ซิลิคอนแวลลีย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley)
เขต
SJ skyline at night horizontal.jpg
Guadalupe River and Tasman Drive San Jose aerial.jpg
Stanford Oval May 2011 panorama.jpg
จากบนไปล่าง: ย่านดาว์นทาว์นของนครซานโฮเซ่; ภาพถ่ายทางอากาศของเขตซิลิคอนแวลลีย์; มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในเมืองสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเทศสหรัฐอเมริกา
มลรัฐแคลิฟอร์เนีย
เขตพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก
เมก้ารีเจียนแคลิฟอร์เนียเหนือ
เทศบาลเมือง
เขตเวลาUTC−8 (แปซิฟิก)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง)UTC−7 (PDT)

ซิลิคอนแวลลีย์ (อังกฤษ: Silicon Valley) หรือทับศัพท์ว่า "หุบเขาซิลิคอน" เป็นคำที่ใช้เรียกส่วนใต้ของพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay Area), รัฐแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ (Northern California), ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีไฮเทค (high technology) และนวัตกรรม (innovation) ของโลก เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของโลก อาทิ Apple, Microsoft, Google, Tesla ฯลฯ ในทางภูมิศาสตร์ พื้นที่ที่เรียกว่าซิลิคอนแวลลีย์ตั้งอยู่ในแถบพื้นที่หุบเขาซานตาคลาราทั้งหมด (Santa Clara Valley) คาบสมุทรทางใต้ และ อ่าวตะวันออกทางใต้ มีเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ นครซานโฮเซ่ (San Jose) (เมืองขนาดใหญ่อันดับที่สามของรัฐแคลิฟอร์เนีย และ อันดับที่ 10 ของประเทศสหรัฐอเมริกา) นอกจากเมืองซาน โฮเซ่แล้ว ยังมีเมืองซันนีเวล (Sunnyvale), เมืองซานตา คลาร่า (Santa Clara), เมืองเร้ดวู้ด ซิตี้ (Redwood City), เมืองเมาต์เทน วิว (Mountain View), เมืองปาโล อัลโต (Palo Alto), เมืองเม็นโล ปาร์ค (Menlo Park), และเมืองคูเปอร์ติโน่ (Cupertino) มีจีดีพีต่อหัวเป็นอันดับที่สามของโลก (รองจากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์) อ้างอิงตามผลสำรวจของ Brookings Institution

คำว่า "ซิลิกอน" มาจากการที่มีผู้คิดค้นและผู้ผลิตจำนวนมากในภูมิภาคหุบเขาซานตา คลาร่า ที่เชี่ยวชาญด้านทรานซิสเตอร์ MOS (MOS transistors) ชิปวงจรรวมที่ใช้ซิลิกอนเป็นวัสดุหลักในการผลิต อีกทั้งซิลิคอนวัลเลย์คือที่ที่มีการพัฒนาวงจรรวมที่ใช้แร่ซิลิคอนในการผลิตไมโครโปรเซสเซอร์และไมโครคอมพิวเตอร์เป็นแห่งแรกบนโลก ปัจจุบันพื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของบริษัทไฮเทคที่ใหญ่ที่สุดในโลกหลายแห่ง รวมถึงสำนักงานธุรกิจยักษ์ใหญ่มากกว่า 30 แห่ง ที่ติดอันดับ Fortune 1000 และบริษัทสตาร์ทอัพ (startup companies) อีกหลายพันแห่ง ซิลิคอนแวลลีย์ยังคิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในสามของการลงทุนร่วมทุน (venture capital) ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา ซึ่ง,มีส่วนช่วยให้ซิลิคอนแวลลีย์เป็นศูนย์กลางชั้นนำสำหรับนวัตกรรมไฮเทคและมีระบบนิเวศน์สตาร์อัพ (startup companies) ที่เอื้อต่อการเกิดขึ้นของธุรกิจนวัตกรรม ในปี ค.ศ.2013 ภูมิภาคนี้มีการจ้างคนงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที: information technology) ประมาณ 2.5 แสนคนคน

