ข้ามไปเนื้อหา

ความสัมพันธ์จีน–ไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ความสัมพันธ์จีน–ไทย
Map indicating locations of China and Thailand

จีน

ไทย
คณะผู้แทนทางการทูต
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง

ความสัมพันธ์จีน–ไทย ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2518 หลังจากเจรจากันมาหลายปี[1][2] ซึ่งเป็นเวลานานแล้ว ที่ประเทศไทยหรือในชื่อเดิมคือสยามได้เป็นประเทศที่แน่นแฟ้นต่อจีนอย่างมาก และโดยปกติแล้ว ชาวจีนก็แสดงความนับถือสยามอย่างสูงโดยรับรองสัมพันธไมตรีต่อกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่จอมพล แปลก พิบูลสงคราม พยายามลบล้างและขัดขวางชาวจีน ความรู้สึกชื่นชอบของคนไทยที่มีต่อจีนได้รับความสูญเสียอย่างหนัก

ขณะนี้ อาจมีการแย่งชิงอำนาจระหว่างสหรัฐและจีน เนื่องจากการปรากฏตัวของทั้งสองประเทศในไทยทวีความรุนแรงขึ้น[3] จีนยังคงเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลและความโดดเด่นในภูมิภาค[4][5][6][7][8]

ประวัติ

[แก้]

สมัยกลางและสมัยใหม่ตอนต้น

[แก้]

ความสัมพันธ์จีน–ไทยย้อนหลังไปถึงช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 เมื่อการเดินทางสมบัติหมิงของเจิ้งเหอได้มาจอดที่อยุธยา ประเทศไทย แม้ว่าจีนจะสนับสนุนรัฐมะละกาซึ่งเป็นคู่แข่งของไทย แต่ก็ยังถือว่าไทยเป็นหนึ่งในระบบบรรณาการของจีนที่ซื่อสัตย์มากกว่า เมื่อญี่ปุ่นบุกครองเกาหลี ไทยได้เสนอให้จีนบุกญี่ปุ่น ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศต่อเนื่องมาถึงสมัยราชวงศ์ชิง โดยในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1760 การรุกรานพม่าของราชวงศ์ชิงได้ช่วยบรรเทาแรงกดดันจากพม่าที่มีต่อประเทศไทย ส่วนการนำเข้าข้าวไทยได้ช่วยหล่อเลี้ยงประชากรจีนสมัยชิง ในขณะที่ชาวไทยเชื้อสายจีนมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเมืองของไทยสมัยใหม่ตอนต้น

สมัยใหม่

[แก้]
ประเทศที่ลงนามในเอกสารความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับโครงการข้อริเริ่มเข็มขัดและเส้นทาง
วิดีโอหลายคลิปจากแหล่งข้อมูลภายนอก
video icon 8สิ่งต้องรู้ก่อนนั่งเรือไปเมืองจีน, วิดีโอยูทูบ

ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศรุนแรงขึ้นจากสงครามเย็น แต่จอมพลแปลกได้ส่งลูก ๆ ของสังข์ พัธโนทัย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของเขาไปอาศัยอยู่ในประเทศจีนด้วยท่าทีปรารถนาดี แต่ยังเป็นการลับหลังอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งหนังสือมุกมังกรที่เขียนโดยสิรินทร์ ลูกสาวของสังข์ พัธโนทัย ได้เล่าถึงประสบการณ์ของเธอที่เติบโตขึ้นในช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรมในประเทศจีน

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้เสด็จเยือนไทเป สาธารณรัฐจีน (ROC) ส่วนใน พ.ศ. 2512 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เจียง จิ่งกั๊วะ ได้เยือนกรุงเทพมหานครในฐานะทูตพิเศษของรัฐบาลสาธารณรัฐจีนเพื่อเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ไทย ทั้งนี้ ราชอาณาจักรไทยได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการทูตจากสาธารณรัฐจีนเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2518[9]

ก่อน พ.ศ. 2518 ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับราชอาณาจักรไทยเป็นหนึ่งในความหวาดระแวงซึ่งกัน เนื่องจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสนับสนุนกลุ่มที่เอียงซ้ายในแวดวงการเมืองไทย และราชอาณาจักรไทยได้ระมัดระวังการมีส่วนร่วมของจีนกับความขัดแย้งของประเทศกัมพูชา[1]

ความสัมพันธ์สาธารณรัฐประชาชนจีน–ราชอาณาจักรไทย พัฒนาไปในทางบวกใน พ.ศ. 2521 เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนยังคงให้การสนับสนุนไทยในช่วงที่กัมพูชามีความขัดแย้งภายใน โดยกองกำลังมาร์กซิสต์จากประเทศเวียดนามได้ขับไล่เขมรแดงผู้นับถือลัทธิเหมาออกจากอำนาจ และคุกคามความมั่นคงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้[10]

นับตั้งแต่ไทยเชื้อสายจีนเข้าครอบงำเศรษฐกิจไทยตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1950 ธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายไผ่[11] ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี กรุ๊ป) กลุ่มบริษัทไทยที่มีชื่อเสียงซึ่งก่อตั้งโดยตระกูลเจียรวนนท์เชื้อสายไทย–จีน เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดรายเดียวในประเทศจีน[12]

