่อบอนด์กับควอเรลไปยังเกาะดังกล่าว เขาได้พบกับนักงมหอยท้องถิ่นชื่อว่า ฮันนี ไรเดอร์ โดยทั้งสามคนถูกโจมตีโดยคนของโน ควอเรลถูกฆ่าด้วยรถแทรกเตอร์หุ้มเกาะพ่นไฟ บอนด์กับฮันนีถูกจับเป็นตัวประกัน ดร. โน บอกกับบอนด์ว่าเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกของ สเปกเตอร์ ผู้บริการพิเศษต่อต้านสายลับ, ก่อการร้าย, ล้างแค้นและข่มขู่ โดยเขาวางแผนที่จะหยุดยั้งการปล่อยจวรดของโครงการเมอร์คิวรีที่แหลมคะแนเวอรัล ด้วยลำแสงวิทยุที่ขับเคลื่อนด้วยอะตอม บอนด์กับฮันนีหนีออกจากเกาะ พร้อมกับฆ่าโนและระเบิดฐานของเขา

เพชฌฆาต 007 (1963)[แก้]

ดูบทความหลักที่: เพชฌฆาต 007

โครนสตีน หรือ "หมายเลขห้า" นักวางแผนขององค์การสเปกเตอร์ ได้รับคำสั่งจากหมายเลขหนึ่ง เพื่อวางแผนขโมยเครื่องถอดรหัสเลกเตอร์จากโซเวียตและขายเครื่องนั้นกลับไป พร้อมกับวางแผนล้างแค้นให้กับ ดร. โน อดีตสมาชิกสเปกเตอร์ โดยมี โรซา เคลบบ์ หรือ หมายเลขสาม เป็นผู้ดำเนินการ เธอได้เลือก โดนัลด์ "เรด" แกรนต์ เป็นนักฆ่าและ ทาเทียนา โรมาโนวา พนักงานถอดรหัสประจำสถานกงสุลโซเวียตที่อิสตันบูลเป็นเหยื่อล่อโดยที่เธอไม่รู้ตัว

บอนด์เดินทางไปตุรกีและพบกัน อาลี เคริม เบย์ เจ้าหน้าที่เอ็มไอ6 ประจำตุรกี และพบกับโรมาโนวา หลังทั้งสามคนได้เครื่องเลกเตอร์แล้ว ก็ได้หลบหนีโดยขึ้นรถไฟโอเรียนต์เอ็กซ์เพรส อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกติดตามโดยแกรนต์ ซึ่งต่อมาได้ฆ่าเคริม เบย์และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโซเวียต แกรนต์ปลอมตัวเป็นสายลับอังกฤษและพบกันบอนด์ ในระหว่างอาหารค่ำ แกรนต์ได้วางยาโรมาโนวาและได้ต่อสู้กับบอนด์ บอนด์หลอกให้แกรนต์เปิดกระเป๋าของบอนด์ ซึ่งมีกับดับเป็นแก๊สน้ำตา ทำให้บอนด์ได้โอกาสต่อสู้กลับและฆ่าแกรนต์ บอนด์กับโรมาโนวาหนีไปเวนิซพร้อมกับเครื่องเลกเตอร์ โรซา เคลบบ์ ปลอมตัวเป็นแม่บ้าน พยายามที่จะขโมยเครื่องเลกเตอร์และฆ่าบอนด์ แต่เธอถูกยิงโดยโรมาโนวา

จอมมฤตยู 007 (1964)[แก้]

แอสตันมาร์ติน ดีบี5 รถยนต์ของเจมส์ บอนด์ ปรากฏตัวครั้งแรกใน จอมมฤตยู 007 และปรากฏตัวอีกครั้งใน ธันเดอร์บอลล์ 007, พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก, 007 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย, พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 และ องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย
ดูบทความหลักที่: จอมมฤตยู 007

