พยัคฆ์ร้าย 007

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พยัคฆ์ร้าย 007
Drno.jpg
ใบปิดภาพยนตร์ของ "พยัคฆ์ร้าย 007" ในสหรัฐอเมริกา ออกแบบโดย มิทเชลล์ ฮุคส์ พร้อมกับโลโก้ 007 ออกแบบโดย โจเซฟ คารอฟฟ์
กำกับเทอร์เรนซ์ ยัง
อำนวยการสร้างแฮรรี ซอลต์ซแมน
อัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลี
บทภาพยนตร์ริชาร์ด มายบอม
โจฮันนา ฮาร์วูด
เบอร์คีลี แมทเทอร์
เค้าโครงจากดร. โน โดย
เอียน เฟลมมิง
นักแสดงนำฌอน คอนเนอรี
เออร์ซูลา แอนเดรส
โจเซฟ ไวส์แมน
แจ๊ค ลอร์ด
ดนตรีประกอบมอนตี นอร์แมน
กำกับภาพเท็ด มัวร์
ตัดต่อปีเตอร์ อาร์. ฮันต์
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายยูไนเต็ดอาร์ตติสต์
วันฉาย5 ตุลาคม ค.ศ. 1962 (1962-10-05)(สหราชอาณาจักร)
ความยาว109 นาที
ประเทศสหราชอาณาจักร
สหรัฐ[1]
ทุนสร้าง1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้59.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

พยัคฆ์ร้าย 007 (อังกฤษ: Dr. No) เป็นภาพยนตร์แนวสายลับฉายเมื่อปี ค.ศ. 1962 กำกับโดย เทอร์เรนซ์ ยัง ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ เอียน เฟลมมิง เมื่อปี ค.ศ. 1958 แสดงนำโดย ฌอน คอนเนอรี, เออร์ซูลา แอนเดรส, โจเซฟ ไวส์แมนและแจ๊ค ลอร์ด เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกใน ภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ เขียนบทโดย ริชาร์ด มายบอม, โจฮันนา ฮาร์วูดและเบอร์คีลี แมทเทอร์ อำนวยการสร้างโดยแฮรรี ซอลท์ซ์แมน และ อัลเบิร์ต อาร์. บรอคโคลี ซึ่งทั้งสองคนนี้ทำงานร่วมกันจนถึงปี ค.ศ. 1975

เจมส์ บอนด์ ถูกส่งไปจาเมกาเพื่อสืบสวนการหายตัวไปของสายลับอังกฤษ โดยจากเบาะแสต่าง ๆ นำเขาไปค้นพบฐานลับใต้ดินของ ดร. โน ซึ่งมีแผนที่จะหยุดยั้งการปล่อยจรวดของอเมริกาด้วยคลื่นวิทยุรบกวน แม้ว่าจะเป็นการดัดแปลงจากหนังสือบอนด์เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก แต่ว่า ดร. โน (ค.ศ. 1958) ไม่ใช่นวนิยายเล่มแรกของเฟลมมิง เพราะเล่มแรกนั้นคือ คาสิโนรอยัล (ค.ศ. 1953) ซึ่งเป็นนวนิยายเปิดตัวตัวละคร อย่างไรก็ตามภาพยนตร์ได้มีการอ้างอิงเนื้อหาจากหนังสือก่อนหน้าและอ้างอิงถึงเนื้อหาที่มีในหนังสือเล่มต่อมา เช่น การเปิดตัวองค์กรอาชญากรรม สเปกเตอร์ (SPECTRE) ซึ่งต่อมาปรากฏในนวนิยาย ธันเดอร์บอลล์ ในปี ค.ศ. 1961

ด้วยทุนสร้างที่ต่ำทำให้ พยัคฆ์ร้าย 007 ประสบความสำเร็จด้านรายได้ ในขณะที่การตอบรับนั้นค่อนข้างผสมผสานกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภาพยนตร์กลับได้รับชื่อเสียงจนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในภาพยนตร์ชุด พยัคฆ์ร้าย 007 ยังเป็นการเปิดทางให้ภาพยนตร์แนว สายลับ ทำให้แนวนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงทศววรษ 1960 นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงจากภาพยนตร์เป็นหนังสือการ์ตูนและอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการขายและการตลาด

มีหลายสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ได้ถูกสร้างขึ้น เช่น ภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวละครผ่าน ภาพจากภายในลำกล้องปืน ตามด้วยเพลงเปิดภาพยนตร์ที่มีความเฉพาะตัว ทั้งคู่สร้างโดย มอริซ ไบน์เดอร์[2] และเพลงธีม เจมส์ บอนด์ ที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้ออกแบบงานสร้าง เคน อดัม ได้สร้างสไตล์ของภาพในภาพยนตร์ให้มีความซับซ้อนซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของภาพยนตร์ชุด

เรื่องย่อ[แก้]

เจมส์ บอนด์ (ฌอน คอนเนอรี) สายลับรหัส 007 ถูกหน่วย MI6 เรียกตัวไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศจาเมกา หลังจาก จอห์น สแตรงเวย์ส (ทิม ม็อกซัน) สายลับที่เข้าไปสืบเรื่องราวอยู่ที่นั่น หายตัวลึกลับ คาดว่าถูกลอบสังหาร เขาต้องลงมือสืบสาวราวเรื่องจากเบาะแสต่าง ๆ เท่าที่เห็น โดยมีเจ้าหน้าที่จาก CIA เฟลิกซ์ ไลเตอร์ (แจ็ค ลอร์ด) และ ควอเรล (จอห์น คิตซ์มิลเลอร์) เจ้าของเรือที่สนิทสนมกับสแตรงเวย์ส เป็นพันธมิตรช่วยติดตามเบาะแสคนร้ายและเงื่อนงำของคดีนี้

นอกจากการหายตัวของสแตรงเวย์ส ฝ่ายสหรัฐฯ ยังขอให้ช่วยตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการปล่อยสัญญาณวิทยุรบกวนจากประเทศจาเมกา เพื่อขัดขวางปฏิบัติการที่แหลมคานาวอรัล ในการส่งจรวดขึ้นสู่พื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรกของโลก

ไลเตอร์บอกว่า ได้ตรวจทุกพื้นที่แล้วไม่พบหลักฐานให้เชื่อว่ามีการปล่อยคลื่นรบกวนจริง เว้นแต่ที่เกาะ Crab Key เพียงแห่งเดียว เพราะเจ้าของที่ดินลูกครึ่งจีนชื่อ ดร.โน (โจเซฟ ไวส์แมน) อ้างกรรมสิทธิ์ ไม่ยอมให้ใครขึ้นเกาะ ข้อมูลจากการใช้เฮลิคอปเตอร์ ก็ไม่พบอะไรนอกจากเหมืองแร่ธรรมดากับเรดาร์เล็กๆ แถมควอเรลยังสำทับเพิ่มว่า บนเกาะนั้นมีมังกรขนาดยักษ์อาศัยอยู่ แต่บอนด์กลับพบเงื่อนงำน่าสงสัย เพราะสแตรงเวย์สมาเก็บตัวอย่างเศษหินเศษดินจาก Crab Key กลับไปตรวจสอบเป็นระยะๆ ก่อนหายตัวไป

บอนด์บึ่งไปหา ศาสตราจารย์เดนต์ (แอนโธนี่ ดอว์สัน) เพื่อนของสแตรงเวย์สที่ตรวจตัวอย่างกรวดหินดินทรายเหล่านั้น ศาสตราจารย์บอกว่าเป็นแค่เศษแร่ธรรมดาอย่าไปสนใจ ทั้งที่จริงๆแล้วแร่ใน Crab Key ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีระดับสูง บอนด์จึงเตรียมตัว "ลงพื้นที่" ตรวจสอบ แต่ต้องจัดการเสี้ยนหนามและสาวสวยๆ บนแผ่นดินใหญ่จาไมกาเสียก่อน... บอนด์ได้พบกับสาวนักงมหอยสุดสวย ฮันนี่ ไรเดอร์ (เออร์ซูล่า อันเดรส) ที่โผล่พ้นจากริมหาดในชุดบิกินี่วาบหวาม รับแสงอาทิตย์รุ่มอรุณ ณ ชายหาด Crab Key ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติการเด็ดหัว ดร.โน

