องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย
ใบปิดภาษาไทย
เจมส์ บอนด์ แดเนียล เคร็ก
นักแสดงนำ คริสทอฟ วัลซ์
เนโอมี แฮร์ริส
เลอา แซดู
เรล์ฟ ไฟนส์
เบน วิชอว์
เดฟ บอทิสตา
แอนดรูว์ สก็อตต์
โมนีกา เบลลุชชี
ผู้กำกับ แซม เมนเดส
อำนวยการสร้าง ไมเคิล จี วิลสัน
บาร์บารา บรอกโคลี
บทประพันธ์ เอียน เฟลมมิง (ตัวละคร)
บทภาพยนตร์ จอห์น โลแกน
นีล เพอร์วิส
รอเบิร์ต เวด
เจซ บัตเตอร์เวิร์ท[1]
กำกับภาพ โฮยเตอ ฟัน โฮยเตอมา
เพลงประกอบ ทอมัส นิวแมน
เพลงธีมหลัก "Writing's on the Wall"
นักร้อง แซม สมิธ
ตัดต่อ ลี สมิท
จัดจำหน่าย เมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์
โคลัมเบียพิกเจอส์
วันที่เข้าฉาย 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558
(สหราชอาณาจักร)[2]
5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (ไทย)[3]
6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (สหรัฐอเมริกา)[4]
ความยาว 148 นาที[5]
งบประมาณ 245–250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[6][7][8][9]
รายได้ทั่วโลก 880.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[10]
ก่อนหน้านี้ พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007
ข้อมูลจากสยามโซน

องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย[11][12] (อังกฤษ: Spectre) เป็นภาพยนตร์แนวสายลับลำดับที่ 24 ในชุดเจมส์ บอนด์ โดยแซม เมนเดส กลับมากำกับอีกครั้ง หลังจากตอน พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย 007 และแดเนียล เคร็ก รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ เป็นครั้งที่ 4 ร่วมแสดงโดยคริสทอฟ วัลซ์, เลอา แซดู, เรล์ฟ ไฟนส์และเดฟ บาติสตา

เรื่องย่อ[แก้]

เจมส์ บอนด์เดินทางไปเม็กซิโกซิตีเพื่อทำภารกิจที่สั่งอย่างไม่เป็นทางการจาก M คนก่อน เขาจัดการชายสองคนที่วางแผนจะระเบิดสนามกีฬาและไล่ตามมาร์โค ชาร์ราไปจนสู้กันบนเฮลิคอปเตอร์ บอนด์ขโมยแหวนวงหนึ่งจากชาร์ราก่อนจะถีบชาร์ราร่วงจากเฮลิคอปเตอร์ เมื่อกลับมาที่ลอนดอน บอนด์ถูก M คนใหม่สั่งพักงาน บอนด์พบว่าตอนนี้ M กำลังแย่งชิงอำนาจการบริหารหน่วยสืบราชการลับกับแมกซ์ เดนบี หรือ C โดย C มีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายข้อมูลลับระหว่างประเทศและยุบหน่วยสายลับรหัส "00"

บอนด์ขัดคำสั่ง M แล้วเดินทางไปที่โรมเพื่อร่วมงานศพของมาร์โค ชาร์รา เขาติดตามลูชีอา ชาร์รา ภรรยาม่ายของมาร์โคไป โดยเธอบอกบอนด์ว่าจะมีการประชุมลับขององค์กรที่สามีเธอสังกัดอยู่ บอนด์ใช้แหวนของชาร์ราลอบเข้าไปในการประชุม แต่ถูกจำหน้าได้จึงหลบหนีออกมาโดยมีมิสเตอร์ฮิงซ์ไล่ตาม ขณะเดียวกัน มิสมันนีเพนนีบอกบอนด์ว่าข้อมูลในการประชุมที่บอนด์ได้ยินมาจะพาไปหามิสเตอร์ไวต์ อดีตสมาชิกกลุ่มควอนตัม ซึ่งเป็นองค์กรย่อยขององค์กรที่บอนด์ลอบเข้าไป ส่วนบอนด์ขอให้มิสมันนีเพนนีช่วยสืบหาคนที่ชื่อ ฟรันซ์ โอเบอร์เฮาเซอร์