บอนด์ได้รับคำสั่งให้สังเกตการณ์ ออริก โกลด์ฟิงเกอร์ พ่อค้าทองคำแท่ง บอนด์สงสัยว่าโกลด์ฟิงเกอร์โกงไพ่ บอนด์จึงเข้าไปที่ห้องของเขาและทำลายแผนการโดยการหันเหความสนใจผู้หญิงที่ช่วยโกลด์ฟิงเกอร์ หลังจากนั้นเธอก็ถูกฆ่าโดย ออดจอบ คนรับใช้และลูกน้องชาวเกาหลีของโกลด์ฟิงเกอร์ ต่อมาบอนด์ได้รับคำสั่งให้สืบสวนแผนการลักลอบขนทองของโกลด์ฟิงเกอร์ โดยบอนด์ตามเขาไปถึงสวิตเซอร์แลนด์ บอนด์ถูกจับขณะที่กำลังสำรวจโรงงานของโกลด์ฟิงเกอร์และถูกวางยาสลบ โกลด์ฟิงเกอร์ได้นำบอนด์ไปที่ฟาร์มม้าของเขาที่เคนทักกีแล้วขังเขาไว้ที่นั่น บอนด์หลบหนีออกมาได้และสังเกตการประชุมของโกลด์ฟิงเกอร์กับมาเฟียสหรัฐ โดยโกลด์ฟิงเกอร์เสนอแผนที่จะปล้นทองจากฟอร์ต นอกซ์ โดยใช้อุปกรณ์ที่พวกเขาลักลอบนำเข้ามาให้เขา ต่อมาก็ได้ฆ่ามาเฟียทุกคนเพื่อที่โกลด์ฟิงเกอร์จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

บอนด์ถูกจับอีกครั้งหลังได้ยินรายละเอียดของแผนการ บอนด์ได้ล่อลวง พุสซี กาลอร์ นักบินส่วนตัวของโกลด์ฟิงเกอร์และโน้มน้าวให้เธอให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่อเมริกัน กองทัพส่วนตัวของโกลด์ฟิงเกอร์บุกเข้าไปยัง ฟอร์ต นอกซ์ และเข้าไปถึงห้องนิรภัย ที่นั่นบอนด์ได้ต่อสู้และฆ่าออดจอบ ขณะที่กองทหารอเมริกันต่อสู้กับกองทัพของโกลด์ฟิงเกอร์ด้านนอก โกลด์ฟิงเกอร์จี้เครื่องบินของบอนด์ แต่บอนด์ต่อสู้กับเขาและได้ยิงหน้าต่างเครื่องบิน ทำให้ความดันอากาศลดลง โกลด์ฟิงเกอร์จึงปลิวออกจากเครื่องบิน[44]

ธันเดอร์บอลล์ 007 (1965)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ธันเดอร์บอลล์ 007

บอนด์สืบสวนการปล้นเครื่องบินทิ้งระเบิด อาฟโร วัลแคน ที่บรรทุกระเบิดปรมาณูสองลูก ซึ่งถูกขโมยโดยสเปกเตอร์ โดยองค์การได้เรียกค่าไถ่หากต้องการระเบิดคืน บอนด์ติดตามเบาะแสไปยังบาฮามาส ซึ่งเขาได้พบกับ เฟลิกซ์ ไลเทอร์ เพื่อนของเขาที่อยู่หน่วยซีไอเอ ทั้งคู่สงสัยเพลย์บอยผู้ร่ำรวย เอมิลิโอ ลาร์โก ซึ่งต่อมาได้เปิดเผยว่าเขาเป็น หมายเลขสองขององค์การสเปกเตอร์ โดยเขาได้รับคำสั่งจากหมายเลขหนึ่งอย่างลับ ๆ ให้ดำเนินการแผนนี้ บอนด์และไลเทอร์ได้ค้นหาบริเวณรอบ ๆ เรือยอชต์ของเขาและพื้นที่ที่เรือยอชต์แล่นผ่าน หลังจากเจอเครื่องบินแล้ว แต่ไม่พบระเบิดปรมาณู สายลับทั้งสองจึงติดตามเรือยอชต์ของลาร์โกและซุ่มโจมตีขณะที่ระเบิดกำลังถูกย้ายโดยลาร์โก

จอมมหากาฬ 007 (1967)[แก้]

ดูบทความหลักที่: จอมมหากาฬ 007

007 ถูกส่งไปญี่ปุ่นเพื่อสืบสวนการขโมยยานอวกาศและการลักพาตัวนักบินอวกาศ จูปิเตอร์ 16 ใน โครงการเจมิไน ของสหรัฐ โดยยานอวกาศไม่สามารถระบุได้ เมื่อมาถึงญี่ปุ่น บอนด์ได้รับการติดต่อจาก อากิ ผู้ช่วยของหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับญี่ปุ่น ไทเกอร์ ทานากะ บอนด์รับรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นยานอวกาศคือ เอิร์นส์ สตาฟโร โบลเฟลด์ หมายเลขหนึ่งของสเปกเตอร์ ซึ่งร่วมมือกับ โอซาโตะ นักอุตสาหกรรมท้องถิ่น บอนด์ตามรอยจนเจอเกาะของโบลเฟลด์ซึ่งเป็นฐานลับและฐานปล่อยจรวด ขณะที่ยานอวกาศ เบิร์ดวัน ซึ่งปลอมเป็นยานอวกาศของโซเวียต เพื่อที่จะปล้นยานยานอวกาศของสหรัฐ โบลเฟลด์อธิบายแผนการของเขาให้กับบอนด์ว่า ต้องการทำให้ สงครามเย็น กลายเป็น สงครามโลกครั้งที่สาม

