หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี
Mittrarun.jpg
ปกหนังสือประวัติและผลงานของ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี
เกิด 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2458
เสียชีวิต 6 ธันวาคม พ.ศ. 2540
สัญชาติ ไทย
รู้จักในสถานะ ศิลปินแห่งชาติ สถาปนิก
บิดามารดา หม่อมเจ้าสมภพ เกษมศรี
หม่อมเยื้อน เกษมศรี ณ อยุธยา

หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี (26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2458 - 6 ธันวาคม พ.ศ. 2540) สถาปนิก ออกแบบสถาปัตยกรรมไทยมีความชำนาญในการออกแบบผูกลาย ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ประจำปีพ.ศ. 2530[1]

หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี เกิดที่บ้านสี่กั๊กพระยาศรี ริมถนนเจริญกรุง ตำบลพาหุรัด อำเภอพาหุรัด (ขณะนั้น) กรุงเทพมหานคร เป็นโอรสของ พันโทหม่อมเจ้าสมภพ เกษมศรี และหม่อมเยื้อน เกษมศรี ณ อยุธยา

หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2540 รวมอายุได้ 82 ปี

ประวัติการศึกษา[แก้]

ประวัติการทำงาน[แก้]

หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรีสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา ในปี พ.ศ. 2481 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังได้เข้ารับราชการที่กรมโยธาธิการ โดยได้รับมอบหมายให้ ออกแบบอาคารราชการหลายหลังได้ขึ้นไปปฏิบัติงานที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายจะย้ายเมืองหลวงไปที่นั่น ได้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างเมรุสำหรับเผาคนที่ตายเพราะพิษไข้ป่าเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นท่านก็ได้ทำงานส่วนตัวไปพร้อมๆ กัน โดยออกแบบบ้านซึ่งเป้นที่นิยมชมชื่นของเจ้าของบ้านเป็นอันมาก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 ทางกรมศิลปากรได้ ขอตัวหม่อมราชวงศ์มิตรารุณ จากกรมโยธาธิการ ให้ไปสังกัดอยู่กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ช่วงเวลานี้ท่านได้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างวิหารพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดชลบุรี พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ปราสาทจำลอง ซึ่งนำไปแสดง ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2501 นอกจากนั้นยังได้ออกแบบเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งใช้เป็นเมรุในการพระราชพิธีตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

ท่านยังได้รับเชิญให้ เป็นอาจารย์พิเศษสอนสถาปัตยกรรมไทยให้กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศิลปากร ในระหว่างนี้ท่านได้มีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาทออกแบบเขียนแบบ และควบคุมการก่อสร้างที่ประทับแบบพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ตำหนักที่ประทับและที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ต่อมา

ในปี พ.ศ. 2504 หม่อมราชวงศ์ มิตรารุณขอลาออกจากราชการเพื่อปฏิบัติงานส่วนตัว แต่เมื่อทรงทราบได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มาปฏิบัติราชการ ในพระราชวัง สังกัดสำนักพระราชวัง ในตำแหน่งหัวหน้ากองมหาดเล็ก และปฏิบัติราชการในฐานะสถาปนิกพิเศษประจำสำนักพระราชวัง ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยตั้งแต่ออกแบบ เขียนแบบ และควบคุมการก่อสร้างพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ทั้งยังพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกแบบพระตำหนักเพิ่มเติม ได้แก่ พระตำหนักสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รวมทั้งหอพระประจำราชนิเวศน์ด้วย นอกจากนั้นยังโปรดฯ ให้เป็นผู้ควบคุมตกแต่งสถานที่พระราชนิเวศน์แห่งนี้ทั้งหมด ส่วนที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ซ่อมแซมสระสรงที่ตำหนักที่ประทับต่อมาเมื่อมีพระราชประสงค์ สร้างพระตำหนักเพิ่มเติม เป็นที่ประทับของพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมทั้งหมดส่วนที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เมื่อมีพระราชประสงค์จะต่อเติมพระตำหนักส่วนใด ก็จะโปรดเกล้าให้หม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ เป็นผู้เขียนแบบและต่อเติมขึ้น พร้อมทั้งเขียนแบบการตกแต่งภายในทั้งหมดส่วนที่พระบรมมหาราชวัง หม่อมราชวงศ์มิตรารุณได้รับผิดชอบ ในการบูรณปฏิสังขรณ์ที่นั่งองค์ต่าง ๆในช่วงนี้