ฌอน คอนเนอรี่ ได้โอกาสบริหารเสน่ห์อย่างเต็มที่ กับสาวสวยมากหน้าหลายตาตลอดเรื่อง (โดยเฉพาะกับ มิสทาโร่ (ซีน่า มาร์แชลล์) ที่พี่บอนด์ของเรา "ขอสอง" ก่อนส่งตัวเธอให้ตำรวจ) เรื่องราวในหนังอิงจากเหตุการณ์จริง ทั้งการส่งจรวดไปดวงจันทร์ หรือวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) ที่เกือบกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่สามและเปิดตัวองค์กร SPECTRE (ที่ ดร.โน เป็นสมาชิก) อันจะมีบทบาทสำคัญในภาคต่อๆไป

นักแสดง[แก้]

มีนักแสดงเพิ่มเติม ได้แก่ เลสเตอร์ เพนเดอร์แดสต์ เป็น พุสส์ เฟลเลอร์ เพื่อนของควอเรล, วิลเลียม ฟอสเตอร์-เดวิส เป็น ผู้กำกับการตำรวจ ดัฟฟ์, โดโรเรส คีเตอร์ เป็น แมรี ทรูบลัด ผู้ช่วยส่วนตัวของสแตรงเวย์ส, แอนโธนี ชินน์ เป็น เชน หนึ่งในช่างห้องปฏิบัติการของ ดร. โน ซึ่งถูกบอนด์ปลอมตัว, ไบรอน ลีและเดอะดรากอนแนร์ส เป็น พวกเขาเอง และ มิลตัน รีด เป็นหนึ่งในยามของดร. โน ซึ่งต่อมารีดได้แสดงใน 007 พยัคฆ์ร้ายสุดที่รัก

การสร้าง[แก้]

เมื่อครั้งที่แฮรรี ซอลต์ซแมนได้รับสิทธิ์ในการดัดแปลงนวนิยาย เขายังไม่ได้เริ่มโครงการในทันที อัลเบิร์ต อาร์. "คับบี" บรอคโคลี ต้องการสิทธิ์ดังกล่าวจึงพยายามที่จะขอซื้อสิทธิ์จากซอลต์ซแมน ซอลต์ซแมนไม่อยากขายให้กับบรอคโคลี พวกเขาจึงจับมือกันเป็นหุ้นส่วนเพื่อสร้างภาพยนตร์ สตูดิโอสร้างภาพยนตร์ในฮอลลิวูดจำนวนหนึ่งไม่ต้องการออกทุนสร้างให้ พวกเขาบอกว่ามัน อังกฤษมากเกินไป หรือ เรื่องเพศโจ่งแจ้งเกินไป[5] ในที่สุดทั้งคู่ได้รับอนุญาตจาก ยูไนเต็ดอาร์ตทิสต์ส ให้สร้าง พยัคฆ์ร้าย 007 กำหนดฉายในปี ค.ศ. 1962 ซอลต์ซแมนกับบรอคโคลีก่อตั้งสองบริษัท ได้แก่ ดันจาก (อังกฤษ: Danjaq) เพื่อเอาไว้ถือสิทธิ์ของภาพยนตร์ และ อีออนโปรดักชันส์ (อังกฤษ: Eon Productions) เพื่อเอาไว้สร้างภาพยนตร์[6] หุ้นส่วนระหว่างบรอคโคลีกับซอลต์ซแมนสิ้นสุดลงเมื่อปี ค.ศ. 1975 สาเหตุจากความตึงเครียดระหว่างการถ่ายทำ 007 เพชฌฆาตปืนทอง นำไปสู่การแยกทางกันอย่างรุนแรงและซอลต์ซแมนขายหุ้นดันจากของเขาให้กับยูไนเต็ดอาร์ตทิสต์ส[7]

ในตอนแรกนั้นบรอคโคลีกับซอลต์ซแมนต้องการจะสร้างภาพยนตร์จาก ธันเดอร์บอลล์ นวนิยายบอนด์เล่มที่แปด เมื่อปี ค.ศ. 1961 เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก แต่มีข้อพิพาททางกฎหมายอย่างต่อเนื่องระหว่าง ผู้เขียนบทภาพยนตร์ร่วม เควิน แมคคลอรีกับเอียน เฟลมมิง ทำให้บรอคโคลีกับซอลต์ซแมนเลือก ดร. โน[8] ซึ่งประจวบเหมาะกับในเวลานั้นการทดสอบจรวดของอเมริกันที่แหลมคะแนเวอรัลมีปัญหาจรวดหลงทาง[9]