นินจาของทานากะได้เข้ามาโจมตีฐานลับ ขณะที่บอนด์กำลังทำให้โบลเฟลด์ไขว้เขวและสร้างการเบี่ยงเบน ทำให้เขาสามารถเปิดประตูและปล่อยนินจาเข้ามา ระหว่างการต่อสู้ โบลเฟลด์ฆ่าโอซาโตะ และได้เปิดใช้งานระบบทำลายตัวเองของฐานและหลบหนีไป บอนด์, คิสซี, ทานากะ และเหล่านินจาที่รอดชีวิต หลบหนีเข้าไปในอุโมงค์ถ้ำก่อนที่ฐานจะระเบิดและได้รับการช่วยเหลือจากเรือดำน้ำ

007 ยอดพยัคฆ์ราชินี (1969)[แก้]

ดูบทความหลักที่: 007 ยอดพยัคฆ์ราชินี

ขณะที่บอนด์กำลังตามหาโบลเฟลด์ หัวหน้าของสเปกเตอร์ บอนด์ได้ช่วยชีวิต เทรซี ดิ วิเซนโซ บนชายหาด หลังเธอพยายามจะฆ่าตัวตายด้วยการจมน้ำ ซึ่งต่อมาเขาได้พบเธออีกครั้งในคาสิโน บอนด์ได้รับข้อมูลจาก มาร์ก-อาง ดราโก หัวหน้าองค์การอาชญากรรมยุโรป ยูเนียนโคร์ส และพ่อของเทรซี เกี่ยวกับทนายความชาวสวิสของโบลเฟลด์ บอนด์บุกเข้าไปในสำนักงานทนายความและพบกับจดหมายของโบลเฟลด์ติดต่อกับสำนักตราประจำพระองค์ในลอนดอน บอนด์ปลอมตัวเป็นทูตของสำนักและได้พบกับโบลเฟลด์ ซึ่งได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยและคลินิกโรคภูมิแพ้อยู่เหนือ พิซกลอเรีย บน เทือกเขาแอลป์ บอนด์รับรู้ว่าโบลเฟลด์ใช้การล้างสมองกับผู้ป่วยของเขาเพื่อเป็นตัวแทนปล่อยเชื้อโรค เพื่อก่อให้เกิดสงครามแบคทีเรียทั่วทุกมุมโลก

บอนด์หลบหนีออกจากคลินิกได้หลังโบลเฟลด์รู้ว่าเขาคือสายลับอังกฤษ บอนด์ทำการจู่โจมคลินิกโดยใช้คนจากองค์การของดราโก การจู่โจมประสบความสำเร็จ ถึงแม้ว่าโบลเฟลด์จะหนีไปได้ บอนด์แต่งงานกับเทรซี แต่เธอถูกสังหารโดย เออร์มา บันต์ สมุนของโบลเฟลด์

007 เพชรพยัคฆราช (1971)[แก้]

ฌอน คอนเนอรี ใน อัมสเตอร์ดัม เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1971 ขณะกำลังถ่ายทำภาพยนตร์บอนด์เรื่องที่เจ็ด 007 เพชรพยัคฆราช
ดูบทความหลักที่: 007 เพชรพยัคฆราช

บอนด์ได้รับมอบหมายให้สืบสวนขบวนการลักลอบนำเข้าเพชร ซึ่งเริ่มต้นที่แอฟริกาผ่านฮอลแลนด์และสหราชอาณาจักรจนถึงสหรัฐ บอนด์ปลอมตัวเป็น ปีเตอร์ แฟรงก์ส ผู้ลักลอบขนสินค้ามืออาชีพและนักฆ่า แล้วเดินทางไปอัมสเตอร์ดัมเพื่อพบกับ ทิฟฟานี เคส เขาได้รับเพชรแล้วเดินทางไปสหรัฐ แล้วพบกับ เฟลิกซ์ ไลเทอร์ บอนด์ติดตามเบาะแสจนไปถึงไวต์เฮาส์ โรงแรมและคาสิโนซึ่งมีมหาเศรษฐีผู้สันโดษ วิลลาร์ด ไวต์ เป็นเจ้าของ

