พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์
| ข้อมูลส่วนตัว | ||
|---|---|---|
| ชื่อจริง | พงศกร วันจงคำ | |
| วันเกิด | 11 สิงหาคม พ.ศ. 2520 (35 ปี) | |
| สถานที่เกิด | อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย |
|
| รุ่น | ฟลายเวท ไลท์ฟลายเวท |
|
| ค่ายมวย | เพชรยินดี บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น | |
| ผู้จัดการ | วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ | |
| ผู้ฝึกสอน | พยัคฆ์ ช.พิมล ฉัตรชัย สาสกุล |
|
| สถิติ | ||
| ชก | 95 | |
| ชนะ | 88 | |
| ชนะน็อก | 47 | |
| แพ้ | 5 (KO 3) | |
| เสมอ | 2 | |
พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ มีชื่อจริงว่า พงศกร วันจงคำ เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ที่อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
เนื้อหา |
แชมป์โลกคนที่ 31 [แก้]
พงษ์ศักดิ์เล็กชกมวยสากลอาชีพแพ้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ต่อ เจอรี่ ปาฮายาไฮ นักมวยถนัดซ้ายชาวฟิลิปปินส์ คนเดียวเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมาพงษ์ศักดิ์เล็กไม่เคยแพ้ใครอีกเลย และพัฒนาฝีมือการชกขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ครองแชมป์โลกในรุ่นไลท์ฟลายเวท ของสหภาพมวยโลก หรือ WBU สถาบันระดับเล็ก
จากนั้นในปี พ.ศ. 2543 เมื่อ เม็ดเงิน กระทิงแดงยิม เสียแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวท ของสภามวยโลก หรือ WBC แก่ มัลคอร์ม ทูนาเกา นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ไปแล้วอย่างไม่มีใครคาดคิด จึงเป็นโอกาสของพงษ์ศักดิ์เล็กที่จะได้ขึ้นชิงแชมป์โลกคืน เนื่องจากเป็นนักมวยในสังกัดของ "เสี่ยเน้า" วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ เหมือนกัน ซึ่งพงษ์ศักดิ์เล็กก็สามารถเอาชนะน็อกไปได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น ที่จังหวัดพิจิตร จากนั้นพงษ์ศักดิ์เล็กได้ป้องกันตำแหน่งอย่างต่อเนื่องและสามารถเอาชนะได้อย่างสวยงามหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน เช่น ชนะน็อก อเล็ก บาบ้า ผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งชาวกานา ยก 8 ที่หาดใหญ่ ชนะ ไนโตะ ไดสุเกะ นักมวยชาวญี่ปุ่นถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2545 และ ปี พ.ศ. 2548 อย่างง่ายดาย รวมทั้งการเดินทางไปป้องกันตำแหน่งที่ประเทศญีปุ่นหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน
จนเมื่อถึงการป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 15 ในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ที่สยามพารากอน กับ อีเวอราโด โมราเลส นักมวยชาวเม็กซิกัน เป็นการจัดการแข่งขันครั้งใหญ่ เนื่องจากเป็นการทำสถิติการป้องกันตำแหน่งแชมป์ในรุ่นฟลายเวท เทียบเท่ากับ มิเกล คันโต อดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิกันในอดีตที่ได้ทำสถิติได้ ซึ่งครั้งนี้ พงษ์ศักดิ์เล็กก็สามารถเอาชนะแตกไปได้ในยกที่ 4
พงษ์ศักดิ์เล็ก มีชื่อเล่นว่า "กร" ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกอย่างติดปากจากแฟนมวยและสื่อมวลชนว่า "เจ้ากร" ถือได้ว่าเป็นนักมวยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่มีนักมวยครองแชมป์ในสถาบันเล็ก ๆ เป็นส่วนใหญ่ ทำให้กีฬามวยสากลอาชีพไม่ได้รับความนิยมอย่างในอดีต แต่พงษ์ศักดิ์เล็กเป็นแชมป์ในสถาบันใหญ่ที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังทำสถิติการป้องกันตำแหน่งไว้ได้หลายครั้งด้วยกัน และมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเองคือ เมื่อขึ้นเวทีจะสวมหมวกไหมพรมสีแดงที่ได้รับการปลุกเสก จาก หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ทุกครั้ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