บอนด์เดินทางไปออสเตรียเพื่อพบกับไวต์ ผู้ซึ่งกำลังจะตายด้วยพิษแทลเลียม ไวต์ขอให้บอนด์ช่วยปกป้องแมเดเลน สวอนน์ ลูกสาวของเขาเพื่อแลกกับข้อมูลที่ตนรู้ ก่อนที่ไวต์จะยิงตัวตาย บอนด์เดินทางไปพบสวอนน์ ซึ่งถูกฮิงซ์จับตัวไป บอนด์จึงไล่ตามด้วยเครื่องบินก่อนจะพาตัวสวอนน์ออกมา ทั้งสองคนไปหา Q ซึ่งตรวจสอบแหวนที่บอนด์ขโมยมาแล้วพบข้อมูลเชื่อมโยงถึงโอเบอร์เฮาเซอร์ สวอนน์บอกบอนด์และ Q ว่าองค์กรที่ทั้งคู่กำลังสืบหาอยู่มีชื่อว่า "สเปกเตอร์" (SPECTRE)

ทั้งคู่เดินทางไปที่ห้องพักที่ไวต์มาทุกปีในโมร็อกโก แล้วพบว่ามีห้องลับที่ภายในไวต์ใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ บอนด์ใช้ข้อมูลดังกล่าวเดินทางต่อไปยังจุดหมายด้วยรถไฟ แต่ขณะโดยสารรถไฟ บอนด์และสวอนน์ถูกฮิงซ์บุกมาทำร้าย บอนด์และฮิงซ์สู้กันจนฝ่ายหลังตกรถไฟไป เมื่อไปถึงจุดหมาย บอนด์และสวอนน์พบว่าเป็นกลุ่มอาคารกลางทะเลทรายและพบกับฟรันซ์ โอเบอร์เฮาเซอร์ ผู้เป็นลูกชายของฮันส์ โอเบอร์เฮาเซอร์ ผู้อุปการะบอนด์ตอนเด็ก โอเบอร์เฮาเซอร์จับบอนด์ไปทรมานแล้วเปิดเผยว่า C เป็นส่วนหนึ่งของสเปกเตอร์ พร้อมทั้งเผยว่าตนชื่อ "เอิร์นส์ สตาฟโร โบลเฟลด์" ซึ่งเป็นชื่อใหม่หลังจากแกล้งตายไปเมื่อ 20 ปีก่อน บอนด์และสวอนน์หลบหนีออกมาได้และระเบิดกลุ่มอาคารดังกล่าว

บอนด์และสวอนน์เดินทางกลับไปที่ลอนดอนเพื่อพบกับ M, บิล แทนเนอร์, Q และมันนีเพนนี ทั้งหมดบุกเข้าไปจับกุม C และหาทางหยุดเครือข่ายข้อมูลของ C M กับ C สู้กันจน C ตกตึกเสียชีวิต ส่วนบอนด์และสวอนน์ถูกลักพาตัวไป บอนด์หนีรอดมาได้แล้วพบกับโบลเฟลด์ ซึ่งบอกบอนด์ว่าเขาจับตัวสวอนน์ไปขังไว้ในตึก MI6 เก่าแล้ววางระเบิดไว้ บอนด์หาทางช่วยสวอนน์ออกมาได้ก่อนระเบิดจะทำงาน และไล่ตามเฮลิคอปเตอร์ของโบลเฟลด์ไป บอนด์ใช้ปืนยิงจนเฮลิคอปเตอร์ตก ในที่สุดโบลเฟลด์ก็ถูก M จับกุม ส่วนบอนด์ผละออกมาพร้อมกับสวอนน์

นักแสดง[แก้]

การผลิต[แก้]

