สมาน ส.จาตุรงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมาน ส.จาตุรงค์
SaMan.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง สมาน ศรีประเทศ
วันเกิด 2 สิงหาคม พ.ศ. 2511
สถานที่เกิด ไทย อำเภอคลองขลุง
จังหวัดกำแพงเพชร
รุ่น สตอร์วเวท
ไลท์ฟลายเวท
ค่ายมวย ส.จิตรลดา
ส.จาตุรงค์
ผู้จัดการ สหสมภพ ศรีสมวงศ์
สุชาติ ธีรวุฒิชูวงศ์
ผู้ฝึกสอน ชาร์ลส์ แอตกินสัน
สุชาติ ธีรวุฒิชูวงศ์
พงษ์พันธุ์ ศ.พญาไท
สถิติ
ชก 43
ชนะ 38
ชนะน็อก 34
แพ้ 4
เสมอ 1

สมาน ส.จาตุรงค์ มีชื่อจริงว่า สมาน ศรีประเทศ เกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2511 ที่บ้านคลองสุขใจ ตำบลทุ่งทราย อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นบุตรชายคนที่ 2 ในจำนวน 4 คนของ นายจำนงค์ และนางละไม ศรีประเทศ สมานนับได้ว่าเป็นแชมป์โลกคนที่ 3 ของไทย ที่ไม่เคยชกมวยไทยมาก่อนเลย (2 คนก่อนหน้านี้คือ โผน กิ่งเพชร และ ชาติชาย เชี่ยวน้อย)

ฝันจะเป็นนักมวย[แก้]

สมานเริ่มชกมวยเมื่อตอนอายุได้ 21 ปี นับว่าสูงอายุแล้วสำหรับผู้ที่จะเริ่มเป็นนักมวย โดยมีความชอบส่วนตัวและใฝ่ฝันว่าจะเป็นแชมป์โลกเหมือนนักมวยคนอื่นบ้าง จึงติดต่อไปทาง "อาว์สังข์" ม.ร.ว.นริศ กฤดากร บรรณาธิการนิตยสารมวยโลกรายสัปดาห์ ม.ร.ว.นริศ จึงได้แนะนำไปที่ สุชาติ ธีรวุฒิชูวงศ์ เจ้าของค่าย "ส.จาตุรงค์" เพื่อให้สมานขึ้นชกแบบมวยสากลเพียงอย่างเดียว สมานขึ้นชกอย่างสม่ำเสมอ จนได้ชิงแชมป์โลกกับนักชกอันตรายชาวเม็กซิกัน ริคาร์โด โลเปซ โดยแพ้น็อกเพียงแค่ยก 2 ชวดตำแหน่งแชมป์สตอร์วเวท สภามวยโลก (WBC) ไป ในปี พ.ศ. 2536 หลังจากนั้นสมานยังคงขึ้นชกอย่างสม่ำเสมอ นับได้ว่าเป็นนักมวยฝีมือดีอีกคนหนึ่ง แต่ไม่มีใครคาดคิดหรือคาดหวังเลยว่า สมานจะมีฝีมือดีพอที่จะเป็นแชมป์โลก

แชมป์โลกประวัติศาสตร์[แก้]

สมาน (กางเกงขาว) ขณะชกกับกอนซาเลซ

จนกระทั่งเมื่อสมานได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้ง ในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 กับนักชกอันตรายอีกคนหนึ่งชาวเม็กซิกัน ฮุมเบอร์โต้ "ชิกิต้า" กอนซาเลซ ที่เวทีมวยอิงเกิลวู้ด แคลิฟอร์เนีย ซึ่งก่อนไป ทุกคนต่างคาดไว้ว่า สมานต้องแพ้แน่ ๆ จะแพ้น็อกหรือแพ้คะแนนเท่านั้น เพราะกอนซาเลซถือเป็นนักมวยระดับโลก ที่หวังว่าสมานจะชนะ มีแค่เพียงกลุ่มผู้สนับสนุน คือ สหสมภพ ศรีสมวงศ์ กับ สุชาติ ธีรวุฒิชูวงศ์ เท่านั้น แต่ผลการชกกลับพลิกล็อกถล่มทลาย เมื่อสมานเป็นฝ่ายชนะกอนซาเลซไปได้ และเป็นการชนะน็อกอย่างเด็ดขาดด้วย ในยกที่ 7 ชนิดที่ตัวเองก็เจียนไปเจียนอยู่เหมือนกัน