ทำลายสถิติโลกและเสียแชมป์ [แก้]
เมื่อสถิติโลกเดิมถูกทำลายลงแล้ว จากนั้น ทางทีมงานจึงวางเป้าให้พงษ์ศักดิ์เล็กป้องกันตำแหน่งให้ได้ 20 ครั้ง ซึ่งเท่ากับว่าจะทำลายสถิติการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกมากครั้งที่สุดของนักมวยชาวไทยและเป็นสถิติของทวีปเอเชียด้วยของ เขาทราย แกแล็คซี่ คือ 19 ครั้ง จากนั้นจึงจะให้พงษ์ศักดิ์เล็กป้องกันตำแหน่งให้ได้มากกว่า 25 ครั้ง ทำลายสถิติโลกของ โจ หลุยส์ อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวท ชาวอเมริกัน แต่ทว่าการป้องกันตำแหน่งในครั้งที่ 18 ที่ประเทศญี่ปุ่น กับ ไนโตะ ไดสุเกะ คู่ปรับเก่าที่เคยเอาชนะมาแล้วถึง 2 ครั้ง พงษ์ศักดิ์เล็กต้องประสบกับปัญหาการลดน้ำหนักตัวซึ่งต้องทำการลดหลายครั้งก่อนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ และในวันชก ไนโตะ ไดสุเกะ แก้ทางมวยของพงษ์ศักดิ์เล็กมาเป็นอย่างดี ใช้จังหวะเข้าทำก่อนและโผเข้ากอด ทำให้พงษ์ศักดิ์เล็กไม่อาจทำอะไรได้ถนัดถนี่ เมื่อครบ 12 ยก จึงแพ้คะแนนไปอย่างเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 115 - 113, 116 - 113, 116 - 113 ถือว่าเป็นการพ่ายแพ้อย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เพราะก่อนการชกหลายฝ่ายคาดว่า พงษ์ศักดิ์เล็กน่าจะเอาชนะไปได้เหมือน 2 ครั้งก่อนอย่างง่ายดาย
และทำให้เป้าหมายที่จะทำสถิติป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกให้ได้ถึง 20 ครั้ง ต้องดับสลายลงด้วยการป้องกันได้เพียง 17 ครั้ง แต่กระนั้นก็ทำให้พงษ์ศักดิ์เล็กมีสถิติการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกมากเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปเอเชีย เทียบเท่ากับ ยูห์ เมียงวู อดีตแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์ฟลายเวท ของสมาคมมวยโลก หรือ WBA ชาวเกาหลีใต้
ต่อมาในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2551 พงษ์ศักดิ์เล็กมีโอกาสได้แก้มือกับไดสุเกะอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งเที่ยวนี้พงษ์ศักดิ์เล็กมีความมุ่งมั่นและเตรียมตัวมาดีกว่าครั้งที่แล้ว แต่ผลการชกก็ยังออกมาเสมอกันอีก ด้วยคะแนน 115 - 114, 115 - 113, และ 114 - 114 ที่โตเกียว
หลังจากนั้นพงษ์ศักดิ์เล็กก็ได้อุ่นเครื่องอีก 4 ครั้ง ชนะรวด และได้มีโอกาสชิงแชมป์อีกครั้ง แต่เป็นแชมป์เฉพาะกาล โดยชนะคะแนนอย่างขาดลอย กับ ฮูลิโอ ซีซาร์ มิรันด้า นักมวยชาวเม็กซิกัน เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2552 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
กลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง [แก้]
จนในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553 พงษ์ศักดิ์เล็กก็ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกของจริง กับ โกกิ คาเมดะ นักมวยหนุ่มที่ห้าวหาญผู้ไม่เคยแพ้ใคร ผู้เป็นพี่ใหญ่แห่งตระกูลคาเมดะ ผลการชกปรากฏว่าทั้งคู่เกิดหัวชนกัน ทำให้คาเมดะเกิดแผลแตก เลือดไหลเข้าตาตั้งแต่ยก 4 และในยกที่ 5 พงษ์ศักดิ์เล็กก็ถูกตัดคะแนนในข้อหาหัวชน แต่ในการชกพงษ์ศักดิ์เล็กเป็นฝ่ายทำคะแนนได้จะแจ้งกว่า จึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปแบบไม่เอกฉันท์ 114-114, 116-112, 115-112 ได้กลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง นับเป็นสมัยที่ 2