บอนด์ติดตามเบิร์ต แซกซ์บี หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของไวต์ ไปยังห้องปฏิบัติการวิจัยของไวต์ เขาพบว่าดาวเทียมถูกสร้างโดย ศาสตราจารย์ ดร. แมตซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการหักเหแสงเลเซอร์ ด้วยความสงสัย บอนด์จึงพยายามไปเผชิญหน้าไวต์ แต่ได้พบกับโบลเฟลด์ ซึ่งได้จับตัวบอนด์และอธิบายแผนการของเขาว่าดาวเทียมนั้นสามารถทำให้ขีปนาวุธนิวเคลียร์ระเบิดได้ โบลเฟลด์ยอมรับว่าเขาตั้งใจจะนำไปประมูลแล้วให้กับผู้ที่เสนอราคาสูงสุด บอนด์หนีออกมาได้และปลดปล่อยไวต์ซึ่งถูกคุมขังอยู่ พวกเขารู้ว่าโบลเฟลด์ใช้แท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งเป็นฐานของเขา บอนด์ไปโจมตีที่แท่นขุดเจาะ หยุดแผนการของโบลเฟลด์และสลายองค์กรของเขา

พยัคฆ์มฤตยู 007 (1973)[แก้]

โรเจอร์ มัวร์ ในปี ค.ศ. 1973
ดูบทความหลักที่: พยัคฆ์มฤตยู 007

เจมส์ บอนด์ถูกส่งตัวไปสืบสวนการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่เอ็มไอ6 ชาวอังกฤษสามคน ซึ่งถูกสังหารภายในเวลา 24 ชั่วโมง เขาค้นพบว่าเหยื่อทั้งสามคนนั้นต่างสืบสวนกิจการของ ดร. คาแนงกา ผู้เผด็จการของซานโมนิก เกาะขนาดเล็กในแคริบเบียน บอนด์รับรู้ว่าคาแนงกานั้นยังเป็น คุณบิก นักเลงอเมริกันที่โหดเหี้ยมและฉลาดแกมโกง

หลังบอนด์เดินทางมาที่ซานโมนิก บอนด์รับรู้ว่าคาแนงกากำลังผลิตแฮโรอีนจำนวนสองตันและปกป้องทุ่งดอกป๊อปปี้ด้วยชาวบ้านที่มีความหวาดกลัวต่อวูดูและรหัสยศาสตร์ คาแนงกาเปิดเผยแผนที่จะจัดจำหน่ายเฮโรอีนฟรีในร้านอาหารฟิลเลตออฟโซลของเขา ซึ่งจะเพิ่มจำนวนผู้เสพติด บอนด์ถูกจับโดยคาแนงกา แต่เขาหนีไปได้ สังหารคาแนงกาและทำลายผลผลิตของเขา

007 เพชฌฆาตปืนทอง (1974)[แก้]

ดูบทความหลักที่: 007 เพชฌฆาตปืนทอง

หลังได้รับกระสุนสีทองที่สลักตัวเลข "007" ซึ่งเป็นรหัสของเจมส์ บอนด์ ทำให้เอ็มปลดบอนด์ออกจากภารกิจตามหาตัว กิบสัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้คิดค้นเครื่อง "โซเลกซ์อะจิเทเทอร์" อุปกรณ์ที่สามารถกักเก็บพลังแสงอาทิตย์ได้ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน กระสุนดังกล่าวทำให้บอนด์ตกเป็นเป้าหมายของนักฆ่า ฟรานซิสโก สะการามังกา และบอนด์ถูกส่งไปตามหาตัวเขาอย่างไม่เป็นทางการ จากเบาะแสของปลอกกระสุนทอง บอนด์ติดตามสะการามังกาไปยังมาเก๊า ที่เขาเห็นผู้หญิงของสะการามังกาที่คาสิโนเก็บกระสุนทองไป บอนด์ตามเธอไปยังฮ่องกงและได้เห็นการฆาตกรรมของกิบสันและคนที่ขโมยเครื่องโซเลกซ์อะจิเทเทอร์ บอนด์ได้รับมอบหมายให้กู้เครื่องนั้นกลับมาและสังหารสะการามังกา

บอนด์พบกับ ไฮ แฟต ผู้ประกอบการคนไทยซึ่งร่ำรวย เป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนสั่งฆ่ากิบสัน บอนด์ถูกจับและหนีออกมาได้ เขาติดตามสะการามังกาไปยังเกาะแห่งหนึ่งในน่านน้ำจีนแดง ทั้งสองคนสู้กันและบอนด์ก็สังหารสะการามังกา