สมาน ส.จาตุรงค์ จึงกลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 21 ของไทย โดยได้แชมป์ในรุ่นไลท์ฟลายเวท 2 สถาบันทันที คือ ทั้งสภามวยโลก (WBC) และสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) เป็นคนแรกของไทยและของทวีปเอเชีย ที่ครองแชมป์พร้อมกัน 2 สถาบันในคราวเดียวกัน ซึ่งไฟท์นี้นับว่าเป็นไฟท์สุดท้ายของชีวิตการชกของกอนซาเลซด้วย เพราะหลังการชกกอนซาเลซก็ได้ประกาศแขวนนวมไป เมื่อสมานกลับมาถึงเมืองไทยจึงกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนมวยชาวไทยไปโดยทันที สมานป้องกันตำแหน่งครั้งแรกกับ ยูอิชิ โฮโซโน นักชาวญี่ปุ่น โดยเป็นการป้องกันตำแหน่งทั้ง 2 สถาบัน โดยสมานก็เป็นฝ่ายชนะน็อกไปอย่างง่ายดายในยกที่ 4

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2539 สมานก็สละตำแหน่งแชมป์ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) โดยเลือกที่จะครองแต่ของสภามวยโลก (WBC) เท่านั้น สมานได้ป้องกันตำแหน่งหลายครั้ง อย่างต่อเนื่อง เช่น ชนะน็อก อันโตนีโอ เปเรซ นักชาวชาวเม็กซิกัน ยก 4 ชนะน็อก โจมา แกมบัว นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ยก 7 ชนะ ชิโร ยาฮิโร นักมวยชาวญี่ปุ่น ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 เป็นการชกที่ประเทศญี่ปุ่น ชนะคะแนน ลาดิสลาโอ วาสเควซ นักมวยชาวเม็กซิกัน เป็นต้น สมานมาเสียตำแหน่งในการป้องกันครั้งที่ 11 กับ โย ซัมชอย นักมวยชาวเกาหลีใต้ ถึงกรุงโซล ถิ่นของผู้ท้าชิงเอง โดยที่สมานโดนเอารัดเอาเปรียบด้วยวิธีการสารพัดต่าง ๆ ตลอดเวลา ทั้งโดนเอาหัวโขก, ตัดคะแนน เป็นต้น โดยที่กรรมการกลางจากสภามวยโลก ที่เป็นสักขีพยานในสถานที่ชกไม่ได้ช่วยอะไรเลย

หลังจากเสียแชมป์[แก้]

เมื่อเสียแชมป์โลกไปแล้ว สมานยังคงมุ่งมั่นที่จะชิงแชมป์คืนมาได้ สมานยังคงชกอุ่นเครื่องต่อไปอีก 4 - 5 ครั้ง แต่จนแล้วจนรอด สมานก็ยังไม่มีโอกาสเสียที ประกอบกับผู้สนับสนุนคนสำคัญ สหสมภพ ศรีสมวงศ์ ก็เสียชีวิตไป และมีนักมวยรายใหม่ก้าวขึ้นมาด้วย โอกาสของสมานก็เท่ากับว่าปิดไปโดยปริยาย สมานได้มีโอกาสขึ้นชิงแชมป์โลกอีกครั้งกับโย ซัมชอย คู่ปรับเก่าในปี พ.ศ. 2544 ที่กรุงโซล ปรากฏว่าคราวนี้ สมานเป็นฝ่ายแพ้น็อคไปในยกที่ 7 หลังจากนี้ สมานยังคงชกมวยต่อไป โดยพบกับ เดวิด นครหลวงโปรโมชั่น นักมวยชาวไทยรุ่นน้อง แพ้ทีเคโอในที่ 4 เท่านั้นเอง จากนั้นสมานเดินทางไปชกที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง แพ้น็อค โกกิ คาเมดะ นักมวยดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นในยกที่ 3 สมานจึงแขวนนวมไปในที่สุด

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ชีวิตส่วนตัว สมาน จบการศึกษาทางโลกจากโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ วัดโพธิ์ ในทางธรรมบวชเรียน จบเปรียญธรรม 3 ประโยค สามารถเรียกคำนำหน้านามได้ว่า "มหา" มีกิจการส่วนตัวคือ ขายข้าวมันไก่ ซึ่งเป็นกิจการดั้งเดิมของสมานที่มีผู้แนะนำให้ขายเป็นอาชีพเสริมตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นแชมป์โลก ที่หมู่บ้านบ้านฟ้าลากูน รังสิต-คลอง 2 จังหวัดปทุมธานี สมานเป็นคนชอบเล่นเครื่องเสียง สถานภาพปัจจุบันสมรสแล้ว โดยภรรยาชื่อ "ปาริชาติ" (ชื่อเล่น: ติ๊ก) มีทั้งคู่มีลูกสาวกันเพียงคนเดียว

เกียรติประวัติ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]