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557 มีการจัดแถลงข่าว พร้อมทั้งเปิดเผยชื่อตอนและเหล่านักแสดง โดยสเปกเตอร์เป็นชื่อองค์กรฝ่ายร้ายในบทประพันธ์ดั้งเดิมที่เขียนโดยเอียน เฟลมมิง องค์กรนี้ปรากฏตัวครั้งสุดท้ายใน 007 เพชรพยัคฆราช (Diamonds Are Forever) แต่เนื่องจาก 007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก (Casino Royale) เป็นภาคที่เริ่มต้นใหม่[15] จึงถือว่าภาคนี้เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของสเปกเตอร์

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ได้มีการเผยท่อนฟิล์ม (ฟุตเทจ) ชุดแรก[16] ต่อมาในวันที่ 17 มีนาคม มีการเผยแพร่โปสเตอร์แนะนำแบบใหม่[17][18] โดยมีแดเนียล เคร็ก แต่งกายคล้ายโรเจอร์ มัวร์ เมื่อครั้งเป็นเจมส์ บอนด์ใน พยัคฆ์มฤตยู 007 ยืนถือปืนอยู่[19]

องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย เป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างมากที่สุดเป็นอันดับที่ 9 ด้วยทุนสร้างกว่า 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการบันทึกลงในบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ว่ามีฉากระเบิดที่ใช้พื้นที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์[20]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558 มีการประกาศว่าแซม สมิธ นักร้องชาวอังกฤษ จะร้องเพลงประจำภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อว่า "Writing's On The Wall" โดยเพลงนี้ได้เผยแพร่ในวันที่ 25 กันยายน ปีเดียวกัน[21][22] เพลงนี้ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ สาขาเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม[23] รางวัลสมาคมนักวิจารณ์ภาพยนตร์เซนต์หลุยส์เกตเวย์ (St. Louis Gateway Film Critics Association Awards 2015) สาขาเพลงยอดเยี่ยม[24] และรางวัลออสการ์ สาขาเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม[25]

การตอบรับ[แก้]

รางวัล[แก้]

องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย ได้รับรางวัลเอ็มไพร์ (Empire Awards) สาขาภาพยนตร์บริเตนและภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดเยี่ยม[26]

การตอบรับในประเทศไทย[แก้]

องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย ทำรายได้เปิดตัวในประเทศไทย 11.92 ล้านบาท[27] ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ 115.67 ล้านบาท[28]

ภาคต่อ[แก้]

ภาคต่อจาก องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย จะเริ่มพัฒนาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี ค.ศ. 2016[29] แซม เมนเดสกล่าวว่าเขาจะไม่กลับมาทำหน้าที่ผู้กำกับภาคต่อไปอีก[30] ด้านแดเนียล เคร็กยังไม่ยืนยันที่จะรับบทเจมส์ บอนด์ต่อ แต่ผู้อำนวยการสร้าง บาร์บารา บรอกโคลีอยากให้เคร็กแสดงต่อ[31] ส่วนคริสทอฟ วัลซ์ซึ่งทำสัญญาแสดงภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ต่ออีก 2 ภาค จะตัดสินใจกลับมาแสดง โดยขึ้นอยู่กับว่าเคร็กจะแสดงต่อหรือไม่[32] ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2016 เคร็กให้สัมภาษณ์ว่าเขาอาจจะกลับมารับบทเจมส์ บอนด์ในภาคต่อ[33][34] ต่อมาในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2017 เคร็กยืนยันในรายการ The Late Show with Stephen Colbert ว่าเขาจะกลับมารับบทเจมส์ บอนด์อีกครั้ง[35] โดยจะเริ่มถ่ายทำบอนด์ภาคที่ 25 ในปี ค.ศ. 2018[36] และมีกำหนดเข้าฉายวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019[37]

เกร็ด[แก้]

  • เป็นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องแรกที่ไม่มีคำว่า 007 ในชื่อภาษาไทย
  • เป็นเรื่องแรกที่แดเนียล เคร็กมีฉากยิงปืนในฉากเปิดเรื่อง

อ้างอิง[แก้]