เนื่องจากมีการการจัดตั้งบริษัทไฮเทคมากขึ้นทั่วเมืองซานโฮเซ่และหุบเขาซานตาคลารา และต่อจากนั้นไปทางเหนือ ไปสู่เมืองใหญ่อีกสองเมืองของพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก (Bay Area) คือ เมืองซานฟรานซิสโก และ เมืองโอ๊คแลนด์ คำว่า "ซิลิคอนแวลลีย์" จึงมีคำจำกัดความ 2 ประการ ได้แก่ แบบแรกสื่อถึงความหลายทางภูมิศาสตร์ที่แคบกว่า อันหนึ่งหมายถึง ซานตาคลาราเคาน์ตี้ (Santa Clara County) และ ซานมาเทโอเคาน์ตี้ (San Mateo County) ทางตะวันออกเฉียงใต้ และคำจำกัดความแบบที่สองทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี จะหมายถึงธุรกิจไฮเทคในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโกทั้งหมด คำว่า "Silicon Valley" มักใช้เป็นคำพ้องความหมายสำหรับภาคเศรษฐกิจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของอเมริกา ชื่อนี้ยังกลายเป็นคำพ้องความหมายระดับโลกสำหรับการวิจัยและองค์กรชั้นนำที่มีเทคโนโลยีสูง ด้วยเหตุนี้ชื่อของซิลิคอนจึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับสถานที่ที่มีชื่อใกล้เคียงกัน รวมถึงสวนวิจัยและศูนย์เทคโนโลยีที่มีโครงสร้างเทียบเท่าได้กับภูมิภาคหุบเขาซิลิคอนทั่วโลก เช่น เมืองเชินเจิ้น ในมณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน ที่มีการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ จำนวนมาก ก็ถูกเรียกว่า "ซิลิคอนแวลลีย์แห่งตะวันออก" เช่นกัน[7][11] ซิลิคอนแวลลีย์เป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตทางเทคโนโลยีที่สูงและเป็นที่สนใจของผู้คนหลากหลายประเภท ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจ, นักลงทุน, และแรงงานในตลาดงานสายเทคโนโลยี ในทางภูมิศาสตร์

เนื่องจากการเชื่อมต่อส่วนบุคคลระหว่างผู้คนและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในศตวรรษที่ 21 สำนักงานใหญ่หลายแห่งของบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์ จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนจากทั้่วทุกมุมโลกเดินทางมาเยี่ยมชมและ นอกจากนี้เขตซิลิคอนแวลลีย์ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านเทคโนโลยีและธุรกิจอีกด้วย

เศรษฐกิจ[แก้]

เมืองซานโฮเซที่ประกาศตัวเองว่าเป็นเมืองหลวงของซิลิคอนแวลลีย์

พื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay Area) เป็นเขตที่มีการกระจุกตัวของบริษัทไฮเทค (high-tech companies) อยู่มากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจากตำแหน่งงานไฮเฮค 387,000 ตำแหน่งงานนั้น ตำแหน่งงาน 225,300 ตำแหน่งอยู่ในเขตซิลิคอนแวลลีย์ ซิลิคอนแวลลีย์เป็นสถานที่ที่มีอัตราคนทำงานไฮเทคสูงที่สุดในทุก ๆ มหานครบนโลก คิดเป็นอัตราคนทำงาน 285.9 คน จากพนักงานเอกชน 1,000 คน ซิลิคอนแวลลีย์มีอัตราเงินเดือน (ต่อปี) สำหรับตำแหน่งงานไฮเทคที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั้งหมดในสหรัฐฯ คิดเป็น 144,800 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อปี[1] การที่เงินเดือนภายในซิลิคอนแวลลีย์สูงเป็นผลมาจากบิรษัทภาคเทคโนโลยีชั้นสูง โดยเขตเมืองซานโฮเซ่ (San Jose), เมืองซันนีเวล (Sunnyvale) และเมืองซานตา คลาร่า (Santa Clara) มีจำนวนเศรษฐีมากที่สุดและมีจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาต่อหัว[2]

ภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางการผลิตไฮเทคที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา[3][4] อัตราการว่างงานของภูมิภาคนี้อยู่ที่ 9.4% ในเดือนมกราคม ค.ศ.2009 และลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.7% ณ เดือนสิงหาคม ค.ศ.2019[5] ซิลิคอนแวลลีย์ได้รับ 41% ของการลงทุนร่วมทุน (venture) ทั้งหมดของสหรัฐฯในปี ค.ศ.2011 และ 46% ในปี ค.ศ.2012[6] นอกจากนี้อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมได้ตระหนักถึงศักยภาพของการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้เปิดสำนักงานในซิลลิคอนแวลลีย์เพื่อใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบการ (entrepreneurial ecosystem) ของภูมิภาค[7]