ผู้อำนวยการสร้างเสนอ พยัคฆ์ร้าย 007 ให้กับ กาย กรีน, กาย ฮามิลตัน, วาล เกสต์[10] และเคน ฮิวส์ เป็นผู้กำกับแต่ทุกคนปฏิเสธ ในที่สุดพวกเขาก็เซ็น เทอร์เรนซ์ ยัง มากำกับภาพยนตร์ ซึ่งเคยมีประวัติการทำงานยาวนานร่วมกับ วอร์วิกฟิล์มส ของบรอคโคลี บรอคโคลีกับซอลต์ซแมนรู้สึกว่ายังจะสามารถสร้างตัวตนที่แท้จริงของเจมส์ บอนด์และถ่ายทอดแก่นแท้ของตัวละครจากหนังสือสู่ภาพยนตร์ ยังกำหนดเอกลักษณ์มากมายให้กับตัวละครซึ่งปรากฏอย่างต่อเนื่องในภาพยนตร์ชุด[6] ยังได้ตัดสินใจใส่อารมณ์ขันเข้าไปในภาพยนตร์ให้มากขึ้น ขณะที่เขาคิดว่า "หลายสิ่งหลายอย่างในภาพยนตร์เรื่องนี้, เรื่องเพศ, ความรุนแรง, เป็นต้น หากจะเล่นกันตรง ๆ ก) มันจะน่ารังเกียจ, และ ข) เราจะไม่ผ่านการเซ็นเซอร์; แต่ถ้าคุณแซวหรือล้อเล่น ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไร"[11]

ผู้อำนวยการสร้างขอยูไนเต็ดอาร์ตทิสต์สออกเงินทุนสร้างให้ แต่สตูดิโอให้เงินแค่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ต่อมายูไนเต็ดอาร์ตทิสต์สาขาสหราชอาณาจักรออกเงินเพิ่มให้ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปสร้างฉากไคลแมกซ์ที่ฐานของ ดร. โน ระเบิด[12] ด้วยทุนสร้างที่ต่ำ ทำให้มีการจ้างทีมงานตำแหน่งตัดต่อเสียงเพียงแค่คนเดียว (ปกติจะมีสองคน โดยทำเสียงประกอบคนหนึ่งและบทพูดอีกคนหนึ่ง)[13] และฉากต่าง ๆ ถูกสร้างด้วยวิธีการที่มีราคาถูก เช่น ห้องทำงานของเอ็มสร้างด้วยกระดาษแข็งทาสีและประตูถูกทับด้วยพลาสติกที่คล้ายหนัง ห้องที่เดนต์พบกับดร. โน ใช้ทุนสร้างแค่ 745 ปอนด์[14] และตู้ปลาในฐานของดร. โน เป็นการขยายภาพที่มีอยู่แล้วของโถปลาทอง[15] นอกจากนี้ เมื่อ ซิด เคน ซึ่งเป็นผู้กำกับศิลป์พบว่าชื่อของเขาไม่ได้อยู่ในเครดิต บรอคโคลีมอบปากกาทองคำให้กับเขาเพื่อเป็นการชดเชย บรอคโคลีบอกว่าเขาไม่ต้องการใช้เงินสร้างเครดิตอีกครั้ง[16]

การเขียนบท[แก้]

