ข้ามไปเนื้อหา

เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เหรียญรางวัลสำหรับการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 29 ที่มอนทรีออล ประเทศแคนาดา

เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ (อังกฤษ: International Chemistry Olympiad: IChO) เป็นการแข่งขันเคมีของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา และเป็นหนึ่งในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ โดยเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกที่กรุงปราก ประเทศเชโกสโลวาเกีย ในปี พ.ศ. 2511 และได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปียกเว้นปี พ.ศ. 2514 ที่ได้มีการงดการจัดการแข่งขัน ประเทศส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกมาจากโลกตะวันออก

ประวัติการแข่งขัน

[แก้]

การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประะเทศเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในเชโกสโลวาเกียเมื่อปี ค.ศ. 1968 โดยมีเป้าหมายให้มีจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้นจนกระทั่งและเปลี่ยนเป็นการแข่งขันระหว่างประเทศในที่สุด โดยแรกเริ่มเชกโกวาเกียได้ส่งคำเชิญไปยังประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม ยกเว้นโรมาเนีย แต่ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างเชโกสโลวาเกียกับสหภาพโซเวียตย่ำแย่ลง ทำให้มีเพียงโปแลนด์และฮังการีเท่านั้นที่ตอบรับและเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งแรก

การแข่งขันครั้งแรก จัดขึ้น ณ กรุงปราก ระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน ค.ศ. 1968 มีจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 3 ประเทศ โดยมีตัวแทนประเทศละ 6 คน มีข้อสอบภาคทฤษฎี (Theoretical Problems) 4 ข้อ ในการแข่งขันครั้งนั้น ได้เริ่มมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งถัดไป ซึ่งการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในโปแลนด์ ครั้งนั้นบัลแกเรียได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันด้วย แต่จำนวนผู้เข้าแข่งขันได้ลดลงเหลือประเทศละ 5 คน และเริ่มมีการนำข้อสอบภาคปฏิบัติการ (Practical Problems) มาใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก ครั้งนั้น มีการเสนอให้ลดจำนวนตัวแทนประเทศลงเหลือประเทศละ 4 คน โดยการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3 จัดขั้นในประเทศฮังการี[1]

กฎข้อบังคับในการแข่งขัน

[แก้]

ธรรมนูญของการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ (Regulations of the International Chemistry Olympiad)[2] กำหนดจำนวนนักเรียนที่จะเข้าร่วมแข่งขันจากแต่ละทีมไม่เกินทีมละ 4 คน และมี อาจารย์ผู้ควบคุมทีม (Mentor) 2 คน โดยหนึ่งใน 2 คนนี้จะถูกกำหนดให้เป็นหัวหน้าทีม (Head Mentor) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ที่ยังไม่ได้เริ่มการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย วันที่จบการศึกษาของผู้เข้าแข่งขันต้องไม่ก่อนกว่าการสำเร็จการศึกษาครั้งล่าสุดก่อนวันที่ 1 กรกฎาคมของปีที่มีการแข่งขัน ทั้งนี้อาจมีข้อยกเว้นในกรณีพิเศษ (เช่น การเกณฑ์ทหารภาคบังคับ) ตามคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ และต้องมีอายุน้อยกว่า 20 ปีในวันที่ 1 กรกฎาคมของปีที่จัดการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันต้องถือหนังสือเดินทางของประเทศที่ตนเป็นตัวแทน หรือเคยเข้าศึกษาในระบบการศึกษาระดับมัธยมของประเทศนั้นเป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปีการศึกษา

อาจารย์ผู้ควบคุมทีม (Mentors) ทำหน้าที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการนานาชาติ (International Jury) โดยหนึ่งในอาจารย์พี่เลี้ยงจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน (head of delegation หรือ head mentor) โดยต้องสามารถแปลโจทย์การแข่งขันจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่นักเรียนของตนใช้ได้ และต้องสามารถพิจารณาโจทย์รวมถึงตรวจและให้คะแนนงานของนักเรียนได้ อาจารย์ผู้ควบคุมทีมมีสิทธิ์ยื่นคำร้องคัดค้าน (protest) ซึ่งต้องส่งถึงประธานคณะกรรมการอำนวยการ (Chair of the Steering Committee) และในกรณีจำเป็นสามารถขอให้มีการพิจารณาแก้ปัญหานั้นในการประชุมครั้งถัดไปของคณะกรรมการนานาชาติ คณะผู้แทนของแต่ละประเทศที่มีนักเรียนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 4 คน อาจลงทะเบียนผู้สังเกตการณ์ทางวิชาการ (scientific observers) ได้ไม่เกิน 2 คน เพื่อช่วยในการทำงานของอาจารย์ผู้คควบคุมทีม คณะผู้แทน 1 คณะต้องไม่มีจำนวนผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมในสถานที่จริงมากกว่าจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ประเทศที่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ต้องส่งผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการแข่งขันเคมีโอลิมปิกต่อเนื่อง 2 ครั้งก่อนที่จะส่งตัวแทนนักเรียนเข้าแข่งขัน ในการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 57 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีจำนวนประเทศเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 96 ประเทศโดยมีประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์จำนวน 5 ประเทศ[3]

การแข่งขันประกอบด้วยการสอบ 2 ส่วน ได้แก่ การสอบภาคทฤษฎี (Theoretical Examination) และ การสอบภาคปฏิบัติ (Practical Examination) ซึ่งการสอบทั้งสองส่วนใช้เวลาอย่างละ 5 ชั่วโมง และจัดสอบแยกวัน โดยทั่วไปแล้วการสอบภาคปฏิบัติมักจัดขึ้นก่อนการสอบภาคทฤษฎี คะแนนข้อสอบภาคทฤษฎีคิดเป็น 60 คะแนน และข้อสอบภาคปฏิบัติคิดเป็น 40 คะแนน การสอบแต่ละส่วนคิดคะแนนแยกส่วนกันและผลการสอบทั้งหมดเป็นการคิดคะแนนรวมจากทั้งสองส่วน คณะกรรมการฝ่ายวิชาการซึ่งตั้งขึ้นโดยประเทศเจ้าภาพ จะเสนอคำถามที่ใช้เป็นข้อสอบซึ่งในการนี้คณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศซึ่งประกอบด้วยพี่เลี้ยงทั้ง 2 คนจากแต่ละประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันจะวิพากษ์ข้อสอบจากนั้นจะแต่ละประเทศจะแปลจากข้อสอบฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนของประเทศตนเอง[2]

นักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับข้อสอบฉบับแปลตามความต้องการของผู้สอบ ภาระการแปลข้อสอบจากภาษาอังกฤษจะเป็นหน้าที่ของพี่เลี้ยง หลังจากการตรวจข้อสอบและให้คะแนนโดยคณะกรรมการจากประเทศเจ้าภาพแล้ว ก่อนมอบรางวัล หัวหน้าทีม (Head Mentor) และผู้ควบคุมทีม (Mentor) จากแต่ละประเทศจะวิพากษ์เกี่ยวกับการให้คะแนนให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ควบคุมทีมได้เห็นและทบทวนข้อสอบที่ใช้ในการแข่งขันก่อนที่จะส่งต่อให้นักเรียนในวันสอบ การสื่อสารระหว่างพี่เลี้ยงกับกับนักเรียนถูกกีดกันอย่างเข้มงวดโดยนักเรียนจะต้องมอบอุปกรณ์สื่อสารให้กับผู้จัดการแข่งขัน

การเตรียมความพร้อมในการแข่งขัน

[แก้]