การผลิตทรานซิสเตอร์ (transistors) เป็นอุตสาหกรรมหัวใจหลักของซิลลิคอนแวลลีย์ พนักงานฝ่ายผลิต[8]ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้อพยพชาวเอเชียและชาวลาตินที่ได้รับค่าจ้างต่ำและทำงานในสภาพที่เป็นอันตรายเนื่องจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิตวงจรรวม[9] ซึ่งตรงกันข้ามกับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค, วิศวกรรม, การออกแบบ และ การบริหารส่วนใหญ่ที่ได้รับการค่าจ้างสูง[10]

ที่อยู่อาศัย[แก้]

ซิลิคอนวัลเลย์มีปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรงซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของตลาดระหว่างงานที่สร้างขึ้นและหน่วยที่อยู่อาศัยที่สร้างขึ้น: ตั้งแต่ปี ค.ศ.2010 ถึงปี ค.ศ.2015 มีการสร้างงานจำนวนมากขึ้นกว่าหน่วยที่อยู่อาศัยที่สร้างขึ้น (งาน 400,000 ตำแหน่งงาน บ้าน 60,000 ยูนิต)[11] ปัญหาการขาดแคลนนี้ทำให้ราคาบ้านสูงมากและห่างไกลจากกลุ่มคนงานการผลิต[12] ในปี ค.ศ.2016 อพาร์ทเมนต์แบบสองห้องนอนให้เช่ามีราคาประมาณ 2,500 ดอลลาร์ ในขณะที่ราคาบ้านเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์[11] Financial Post เรียกซิลลิคอนแวลลีย์ว่าเป็นภูมิภาคที่อยู่อาศัยที่แพงที่สุดในสหรัฐฯ[13] ปัญหาคนไร้บ้านเป็นปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยที่อยู่ไกลเกินเอื้อมของผู้มีรายได้ปานกลาง มีพื้นที่พักพิงเพียงเล็กน้อยนอกเหนือจากในเมืองซานโฮเซซึ่งในปี ค.ศ.2015 มีความพยายามพัฒนาที่พักพิงเพิ่มเติมโดยการปรับปรุงโรงแรมเก่า[14]

นอกจากนี้ The Economist ยังระบุว่าค่าครองชีพที่สูงต่อความสำเร็จของอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้ แม้ว่าความแตกแยกระหว่างเงินเดือนสูงและต่ำนี้กำลังผลักดันให้ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากออกไปซึ่งไม่สามารถมีชีวิตอยู่ที่นั่นได้อีกต่อไป โดยในบริเวณอ่าว มีจำนวนผู้อยู่อาศัยที่วางแผนจะออกเดินทางในอีกหลายปีข้างหน้าเพิ่มขึ้น 35% ตั้งแต่ปี ค.ศ.2016 จาก 34% เป็น 46%[15]

บริษัทที่สำคัญ[แก้]

ดูเพิ่มเติม (ภาษาอังกฤษ): Category:Companies based in Silicon Valley

บริษัทชั้นนำ (high technology companies) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ โดยด้านล่างคือรายชื่อของบริษัท Fortune 1000:

บริษัทที่มีชื่อเสียงเพิ่มเติม ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ (บางส่วนล้มละลาย หรือ แตกย่อยออกไป) ได้แก่:

หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา[แก้]

การศึกษาระดับอุดมศึกษา[แก้]

มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ห่างจากเมืองซานโฮเซ่ไป 30 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่ดีที่สุดบนโลก
มหาวิทยาลัยซานโฮเซ่สเต็ต (San José State University) เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในชายฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา และ เป็นสถาบันที่ผลิตบ้ณฑิตที่เป็นแรงงานในภูมิภาคซิลิคอนแวลลีย์มากที่สุด[16]
มหาวิทยาลัยซานตาคลาร่า (Santa Clara University) เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเขตตะวันตกของประเทศสหรัฐอเมริกา สำรวจโดย U.S. News & World Report.
  • California College of the Arts
  • Carnegie Mellon Silicon Valley|Carnegie Mellon University (Silicon Valley campus)
  • Cañada College
  • Chabot College
  • Cogswell Polytechnical College
  • College of San Mateo
  • De Anza College
  • DeVry University
  • Draper University
  • Evergreen Valley College
  • Foothill College
  • Gavilan College
  • Golden Gate University (Silicon Valley Campus)
  • Hult International Business School
  • International Culinary Center
  • International Technological University
  • John F. Kennedy University (Campbell Campus)
  • Lincoln Law School of San Jose
  • Menlo College
  • Mills College
  • Minerva Schools at KGI
  • Mission College (Santa Clara, California)|Mission College
  • National University (California)|National University San Jose Campus
  • Northwestern Polytechnic University (Fremont)
  • Notre Dame de Namur University
  • Ohlone College
  • Palmer College of Chiropractic, West Campus
  • Peralta Colleges
  • Saint Mary's College of California
  • San Jose City College
  • San José State University
  • Santa Clara University
  • Silicon Valley University
  • Singularity University
  • Skyline College
  • Stanford University
  • University of California, Berkeley
  • University of California, Santa Cruz, Silicon Valley Campus
  • University of San Francisco South Bay Campus
  • West Valley College