บรอคโคลีแต่เดิมจ้าง ริชาร์ด มายบอมและเพื่อนของเขา วูล์ฟ แมนโกวิซ เพื่อเขียนบทภาพยนตร์ พยัคฆ์ร้าย 007 ส่วนหนึ่งเพราะแมนโกวิซช่วยเจรจาข้อตกลงระหว่างบรอคโคลีกับซอลต์ซแมน[17] บทร่างแรกถูกปฏิเสธเพราะผู้เขียนบทเขียนให้ตัวร้าย ดร. โน กลายเป็นลิง[18][19] แมนโกวิซลาออกจากภาพยนตร์และมายบอมทำหน้าที่เขียนบทรูปแบบที่สอง ซึ่งมีความใกล้เคียงกับนวนิยาย ในที่สุดแมนโกวิซขอให้ถูกลบชื่อของเขาออกจากเครดิตเพราะเขากลัวว่ามันจะกลายเป็นหายนะ[6] โจฮันนา ฮาร์วูดและเบอร์คีลี แมทเทอร์ เข้ามาทำงานกับบทของมายบอม[20] เทอร์เรนซ์ ยัง อธิบายฮาร์วูดว่าเป็น คนแก้ไขบท ช่วยเพิ่มองค์ประกอบให้สอดคล้องกับตัวละครชาวอังกฤษ[12] ฮาร์วูดกล่าวในบทสัมภาษณ์พิเศษของ ซีนีมาเรโทร เกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์ว่าเธอเคยเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ในหลายโครงการของแฮร์รี ซอลต์ซแมน เธอบอกว่าบทภาพยนตร์ของเธอใน พยัคฆ์ร้าย 007 และ เพชฌฆาต 007 มีความใกล้เคียงกับนวนิยายของเฟลมมิง[21]

เพลงประกอบ[แก้]

ภาคนี้เป็นภาคเดียวเท่านั้นที่ไม่มีเพลงนำภาพยนตร์ซึ่งขับร้องโดยศิลปินชื่อดัง อันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาในการสร้างภาพยนตร์ชุดนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เอ่ยถึงชื่อ เจมส์ บอนด์ แฟนหนัง 007 แทบทุกคนจะต้องนึกถึงเสียงดนตรีที่บรรเลงด้วยกีตาร์ไฟฟ้าอันโดดเด่น ผสมผสานกับวงเครื่องออเคสตร้า อย่างกลมกลืนในจังหวะเร่งเร้า ชวนให้เกิดความระทึกใจ เพลงธีมหลักที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของสุดยอดสายลับผู้นี้ คือเพลงที่มีชื่อว่า "The James Bond Theme" ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้เปิดตัว 007 ในตอน Dr. No

อ้างอิง[แก้]

  1. "Dr. No". AFI Catalog. American Film Institute. สืบค้นเมื่อ 16 December 2019.
  2. "Spies". Mark Kermode's Secrets of Cinema. BBC. BBC Four. No. 3. Event occurs at 13:26.
  3. 3.0 3.1 3.2 "Dr. No (1962) – Cast". Screenonline. British Film Institute. สืบค้นเมื่อ 9 June 2011.
  4. "Actress Diana Coupland dies at 74". BBC News. 10 November 2006. สืบค้นเมื่อ 7 June 2011.
  5. Pfeiffer & Worrall 1998, p. 13.
  6. 6.0 6.1 6.2 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Inside Dr. No documentary
  7. Parkinson, David (Jan 2011). "Broccoli, Albert Romolo (1909–1996)". Oxford Dictionary of National Biography. Oxford: Oxford University Press. doi:10.1093/ref:odnb/63151. สืบค้นเมื่อ 1 December 2012. แม่แบบ:Subscription
  8. Cork & Scivally 2002, p. 29.
  9. Dodds, Klaus (2005). "Screening Geopolitics: James Bond and the Early Cold War films (1962–1967)". Geopolitics. 10 (2): 266–289. doi:10.1080/14650040590946584.
  10. Rigby, Jonathan. "Interview with Val Guest". NFT Interviews. British Film Institute. Archived from the original on 29 June 2011. สืบค้นเมื่อ 7 June 2011.
  11. Young, Terence (1999). Audio commentary (DVD). Dr. No (Ultimate Edition, 2006): MGM Home Entertainment.
  12. 12.0 12.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ comm
  13. Wanstall, Norman (1999). Audio commentary (DVD). Dr. No (Ultimate Edition, 2006): MGM Home Entertainment.
  14. Adam, Ken (1999). Audio commentary (DVD). Dr. No (Ultimate Edition, 2006): MGM Home Entertainment.
  15. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ drill
  16. Cain, Syd (1999). Audio commentary (DVD). From Russia With Love (Ultimate Edition, 2006): MGM Home Entertainment.
  17. Broccoli 1998, p. 158.
  18. Broccoli 1998, p. 159.
  19. Smith 2002, p. 19.
  20. McGilligan 1986, p. 286.
  21. Johanna Harwood Interview Movie Classics # 4 Solo Publishing 2012

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]