เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เจ้าพระยารามราฆพ)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระยารามราฆพ
(หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ)
สมุหราชองครักษ์
ดำรงตำแหน่ง
10 พฤศจิกายน 2460 – ?
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ก่อนหน้า พระยาเทพอรชุน
ถัดไป หม่อมเจ้าอมรทัต กฤดากร
สมุหพระราชมนเฑียร
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2490 – พ.ศ. 2510
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 ตุลาคม พ.ศ. 2433
เสียชีวิต 21 ตุลาคม พ.ศ. 2510 (77 ปี)
ศาสนา พุทธ
เจ้าพระยารามราฆพ ถ่ายในสมัยรัชกาลที่ 6

พลเอก พลเรือเอก มหาเสวกเอก จางวางเอก เจ้าพระยารามราฆพ (5 ตุลาคม พ.ศ. 2433 - 21 ตุลาคม พ.ศ. 2510) เป็นขุนนางชาวไทย เคยดำรงตำแหน่ง เช่น องคมนตรี สมุหราชองครักษ์ สมุหพระราชวัง[1] ประธานกรรมการพระราชสำนัก นายกเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพฯ และนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์

ประวัติ[แก้]

ปฐมวัย[แก้]

เจ้าพระยารามราฆพ เดิมชื่อว่า หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2433 ตรงกับแรม 7 ค่ำ เดือน 10 ปีขาล ร.ศ. 109 ที่บ้านถนนจักรเพชร จังหวัดพระนคร เป็นบุตร พระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมราชวงศ์ละม้าย พึ่งบุญ)[2]กับพระนมทัด (พระนมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) มีพี่ น้องร่วมมารดา 3 คนด้วยกัน คือ

เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนวัดบพิตรพิมุข และโรงเรียนข้าราชการพลเรือน (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เมื่อ พ.ศ. 2448 และได้ถวายตัวเข้ารับราชการในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2451 ครั้นในงานบรมราชาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2453 ก็ได้มีหน้าที่เชิญพระแสงขรรค์ชัยศรี ยืนหลังที่ประทับตลอดพระราชพิธี ด้วยเหตุนี้เมื่อทรงจัดตั้งกองเสือป่า จึงพระราชทานธงประจำตัวกองเสือป่า ให้ท่าน เป็นรูปเทพยดา เชิญพระแสงขรรค์ชัยศรี ขนพื้นสีแดง (ถ้าไม่มีเชื้อราชตระกูล ใช้รูปมานพ) ตลอดเวลาที่รับราชการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ถวายงานใกล้ชิด โปรดให้เป็นหัวหน้าห้องพระบรรทม นั่งร่วมโต๊ะเสวยทั้งมื้อกลางวันและกลางคืนตลอดรัชกาล และตามเสด็จโดยลำพัง

ยศ[แก้]

  • 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 เป็นนายกองโท[4]
  • 30 กันยายน พ.ศ. 2454 เป็นนายกองเอก[5]
  • 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 เป็นร้อยเอก ในกรมทหารรักษาวัง[6]
  • 8 กันยายน พ.ศ. 2455 - เป็นจางวางตรี[7]
  • 28 ธันวาคม พ.ศ. 2456 - เป็นจางวางโท[8]
  • 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2456 เป็นพันเอก ในกรมทหารรักษาวัง[9]
  • 7 มีนาคม พ.ศ. 2456 - เป็นมหาเสวกโท[10]
  • 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 เป็นพลตรี[11]
  • 3 มิถุนายน พ.ศ. 2458 - เป็นนายพลเสือป่า[12]
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2459 - เป็นจางวางเอก[13]
  • 2 มกราคม พ.ศ. 2459 - มหาเสวกเอก[14]
  • 20 เมษายน พ.ศ. 2461 - เป็นพลโท[15]
  • 9 ธันวาคม พ.ศ. 2461 - เป็นนาวาเอกพิเศษ[16]
  • 29 มิถุนายน พ.ศ. 2467 เป็นพลเอก[17](อายุ 34 ปี)
  • 4 มีนาคม พ.ศ. 2498 เป็นพลเรือเอก[18](อายุ 65 ปี)

บรรดาศักดิ์[แก้]

  • 30 ธันวาคม พ.ศ. 2453 เป็น นายขัน มหาดเล็กหุ้มแพรต้นเชือกเวรเดช ถือศักดินา ๕๐๐ [19] (อายุ 20 ปี)
  • 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 เป็น นายจ่ายง มหาดเล็กเวรศักดิ์ ถือศักดินา ๖๐๐[20](อายุ 20 ปี)
  • 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 เป็นเจ้าหมื่นสรรเพธภักดี หัวหมื่นมหาดเล็กต้นเชือกเวรศักดิ์ถือศักดินา ๑๐๐๐[21](อายุ 21 ปี)
  • 27 ธันวาคม พ.ศ. 2455 เป็นพระยาประสิทธิ์ศุภการ จางวางมหาดเล็ก ถือศักดินา ๓๐๐๐ [22](อายุ 22 ปี)

ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464 ขณะอายุได้ 31 ปี มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระยาประสิทธิ์ศุภการ ขึ้นเป็นเจ้าพระยารามราฆพ มีสมญาจารึกในสุพรรณบัฎว่า "เจ้าพระยารามราฆพ พัชรพัลลภมหาสวามิภักดิ์ สมัครพลวโรปนายก สุรเสวกวิศิษฏ์คุณ พึ่งบุญพงศ์บริพัตร นฤปรัตนราชสุปรีย์ ศรีรัตนไตรสรณธาดา เมตตาภิรัตมัทวสมาจาร สัตยวิธานอาชวาธยาศัย อภัยพิริยบรากรมพาหุ คชนาม "มีศักดินา 10000[23] กล่าวกันว่าเจ้าพระยารามราฆพเป็นเจ้าพระยาที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การแต่งตั้งของกรุงรัตนโกสินทร์

ตำแหน่งในราชการ และความสำคัญอื่น ๆ[แก้]

หลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว เจ้าพระยารามราฆพ จึงออกไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ จนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถึง พ.ศ. 2477 จึงเดินทางกลับประเทศไทย ได้พำนักอยู่ที่บ้านบุญญาศรัย ถนนราชดำริ 1 ปี จึงมาพำนักที่บ้านนรสิงห์ ถึงปี พ.ศ. 2484 ขายบ้านนรสิงห์ให้รัฐบาล แล้วย้ายไปพำนักที่บ้านท่าเกษม ตำบลบางขุนพรหม ถึงปี พ.ศ. 2505 จึงขายบ้านท่าเกษมให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (เป็นโรงพิมพ์ธนบัตร ในปัจจุบันนี้) ท้ายที่สุด ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบ้านให้พำนัก ที่ถนนเจริญนคร ฝั่งธนบุรี ท่านขนานนามบ้านนี้ว่า "บ้านพระขรรค์ชัยศรี" และพำนัก ณ ที่นี้จนถึงอสัญกรรม

ด้านการเมือง ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพฯ คนแรก เมื่อปี พ.ศ. 2480 โดยมีพระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) เป็นปลัดเทศบาลนครกรุงเทพฯ คนแรก

เมื่อพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีแล้ว เจ้าพระยารามราฆพคงเป็นข้าราชการบำนาญและเป็นที่ปรึกษาราชการในพระราชสำนักต่อมาจนถึงสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ใน พ.ศ. 2506 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดระเบียบสำนักพระราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยารามราฆพ รับราชการในหน้าที่ สมุหพระราชวัง และ ประธานกรรมการพระราชสำนัก นอกจากนั้นท่านยังได้สนองพระเดชพระคุณในหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกหลายหน้าที่ เช่น เป็นสภานายกสภาลูกเสือแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและอุปนายกในคณะกรรมการอำนวยการวชิราวุธวิทยาลัย กับยังเป็นประธานกรรมการ ในบริษัทเอกชนอีกหลายบริษัท ที่สำคัญคือ เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งธนาคารกรุงเทพ จำกัด[44]

ครอบครัว[แก้]

ด้านชีวิตครอบครัว เจ้าพระยารามราฆพได้รับพระมหากรุณาธิคุณสมรสพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับคุณหญิงประจวบ รามราฆพ ต.จ. ธิดาของมหาอำมาตย์นายก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) และท่านผู้หญิงตลับ (สกุลเดิม ณ ป้อมเพ็ชร) ณ พระที่นั่งบรมพิมาน เมื่อ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2467 และสมรสกับภรรยาท่านอื่น ๆ รวมมีบุตร-ธิดา 34 ท่าน ดังนี้

