เขาค้อ แกแล็คซี่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เขาค้อ แกแล็คซี่
Kaokor galaxy.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง วิโรจน์ แสนคำ
วันเกิด 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 (54 ปี)
สถานที่เกิด จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย
รุ่น แบนตั้มเวท
ค่ายมวย แกแล็คซี่ บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น
ผู้จัดการ นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์
สถิติ
ชก 26
ชนะ 24
ชนะน็อก 18
แพ้ 2
เสมอ 0

เขาค้อ แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท (118 ปอนด์) ของสมาคมมวยโลก หรือ WBA เป็นคู่แฝดกับเขาทราย แกแล็คซี่ มีชื่อจริงว่า วิโรจน์ แสนคำ เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2502 ที่หมู่บ้านเฉลียงลับ ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเขาค้อคลอดทีหลังเขาทราย แต่ความเชื่อของคนต่างจังหวัด แฝดที่คลอดทีหลังจะถือเป็นพี่ เพราะเชื่อว่าพี่จะดันให้น้องคลอดออกมาก่อน เขาค้อ จึงถือเป็นพี่ของเขาทรายไปด้วยความเชื่อนี้

เนื้อหา

วัยเด็ก [แก้]

เขาทราย และเขาค้อ เป็นบุตรของนายขัน และนางคำ แสนคำ มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน โดยมีเขาค้อเป็นคนโต เขาค้อเรียนหนังสือพร้อมกับเขาทราย และจบการศึกษาที่โรงเรียนเทคนิคเพชรบูรณ์เหมือนกัน

ทั้งเขาทราย และเขาค้อ ชอบเล่นชกมวยมาตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อของทั้งคู่จึงซื้อนวมอันเล็ก ๆ ให้ลูกชกกันเล่น ๆ ตามประสาเด็ก ต่อมาเมื่อได้พบกับครูมวยและเทรนเนอร์คนแรก คือ ปราการ วรศิริ และมานะ เหล่าประดิษฐ์ จึงได้ฝึกมวยอย่างเป็นจริงจัง

ชกมวยไทย [แก้]

เขาค้อ ใช้ชื่อในการชกมวยไทยว่า "เด่นจ๋า เมืองศรีเทพ" โดยสอดคล้องกับเขาทราย คือ "ดาวเด่น เมืองศรีเทพ" ทั้งคู่ได้ตระเวนชกไปทั่วจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง จนกระทั่งมาพอกับ "แชแม้" นิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ จึงได้รับทั้งคู่มาอุปการะให้ชกที่กรุงเทพ ฯ

ชกมวยสากล [แก้]

การชกมวยสากลอาชีพของเขาค้อ เกิดขึ้นหลังจากเขาทรายได้เป็นแชมป์โลกแล้ว ก่อนหน้านั้นเขาค้อทำหน้าที่เป็นคู่ซ้อมลงนวมให้เขาทราย เมื่อเขาทรายประสบความสำเร็จได้เป็นแชมป์โลกแล้ว เขาค้อจึงรับการผลักดันให้ชกมวยสากลอาชีพบ้าง เขาค้อก็ชกได้ดี ชนะนักมวยฝีมือดีหลายต่อหลายราย จนได้แชมป์แบนตั้มเวทของเวทีมวยราชดำเนิน ต่อมาจึงได้ชกกับนักมวยชาวต่างชาติ และมีชื่อเข้าอันดับโลก

แชมป์โลกคนที่ 12 [แก้]

เขาค้อ แกแล็คซี่ ชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับ วิลเฟรโด วาสเควซ นักมวยชาวเปอร์โตริโก้ โดยสามารถเอาชนะคะแนนไปได้ ชัยชนะครั้งนี้ของเขาค้อไม่ใช่เพียงทำให้เขากลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 12 ของไทยเท่านั้น ยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นในวงการมวยไทยด้วย คือ เป็นนักมวยไทยรายแรกที่ได้แชมป์โลกในรุ่นแบนตัมเวท เพราะก่อนหน้านี้ มีนักมวยไทยขึ้นชิงแชมป์ในรุ่นมาแล้วถึง 6 คน แต่ไม่มีใครประสบความสำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว และเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการมวยโลกด้วย คือ เป็นคู่แฝดคู่แรกที่ครองแชมป์โลกในระยะเวลาเดียวกัน

