จุลศักราช
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จุลศักราช (เขียนย่อว่า จ.ศ.) เป็นศักราชที่เริ่มเมื่อ พ.ศ. 1181 (ค.ศ. 638) นับรอบปีตั้งแต่ 16 เมษายน ถึง 15 เมษายน (ผู้กำหนดให้ใช้จุลศักราช คือ สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา) เดิมเข้าใจกันว่าเป็นศักราชของพม่า ทว่าปีที่ตั้งนั้นอาณาจักรพุกามยังไม่เกิด ปัจจุบันสันนิษฐานว่าน่าจะตั้งในปีที่พระเจ้าอนิรุทธ ขึ้นครองราชย์ ซึ่งอาจหมายถึง พระยากาฬวรรณดิศ (ทวารวดี-ละโว้) แต่ก็มีผู้เชื่อว่า อาจจะเป็นนาม อโนรธา ของกษัตรย์มอญศรีเกษตร เมื่อพม่าอพยพจากทิเบตเข้าไปในดินแดนนี้ จึงรับศักราชนี้ไปใช้ เลยเกิดความเชื่อกันว่าเป็นศักราชของชาวพม่า จุลศักราชถูกนำมาใช้แพร่หลายทั้งในอาณาจักรล้านนา อาณาจักรสุโขทัย และอาณาจักรอยุธยา และตกทอดมาถึงปัจจุบัน การคำนวณปี พ.ศ. จาก จ.ศ. ปฏิทินไทยให้ใช้ปี จ.ศ. บวก 1181 ก็จะได้ปี พ.ศ.
ในเอกสารโบราณของไทยจำนวนไม่น้อย นิยมอ้างเวลา โดยใช้จุลศักราช โดยใช้ควบคู่กับปีนักษัตร หรือ ระบุเฉพาะเลขตัวท้ายของจุลศักราช และปีนักษัตร ทำให้สามารถระบุปี ได้ในช่วงกว้างถึงรอบละ 60 ปีเลยทีเดียว
[แก้] การเรียกศกตามเลขท้ายปี
ในระบบการเรียกศกตามเลขท้ายปีจุลศักราช นิยมเรียกด้วยศัพท์บาลี ดังนี้
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 1 เรียก "เอกศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 2 เรียก "โทศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 3 เรียก "ตรีศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 4 เรียก "จัตวาศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 5 เรียก "เบญจศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 6 เรียก "ฉศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 7 เรียก "สัปตศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 8 เรียก "อัฐศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 9 เรียก "นพศก"
- ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 0 เรียก "สัมฤทธิศก"
[แก้] อ้างอิง
- ตำนานพระแก้วมรกต ฉบับภาษาไทย ท้ายพระราชพงศาวดารเหนือ
- ชำนาญ สัจจะโชติ, ศรีวิชัย กับพระแก้วมรกต, บริษัท งานดี จำกัด (ในเครือมติชน) , กรุงเทพมหานคร , กันยายน 2548
- ยุทธพร นาคสุข, ศักราชและความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องมหาศักราชและจุลศักราชในพื้นเมืองเชียงใหม่ [1]
- วันวาร กาลเวลา แลนานาศักราช, กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ, พ.ศ. 2546, หน้า 67-69
| ปฏิทินไทย | |
| ศักราช | มหาศักราช — จุลศักราช — รัตนโกสินทรศก — พุทธศักราช |
| ปฏิทิน | ปฏิทินจันทรคติไทย — ปฏิทินสุริยคติไทย |