  1. "SPECTRE poster". สืบค้นเมื่อ 3 September 2015. 
  2. "SPECTRE World Premiere in London". 007.com. Eon Productions. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2015. 
  3. Spectre -- Major Cineplex
  4. Bond 24 title revealed: What exactly does Spectre mean?
  5. Fitzherbert, Henry (16 October 2015). "@FitzOnFlicks : 16 October 2015". Twitter. สืบค้นเมื่อ 17 October 2015. 
  6. Box-Office Preview: 'Spectre' and 'Peanuts Movie' to the Rescue
  7. ‘Spectre’ $70.4M Opening: Still 2nd Highest 007 Debut Behind ‘Skyfall’, But Not That Far From ‘Quantum Of Solace’ – Monday AM
  8. Box Office: ‘Spectre’ Needs to Make $650 Million to Break Even
  9. ‘Spectre,’ ‘The Peanuts Movie’ Give Box Office a Welcome Boost
  10. "Spectre (2015)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2016. 
  11. 4 โปสเตอร์แรกของหนังสายลับเจมส์ บอนด์ 007 ภาคล่าสุด "Spectre" องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย -- Major Cineplex
  12. Toptweet Major Group
  13. Jesper Christensen skal være James Bond-skurk for tredje gang
  14. CS Visits James Bond in Mexico City and Learns How Spectre Begins!
  15. Casino Royale Review: A Successful Bond Reboot
  16. Spectre: watch footage from the James Bond shoot in Austria
  17. First 'SPECTRE' Poster Is Unveiled
  18. เจมส์ บอนด์ ถอดสูทพร้อมลุย! กับใบปิดทีเซอร์ใหม่ จาก Spectre
  19. James Bond latest news: Spectre pays homage to Roger Moore
  20. Rachel Swatman (10 November 2015). "Latest Bond adventure Spectre sets record for Largest film stunt explosion ever - watch incredible clip". Guinness World Records. สืบค้นเมื่อ 11 November 2015. 
  21. SAM SMITH TO SING TITLE SONG FOR SPECTRE
  22. Sam Smith to sing Bond's Spectre theme tune - BBC News
  23. "Writing's on the Wall" wins Best Original Song at Golden Globes - Entertainment Weekly
  24. Annual StLFCA Awards — St. Louis Film Critics Association
  25. Oscars 2016: All of the winners from the 88th Academy Awards - The Verge
  26. Jameson Empire Awards 2016: Star Wars and Mad Max lead the nominations
  27. รายได้เปิดตัวหนังใหม่ ประจำวันที่ 5 พ.ย. 2558
  28. Box Office ประจำสัปดาห์ที่ 26 พ.ย. - 2 ธ.ค. 58
  29. "Daniel Craig Back For Spectre's Sequel? Here's What The Producers Say". Cinemablend. 12 January 2015. สืบค้นเมื่อ 4 January 2016. 
  30. "Director Sam Mendes Won't Be Back For Bond 25". Slashfilm.com. 9 November 2015. สืบค้นเมื่อ 4 January 2016. 
  31. AAP (24 October 2015). "Daniel Craig may be back as James Bond after Spectre, or not". Sydney Morning Herald. สืบค้นเมื่อ 3 May 2016. 
  32. Corner, Natalie (3 January 2016). "Christoph Waltz will return in TWO more Bond movies – but 'only if Daniel Craig does too'". The Mirror. สืบค้นเมื่อ 23 January 2016. 
  33. "Daniel Craig hints at James Bond return: 'If I can keep getting a kick out of it, I will’". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 21 October 2016. 
  34. "Daniel Craig hints at James Bond return". East Bay Times. สืบค้นเมื่อ 21 October 2016. 
  35. "Daniel Craig confirms he will play James Bond again". The Guardian. August 16, 2017. สืบค้นเมื่อ August 17, 2017. 
  36. "Daniel Craig signs up for Bond 25 as Christopher Nolan admits to talks with producers". Telegraph. July 10, 2017. สืบค้นเมื่อ July 12, 2017. 
  37. "James Bond 25 Gets an Official Fall 2019 Release Date". Screen Rant. สืบค้นเมื่อ 25 July 2017. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]