แต่ภายหลังที่ได้แชมป์โลกแล้ว เขาค้อไม่สามารถที่จะป้องกันตำแหน่งไว้ได้เลยแม้สักครั้งเดียว โดยป้องกันตำแหน่งครั้งแรกก็แพ้แตก "ไอ้ผมม้า" มูน ซัง กิล นักมวยเกาหลีใต้ ถึงกรุงโซล ประเทศของผู้ท้าชิง และเมื่อได้โอกาสแก้มือ แม้สามารถเอาชนะไปได้ ได้แชมป์โลกกลับคืน เมื่อต้องป้องกันตำแหน่งครั้งแรก ในสมัยที่ 2 แพ้ทีเคโอ หลุยส์ ซีโต้ เอสปิโนซา นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ไปในยกแรก แบบไม่น่าเชื่อ เพราะการชกยังไม่ทันได้เริ่มขึ้นเท่าไหร่ เขาค้อ จู่ ๆ ก็ล้มลงบนเวทีเสียเฉย ๆ โดยไม่ได้ถูกหมัดของคู่ชก และกรรมการก็ได้โบกมือยุติการชกทันที ด้วยเวลาเพียง 2.13 นาทีของยกแรกเท่านั้น

การล้มลงโดยไม่ทราบสาเหตุของเขาค้อครั้งนี้ เรียกกันว่า "โรควูบ" ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เพราะเป็นการล้มลงแบบหมดสติโดยที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัว หัวพาดเชือกกั้นเวที ตาค้าง ขากรรไกรแข็ง บ้างก็เชื่อว่า เขาค้อโดนของเล่นงาน

อนึ่ง หลังจากที่เขาค้อได้ครองแชมป์โลกสมัยแรกแล้ว ทางรายการตามไปดูทางช่อง 9 ได้จัดมวยคู่พิเศษตามคำเรียกร้องของผู้ชมรายการ คือ จัดชกระหว่าง เขาทราย และ เขาค้อ ที่เวทีราชดำเนิน โดยให้ทั้งคู่ชกกันจริง ๆ กำหนด 3 ยก เพื่อที่จะหาว่าใครเก่งกว่ากัน ผลการชกปรากฏว่า เขาทรายเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปในที่สุด

เขาค้อ (ซ้าย) แซมซั่น ส.ศิริพร (กลาง) เขาทราย แกแล็คซี่ (ขวา)

แขวนนวม [แก้]

หลังจากเสียแชมป์โลกในครั้งนี้ไปแล้ว ราว 2 เดือน เขาค้อได้นั่งรถเบนซ์ที่เขาทรายเป็นคนขับ เพื่อที่จะกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ หลังจากการไปโชว์ตัวด้วยกัน เกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ เขาค้อเจ็บหนักต้องเข้ารับการรักษาที่ห้องไอซียูนานถึง 21 วัน ขณะที่เขาทราย คู่แฝดที่นั่งไปด้วยกัน บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสามารถกลับมาชกมวยได้ในเวลาไม่นาน[1]

เขาค้อ แกแล็คซี่ จึงต้องแขวนนวมไปโดยปริยายจากเหตุนี้ แต่ก็ยังคงช่วยเขาทรายเป็นคู่ซ้อมอยู่เหมือนเดิม และเมื่อเขาทรายได้แขวนนวมแล้ว เขาค้อก็เป็นผู้ดูแลกิจการต่าง ๆ ที่เขาทรายสร้างไว้ เช่น โต๊ะสนุกเกอร์ เป็นต้น

อีกทั้งยังได้แสดงภาพยนตร์ต้นทุนต่ำเรื่อง ข้าชื่อ..มหิงสา โดยรับบทเป็นตัวเอกด้วย[2]

เขาค้อ เคยทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ให้แก่ แซมซั่น ส.ศิริพร แชมป์โลกหญิงคนแรกของไทย ปัจจุบันมีกิจการส่วนตัว คือ ผลิตและขายหลังคารถกระบะ

สถิติการชกของเขาค้อ แกแล็คซี่ [แก้]