พงษ์ศักดิ์เล็กป้องกันตำแหน่งในครั้งที่ 2 นี้ได้ 4 ครั้ง จนกระทั่งครั้งที่ 5 เป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอ ซอนนี่ บอย จาโร นักมวยชาวฟิลิปปินส์ไปอย่างไม่มีใครคาดคิด ในยกที่ 6 ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555 ซึ่งก่อนการชก ฝนได้ตกมาลงอย่างหนัก ทำให้พื้นเวทีลื่น[1] ซึ่งหลังการชก พงษ์ศักดิ์เล็กได้ยอมรับในความพ่ายแพ้ และกล่าวว่าบอย จาโร เป็นนักมวยหมัดหนักที่สุดเท่าที่เคยพบมา และการชกครั้งนี้นับเป็นครั้งที่เจ็บตัวมากที่สุดด้วย[2]
หลังจากเสียแชมป์โลกในสมัยที่ 2 นี้แล้ว พงษ์ศักดิ์เล็กได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดป่าประชาธรรมนิคม ที่บ้านเกิด เป็นเวลา 19 วัน[3] และเมื่อสึกออกมาแล้วก็ยังจะมุ่งมั่นเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง นับเป็นสมัยที่ 3 แม้ว่าอายุจะมากถึง 35 ปีแล้วก็ตาม[4] โดยได้แชมป์อินเตอร์เนชั่นแนลในรุ่นเดียวกัน แต่แล้วก็เสียแชมป์ในปีเดียวกันด้วยการแพ้ทีเคโอ เรย์ มิเกรโน นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ในยกที่ 3 ที่จังหวัดนครราชสีมา บ้านเกิด ซึ่งหลังการชก ทางฝ่าย "เสี่ยเน้า" วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ผู้จัดการได้ปรึกษากับทางผู้สนับสนุนแล้วเห็นว่าต้องการให้พงษ์ศักดิ์เล็กแขวนนวม เนื่องจากอายุมากแล้ว[5][6]
ชีวิตช่วงต้นและชีวิตส่วนตัว [แก้]
ในวัยเด็กพงษ์ศักดิ์เล็กเป็นเพียงเด็กที่ช่วยกิจการของพ่อที่เป็นอู่ซ่อมรถ ได้ขึ้นชกมวยครั้งแรก เมื่ออายุ 11 ขวบ ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรือ ป.6 ที่เวทีมวยแถวบ้านเนื่องจากขาดนักมวยขึ้นชก จึงได้ชกแทนได้เงินค่าตัว 100 บาทและได้ชัยชนะอีกด้วย จึงเป็นแนวทางให้เข้าสู่วิถีชีวิตนักมวยอย่างจริงจัง โดยใช้ชื่อในครั้งแรก ๆ ในแบบมวยไทยว่า "มังกรทอง ศิษย์เซียนเมฆ" สั่งสมชื่อเสียงและประสบการณ์ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้มาชกในกรุงเทพมหานคร
พงษ์ศักดิ์เล็กเคยคิดท้อถอยอยากจะเลิกชกหลายครั้ง แต่ได้เทรนเนอร์คอยห้ามปรามไว้ ซึ่งไฟต์ที่เจ้าตัวประทับใจมากที่สุดคือไฟต์ที่ป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้เป็นครั้งที่ 15 เนื่องจากได้ทำลายสถิติเดิมของมิเกล คันโต ที่ทำไว้จนมีชื่อบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศ หรือ Hall of Fame เทียบเท่านักมวยรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงหลายคน
ปัจจุบัน พงษ์ศักดิ์เล็กมีแฟนแล้ว แต่ยังมิได้สมรสกัน นอกจากการชกมวยแล้วยังมีธุรกิจส่วนตัว คือ น้ำมันนวดแบบสมุนไพรไทยและพิมเสนน้ำ [7]
เกียรติประวัติ [แก้]
- แชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวท WBU (2540 - 2541)
- ชิงแชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวท WBU 28 มีนาคม 2540 ชนะน็อคยก 1 เอ็มซูกิซี สกาลี (แอฟริกาใต้) ที่ สนามกีฬาอำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี
- สิงหาคม 2541 ถูกปลด
- แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC (2544 - 2550) ทำสถิติป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวทมากที่สุดในโลก
- ชิง 2 มีนาคม 2544 ชนะน็อคยก 1 มัลคอร์ม ทูนาเกา (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.พิจิตร
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 15 กรกฎาคม 2544 ชนะน็อคยก 5 ฮายาโตะ อาซาอิ (ญี่ปุ่น) ที่ อะจิ บูโดกัน นาโกยา จ.อะชิ
