ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์
Dtawanbooks 20070526170303.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง ศิริมงคล เอี่ยมท้วม
ฉายา เทพบุตรหน้าหยก
วันเกิด 2 มีนาคม พ.ศ. 2520 (37 ปี)
สถานที่เกิด อำเภอธัญบุรี
จังหวัดปทุมธานี
ประเทศไทย
ส่วนสูง 171 เซนติเมตร
รุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท
แบนตั้มเวท
ซูเปอร์เฟเธอร์เวท
ซูเปอร์ไลท์เวท
เวลเตอร์เวท
ผู้จัดการ สหสมภพ ศรีสมวงศ์
สุชาติ พิสิฐวุฒินันท์
นริส สิงหวังชา
สถิติ
ชก 78
ชนะ 76
ชนะน็อก 48
แพ้ 2 (แพ้น็อก 1)
เสมอ 0

ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์ อดีตแชมป์โลกคนที่ 23 ของไทย โดยเป็นแชมป์โลกถึง 2 รุ่น เป็นคนที่ 2 ของไทย

ประวัติ[แก้]

ประวัติเบื้องต้น[แก้]

ศิริมงคล มีชื่อจริงว่า ศิริมงคล เอี่ยมท้วม (ชื่อเล่น: โอ๋) เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2520 ที่ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เป็นลูกคนชายคนกลางในจำนวนลูก ๆ ทั้งหมด 3 คน ของนายมานพ เอี่ยมท้วม เจ้าของค่ายมวย "สิงห์มนัสศักดิ์" และนางบัวเรียม เอี่ยมท้วม ผู้เป็นแม่ เมื่อยังเด็ก ศิริมงคลชอบร้องรำลิเกมาก เพราะติดตามแม่ซึ่งชอบดูลิเก ศิริมงคลเดิมทีเป็นคนไม่ชอบมวยเลย ทางพ่อ นายมานพจับให้ศิริมงคลชกมวย โดยเริ่มจากมวยไทยก่อน ด้วยการหลอกล่อให้ชกในงานวัดแถวบ้าน ได้ค่าตัวครั้งแรก 100 บาท ซึ่งทางครอบครัวเองก็มีลูกชายคนโต คือ มานพชัย สิงห์มนัสศักดิ์ เป็นอดีตแชมป์มวยไทยเวทีช่อง 7 สี ด้วย

สำหรับมวยสากลสมัครเล่น ศิริมงคลเองก็เคยชกมาก่อน ในนามของโรงเรียนสมัยศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษา ได้แชมป์ในระดับนักเรียนมาจำนวนหนึ่ง[1]

แชมป์โลก WBU และ WBC[แก้]

ศิริมงคลเมื่อได้เปลี่ยนมาชกมวยสากลได้คว้าแชมป์ซูเปอร์ฟลายเวท และแบนตั้มเวท ของสหภาพมวยโลก (WBU) ในปี พ.ศ. 2538 ก่อนที่จะสละตำแหน่งไปเพื่อครองแชมป์โลกในสถาบันที่ใหญ่กว่า คือ สภามวยโลก (WBC) ซึ่งในเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2539 ศิริมงคลเอาชนะน็อกยก 3 เขาใหญ่ มหาสารคาม หรือชื่อเดิมว่า ถนอมศักดิ์ ศิษย์โบ๊เบ๊ นักมวยรุ่นพี่ซึ่งเคยมีโอกาสขึ้นแชมป์โลกถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง ไปได้อย่างสวยงาม ในการชกเพื่อคัดเลือกผู้ขึ้นชิงแชมป์เฉพาะกาลรุ่นแบนตั้มเวท WBC ซึ่งในการชกครั้งนี้ถือเป็นการชกมวยครั้งสุดท้ายของถนอมศักดิ์อีกด้วย

ต่อมาในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน ที่จังหวัดพิษณุโลก ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์ ก็เอาชนะน็อก โฮเซ่ หลุยส์ บัวโน่ นักมวยชาวเม็กซิกัน ซึ่งเคยเป็นแชมป์โลกในสถาบันเดียวกันนี้ของรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ในยกที่ 5 ไปได้อย่างงดงาม คว้าแชมป์เฉพาะกาลไปได้ ด้วยวัยเพียง 19 ปี และต่อมาในปี พ.ศ. 2540 สภามวยโลกก็ประกาศให้ศิริมงคลเป็นแชมป์โลกตัวจริง ศิริมงคล สามารถป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้ถึง 3 ครั้งด้วยกัน ในปลายปี ศิริมงคลได้เดินทางไปชกป้องกันตำแหน่งที่ประเทศญี่ปุ่น กับ โจอิชิโร ทัตสุโยชิ อดีตแชมป์โลกในรุ่นนี้ชาวญี่ปุ่น ศิริมงคลต้องลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก ถึงวันชกร่างกายซูบซีด แก้มตอบ ตาลึกโบ๋ แต่ก็ยังอดทนกัดฟันสู้กับทัตสุโยชิได้จนถึงยก 7 ก่อนที่จะแพ้น็อกไปอย่างบอบช้ำ

แพ้น็อก โจอิชิโร ทัตสุโยชิ เสียแชมป์โลกครั้งแรก

เลื่อนรุ่น[แก้]