เมื่อหม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ พอจะมีเวลาว่างมากขึ้น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ได้ทูลขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้หม่อมราชวงศ์ มิตรารุณไปช่วยงานด้านพระศาสนาออกแบบอาคารต่าง ๆ ในวัดญาณสังวราราม จังหวัดชลบุรี งานที่สำคัญ ได้แก่ พระมหามณฑปพระพุทธบาท “ภปร” “สก” ศาลานาคเลนน้ำนานาชาติ

นอกจากงานออกแบบในวัดญาณสังวรารามแล้ว ยังได้ออกแบบพระอุโบสถ เจดีย์ ที่วัดตรีทศเทพฯ ศาลาที่ระลึกครบ 150 ปั ของวัดบวรนิเวศวิหารนอกเหนือจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมแล้วหม่อมราชวงศ์ มิตรารุณยังได้ออกแบบตรามหาวิทยาลัยมหิดล ตรามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตราสวนหลวง ร.9

และเมื่อหม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ มีอายุครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติราชการต่อไปอีกจนถึงอายุ 65 ปี หลังจากนั้น จึงขอรับใช้เบื้องพระยุคลบาทโดยมิขอรับเงินเดือน และไปปฏิบัติราชการทุกวันในช่วงนี้ได้ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างอาคารหลายๆ หลัง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ได้แก่ วัดญาณสังวราราม วัดตรีทศเทพฯ วัดบวรนิเวศน วิหาร วัดถ้ำผาปล้อง จังหวัดเชียงใหม จะเห็นได้ว่า หม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ เกษมศรี ได้ปฏิบัติงานออกแบบสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมสม่ำเสมอมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ตั้งแต่จบการศึกษามา ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถในการออกแบบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานสถาปัตยกรรมไทย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และยอมรับนับถือในงานวิชาการสถาปัตยกรรมจนทุกวันนี้

ในปี พ.ศ. 2530 หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี ยังได้ออกแบบเมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งใช้เป็นเมรุในพระราชพิธีต่อมาจนทุกวันนี้

  • 2482 :ช่างตรีแผนกสำรวจกองผังเมืองและช่างสุขาภิบาล กรมโยธาธิการ
  • 2484 :ช่างตรีแผนกออกแบบ กองสถาปัตยกรรม กรมโยธาธิการ
  • 2485 :ช่างตรีแผนกสถาปัตยกรรม กองแบบแผนและผังเมือง
  • 2492 :รักษาการตำแหน่งหัวหน้าแผนกแบบแผน กองแบบแผนและผังเมือง กรมโยธาธิการ
  • 2494 :ผู้ช่วยโทแผนกแบบแปลน กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร
  • 2494 :ช่างโทหัวหน้าแผนกแบบแผน กรมศิลปากร
  • 2495 :หัวหน้าแผนกตรวจงาน กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร
  • 2496 :นายช่างผู้ช่วยโท กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
  • 2498 :นายช่างโท กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
  • 2504 :นายช่างศิลปเอก กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
  • 2507 :หัวหน้ากองมหาดเล็ก สำนักพระราชวัง

ผลงานดีเด่นระหว่างปฏิบัติราชการกรมศิลปากร[แก้]

  • วิหารพระพุทธสิหิงค์จังหวัดชลบุรี
  • เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์วัดเทพศิรินทราวาส
  • ร่วมกับหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากรออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งตกแต่งภายในพระตำหนัก และจัดตกแต่งสวนรอบพระตำหนัก
  • เรือนรับรอง สำหรับผู้ติดตาม (State visit) ในพระบรมมหาราชวัง
  • ออกแบบศาลาไทย โดยนำเค้าโครงจากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ไปแสดงณ ประเทศเบลเยี่ยม กรุงบรัสเซลส์ในงาน World Exposition ปี พ.ศ. 2501
  • ตกแต่งภายในห้องไทย ที่เจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า

ผลงานส่วนตัว[แก้]

  • เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบบ้านพักอาศัยทั้งในแบบสากล และแบบบ้านไทย
  • ออกแบบตึกจงกลนี วัฒนวงศ์ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  • ออกแบบอาคารไทยลายทอง เป็นการนำอาคารแบบไทยมาปรับปรุงใช็เป็นอาคารพาณิชย์ อาคารไทยลายทอง โรงแรมมณเฑียร ถนนสุรวงศ์

รางวัลและเกียรติคุณ[แก้]

  • 2513 :ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 2514 :ปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • 2530 :รางวัล ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • 2537 :ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัญฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 2538 :ได้รับยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านสถาปัตยกรรม กรมกรรมการวันอนุรักษ์มรดกไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]