เพชฌฆาต 007

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เพชฌฆาต 007
From Russia With Love.jpg
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับเทอร์เรนซ์ ยัง
อำนวยการสร้างแฮรรี ซอลต์ซแมน
อัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลี
บทภาพยนตร์ริชาร์ด มายบอม
Adaptation by
เค้าโครงจากฟรอมรัสเซีย, วิธเลิฟ โดย
เอียน เฟลมมิง
นักแสดงนำฌอน คอนเนอรี
ดนตรีประกอบจอห์น แบร์รี (ดนตรีประกอบ)
ไลโอเนล บาร์ต (เพลงประกอบ)
มอนตี นอร์แมน ("บอนด์ ธีม")
กำกับภาพเท็ด มัวร์
ตัดต่อปีเตอร์ อาร์. ฮันต์
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายยูไนเต็ดอาร์ตติสต์
วันฉาย10 ตุลาคม ค.ศ. 1963 (1963-10-10)(ลอนดอน)
11 ตุลาคม 1963 (สหราชอาณาจักร)
ความยาว115 นาที
ประเทศสหราชอาณาจักร
สหรัฐ
ภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เพชฌฆาต 007 (อังกฤษ: From Russia with Love) เป็นภาพยนตร์แนวสายลับฉายเมื่อปี ค.ศ. 1963 เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองใน ภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ และเป็นการรับบทบอนด์ครั้งที่สองของ ฌอน คอนเนอรี กำกับโดย เทอร์เรนซ์ ยัง อำนวยการสร้างโดย แฮรรี ซอลท์ซ์แมนและอัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลี และเขียนบทโดย ริชาร์ด มายบอมและโจฮันนา ฮาร์วูด ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของเอียน เฟลมมิง เมื่อปี ค.ศ. 1957 ในภาพยนตร์ บอนด์ถูกส่งตัวไปช่วยเหลือ ทาเทียนา โรมาโนวา เสมียนสถานกงสุลโซเวียตในตุรกีผู้ที่ต้องการแปรพักตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่คิดโดยองค์การ สเปกเตอร์ เพื่อแก้แค้นบอนด์ที่สังหาร ดร. โน

หลัง พยัคฆ์ร้าย 007 ประสบความสำเร็จ ยูไนเต็ดอาร์ตติสต์ อนุญาตให้สร้างภาคต่อและเพิ่มทุนสร้างเป็นสองเท่านอกจากจะถ่ายทำในตุรกีแล้ว ฉากโลดโผนถ่ายทำในไพน์วูดสตูดิโอ, บักกิงแฮมเชอร์และในสกอตแลนด์ การถ่ายทำเกิดความล่าช้า เกินทุนสร้างและถูกเร่งสร้างให้เสร็จก่อนกำหนดฉายเดือนตุลาคม ค.ศ. 1963

เพชฌฆาต 007 ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ โดยทำเงิน 79 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก จากทุนสร้าง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังประสบความสำเร็จมากกว่าภาพยนตร์ พยัคฆ์ร้าย 007 และกลายเป็นภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์ในโรงภาพยนตร์ในช่วงทศวรรษ 1960

ภาพยนตร์ยังเป็นการเปิดตัวนักแสดง เดสมอนด์ เลเวลีน โดยรับบทเป็น คิว ซึ่งเขารับบทนี้เป็นเวลา 36 ปี (และภาพยนตร์สิบเจ็ดเรื่อง) จนถึง 007 พยัคฆ์ร้ายดับแผนครองโลก ในปี ค.ศ. 1999 และการแสดงครั้งสุดท้ายของ เปโดร อาร์เมนดาริซ ซึ่งเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสี่เดือนก่อนภาพยนตร์จะฉาย

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับภาพยนตร์[แก้]