ประชากรศาสตร์[แก้]

แอตเทอร์ตัน (Atherton, California) เป็นที่ที่แพงที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
ลอส อัลโตส (Los Altos, California) เป็นที่ที่แพงที่สุดอันดับที่ 3 สำหรับการอยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา[23]
ปาโลอัลโต (Palo Alto) เป็นเมืองที่ประชากรมีการศึกษามากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ในประเทศสหรัฐอเมริกา is the 5th most educated city[21] and the 5th most expensive zip code in the United States.[22]
มอร์แกนฮิลล์ (Morgan Hill, California) เป็นที่ที่แพงที่สุดอันดับที่ 17 สำหรับการอยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา[17]
ลอส กาโตส (Los Gatos, California) เป็นเมืองที่ร่ำรวยอันดับที่ 33 ในประเทศสหรัฐอเมริกา is the 33rd wealthiest city in the United States.[18]
ซาราโตกา (Saratoga, California) เป็นเมืองที่ประชากรมีการศึกษามากที่สุดเป็นอันดับที่ 16 ในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับที่ 8 ในสหรัฐ[19][20]

จำนวนประชากรของซิลิคอนแวลลีย์ อยู่ระหว่าง 3.5 ถึง 4 ล้านคน การศึกษาในปี ค.ศ.1999 โดย แอนนาลี แซ็กเซเนียน (AnnaLee Saxenian) เพื่อสถาบันนโยบายสาธารณะแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ( Public Policy Institute of California) รายงานว่านักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของซิลิคอนแวลลีย์หนึ่งในสามเป็นผู้อพยพ และเกือบหนึ่งในสี่ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูงของซิลิคอนแวลลีย์ (ตั้งแต่ปี ค.ศ.1980) ประกอบการโดยซีอีโอเชื้อสายจีน (17 เปอร์เซ็นต์) และ เชื้อสายอินเดีย (7 เปอร์เซ็นต์)[24] ในซิลิคอนแวลลีย์มีพนักงานและผู้จัดการด้านเทคนิคที่ได้รับค่าตอบแทนสูง มีจำนวน "เศรษฐีหลักเดียว (คนที่มีเงินมากกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่ไม่ถึงสิบล้าน)" มากกว่าหนึ่งหมื่นคน รายได้และสินทรัพย์ที่หลากหลายนี้สนับสนุนวิถีชีวิตแบบชนชั้นกลางที่มีอยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ให้เกิดขึ้นได้[25]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Cybercities 2008: An Overview of the High-Technology Industry in the Nation's Top 60 Cities". aeanet.org. สืบค้นเมื่อ April 19, 2015.
  2. "America's Greediest Cities". Forbes. December 3, 2007. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ July 29, 2017.
  3. Albanesius, Chloe (June 24, 2008). "AeA Study Reveals Where the Tech Jobs Are". PC Magazine. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ January 12, 2018.
  4. Pimentel, Benjamin. "Silicon Valley and N.Y. still top tech rankings". MarketWatch. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 10, 2008. สืบค้นเมื่อ April 19, 2015.
  5. "SAN JOSE-SUNNYVALE-SANTA CLARA METROPOLITAN STATISTICAL AREA" (PDF). เก็บ (PDF) จากแหล่งเดิมเมื่อ September 24, 2019.
  6. "Venture Capital Survey Silicon Valley Fourth Quarter 2011". Fenwick.com. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ May 14, 2013. สืบค้นเมื่อ July 8, 2013.
  7. "Porsche lands in Silicon Valley to develop sportscars of the future". IBI. May 8, 2017. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ May 13, 2017. สืบค้นเมื่อ May 8, 2017. Carmakers who have recently expanded to Silicon Valley include Volkswagen, Hyundai, General Motors, Ford, Honda, Toyota, BMW, Nissan and Mercedes-Benz.
  8. "Production Occupations (Major Group)". bls.gov. Bureau of Labor Statistics. May 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ March 20, 2015. สืบค้นเมื่อ April 25, 2015.
  9. Matthews, Glenda (November 20, 2002). Silicon Valley, Women, and the California Dream: Gender, Class, and Opportunity in the Twentieth Century (1 ed.). Stanford, California: Stanford University Press. pp. 154–56. ISBN 978-0-8047-4796-7. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ October 27, 2019. สืบค้นเมื่อ January 16, 2015.