จากนั้นจึงเลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่นที่ใหญ่กว่า และอุ่นเครื่องอีกหลายครั้ง ก่อนจะขึ้นชิงตำแหน่งแชมป์รุ่นซุปเปอร์เฟเธอร์เวทสถาบันเดิม เอาชนะ เคนโกะ นากาจิมา นักมวยชาวญี่ปุ่น ไปได้เมื่อปี พ.ศ. 2545 และป้องกันตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หนึ่งครั้ง ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะแพ้ เฮซุส ชาเวซ นักมวยชาวเม็กซิกัน ในการชกไฟต์บังคับ ในปี พ.ศ. 2546 ที่สหรัฐอเมริกา

ตกอับและปัจจุบัน[แก้]

เมื่อเสียแชมป์โลกสมัยที่ 2 แล้ว การชกมวยของศิริมงคลเป็นไปอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ เนื่องจากเป็นมวยรุ่นใหญ่ หาผู้สนับสนุนยาก ศิริมงคลเป็นข่าวโด่งดังอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 เมื่อปรากฏเป็นข่าวว่าตำรวจได้ทลายจับแหล่งค้าสื่อลามกแหล่งใหญ่ย่านตลาดนัดสวนจตุจักร พบอัลบั้มนู้ดของอดีตแชมป์โลก ศิริมงคล อยู่ด้วย ซึ่งเจ้าตัวได้สารภาพว่า ถ่ายไปเพราะค่าตัวดี ประกอบกับขณะนั้นคิดจะแขวนนวม เนื่องจากขณะนั้น ศิริมงคลได้เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการถ่ายแฟชั่นและแสดงละครโทรทัศน์เป็นตัวประกอบทางช่อง 7 เช่น เรื่อง เปรตวัดสุทัศน์ และได้แสดงมิวสิกวีดีโอของวงโมทีฟ โดยแสดงคู่กับ ดอม เหตระกูล หลังจากนั้นศิริมงคลก็ได้ออกหนังสือมาเล่มหนึ่งบอกเล่าเรื่องราวการตัดสินใจถ่ายรูปนู้ดครั้งนี้ด้วย

ศิริมงคล กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อต้นปี พ.ศ. 2550 เมื่อจะเบนเข็มไปชกมวยเค-วัน ที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากค่าตัวดี และสามารถชกได้ดีด้วย

ต่อมา ศิริมงคลกลับมาชกมวยสากลอีกครั้งที่สหรัฐอเมริกา ในรุ่นเวลเตอร์เวท โดยเปลี่ยนผู้จัดการมาเป็น นริส สิงหวังชา ที่ชื่นชมในตัวของศิริมงคลมาตั้งแต่ต้น แต่ต่อมาก็ตกเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้งเมื่อถูกจับในข้อหาค้ายาไอซ์เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ที่พัทยา โดยศิริมงคลไม่ได้มีเจตนา แต่ว่าติดอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีพฤติกรรมค้ายา จึงทำให้ตกกระไดพลอยโจนไปด้วย ทำให้มีแนวโน้มว่าต้องเลิกชกมวยไปโดยปริยาย ในช่วงนี้ทางครอบครัวของศิริมงคลทุกคนมีแต่ความโศกเศร้ารันทด เพราะศิริมงคลถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของครอบครัว[1] แต่ศิริมงคลก็ยังได้รับการปล่อยตัวให้ออกมาชกมวยเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งได้แชมป์ WBC เอเชียคอนติเนนตัล ในรุ่นเวลเตอร์เวท[2]

หน้าปกหนังสือ เงิน หรือ โง่ โอ๋ ศิริมงคล เปลือย เปิด เป้า! หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวการตัดสินใจถ่ายนู้ดของศิริมงคล โดยสำนักพิมพ์กู๊ด มอร์นิ่ง (พ.ศ. 2549)
ชนะน็อกยก 2 เคนโกะ นากาจิม่า

ขณะที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำ ศิริมงคลถือเป็นนักโทษที่มีความประพฤติดี และเป็นครูสอนมวยให้แก่นักโทษคนอื่นในเรือนจำด้วย จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณลดหย่อนโทษ และได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556[1]

ฉายา[แก้]

ศิริมงคล ถือได้ว่าเป็นนักมวยหน้าตาดี มีหมัดแย็บที่แม่นยำ แฟนมวยชาวไทยจึงตั้งฉายาให้ด้วยการโหวตผ่านนิตยสารมวยโลกว่า เทพบุตรหน้าหยก โดยที่ศิริมงคลเป็นผู้เลือกฉายานี้ด้วยตนเอง

ชื่อในการชกมวยชื่ออื่น[แก้]

  • ศิริมงคล นครทองปาร์ควิว
  • ศิริมงคล สิงห์วังชา

เกียรติประวัติ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "ยกสุดท้ายของศิริมงคล". ครอบครัวเดียวกัน Big Family. 6 April 2014. สืบค้นเมื่อ 7 April 2014. 
  2. ศิริมงคลน็อกปินส์ซิวแชมป์ว่าง, คอลัมน์ ย่อยข่าวกีฬา. เดลินิวส์หน้า 19 ฉบับที่ 23,044: พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 ปีมะโรง