พริกไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับพืชและเครื่องเทศ สำหรับวงดนตรีที่ใช้ชื่อนี้ ดูที่ พริกไทย (วงดนตรี)
พริกไทย
Pepper plant with immature peppercorns
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
ไม่ถูกจัดอันดับ: fruits
ไม่ถูกจัดอันดับ: Magnoliids
อันดับ: Piperales
วงศ์: Piperaceae
สกุล: Piper
สปีชีส์: P. nigrum
ชื่อทวินาม
Piper nigrum
L.[1]

พริกไทย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Piper nigrum) ชื่อสามัญ black pepper, white pepper, green pepper, peppercorn, Madagascar pepper (English); pippali (Sanskrit); kali mirch (Hindi, Urdu); milagu (Tamil) เป็นพืชที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นราชาของเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน และเป็นเครื่องเทศที่ให้รสเผ็ดร้อน สามารถนำมาทำพริกไทยแห้งเป็นเครื่องปรุงอาหาร ซึ่งถ้าทำแห้งทั้งเปลือกจะได้พริกไทยดำเนื่องจากเปลือกเมื่อทำให้แห้งจะมีสีดำ ส่วนพริกไทยขาวได้จากการลอกเปลือกออกก่อน พบทั้งการใช้ประกอบอาหารทั้งผลแห้งและผลสดที่มีสีเขียว หรือผลแห้งป่นเป็นผงเรียกพริกไทยป่น

ลักษณะทางภูมิศาสตร์และการกระจายพันธุ์[แก้]

พริกไทยเป็นพืชประจำถิ่นในแถบตอนใต้ของเทือกเขากาตของรัฐเกรละในประเทศอินเดีย นอกจากนั้นยังเป็นพืชเศรษฐกิจในเขตร้อน เช่น ในประเทศเวียตนาม อินโดนีเซีย บราซิล และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตหลัก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

พริกไทยเป็นเป็นไม้เลื้อย เจริญในแนวดิ่ง สูงได้ประมาณ 10 เมตรหรือมากกว่า มีลำต้นหลักและแตกแขนงออกเป็นพุ่ม มีการสร้างรากพิเศษสั้นๆบริเวณข้อเพื่อยึดเกาะสิ่งรอบข้าง ช่วยในการพยุงลำต้น ใบเดี่ยว รูปรี เรียงสลับ โคนใบและปลายใบแหลม หลังใบสีเขียวเข้ม มันวาว ท้องใบสีเขียวอ่อน ชื่อดอกแบบช่อเชิงลด ดอกย่อยสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน 50-150 ดอกต่อช่อ ผลทรงกลมแบบเมล็ดเดียวแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 มม. ผลอ่อนมีสีเขียวเมื่อสุกมีสีแดง ติดผลประมาณ 50-60 เมล็ดต่อช่อผล

การใช้ประโยชน์[แก้]

พริกไทยดำและพริกไทยขาว

ด้านอาหาร ผลและเมล็ดพริกไทยมีรสเผ็ดร้อน ใช้ปรุงรสได้ทั้งอ่อนและแก่ แกงที่ใช้พริกไทยเป็นองค์ประกอบมีหลายชนิด เช่น แกงเผ็ด ฉู่ฉี่ แกงกะหรี่ แกงเลียง ทอดมัน ผัด โจ๊ก ข้าวผัด เป็นต้น[2]

ด้านสรรพคุณทางยาพื้นบ้าน มีการใช้พริกไทยในผาอายุรเวทในแถบเอเชียใต้ ส่วนมากใช้รักาาและบรรเทาอาการเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ขับพยาธิ แก้ลมจุกเสียดแน่น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุแก้อาการอาหารไม่ย่อย ระงับอาการอาเจียน ผ่อนคลายอาการไม่สบายจากอาหารเป็นพิษจากอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ [3]

ด้านสรรพคุณทางยาแผนตะวันตก พริกไทยดำมีสารจำพวกอัลคาลอยด์ ชื่อว่า ไปเปอรีน (piperine) มีรายงานว่ามีผลกดประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง ลดไข้ ลดอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ และฆ่าแมลงได้ รวมทั้งยังมีการรรายงานว่าสารไปเปอรีนมีส่วนช่วยในการเพิ่มขึ้นของเม็ดสีในผิวหนัง

การขยายพันธุ์[แก้]

พริกไทยสามารถปลูกได้ในเขตร้อน หรือปลูกในเรือนกระจกในเขตอบอุ่น โดยปกติแล้วสามารถปลูกได้โดยการการเพาะเมล็ด หรือการปักชำโดยอาศัยลำต้นส่วนยอดหรือส่วนอื่นๆที่ไม่แก่จนเกินไป

อ้างอิง[แก้]

  1. "Piper nigrum information from NPGS/GRIN". www.ars-grin.gov. สืบค้นเมื่อ 2 March 2008. 
  2. อาหารจากสมุนไพร อร่อย สุขภาพดี. กทม. แม่บ้าน. มปป.หน้า 110 – 111
  3. http://www.thai-restaurant.de/thai/thai-kueche_krauter_t.htm

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]