  • ชนะน็อกยก 3 ขวัญณรงค์ สวัสดิ์วารี ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 9 ตุลาคม พ.ศ. 2528
  • ชนะน็อกยก 3 เกียรติชัย เกียรติสนธยา ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 30 ตุลาคม พ.ศ. 2528
  • ชนะคะแนน รักชัย เกียรติสนธยา ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528
  • ชนะน็อกยก 4 มันส์ ส.จิตรพัฒนา ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 8 มกราคม พ.ศ. 2529
  • ชนะน็อกยก 2 พันชัย เกียรติสนธยา ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529
  • ชนะคะแนน นาคราช เกียรติสนธยา ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 26 มีนาคม พ.ศ. 2529
  • ชนะน็อกยก 5 รักชัย เกียรติสนธยา ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 11 มิถุนายน พ.ศ. 2529
  • ชิงแชมป์แบนตั้มเวท เวทีราชดำเนิน ชนะน็อกยก 5 กวางทองน้อย ศิษย์อำนวย ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
  • ชนะน็อกยก 5 นาคราช เกียรติสนธยา ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 3 สิงหาคม พ.ศ. 2529
  • ชนะน็อกยก 5 สิงห์น้อย สิงห์กรุงธน ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 28 กันยายน พ.ศ. 2529
  • ชนะคะแนน 10 ยก เคนอิจิ โอซาก้า (ญี่ปุ่น) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 14 มกราคม พ.ศ. 2530
  • ชนะคะแนน 10 ยก ชอง ยอง มัน (เกาหลีใต้) ที่เวทีมวยพัทยา-ชลบุรี : 5 เมษายน พ.ศ. 2530
  • ชนะน็อกไม่ทราบยก เบน คาบายัค (ฟิลิปปินส์) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2530
  • ชนะน็อกยก 2 โทนี่ พรูอินท์ (สหรัฐอเมริกา) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 25 มิถุนายน พ.ศ. 2530
  • ชนะน็อกยก 3 รัสเซลล์ พินน์ (ออสเตรเลีย) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 6 กันยายน พ.ศ. 2530
  • ชนะน็อกยก 4 คอนสแตนติโน ดังกลา (ฟิลิปปินส์) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 12 ตุลาคม พ.ศ. 2530
  • ชนะน็อกยก 2 ดู บ็อก ชา (เกาหลีใต้) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 14 ธันวาคม พ.ศ. 2530
  • ครองแชมป์โลกรุ่นแบนตั้มเวท WBA ชนะคะแนน 12 ยก วิลเฟรโด้ วาสเกวซ (เปอร์โตริโก) ที่ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก : 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2531
  • เสียตำแหน่งแชมป์โลก แพ้คะแนน 6 ยก มูน ซัง กิล (เกาหลีใต้) ที่ โรงแรมนิวลามาด้า เรเนซองค์ กรุงโซล : 14 สิงหาคม พ.ศ. 2531
  • ชนะน็อกยก 3 จอห์น แม็คเคนน่า (ฟิลิปปินส์) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 12 กันยายน พ.ศ. 2531
  • ชนะน็อกยก 8 จอห์น โรดิเก้ (ฟิลิปปินส์) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531
  • ชนะน็อกยก 3 แช ฮวาน ดุ๊ก (เกาหลีใต้) ที่เวทีมวยชั่วคราว ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ : 15 มกราคม พ.ศ. 2532
  • ชนะน็อกยก 3 คอร์นิชิโอ โอแนน (ฟิลิปปินส์) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532
  • ชนะน็อกยก 4 สปิคลี่ คูดิชิ (ญี่ปุ่น) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 24 เมษายน พ.ศ. 2532
  • ครองแชมป์โลกสมัยที่ 2 ชนะคะแนน 12 ยก มูน ซัง กิล (เกาหลีใต้) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2532
  • เสียแชมป์โลกสมัยที่ 2 แพ้น็อกยกแรก หลุยส์ ซีโต้ เอสปิโนซา (ฟิลิปปินส์) ที่เวทีมวยราชดำเนิน : 18 ตุลาคม พ.ศ. 2532

รวมสถิติการชกทั้งหมด 26 ครั้ง ชนะ 24 ครั้ง แพ้ 2 ครั้ง (ชนะน็อก 18 ครั้ง)

อ้างอิง [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]