ข้ามไปเนื้อหา

การรวมชาติเกาหลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การรวมชาติเกาหลี
ชื่อเกาหลี
ฮันกึล
ฮันจา
อาร์อาร์Tong(-)il
เอ็มอาร์T'ongil

การรวมชาติเกาหลี (อังกฤษ: Korean reunification) หมายถึง ความพยายามรวมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) กับสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และเขตปลอดทหารเกาหลีภายใต้รัฐบาลเดียวซึ่งจุดเริ่มต้นของความพยายามในการรวมประเทศเกิดขึ้นหลังจากการลงนามใน ปฏิญญาร่วมเหนือ–ใต้ 15 มิถุนายน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 2000 โดย คิม จอง อิล ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในขณะนั้นและ คิม แด-จุง ประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ในขณะนั้น

พัฒนาการ

[แก้]
อนุสาวรีย์ “กฎบัตรสามประการเพื่อการรวมชาติ” ในกรุงเปียงยางประเทศเกาหลีเหนือ ข้อความที่สลักอยู่บนประติมากรรมแปลเป็นภาษาไทยว่า “กฎบัตร3ประการเพื่อการรวมชาติ”สุดท้ายถูกรื้อถอนในปี 2024

ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 จนถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้ผ่านทั้งช่วงเวลาของความตึงเครียดและช่วงของการผ่อนคลายสลับกันไป อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือยังคงดำเนินนโยบาย “การเผชิญหน้าและการเจรจา” ควบคู่กันมาโดยตลอด ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ก็พยายามปรับนโยบายต่อเกาหลีเหนือ เพื่อแสวงหาทางออกในการแก้ไขภาวะชะงักงันของความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย ในปี ค.ศ. 1989 เกาหลีใต้ได้จัดตั้ง “กองทุนความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้” มูลค่า 300,000 ล้านวอน เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ต่อมาในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1990 เกาหลีใต้ได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือ–เกาหลีใต้ เพื่อเป็นหลักประกันด้านกฎหมาย ระบบ และงบประมาณสำหรับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย ในปี ค.ศ. 2013 รัฐบาลเกาหลีใต้ได้จัดสรรงบประมาณให้กับ “กองทุนความร่วมมือระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้” จำนวน 1.09 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.1 จากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน งบประมาณทั่วไปของ กระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ ก็เพิ่มขึ้นเป็น 222,200 ล้านวอน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความแตกต่างอย่างมากระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ รวมถึงอิทธิพลและการแข่งขันทางการเมืองของประเทศมหาอำนาจอย่างจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และรัสเซีย ต่อประเด็นบนคาบสมุทรเกาหลี ทำให้ประเด็นการรวมชาติของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงถูกพักไว้ และยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2023 คิม จองอึน เลขาธิการพรรคแรงงานเกาหลี ได้กล่าวรายงานต่อการประชุมขยายของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี ชุดที่ 8 ครั้งที่ 9 โดยประกาศว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ “ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของชนชาติเดียวกันหรือความเป็นเนื้อเดียวกันอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นความสัมพันธ์ของสองรัฐที่เป็นปฏิปักษ์กันโดยสมบูรณ์ และเป็นสองประเทศคู่สงคราม” พร้อมทั้งระบุว่าการมองเกาหลีใต้เป็นคู่เจรจาเพื่อการปรองดองหรือการรวมชาติ “เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก” และจะมีการ “กำหนดจุดยืนใหม่ต่อความสัมพันธ์ระหว่างเหนือ–ใต้และนโยบายการรวมชาติ” ต่อมาในเดือนมกราคม ค.ศ. 2024 คิม จองอึน ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมครั้งที่ 10 ของ สภาประชาชนสูงสุด ชุดที่ 14 ของเกาหลีเหนือ โดยประกาศเปลี่ยนนโยบายต่อคาบสมุทรเกาหลี และย้ำว่าจะ “ปิดฉากประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือ–ใต้ที่ยาวนานเกือบ 80 ปี” พร้อมทั้งยอมรับว่าบนคาบสมุทรเกาหลีมีอยู่สองรัฐ และจะทำให้นโยบายของสาธารณรัฐต่อเกาหลีใต้มีสถานะทางกฎหมายบนพื้นฐานใหม่นี้ นอกจากนี้ ยังประกาศว่าจะ “ลบล้างแนวคิดเรื่อง ‘การรวมชาติ’ ‘การปรองดอง’ และ ‘ชนชาติเดียวกัน’ ออกจากประวัติศาสตร์ชาติของสาธารณรัฐโดยสิ้นเชิง” และในด้านการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน ได้ระบุว่า หากเกิดสงครามขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี จะต้อง “ยึดครอง ปราบปราม และผนวกสาธารณรัฐเกาหลีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของสาธารณรัฐอย่างสมบูรณ์” ซึ่งหมายความว่าจะไม่ถือว่าเป็นสงครามกลางเมืองอีกต่อไป และเป็นการละทิ้งแนวคิดการรวมชาติอย่างสิ้นเชิง เมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 2024 แผนที่ของเกาหลีเหนือได้ตัดส่วนของเกาหลีใต้ออกและจัดให้เกาหลีใต้เป็น “ต่างประเทศ” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีเพียงเกาหลีใต้เท่านั้นที่ยังคงต้องการการรวมชาติขณะที่เกาหลีเหนือได้ละทิ้งแนวคิดเรื่องการรวมชาติแล้ว