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 26 ตุลาคม 2544 ชนะคะแนน อเล็กซ์ บาบา (กานา) ที่ จ.สงขลา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 6 ธันวาคม 2544 ชนะน็อค ยก 2 หลุยส์ อัลเบอร์โต ลาซาร์เต (อาร์เจนตินา) ที่ พัทยา จ.ชลบุรี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 19 เมษายน 2545 ชนะน็อคยก 1 ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) ที่ สวนสาธารณะ 200 ปี บึงแก่นนครจ.ขอนแก่น
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 6 กันยายน 2545 ชนะคะแนน เฮซุส มาร์ติเนซ (เม็กซิโก) ที่ รังสิต
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 26 พฤศจิกายน 2545 ชนะคะแนน ฮิเตโนบุ ฮอนด้า (ญี่ปุ่น) ที่ เซ็นทรัลยิม โอซากา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 7, 6 มิถุนายน 2546 ชนะคะแนน แรนดี้ แมนกูบัท (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.สงขลา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 8, 14 พฤศจิกายน 2546 ชนะคะแนน ฮุสเซน ฮุสเซน (ออสเตรเลีย) ที่ เวทีลุมพินี
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 9, 3 มกราคม 2547 ชนะคะแนน มาซากิ ทราซ นากามูระ (ญี่ปุ่น) แปซิฟิกโก โยโกฮามา จ.คันนะกาวา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 10, 15 กรกฎาคม 2547 ชนะน็อคยก 5 หลุยส์ แองเจล มาร์ติเนซ (เม็กซิโก) ที่ จ. ขอนแก่น
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 11, 29 มกราคม 2548 ชนะน็อคยก 5 โนริยูกิ โคมัตสึ (ญี่ปุ่น) ที่ เพอเฟคทรอลยิมเนเซียม โอซากา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 12, 10 ตุลาคม 2548 ชนะคะแนน ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) ที่ โครักกุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 13, 16 กุมภาพันธ์ 2549 ชนะคะแนน กิลเบอร์โต แคบบาส (เม็กซิโก) ที่ จ.ชัยนาท
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 14, 1 พฤษภาคม 2549 ชนะคะแนน ไดโกะ นาชาฮิโร่ (ญี่ปุ่น) ที่ ลานเอนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 15, 30 มิถุนายน 2549 ชนะน็อคยก 4 อีเวอราโด โมราเลส (เม็กซิโก) ที่ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน เขตปทุมวัน
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 16, 17 พฤศจิกายน 2549 ชนะคะแนน โมเนลิซี่ เอ็มเยเกนี่ (แอฟริกาใต้) ที่ จ.นครราชสีมา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 17, 6 เมษายน 2550 ชนะน็อคยก 8 โทโมโนบุ ชิมิสึ (ญี่ปุ่น) ที่ จ.สระบุรี
- เสียแชมป์ 18 กรกฎาคม 2550 แพ้คะแนน ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) ที่ โครักกุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว
- แชมป์เฉพาะกาลรุ่นฟลายเวท WBC (24 เมษายน 2552)
- ชิง 24 เมษายน 2552 ชนะน็อกยก 9 ฮูลิโอ ซีซาร์ มิรันด้า (เม็กซิโก) ที่ เวทีมวยชั่วคราว หน้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา
- ป้องกันตำแหน่ง 28 สิงหาคม 2552 ชนะน็อคยก 6 ทาคาฮิสะ มาซึดะ (ญี่ปุ่น) ที่ จ.เชียงใหม่
- แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC (สมัยที่ 2) (2553-2555)
- ชิง 27 มีนาคม 2553 ชนะคะแนน โกกิ คาเมดะ (ญี่ปุ่น) ที่ อาริอาเกะ โคลอสเซียม โตเกียว
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 8 ตุลาคม 2553 ชนะคะแนน สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ที่ เวทีมวยชั่วคราว อบต.หนองไฮ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ[8]
