ข้ามไปเนื้อหา

รายชื่อประเทศเรียงตามการผลิตกาแฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แหล่งผลิตกาแฟของโลก
r: แหล่งปลูก Coffea canephora
m: แหล่งปลูก Coffea canephora และ Coffea arabica.
a: แหล่งปลูก Coffea arabica

นี่คือ รายชื่อประเทศเรียงตามการผลิตกาแฟ

รายชื่อแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก

[แก้]
  • จาเมกา เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก บลู เมาเทน ซึ่งปลูกบนยอดเขาสูง ผลผลิตเกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และที่เหลืออีกเล็กน้อยถูกส่งไป สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, และเยอรมนี ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงคือ ไฮ เมาเทน ซูพรีม (Hign Mountain Supreme) และไพรม์ วอชด์ จาเมกัน (Prime Washed Jamaican)
  • บราซิล ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 1 ของโลก ยี่ห้อมีชื่อคือ บราซิเลี่ยน ซานโตส (Brazillian Santos)
  • โคลอมเบีย ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลก กาแฟที่มีชื่อคือ ซูเรโม่ (Suremo)
  • ฮาวาย กาแฟขึ้นชื่อคือ โคน่า (Kona)
  • ประเทศลาว แหล่งปลูกบนที่ราบสูงบ่อละเวน (Bolaven Plateau) เมืองปากซ่อง (Pakxong) แขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งปลูกที่ดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เนื่องจากมีคนเคยนำกาแฟที่ปลูกจากแหล่งนี้ ไปประกวดรสชาติกาแฟในระดับโลก ปรากฏว่ากาแฟที่ส่งเข้าประกวดติด 1 ใน 3 ของกาแฟที่มีรสชาติดีเยี่ยมของโลก โดยเป็นกาแฟสายพันธุ์ อะราบิกา (Arabica) ที่นิยมดื่มกันทั่วโลก
  • อินโดนีเซีย
    • ชวา วิธีการเฉพาะของที่นี่คือ การบ่มในโกดังพิเศษเพื่อให้เมล็ดกาแฟเปลี่ยนสี และมีรสชาติที่ดี
    • สุมาตรา ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า กาแฟแมนเฮลิงและอันโกลาของชวา มีรสชาติดีกว่าบลู เมาเทนและโคน่าเสียอีก
  • อินเดีย มีกาแฟรสชาติเฉพาะตัว ชื่อ มอนซูนด์ มาลาบาร์ (Monsooned Malabar)
  • เอธิโอเปีย ประชากร 1 ใน 4 ของประเทศมีรายได้จากอุตสาหกรรมกาแฟ กาแฟที่นี่มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากมีกาแฟป่าปะปนอยู่ แต่นี่ก็เป็นสาเหตุให้รสชาติมีความไม่แน่นอนสูงด้วยเช่นกัน กาแฟที่มีชื่อเสียงคือ ฮาร์ราร์ลองเบร์รี (Harrar Longberry), ซิดาโม่ (Sidamo) และคาฟฟา (Kaffa)
  • เคนยา พิถีพิถันเรื่องคุณภาพมาก กาแฟที่มีคุณภาพที่สุดคือ "เคนยา AA"
  • เวียดนาม ส่งออกกาแฟได้เป็นอันดับ 3 ของโลก

การปลูกกาแฟในประเทศไทย

[แก้]

สำหรับประเทศไทยปลูกกาแฟโรบัสตาร้อยละ 98 โดยมากปลูกทางภาคใต้ เช่น ระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร อีกประมาณร้อยละ 2 เป็นกาแฟอะแรบิกาซึ่งปลูกมากตามดอยต่าง ๆ ทางภาคเหนือ กาแฟที่มีชื่อเสียงของไทยได้แก่ กาแฟดอยช้าง ซึ่งปลูกบนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นกาแฟได้จากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล และรสชาติดีเทียบเคียงกับกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก ส่วนแหล่งปลูกอื่นๆ ในภาคเหนือได้แก่ บ้านแม่กำปอง อำเภอแม่ออน, บ้านแม่ตอนหลวง อำเภอดอยสะเก็ด, บ้านแม่หลอด อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่[1][2][3] และ สวนยาหลวง บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา, บ้านมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง, บ้านห้วยโทน อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน[4][5][6] เป็นต้น

ผู้ส่งออกหลักเรียงตามประเทศ

[แก้]
แผนที่ประเทศผู้ผลิตกาแฟ 2019

ในปี 2023 FAO ได้บันทึกว่ามีประเทศและดินแดนทั้งหมด 81 แห่งที่ผลิตกาแฟ โดย 53 แห่งผลิตได้มากกว่า 1,000 ตัน และ 36 แห่ง (ตามรายการด้านล่าง) ผลิตได้มากกว่า 10,000 ตัน ประเทศที่มีปริมาณการผลิตน้อยที่สุดที่ทราบคือหมู่เกาะคุก ซึ่งผลิตกาแฟได้เพียง 370 กิโลกรัม[7]

ประเทศหลักๆ ที่ผลิตกาแฟดิบ – 2023
ประเทศ จำนวนการผลิต
(ตัน)
 บราซิล3,405,267
 เวียดนาม1,956,782
 อินโดนีเซีย760,192
 โคลอมเบีย680,858
 เอธิโอเปีย559,400
 ฮอนดูรัส384,361
 ยูกันดา384,000
 เปรู369,551
 อินเดีย332,848
 สาธารณรัฐแอฟริกากลาง316,108
 กัวเตมาลา225,327
 กินี200,000
 เม็กซิโก194,916
 ลาว177,662
 นิการากัว143,337
 จีนβ108,000
 โกตดิวัวร์91,327
 คอสตาริกา78,822
 แทนซาเนีย62,917
 เวเนซุเอลา56,381
 มาดากัสการ์49,344
 เคนยา48,700
 ปาปัวนิวกินี45,371
 เยเมน30,291
 ฟิลิปปินส์30,023
 รวันดา27,104
 กัมพูชา24,266
 โบลิเวีย23,579
 สาธารณรัฐโดมินิกัน23,446
 โตโก22,895
 แองโกลา20,071
 ไทย16,575
 ปานามา12,760
 มาลาวี11,000
ประเทศหรือดินแดนอื่น ๆ96,180
โลก11,064,205
แหล่งข้อมูล: FAOSTAT ของ สหประชาชาติ[7]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. หอมกลิ่นกาแฟที่บ้านแม่กำปอง
  2. "ทุกทิศทั่วไทย : แหล่งปลูกกาแฟพันธุ์อราบิก้า จ.เชียงใหม่". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2014-01-09.
  3. "สถานีวิจัยและส่งเสริมกาแฟอราบิก้าแม่หลอด". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-04-16. สืบค้นเมื่อ 2014-01-09.
  4. "กาแฟสวนยาหลวง" ...กาแฟดีที่ท่าวังผา
  5. ท่องเที่ยวไทย หยัดยืนบนแผ่นดินผืนนี้ บ้านมณีพฤกษ์
  6. กาแฟ (ห้วยโทน) สวมหมวกบนยอดดอย
  7. 1 2 "Coffee, green production in 2023, Crops/Regions/World list/Production Quantity/Year (pick lists)". UN Food and Agriculture Organization, Corporate Statistical Database (FAOSTAT). 2024. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)