ภาพยนตร์ที่ไม่ได้สร้างโดยอีออน[แก้]

มีภาพยนตร์บอนด์สองเรื่องที่ไม่ได้สร้างโดยอีออนโปรดักชัน โดยทำเงินมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ชื่อ ปี ผู้รับบทเป็นบอนด์ ผู้กำกับ ทำเงิน (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[14] ทุนสร้าง (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[14] อ้างอิง
ตามจริง ปรับอัตราเงินเฟ้อ ค.ศ. 2005 ตามจริง ปรับอัตราเงินเฟ้อ ค.ศ. 2005
ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007 1967 เดวิด นิเวน เค็น ฮิวจ์ส
จอห์น ฮูสตัน
โจเซฟ แม็คกราธ
โรเบิร์ต พาร์ริช
วาล เกสต์
ริชาร์ด ทาลแมดจ์
44.4 260.0 12.0 70.0 [45][46][34]
พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ 1983 ฌอน คอนเนอรี เออร์วิน เคิร์ชเนอร์ 160.0 314.0 36.0 71.0 [47][34]
ทั้งหมด 204.4 574.0 48.0 141.0

ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007 (1967)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007

บอนด์ถูกบังคับให้ออกจากการเกษียณเพื่อรับมือกับองค์การสเมอร์ช เขาได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าเอ็มไอ6 หลังเอ็มเสียชีวิต บอนด์ได้ให้นักเล่นไพ่บาคะรา เอเวอลีน เทรมเบิล เอาชนะ เลอ ชีฟร์ ซึ่งเป็นสายลับของสเมอร์ช โดย เลอ ชีฟร์ นั้นได้ยักยอกเงินของสเมอร์ช ทำให้เขาต้องการเงินอย่างมากเพื่อมาปกปิดการกระทำของเขา เทรมเบิล หยุดการโกงของเลอ ชีฟร์แล้วเอาชนะเขาในเกมบาคะรา เทรมเบิลถูกจับ ทรมานและโดนสังหาร บอนด์รู้ว่าคาสิโนนั้นตั้งอยู่เหนือสำนักงานใหญ่ใต้ดินของสเมอร์ช ซึ่งดำเนินการโดย ดร. โนอาห์ ผู้ชั่วร้าย บอนด์กับมันนีเพนนีเดินไปที่นั่นเพื่อสืบสวน ดร. โนอาห์ แท้จริงแล้วคือ จิมมี บอนด์ หลานชายของเซอร์ เจมส์ โดยเขาวางแผนที่จะใช้สงครามชีวภาพทำให้ผู้หญิงสวยทุกคนและสังหารผู้ชายตัวสูง ทำให้เขาเป็น "ผู้ชายตัวใหญ่" และได้ผู้หญิงทุกคน คาสิโนถูกบุกโดยสายลับและกองทัพจากชาติต่าง ๆ แต่คาสิโนเกิดระเบิด สังหารทุกคนที่อยู่ในนั้น

พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ (1983)[แก้]

ดูบทความหลักที่: พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์

บอนด์สืบสวนการปล้นขีปนาวุธร่อนจำนวนสองลูกซึ่งหัวรบนิวเคลียร์ ซึ่งถูกเอาไปโดยสเปกเตอร์ เขาพบกับ ดอมิโน เพทาชิ น้องสาวของนักบินและคนรักของเธอ แมกซิมิเลียน ลาร์โก หมายเลขหนึ่งของสเปกเตอร์ ซึ่งเป็นผู้รับคำสั่งโดยตรงจากโบลเฟลด์ หลังบอนด์ตามพวกเขาไปยังฝรั่งเศส บอนด์บอกดอมิโนว่าพี่ชายของเธอได้เสียชีวิตแล้ว และพบเพื่อนร่วมงานเอ็มไอ6 ของเขาถูกฆ่าโดย ฟาติมา บลุช สายลับของสเปกเตอร์ บอนด์สังหารเธอ บอนด์และเฟลิกซ์ ไลเทอร์ พยายามที่จะขึ้นเรือยอชต์ของลาร์โก เดอะฟลายอิงซอเซอร์ เพื่อค้นหาหัวรบนิวเคลียร์ที่หายไป บอนด์ติดกับและถูกนำตัวพร้อมกับดอมิโน ไปที่ ปาล์ไมรา ฐานปฏิบัติการในแอฟริกาเหนือของลาร์โก แต่บอนด์สามารถหนีไปพร้อมกับดอมิโน สายลับทั้งสองคนซุ่มโจมตีลาร์โกขณะที่เขากำลังวางระเบิดลูกหนึ่งอยู่