ผู้ชม (ยุคนั้น) อาจช็อคกันใหญ่ ที่เปิดเรื่องมาไม่กี่นาที ก็เห็น เจมส์ บอนด์ ถูกรัดคอตายอนาถในสวนแห่งหนึ่งยามราตรี ก่อนจะเฉลยว่าเป็นเพียงชายนิรนามภายใต้หน้ากาก เจมส์ บอนด์ ที่องค์กรลึกลับนำมาใช้ฝึกปรือเท่านั้น

องค์กร SPECTRE ได้ฤกษ์เผยโฉมอย่างเป็นทางการ และ ดร.โน ในภาคที่แล้ว ก็เป็นเพียงหนึ่งในลูกน้องของนายใหญ่นิรนาม (คนดูจะเห็นแค่มือสวมแหวนรูปปลาหมึกยักษ์ ลูบไล้แมวเปอร์เซียสีขาว) แผนตลบหลังซ้อนแผนคราวนี้จึงเริ่มขึ้นเพื่อล้างแค้นให้ดร.โน และฟันกำไรจากรัสเซียให้อิ่มเอม โดยวางหมากให้สายลับอังกฤษกับรัสเซีย ฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงเครื่องถอดรหัสเลคเตอร์ ซึ่งเป็นที่ต้องการของรัฐบาลอังกฤษ

ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เจมส์ บอนด์ (ฌอน คอนเนอรี่) เดินทางมาปฏิบัติภารกิจร่วมกับ อาลี คาริม เบย์ (เปโดร อาร์เมนดาริซ) หลังได้รับภาพสายลับรัสเซีย ทาเทียนา โรมาโนว่า (ดาเนียลา เบียงคี) ที่ติดต่อขอแปรพักตร์เรียกตัวเขาไปพบเพื่อหาทางขโมยเครื่องถอดรหัสเลคเตอร์ โดยหารู้ไม่ว่า เธอถูก โรซ่า เคล็บบ์ (ล็อตเต้ เลนยา) เจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซียหนอนบ่อนไส้ หลอกปั่นหัว เพราะอีกด้านเธอก็ใช้ เรด แกรนต์ (โรเบิร์ต ชอว์) ออกปฏิบัติการเป็นมือสังหาร สร้างความบาดหมางให้กับกลุ่มสายลับอังกฤษและรัสเซียในอิสตันบูลจนออกมาฆ่ากันเอง รวมถึงติดตามบอนด์ตลอดทุกฝีก้าว

ทั้งหมดนี้เพื่อให้ SPECTRE เข้ามาชุบมือเปิบ นำกลับไปขายฟันกำไรจากรัฐบาลรัสเซียอีกต่อหนึ่งโดยไม่มีใครสงสัย ("สงครามเย็นในอิสตันบูล คงจะไม่เย็นอีกต่อไป" โรซ่า เคล็บบ์ ว่าไว้อย่างนั้น)

แผนครั้งนี้นำไปสู่การทำลายล้างกันไปมาของอังกฤษและรัสเซีย โดยเริ่มจากแกรนต์ลอบฆ่าคนของสถานทูตรัสเซีย ฝั่งรัสเซียเข้าใจผิด ระเบิดฐานทัพอังกฤษ ตามฆ่าเผาหมู่บ้านยิบซี (ที่คอยช่วยอังกฤษ เหมือนบัลแกเรียช่วยรัสเซีย) บอนด์จึงเอาคืนด้วยการระเบิดสถานทูตรัสเซียกลางเมือง ระหว่างเดินทางกลับอังกฤษของบอนด์กับสาวรัสเซีย การเผชิญหน้าระหว่างเขากับแกรนต์ ก็รอเขาอยู่ จากวรรคทองของเคล็บบ์ ทำให้ทราบว่า หนังอิงจากเหตุการณ์สงครามเย็นเป็นแน่ แถมยังเป็นการตบตีกันระหว่างค่ายเสรีนิยมกับค่ายสังคมนิยมในประเทศที่สาม แต่สิ่งที่น่าเศร้ากว่าคือ มี "มือที่สาม" พยายามยุแหย่ให้เกิดความขัดแย้งเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่รู้สึกอะไร