ส่วนใน พ.ศ. 2537 ผู้นำไต้หวัน หลี่ เติงฮุย ได้มาเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนตัว และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระมหากษัตริย์ไทยเพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ[9]

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์ และรางวัลมิตรภาพภาษาและวัฒนธรรมจีน จากงานส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ พระองค์ตรัสภาษาจีนกลางได้อย่างคล่องแคล่ว และได้แปลนวนิยายจีนหลายเล่มเป็นภาษาไทย[13]

ประเทศไทยมีนโยบายปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนตั้งแต่รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เมื่อความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศตะวันตกแย่ลง[14] ในสภาผู้แทนราษฎรไทยมีความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นในประเทศ และบางส่วนเรียกประเทศไทยว่าเป็นมณฑลของประเทศจีน โดยจีนได้ครอบครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ทำให้จีนสามารถสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงได้ รวมถึงบริษัทเอกชนจีนลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูงของไทย[15]

ตลอดปี พ.ศ. 2567 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทำการบินไปประเทศจีนมากถึง 42 ท่าอากาศยานในประเทศจีน[16] เมื่อรวมท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ด้วยแล้ว สามท่าอากาศยานหลักในประเทศไทยทำการบินไปประเทศจีนมากถึง 50 ท่าอากาศยาน ทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองทำการบินจุดหมายเดียวกันในประเทศจีนมากถึง 20 ท่าอากาศยาน โดยท่าอากาศยานดอนเมืองทำการบินเมืองซานย่า[17], ยังจิ๋ว [18]นครอี๋ชาง[19]ต้าเหลียน[20]เทียนจิน[21] เขาหวง[22]และฮาร์บิน[23] ประเทศจีนเพิ่มอีกเจ็ดเมือง ในขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ทำการบินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกาดทรายสิบสองปันนา[24] เพียงท่าอากาศยานเดียว หากรวม ฮ่องกง และ มาเก๊า ซึ่งเป็นเขตบริหารพิเศษ การท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนในปี พ.ศ. 2567 มีเที่ยวบินไปกลับมากถึง 52 ท่าอากาศยาน

ปีเดียวกัน การเดินทางทางเรือ ท่าเรือเชียงแสนมีเส้นทางไปกลับท่าเรือกวนเหล่ย อำเภอเมืองล้า[25] อีกด้วย และเส้นทางไปกลับท่าเรือเขตอู๋จง[26]

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 13–17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน นับเป็นครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยพร้อมด้วยพระอัครมเหสี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ[27]

ความสัมพันธ์ทวิภาคี

[แก้]
สถานกงสุลไทย ณ คุนหมิง

ความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีเติบโตขึ้นทุกปี[28] การค้าทวิภาคีจีน-ไทยใน พ.ศ. 2542 มีมูลค่า 4.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[28] ซึ่งมีมูลค่าถึง 25.3 พันล้านดอลลาร์ใน พ.ศ. 2549, 31.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน พ.ศ. 2550 และ 36.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน พ.ศ. 2551[29] การเปลี่ยนแปลงของจีนในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ไปสู่อำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้นำไปสู่การเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศในเครือข่ายไผ่ ซึ่งเครือข่ายธุรกิจจีนโพ้นทะเลที่ดำเนินงานในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสัมพันธ์ในครอบครัวและวัฒนธรรมร่วมกัน[30][11]

การส่งออกของจีนไปยังประเทศไทย ได้แก่ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์, มอเตอร์ไฟฟ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องจักร, ผลิตภัณฑ์โลหะ, เคมีภัณฑ์ และเสื้อผ้า[29]

ส่วนการส่งออกของไทยไปยังประเทศจีน ได้แก่ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์, ยาง, น้ำมันสำเร็จรูป, เม็ดพลาสติก, เคมีอิเล็กทรอนิกส์, น้ำมันดิบ, ผลิตภัณฑ์ไม้ และอาหาร[29]

จีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไทย นอกจากนี้ จีนยังเป็นผู้นำเข้าสินค้าเข้าประเทศรายใหญ่ที่สุดของไทยใน พ.ศ. 2553[31]

ความสัมพันธ์ทางการทหาร

[แก้]

นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งซื้อรถถังหลักวีที-4 ของจีน 49 คัน และเรือดำน้ำ 3 ลำ ซึ่งมีราคากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[32][33]

จีนและไทยกำลังวางแผนที่จะเปิดโรงงานผลิตอาวุธร่วมในเทศบาลนครขอนแก่น[32] ซึ่งจะรับผิดชอบการประกอบ, การผลิต และการบำรุงรักษาระบบอาวุธภาคพื้นดินสำหรับกองทัพบกไทย รายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงอาจมีการหารือเพิ่มเติมระหว่างกระทรวงและนอริงโก ซึ่งสร้างรถถังและอาวุธในเครื่องจักรกลหนักอื่น ๆ