รางวัล[แก้]

ภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ ได้รับการเสนอชื่อในรางวัลต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาห้าสิบปี โดยภาพยนตร์ส่วนใหญ่ชนะเลิศในรางวัลแบฟตา, รางวัลลูกโลกทองคำและรางวัลออสการ์ นอกจากนี้ อัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลี ยังได้รับรางวัลอนุสรณ์เอิร์ฟวิง จี. ธัลเบิร์ก เมื่อปี ค.ศ. 1982[48]

ภาพยนตร์ รางวัล
ภาพยนตร์ที่สร้างโดยอีออน
พยัคฆ์ร้าย 007 ชนะเลิศ, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงหน้าใหม่แห่งปี – นักแสดงหญิง ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 21[49]
เพชฌฆาต 007 ชนะเลิศ, รางวัลแบฟตา สาขาการถ่ายทำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสัญชาติอังกฤษ: ภาพสี ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 17[50]
เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 22[51]
จอมมฤตยู 007 ชนะเลิศ, รางวัลออสการ์ สาขาเสียงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 37[52]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาทิศทางศิลปะยอดเยี่ยมสัญชาติอังกฤษ: ภาพสี ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 18[53]
ธันเดอร์บอลล์ 007 ชนะเลิศ, รางวัลออสการ์ สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 38[54]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาทิศทางศิลปะยอดเยี่ยมสัญชาติอังกฤษ: ภาพสี ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 19[55]
จอมมหากาฬ 007 เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาทิศทางศิลปะยอดเยี่ยมสัญชาติอังกฤษ: ภาพสี ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 21[56]
007 ยอดพยัคฆ์ราชินี เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงหน้าใหม่แห่งปี – นักแสดงชาย ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 27[57]
007 เพชรพยัคฆราช เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 44[58]
พยัคฆ์มฤตยู 007 เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 46[59]
007 เพชฌฆาตปืนทอง
007 พยัคฆ์ร้ายสุดที่รัก เข้าชิง, รางวัลออสการ์ในสาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม, เพลงประกอบยอดเยี่ยมและออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 50[60]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาการออบแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 31[61]
เข้าชิง, รางวัลแอนโธนี่ แอสควิธ ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 31[61]
เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 35[62]
เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 35[62]
007 พยัคฆ์ร้ายเหนือเมฆ เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 52[63]
007 เจาะดวงตาเพชฌฆาต เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 54[64]
เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 39[65]
007 เพชฌฆาตปลาหมึกยักษ์
007 พยัคฆ์ร้ายพญายม เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 43[66]
007 พยัคฆ์สะบัดลาย
007 รหัสสังหาร
พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาเสียงยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 49[67]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 49[68]
007 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 55[69]
007 พยัคฆ์ร้ายดับแผนครองโลก
ดาย อนัทเธอร์ เดย์ 007 พยัคฆ์ร้ายท้ามรณะ เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 60[70]
007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก ชนะเลิศ, รางวัลแบฟตา สาขาเสียงยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[71]
เข้าชิง, รางวัลอเล็กซานเดอร์ คอร์ดา สาขาภาพยนตร์อังกฤษยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[72]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[71]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[71]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาการดัดแปลงบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[71]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาการออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60s[71]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาการตัดต่อยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[73]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[73]
เข้าชิง, รางวัลแอนโธนี่ แอสควิธ สำหรับความสำเร็จในเพลงประกอบภาพยนตร์ ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 60[73]
007 พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาเสียงยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 62[74]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 62[74]
พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 ชนะเลิศ, รางวัลออสการ์ สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 85[75]
ชนะเลิศ, รางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 85[75]
ชนะเลิศ, สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ลอสแอนเจลิส[76]
ชนะเลิศ, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 70[77]
ชนะเลิศ, รางวัลแบฟตา สาขาภาพยนตร์อังกฤษยอดเยี่ยม ในรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 66[78]
ชนะเลิศ, รางวัลแบฟตา สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 66[78]
เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 85[75]
เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาถ่ายภาพยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 85[75]
เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 85[75]
องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย ชนะเลิศ, รางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 88
ภาพยนตร์ที่ไม่ได้สร้างโดยอีออน
ทีเด็ดเจมส์บอนด์ 007 เข้าชิง, รางวัลออสการ์ สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 40[79]
เข้าชิง, รางวัลแบฟตา สาขาทิศทางเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมสัญชาติอังกฤษ: ภาพสี ในงานประกาศรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 21[56]
พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ เข้าชิง, รางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม - ภาพยนตร์ ในงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 41[80]