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 1 กรกฎาคม 2554 ชนะคะแนน ทาคุยะ โคกาว่า (ญี่ปุ่น) ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 21 ตุลาคม 2554 ชนะคะแนน เอ็ดการ์ โซซ่า (เม็กซิกัน) ที่ ลานเอนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายใน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 23 ธันวาคม 2554 เสมอโดยเทคนิค ฮิโรฟูมิ มูไก (ญี่ปุ่น) ลานเอนกประสงค์ กองทัพภาคที่ 1 ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน (เกิดอุบัติเหตุศีรษะชนกันในยกแรก ฮิโรฟูมิ มูไก ไม่อาจชกต่อไปได้)
- ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 2 มีนาคม 2555 แพ้ทีเคโอยก 6 ซอนนี บอย จาโร (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว หน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี
- แชมป์อินเตอร์เนชั่นแนลรุ่นฟลายเวท WBC (2555)
- ชิง 31 สิงหาคม 2555 ชนะคะแนน ยูบุ นาคากาม่า (ญี่ปุ่น) ที่ เวทีมวยชั่วคราว จ.นครศรีธรรมราช
- ป้องกันครั้งที่ 1, 1 พฤศจิกายน 2555 แพ้ทีเคโอยก 3 เรย์ มิเกรโน่ (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยชั่วคราว จ.นครราชสีมา
- เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จ
- เสมอ 12 ยก ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC 8 มีนาคม 2551 ไนโตะ ไดสุเกะ (ญี่ปุ่น) โครักกุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว
- ได้รับการบรรุจุชื่อไว้ในหอเกียรติยศ (Hall of Fame) ของ WBC และเป็นนักมวยคนแรกด้วยที่มีชื่อบรรจุอยู่โดยที่ยังไม่ได้แขวนนวม
- เป็นเจ้าของสถิติชนะน็อกเร็วที่สุดในรุ่นฟลายเวท จากการชนะน็อก ไนโตะ ไดสุเกะ ยกที่ 1 ด้วยเวลาเพียง 34 วินาที
- ได้รับยกย่องให้เป็นนักมวยแห่งทศวรรษของ WBC [9]
- พ.ศ. 2555 รางวัลรองชนะเลิศ นักกีฬาอาชีพยอดเยี่ยม สยามกีฬาอวอร์ดส์ ครั้งที่ 6 [10]
ชื่อในการชกมวยชื่ออื่น [แก้]
- พงษ์ศักดิ์เล็ก เพชรยินดี
- พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม
- พงษ์ศักดิ์เล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม
อ้างอิง [แก้]
- ↑ นักชกปินส์ถลุง 'พงษ์ศักดิ์เล็ก' น็อคยก 6 จากไทยรัฐ
- ↑ เน้าให้โอเล่ห์ฯทวงแชมป์คืน กรรับเจ็บหนัก, หน้า 18 เดลินิวส์: เสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555 ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ ฉบับที่ 22,786
- ↑ พงษ์ศักดิ์เล็กนักมวยแชมป์โลกชื่อดังบวชที่โคราชบ้านเกิด จากเดลินิวส์
- ↑ โตชิยูกิ อิการาชิแชมป์โลกป้ายแดง WBCเป้าหมายภาคที่ 3 ของ เจ้ากร พงษ์เล็ก จากไทยโพสต์
- ↑ พงษ์ศักดิ์เล็กเข็มขัดหลุดพ่ายน็อกปินส์ยก3 จากสยามสปอร์ต
- ↑ "เจ้ากร" เข็มขัดกระเด็นหลังพ่ายน็อกปินส์ จากโพสต์ทูเดย์
- ↑ ธีรพัฒน์ อัครเศรณี, กำปั้นสะท้านภพ พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม (กรุงเทพมหานคร, พ.ศ. 2550) สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ ISBN 9789747263893
- ↑ 10 ล้านแพงสุด.. สุริยันชิงพงษ์ศักดิ์เล็ก ลงคัว.. ช่อง 3 ถ่ายสด 14.00 น.
- ↑ เจ้ากรซิว ยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษWBC คมพยัคฆ์ไฟต์ดุเดือดยอดเยี่ยมแห่งปี 2011 จากผู้จัดการออนไลน์
- ↑ มวยสยามรายวัน. ปีที่ 19 ฉบับที่ 6764. วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555. หน้า 17
- นิตยสารมวยโลก
- สถิติการชก
|
|||||||||||