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560 กองทัพเรือไทยได้ลงนามในสัญญากับบริษัทอุตสาหกรรมการต่อเรือแห่งประเทศจีนสำหรับเรือดำน้ำพลังดีเซล-ไฟฟ้า เอส26ที ซึ่งมีกำเนิดมาจากเรือดำน้ำแบบ 039A[33] โดยคาดว่าจะส่งมอบเรือดำน้ำใน พ.ศ. 2566[33] โจว เฉินหมิง ซึ่งเป็นผู้บรรยายข่าวกองทัพจีน กล่าวว่าจีนน่าจะให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่ประเทศไทยเช่นกัน[33]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ่านเพิ่ม

[แก้]
  • ASEAN SEC (October 2001). "Forging Closer ASEAN-China Economic Relations In The Twenty-First Century" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-04-15. สืบค้นเมื่อ 2020-04-21.
  • Cardenal, Juan Pablo; Araújo, Heriberto (2011). La silenciosa conquista china (ภาษาสเปน). Barcelona: Crítica. pp. 230–232. ISBN 9788498922578.

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Editorial (June 30, 2009). "Sino-Thai relations have come a long way". The Nation. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 22, 2016. สืบค้นเมื่อ January 10, 2011.
  2. "A Hiatus in the Sino-Thai "Special Relationship"". China Brief Volume: 6 Issue: 19. May 9, 2007.
  3. "Thailand's foreign relations under the new government". สืบค้นเมื่อ 2014-07-29.
  4. "Is Chinese influence redefining South-east Asia?". The Straits Times (ภาษาอังกฤษ). 4 February 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-04-25. สืบค้นเมื่อ 2020-04-21.
  5. "Chinese subs, tanks, ships sold in South, Southeast Asia".
  6. "China starts work on US$411 million submarine for Thai navy". South China Morning Post (ภาษาอังกฤษ).
  7. Ramsey, Adam. "Thailand Is Finally Cozying Up to China. Why Now?". OZY (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-09-27. สืบค้นเมื่อ 2020-04-21.
  8. "The Curious Case of Thai-Chinese Relations: Best Friends Forever? - The Asia Foundation". The Asia Foundation. 30 March 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-04-25. สืบค้นเมื่อ 2020-04-21.
  9. 1 2 "Taiwan mourns death of Thai king - Politics - FOCUS TAIWAN - CNA ENGLISH NEWS".
  10. "China-Thai relations can always use a new spark". The Nation. 2010-07-01.
  11. 1 2 Murray L Weidenbaum (1 January 1996). The Bamboo Network: How Expatriate Chinese Entrepreneurs are Creating a New Economic Superpower in Asia. Martin Kessler Books, Free Press. pp. 4–8. ISBN 978-0-684-82289-1.
  12. Gomez, Edmund (2012). Chinese business in Malaysia. Routledge. p. 94. ISBN 978-0415517379.
  13. http://www.asiaone.com/News/Latest%2BNews/Plush/Story/A1Story20130401-412771.html
  14. Prashanth Parameswaran. (2014). Thailand Turns to China. The Diplomat. Accessed 3-1-2018.
  15. "MPs warned of an economic colony as opposition zeroed in on Thailand's impaired relationship with China". Thai Examiner. 28 February 2020. สืบค้นเมื่อ 6 November 2020.
  16. Flightmapper Airport BKK
  17. SL8812 Old Bangkok-Sanya
  18. SL918 Old Bangkok-Yangzhou
  19. QW6192 Old Bangkok-Yichang
  20. QW6192 Old Bangkok-Yichang-Dalian
  21. SL962 Old Bangkok-Tianjin
  22. SL8107
  23. Thai AirAsia X เปิดบินตรง ดอนเมือง- ฮาร์บิน เมืองน้ำแข็ง
  24. RLH5021
  25. การขนส่งทางแม่น้ำโขงตอนบน
  26. ปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรก!! กว่างซีปั้นเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่ จาก “ท่าเรือแม่น้ำ” ตรงถึง “ท่าเรือกรุงเทพ”
  27. matichon (2025-11-06). "ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 13-17 พ.ย. โอกาสฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ไทย-จีน". สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
  28. 1 2 "DEVELOPMENT GATEWAY_ Economic and Trade Relations between China and Thailand Kingdom". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-07. สืบค้นเมื่อ 2011-01-11.
  29. 1 2 3 Sompop Manarungsan. "Thailand-China Cooperation in Trade, Investment and Official Development Assistance" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2016-12-20. สืบค้นเมื่อ 2011-01-11.
  30. Quinlan, Joe (November 13, 2007). "Insight: China's capital targets Asia's bamboo network". Financial Times.
  31. "Archived copy" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2010-11-22. สืบค้นเมื่อ 2011-01-11.{{cite web}}: CS1 maint: archived copy as title (ลิงก์)
  32. 1 2 Campbell, Charlie; Solomon, Felix (June 21, 2018). "Thailand's Leader Promised to Restore Democracy. Instead He's Tightening His Grip". Time.
  33. 1 2 3 4 Liu, Zhen (September 5, 2018). "Chinese shipbuilder starts work on US$411 million submarine for Thai navy". South China Morning Post.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

หนังสือและบทความ

[แก้]

เว็บไซต์

[แก้]