อ้างอิงและแหล่งที่มา[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Poliakoff, Keith (2000). "License to Copyright – The Ongoing Dispute Over the Ownership of James Bond". Cardozo Arts & Entertainment Law Journal. 18: 387–436.
  2. Shprintz, Janet (29 March 1999). "Big Bond-holder". Variety. สืบค้นเมื่อ 4 November 2011. Judge Rafeedie ... found that McClory's rights in the "Thunderball" material had reverted to the estate of Fleming
  3. Chapman 2009, p. 5.
  4. Chapman 2009, p. 43.
  5. Judge M. Margaret McKeown (27 August 2001). "Danjaq et al. v. Sony Corporation et al" (PDF). United States Court of Appeals for the Ninth Circuit. p. 9. Archived from the original (PDF) on 4 October 2006. สืบค้นเมื่อ 27 November 2006. in 1962 ... Danjaq teamed up with United Artists to produce Bond films. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  6. 6.0 6.1 "Movie Franchises". The Numbers. Nash Information Services. สืบค้นเมื่อ 3 January 2013.
  7. The Economist online (11 July 2011). "Pottering on, and on". The Economist. สืบค้นเมื่อ 4 January 2012.
  8. "The 54th Academy Awards (1982)". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 27 October 2011.
  9. Balio 1987, p. 255.
  10. "Casino Royale (1967)". Metro-Goldwyn-Mayer. สืบค้นเมื่อ 8 September 2011.
  11. "The Lost Bond". Total Film. Future Publishing. 27 February 2008. สืบค้นเมื่อ 13 October 2011.
  12. "Metro-Goldwyn-Mayer Inc. announces acquisition of Never Say Never Again James Bond assets" (Press release). Metro-Goldwyn-Mayer. 4 December 1997. Archived from the original on 5 May 2008. สืบค้นเมื่อ 16 March 2008.
  13. Sterngold, James (30 March 1999). "Sony Pictures, in an accord with MGM, drops its plan to produce new James Bond films". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 16 March 2008.
  14. 14.00 14.01 14.02 14.03 14.04 14.05 14.06 14.07 14.08 14.09 14.10 14.11 14.12 14.13 14.14 14.15 14.16 14.17 14.18 14.19 14.20 14.21 Block & Autrey Wilson 2010, pp. 428–429.
  15. 15.00 15.01 15.02 15.03 15.04 15.05 15.06 15.07 15.08 15.09 15.10 15.11 15.12 15.13 15.14 15.15 Cork & Scivally 2002, pp. 300–303.
  16. "From Russia With Love (1963)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  17. "Goldfinger (1964)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  18. "Thunderball (1965)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  19. "You Only Live Twice (1967)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  20. "Diamonds Are Forever (1971)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  21. "The Man with the Golden Gun (1974)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  22. "The Spy Who Loved Me (1977)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  23. "Moonraker (1979)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  24. "The Living Daylights (1987)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  25. "Licence to Kill (1989)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  26. "GoldenEye (1995)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  27. "Tomorrow Never Dies (1997)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  28. "The World Is Not Enough (1999)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  29. "Die Another Day (2002)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  30. "Quantum of Solace (2008)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  31. "Skyfall (2012)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  32. Sizemore, Charles (10 October 2012). "Bond Investing. James Bond Investing". Forbes. สืบค้นเมื่อ 16 November 2012.
  33. Smith, Grady (1 November 2012). "Box office update: 'Skyfall' blazes past $100 million internationally". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ 16 November 2012.
  34. 34.0 34.1 34.2 34.3 Federal Reserve Bank of Minneapolis. "Consumer Price Index (estimate) 1800–". สืบค้นเมื่อ 1 January 2020.
  35. Pamela McClintock (4 November 2015). "Box-Office Preview: 'Spectre' and 'Peanuts Movie' to the Rescue". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ 4 November 2015.
  36. Anthony D'Alessandro (7 November 2015). "Spectre Now Targeting $73M to $74M Opening; The Peanuts Movie Cracking $40M-$45M – Updated". Deadline Hollywood. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015.
  37. Brent Lang (4 November 2015). "Box Office: Spectre Needs to Make $650 Million to Break Even". Variety. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015.
  38. Ben Fritz (8 November 2015). "Spectre, The Peanuts Movie Give Box Office a Welcome Boost". The Wall Street Journal. สืบค้นเมื่อ 10 November 2015.
  39. Scott Mendelson (21 October 2015). "'Spectre' Doesn't Need To Top 'Skyfall' Because 'James Bond' Is A Bullet-Proof Franchise". Forbes. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015.
  40. Alicia Adejobi (25 October 2015). "Spectre movie in numbers: Daniel Craig salary, film budget and James Bond theme tune sales". International Business Times. สืบค้นเมื่อ 8 November 2015.