ตัวละครหลัก[แก้]

นักแสดง รับบทเป็น
ฌอน คอนเนอรี่ (Sean Connery) เจมส์ บอนด์ (James Bond)
เบอร์นาร์ด ลี (Bernard Lee) เอ็ม (M) เจ้านายของบอนด์
ลอยส์ แม๊กส์เวลล์ (Lois Maxwell) มันนี่เพ็นนี (Lois Maxwell) เลขาของเอ็ม
เดสมอนด์ เลเวลีน (Desmond Llewelyn) คิว (Q) นักประดิษฐ์สิงของไฮเท็คให้บอนด์ใช้
ลอตเต เล็นยา (Lotte Lenya) โรซา เคล็บ (Rosa Clebb) ผู้ช่วยศัตรูประจำตอน
ดานีลา บิอานชิ (Daniela Bianchi) ทาเทียนา โรมาโนวา (Tatiana Romanova) ผู้หญิงของบอนด์ประจำตอน
แอนโทนี ดาวสัน (Anthony Dawson) เอิร์นส์ สตาฟโร โบลเฟลด์ (Ernst Stavro Blofeld) ศัตรูหลักประจำตอน
อีริค พอลแมน (Eric Pohlmann) เอิร์นส์ สตาฟโร โบลเฟลด์ (เป็นคนพากย์เสียง) (Ernst Stavro Blofeld)

เพลงประกอบ[แก้]

เพลง From Russia With Love ปรากฏในภาพยนตร์ โดยเป็นเพลงที่เปิดจากวิทยุ และถูกนำมาเล่นซ้ำอีกครั้งตอนช่วงเครดิตท้ายเรื่อง เป็นผลงานการแต่งเนื้อร้องและทำนองของ ไลโอเนล บาร์ท (ซึ่งเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เพลงรางวัลออสการ์เรื่อง Oliver!) ร้องโดยศิลปินชาวอังกฤษระดับตำนานแห่งยุค 60 แม็ทท์ มอนโร เจ้าของเพลงฮิตมากมายซึ่งล้วนโด่งดังในระดับนานาชาติ อาทิ My Kind of Girl, Softly as I Leave You, Walk Away แต่เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้แก่เขามากที่สุด และเป็นเพลงที่หลาย คนมักจะนึกถึงควบคู่กับชื่อของเขา คือเพลง Born Free ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับรางวัลออสการ์ เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี 1966

เนื้อเพลง From Russia With Love

From russia with love I fly to you
Much wiser since my goodbye to you
I've travelled the world to learn
I must return from russia with love
I've seen places, faces and smiled for a moment
But oh, you haunted me so
Still my tongue tied, young pride
Would not let my love for you show
I case you say no
To russia I flew but there and then
I suddenly knew you'd care again
My running around is through
I fly to you, from russia with love

ร้อยกรองนี้ ไม่ใช่การแปล แต่คือการแต่งขึ้นใหม่โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากบางส่วนของเนื้อเพลง

ด้วยรักจากแดนไกล...
ส่งดวงใจใส่ฟ้ามาทายทัก
เพราะอยู่ไกลใจคะนึงจึงประจักษ์
เธอจำหลักแน่นหนัก ณ กลางใจ
มองทุกสิ่งเห็นเธอยิ้มพริ้มดวงหน้า
คือวิญญามาหลอนใจฤๅไฉน
เพราะทิฐิปิดกั้นกักขังใจ
จึงผลักไสสองดวงใจห่างไกลกัน
ด้วยรักจากแดนไกล...
ขอดวงใจเธอประสบพบสุขสันต์
กายห่างไกล หัวใจยังผูกพัน
รอถึงวันคืนมาเคียงข้างเธอ

เกร็ด[แก้]

  • เป็นเจมส์ บอนด์ ภาคที่นักวิจารณ์ลงความเห็นว่าดีที่สุด ในบรรดาภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ ทั้งหมดทุกภาค

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]