  • มีบุตร-ธิดา 2 ท่าน กับคุณหญิงประจวบ รามราฆพ (สมรสพระราชทาน) ดังรายนามต่อไปนี้
    • คุณรุจิรา อมาตยกุล
    • คุณมานน พึ่งบุญ ณ อยุธยา
  • มีบุตร-ธิดา 7 ท่าน กับคุณนงคราญ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ดังรายนามต่อไปนี้
    • คุณสุรางค์
    • คุณโสภางค์พึงพิศ
    • คุณจิตอนงค์
    • คุณบุษบงรำไพ
    • คุณอนงค์ในวัฒนา
    • คุณปิยานงราม
    • คุณความจำนงค์
  • มีบุตร-ธิดา 9 ท่าน กับคุณบุญเรือน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ดังรายนามต่อไปนี้
    • คุณพัฒนา
    • คุณบุษบานงเยาว์
    • คุณเชาวน์ชาญบุรุษ
    • คุณพิสุทธิอาภรณ์
    • คุณบทจรพายัพทิศ
    • คุณจักร์กฤษณ์กุมารา
    • คุณวนิดาบุญญาวาศ
    • คุณพรหมาศนารายณ์
    • คุณเจ้าสาย
  • มีบุตร-ธิดา 7 ท่าน กับคุณพิศวาส พึ่งบุญ ณ อยุธยา ดังรายนามต่อไปนี้
    • คุณศิริโสภา
    • คุณดวงสุดาผ่องศรี
    • คุณกุมารีหริลักษณ์
    • คุณทรงจักรวรภัณฑ์
    • คุณรามจันทร์วรพงษ์
    • คุณภุชงค์บรรจถรณ์
    • คุณจันทรรัศมี
  • มีบุตร-ธิดา 6 ท่าน กับคุณถนอม พึ่งบุญ ณ อยุธยา ดังรายนามต่อไปนี้
    • คุณระฆุวงศ์
    • คุณนีละพงษ์อำไพ
    • คุณไกรกรีกูร
    • คุณประยูรกาฬวรรณ
    • คุณนวลจันทร์ธิดาราม
    • คุณโสมยามส่องฟ้า
  • มีบุตร-ธิดา 3 ท่าน กับคุณพยุงวดี พึ่งบุญ ณ อยุธยา ดังรายนามต่อไปนี้
    • คุณสู่นคเรศ
    • คุณทักษิณีเขตจรดล
    • คุณอำพลปนัดดา

ในบั้นปลายชีวิต นอกจากการรับราชการแล้ว เจ้าพระยารามราฆพ ก็ใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน มีกิจวัตรประจำวันคือการจดบันทึก ซึ่งทำมาตั้งแต่อยู่ในมัธยมวัยจนถึงอสัญกรรม นอกจากนี้ก็เพลิดเพลินอยู่กับการบำรุงดูแลเรือ ทั้งเรือยนต์และเรือกล อันเป็นของชอบของท่านตั้งแต่ยังรับราชการ และไปพักตากอากาศที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทุก ๆ ปี

พลเอก เจ้าพระยารามราฆพ ถึงแก่อสัญกรรมในวันเสาร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2510 เวลา 22.15 น. ด้วยเส้นโลหิตแตก สิริอายุได้ 77 ปี 16 วัน ณ ตึกธนาคารกรุงเทพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พลเอก พลเรือเอก เจ้าพระยารามราฆพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510 [45]

อนึ่ง ในขณะที่เจ้าพระยารามราฆพ ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

บ้านนรสิงห์[แก้]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างบ้านนรสิงห์ พระราชทานแก่พระยาประสิทธิ์ศุภการ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2484 ท่านได้เสนอขายบ้านนี้ให้แก่รัฐบาล เนื่องจากไม่สามารถรับภาระการดูแลบำรุงรักษาได้ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2484 จอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี เห็นว่าควรซื้อบ้านนรสิงห์เพื่อทำเป็นสถานที่รับรองแขกเมือง รัฐบาลได้ให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ซื้อบ้านหลังนี้ มอบให้สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล ใช้เป็นสถานที่สำหรับรับรองแขกเมืองและย้ายสำนักนายกรัฐมนตรี จากวังสวนกุหลาบ มาอยู่ที่นี่

บ้านนรสิงห์ เปลี่ยนชื่อเป็น "ทำเนียบสามัคคีชัย" เมื่อ พ.ศ. 2484 และต่อมาในปี พ.ศ. 2512 ได้ซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์ จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นของสำนักนายกรัฐมนตรี และเปลี่ยนชื่อเป็น "ทำเนียบรัฐบาล"

ท่านเจ้าพระยาฯ ขายบ้านนรสิงห์ให้รัฐบาล และย้ายมาพำนักที่บ้านท่าเกษม ตำบลบางขุนพรหม จนถึงปี พ.ศ. 2505 ได้ขายบ้านท่าเกษมให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย

สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยาม[แก้]

ในวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2458 มีประกาศราชกิจจานุเบกษาว่าด้วยการจัดตั้ง "สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์[46]" โดยมีพระยาประสิทธิ์ศุภการเป็นสภานายกสมาคมฯ คนแรกของวงการลูกหนังไทย และคณะสภากรรมการส่วนใหญ่ คือกรรมการคณะฟุตบอลแห่งสยาม พระยาประสิทธิ์ศุภการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลถึง พ.ศ. 2462 จึงลาออกจากตำแหน่ง

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ลำดับสาแหรก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ตั้งสมุหพระราชวัง ประธานกรรมการพระราชสำนัก
  2. พระราชทานเพลิงศพ
  3. พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  4. พระราชทานสัญญาบัตรกองเสือป่า
  5. พระราชทานสัญญาบัตรกองเสือป่า
  6. พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก
  7. แจ้งความกรมมหาดเล็ก เรื่อง เลื่อนยศหัวหมื่นขึ้นเป็นชั้นจางวางตรี
  8. ประกาศกรมมหาดเล็ก
  9. พระราชทานสัญญาบัตรยศนายทหาร
  10. แจ้งความกระทรวงวัง
  11. พระราชทานยศนายทหารบก
  12. พระราชทานสัญญาบัตรยศนายพลเสือป่า
  13. พระราชทานยศ (หน้า ๒๗๔๘)
  14. พระราชทานยศ
  15. พระราชทานยศนายทหารบก
  16. พระราชทานสัญญาบัตรยศทหารเรือ
  17. พระราชทานสัญญาบัตรยศทหารบก
  18. ประกาศสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  19. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง (หน้า ๒๓๘๕)
  20. พระราชทานสัญญาบัตรขุนนาง (หน้า ๒๘๖)
  21. พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์ (หน้า ๑๘๙๖)
  22. พระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์
  23. พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา (หน้า ๔๒๖)
  24. แจ้งความกระทรวงกลาโหม เรื่อง ตั้งราชองครักษ์พิเศษ
  25. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งผู้ทำการแทนอธิบดีและรองอธิบดีกรมมหาดเล็ก
  26. ประกาศกระทรวงวัง
  27. ประกาศตั้งตำแหน่งผู้ช่วยราชการกระทรวงวัง
  28. แจ้งความกรมมหาดเล็ก เรื่อง ให้จางวางโท พระยาประสิทธิ์ศุภการ เป็นอธิบดีกรมมหาดเล็ก
  29. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งผู้สำเร็จราชการมหาดเล็ก
  30. บรรจุตำแหน่งผู้ช่วยสมุหราชองครักษ์
  31. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2458/D/114.PDF
  32. ประกาศกรมมหาดเล็ก (หน้า ๑๒๗)
  33. ประกาศกรมมหาดเล็ก
  34. ประกาศพระบรมราชโองการ ตั้งจเรทัพบกและการปืนเล็กปืนกล และสมุหราชองครักษ์
  35. แจ้งความกระทรวงกลาโหม เรื่อง ตั้งและย้ายนายทหารรับราชการ
  36. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งจเรและผู้ช่วยจเรกรมทหารรักษาวังของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
  37. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งตำแหน่งอุปนายกเสือป่า
  38. http://www.finearts.go.th/performing/ประวัติและบทบาทหน้าที่.html
  39. http://203.155.220.230/m.info/bmahistory/nakornbma.html
  40. https://www.gsb.or.th/about-us/bank-museum/ววฒนาการออมสน/ความเปนมา/ประวตธนาคาร.aspx
  41. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2461/A/183.PDF
  42. http://www.siamfootball.com/index.php/2-uncategorised/66-2017-07-30-11-28-45
  43. http://www.raat.or.th/info.php
  44. digi.library.tu.ac.th/thesis/ec/0815/15ภาคผนวกก.pdf
  45. ข่าวในพระราชสำนัก
  46. http://www.fathailand.org/history
  47. ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หน้า ๑๐๓๓ เล่ม ๒๘, ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๒
  48. ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า หน้า ๒๔๗๒ เล่ม ๓๘, ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๔
  49. ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หน้า ๒๘๔๘ เล่ม ๓๕, ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๑
  50. ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี หน้า ๙๘๑ เล่ม ๓๕, ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๑
  51. ราชกิจจานุเบกษาพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หน้า ๔๑๘ เล่ม ๒๘, ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๔
  52. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๓๔, ตอน ๐ ง, ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๐, หน้า ๓๓๒๓
  53. ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ หน้า ๑๗๐๘ เล่ม ๓๓, ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๙
  54. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2489/D/027/673.PDF
ก่อนหน้า เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) ถัดไป
- 2leftarrow.png นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศสยาม
(พ.ศ. 2458-2462)
2rightarrow.png หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์