  10. "Occupational Employment Statistics Semiconductor and Other Electronic Component Manufacturing". bls.gov. Bureau of Labor Statistics. May 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ May 5, 2015. สืบค้นเมื่อ April 25, 2015.
  11. 11.0 11.1 Brown, Eliot (June 7, 2016). "Neighbors Clash in Silicon Valley Job growth far outstrips housing, creating an imbalance; San Jose chafes at Santa Clara". The Wall Street Journal. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ June 7, 2016. สืบค้นเมื่อ June 7, 2016.
  12. Matthews, Glenda (November 20, 2002). Silicon Valley, Women, and the California Dream: Gender, Class, and Opportunity in the Twentieth Century (1 ed.). Stanford, California: Stanford University Press. pp. 233. ISBN 978-0-8047-4796-7. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ October 27, 2019. สืบค้นเมื่อ January 16, 2015.
  13. "Zero down on a $2 million house is no problem in Silicon Valley's 'weird and scary' real estate market | Financial Post". July 29, 2016. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ May 25, 2017. สืบค้นเมื่อ October 14, 2017.
  14. Potts, Monica (December 13, 2015). "Dispossessed in the Land of Dreams: Those left behind by Silicon Valley's technology boom struggle to stay in the place they call home". The New Republic. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 14, 2015. สืบค้นเมื่อ December 14, 2015. A 2013 census showed Santa Clara County having more than 7,000 homeless people, the fifth-highest homeless population per capita in the country and among the highest populations sleeping outside or in unsuitable shelters like vehicles.
  15. "Silicon Valley is changing, and its lead over other tech hubs narrowing". The Economist (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ September 5, 2018.
  16. "San Jose State Alums Beat Out Elite School Grads For Tech Jobs". August 25, 2015. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ August 10, 2019. สืบค้นเมื่อ August 10, 2019.
  17. Zeveloff, Julie. "The 20 Most Expensive Housing Markets In America". Business Insider. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ August 10, 2019. สืบค้นเมื่อ August 10, 2019.
  18. "America's Richest Zip Codes 2011". Bloomberg.com. December 7, 2011. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ February 12, 2015. สืบค้นเมื่อ June 21, 2012.
  19. "Saratoga among most educated small towns". January 15, 2009. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ April 9, 2018. สืบค้นเมื่อ April 8, 2018.
  20. "The top 10 wealthiest cities in America". madison.com. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ August 10, 2019. สืบค้นเมื่อ August 10, 2019.
  21. "Kron4 – Palo Alto Ranks No. 5 as Most Educated in the U.S." เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ August 19, 2018. สืบค้นเมื่อ April 8, 2018.
  22. "Palo Alto, Atherton crack top 10 priciest ZIP codes in U.S." March 29, 2016. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ April 9, 2018. สืบค้นเมื่อ April 8, 2018.
  23. Sharf, Samantha. "Full List: America's Most Expensive ZIP Codes 2017". Forbes (ภาษาอังกฤษ). เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ December 5, 2017. สืบค้นเมื่อ December 5, 2017.
  24. Saxenian, AnnaLee (1999). "Silicon Valley's New Immigrant Entrepreneurs" (PDF). Public Policy Institute of California. เก็บ (PDF) จากแหล่งเดิมเมื่อ January 31, 2016. Cite journal requires |journal= (help)
  25. Riflin, Gary (August 5, 2007). "In Silicon Valley, Millionaires Who Don't Feel Rich". The New York Times. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ June 5, 2015. สืบค้นเมื่อ June 27, 2015. Silicon Valley is thick with those who might be called working-class millionaires

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 37°22′N 122°02′W / 37.37°N 122.04°W / 37.37; -122.04