  41. Anthony D'Alessandro (9 November 2015). "Even Shy Of Skyfall, Spectre Picked Up Sluggish Box Office; Will It Turn A Profit? – Monday Postmortem". Deadline Hollywood. สืบค้นเมื่อ 11 November 2015.
  42. "Spectre (2015)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  43. "No Time to Die (2020)". The Numbers. IMDb. สืบค้นเมื่อ 23 November 2019.
  44. Munden 1997, p. 415.
  45. "Box Office History for James Bond Movies". The Numbers. Nash Information Services, LLC. สืบค้นเมื่อ 5 October 2011.
  46. "Casino Royal (1967)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  47. "Never Say Never Again (1983)". The Numbers. สืบค้นเมื่อ 12 October 2019.
  48. "Academy Awards Database". Academy of Motion Picture Arts and Sciences. Archived from the original on 16 February 2012. สืบค้นเมื่อ 16 October 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  49. "The 21st Annual Golden Globe Awards (1964)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 14 April 2013. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  50. "BAFTA Awards 1963". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  51. "The 21st Annual Golden Globe Awards (1964)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 22 July 2012. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  52. "The 37th Academy Awards (1965) Nominees and Winners". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 27 October 2011.
  53. "BAFTA Awards 1964". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  54. "The 38th Academy Awards (1966) Nominees and Winners". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 27 October 2011.
  55. "BAFTA Awards 1964". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  56. 56.0 56.1 "BAFTA Awards 1967". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  57. "The 27th Annual Golden Globe Awards (1970)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 14 April 2013. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  58. "The 44th Academy Awards (1971) Nominees and Winners". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 26 September 2012.
  59. "The 46th Academy Awards (1974) Nominees and Winners". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 27 October 2011.
  60. "The 50th Academy Awards (1978) Nominees and Winners". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 27 October 2011.
  61. 61.0 61.1 "BAFTA Awards 1977". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  62. 62.0 62.1 "The 35th Annual Golden Globe Awards (1978)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 23 May 2013. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  63. "The 52nd Academy Awards (1979) Nominees and Winners". Oscar Legacy. Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 26 September 2012.
  64. "The 54th Academy Awards (1982)". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 27 October 2011.
  65. "The 39th Annual Golden Globe Awards (1982)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 14 April 2013. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  66. "The 43rd Annual Golden Globe Awards (1986)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 15 April 2013. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  67. "BAFTA Awards 1995". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  68. "BAFTA Awards 1995". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  69. "The 55th Annual Golden Globe Awards (1998)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 15 April 2013. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  70. "The 60th Annual Golden Globe Awards (2003)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 14 April 2013. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  71. 71.0 71.1 71.2 71.3 71.4 "BAFTA Awards 2006". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  72. "BAFTA Awards 2006". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  73. 73.0 73.1 73.2 "BAFTA Awards 2006". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  74. 74.0 74.1 "BAFTA Awards 2008". BAFTA Awards Database. British Academy of Film and Television Arts. สืบค้นเมื่อ 27 September 2012.
  75. 75.0 75.1 75.2 75.3 75.4 "The 85th Academy Awards (2013) Nominees and Winners". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 25 February 2013.
  76. "LA Film Critics Vote Michael Haneke's 'Amour' Best Pic, Paul Thomas Anderson Best Director For 'The Master'". 9 December 2012. สืบค้นเมื่อ 11 December 2012.
  77. "The 70th Annual Golden Globe Awards (2013)". Golden Globe Awards. Hollywood Foreign Press Association. Archived from the original on 15 April 2013. สืบค้นเมื่อ 2 February 2013. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  78. 78.0 78.1 "Bafta Film Awards 2013: The winners". BBC News. 10 February 2013. สืบค้นเมื่อ 25 February 2013.
  79. "The 40th Academy Awards (1968) Nominees and Winners". Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS). สืบค้นเมื่อ 27 October 2011.
  80. "The 41st Golden Globes Winners and Nominees". Hollywood Foreign Press Association. สืบค้นเมื่อ 20 March 2020.

แหล่งที่มา[แก้]