เจ้าภาพจัดการแข่งขันจัดการแข่งขันจะจัดส่ง โจทย์แบบฝึกหัด (Preparatory Problems) ซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้แก่ทุกประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันในเดือนมกราคมของปีที่มีการแข่งขัน โจทย์แบบฝึกหัดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนเข้าใจลักษณะและระดับความยากของโจทย์แข่งขัน รวมถึงด้านความปลอดภัย โดยในการจัดทำโจทย์แบบฝึกหัดทั้งหมดจะต้องใช้หน่วยเอสไอ (SI units)[2] ผู้จัดการแข่งขันต้องร่วมมือกับคณะกรรมการอำนวยการ (Steering Committee) ในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทำโจทย์แบบฝึกหัด เพื่อช่วยตรวจสอบจำนวนหัวข้อขั้นสูง (advanced topics) และสัดส่วนของแขนงวิชาเคมีแต่ละสาขาให้เหมาะสม จำนวนโจทย์ภาคทฤษฎีและโจทย์ภาคปฏิบัติการทั้งหมดในโจทย์แบบฝึกหัด์เตรียมความพร้อมต้องอยู่ระหว่าง 25–30 ข้อ และ 5–10 ข้อตามลำดับ

เนื้อหาที่ใช้ในการแข่งขันจะเป็นไปตาม ภาคผนวก C (Appendix C) ของธรรมนูญการแข่งขันซึ่งระบุหลักสูตร (syllabus) ที่คาดว่านักเรียนผู้เข้าแข่งขันควรมีความรู้และความเข้าใจ ผู้จัดการแข่งขันสามารถออกคำถามหรือโจทย์ทั้งในส่วนทฤษฎีหรือการทดลองได้โดยอิงจากความรู้ที่ระบุไว้ในภาคผนวกดังกล่าว [2]

เจ้าภาพจัดการแข่งขันสามารถเพิ่มโจทย์ที่อาศัยแนวคิดและทักษะจากสาขาวิชาอื่นที่อยู่นอกเหนือจากที่ระบุในภาคผนวกได้ โดยภาคทฤษฎีไม่เกิน 6 หัวข้อ และภาคปฏิบัติไม่เกิน 3 หัวข้อ โดยต้องมีโจทย์จากแต่ละสาขาอย่างน้อย 2 ข้อ และต้องระบุทักษะที่จำเป็นในโจทย์แบบฝึกหัด ตัวอย่างของหัวข้อนอกหลักสูตรตามที่ระบุในภาคผนวก C หัวข้อที่ไม่ได้ระบุไว้ต้องมีขอบเขตของเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับตัวอย่างที่ให้ไว้ ทั้งนี้ หัวข้อภาคทฤษฎีทั้ง 6 หัวข้อ และหัวข้อภาคปฏิบัติ 3 หัวข้อนี้ ต้องระบุอย่างชัดเจนที่ตอนต้นของโจทย์แบบฝึกหัด

หากโจทย์ข้อสอบต้องใช้สมการที่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตสาขาที่ระบุไว้ จะต้องให้คำจำกัดความของสมการนั้นไว้ในข้อความของข้อสอบ หากต้องเนื้อหาเฉพาะทางที่ไม่ได้ระบุไว้ในภาคผนวก C ในการแก้โจทย์ข้อสอบ เนื้อหาเหล่านั้นต้องรวมอยู่ในข้อความของข้อสอบหรือในชุดโจทย์แบบฝึกหัดและเฉลยของนั้นด้วย

การฝึกอบรมหรือการสอนพิเศษใด ๆ ที่จัดขึ้นสำหรับกลุ่มนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกไม่เกิน 50 คน ซึ่งรวมถึงทีม IChO จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินสองสัปดาห์[2]

การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2016

[แก้]

การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 48 เดิมจะจัดขึ้น ณ นครการาจี ประเทศปากีสถาน[4] แต่ได้มีการเปลี่ยนประเทศเจ้าภาพอย่างกระทันหัน โดยจะจัดขึ้น ณ กรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย ทั้งนี้ เนื่องจากความกระชั้นชิด ทางคณะกรรมการวิชาการของประเทศเจ้าภาพได้เลือกข้อสอบตัวอย่างจากการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 40 ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี มาใช้ภายใต้การอนุญาตตามกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ถูกต้อง

การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2020 2021 และ 2022

[แก้]

การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 52, 53 และ 54 เดิมจะแบบทั่วไป ณ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี[5] นครโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น และ นครเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามลำดับ แต่เนื่องจากมีการระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2562–2563 จึงได้ปรับการแข่งขันเป็นรูปแบบการสอบเข้าถึงระยะไกล (Remote Access Exam) ณ ประเทศต่าง ๆ แทน และยกเลิกการสอบภาคปฏิบัติ

รายชื่อประเทศเจ้าภาพการแข่งขันเคมีโอลิมปิกในอนาคต

[แก้]
ครั้งที่เมืองที่จัดการแข่งขันประเทศที่ตั้งวันที่จัดการแข่งขัน
58ทาชเคนต์ประเทศอุซเบกิสถาน ประเทศอุซเบกิสถาน10-19 กรกฎาคม 2569[6]
59ประเทศไต้หวัน ประเทศไต้หวันกรกฎาคม 2570[7]

รายชื่อประเทศเจ้าภาพการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศที่ผ่านมา

[แก้]
ครั้งที่เมืองที่จัดการแข่งขันประเทศที่ตั้งวันที่จัดการแข่งขันข้อสอบและข้อสอบตัวอย่าง
57 ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5-14 กรกฎาคม 2568
56 ริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซาอุดีอาระเบีย 21-30 กรกฎาคม 2567
55 ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ 16-25 กรกฎาคม 2566
54 เทียนจิน ประเทศจีน จีน 10-18 กรกฎาคม 2565
53 โอซากะ ประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 25 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2564[8]
52อิสตันบูลประเทศตุรกี ตุรกี23-29 กรกฎาคม 2563[9]
51ปารีสประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส21-30 กรกฎาคม 2562[10]
50ปราก และบราติสลาวาประเทศเช็กเกีย เช็กเกีย และ ประเทศสโลวาเกีย สโลวาเกีย19-29 กรกฎาคม 2561
49นครปฐมประเทศไทย ไทย5-15 กรกฎาคม 2560
48ทบิลิซีประเทศจอร์เจีย จอร์เจีย23 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2559
47บากูประเทศอาเซอร์ไบจาน อาเซอร์ไบจาน20-29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
46ฮานอยประเทศเวียดนาม เวียดนาม20-29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
45มอสโกประเทศรัสเซีย รัสเซีย15-24 กรกฎาคมพ.ศ. 2556
44วอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา21–30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
43อังการาประเทศตุรกี ตุรกี9–18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
42โตเกียวประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น19-28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
41เคมบริดจ์สหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร18-27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
40บูดาเปสต์ประเทศฮังการี ฮังการี12-21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
39มอสโกประเทศรัสเซีย รัสเซีย15-24 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
38คย็องซันประเทศเกาหลีใต้ เกาหลีใต้1-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
37ไทเปประเทศไต้หวัน ไต้หวัน16-25 กรกฎาคม พ.ศ. 2548
36คีลประเทศเยอรมนี เยอรมนี18-27 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
35เอเธนส์ประเทศกรีซ กรีซ5-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
34โครนิงเงินแม่แบบ:Country data Netherlands เนเธอร์แลนด์5-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2545
33มุมไบประเทศอินเดีย อินเดีย6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2544
32โคเปนเฮเกนประเทศเดนมาร์ก เดนมาร์ก6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2543
31กรุงเทพมหานครประเทศไทย ไทย4-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2542
30เมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ออสเตรเลีย5-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
29มอนทรีออลประเทศแคนาดา แคนาดา13-22 กรกฎาคม พ.ศ. 2540
28มอสโกประเทศรัสเซีย รัสเซีย14-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539
27ปักกิ่งประเทศจีน จีน13-20 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
26ออสโลประเทศนอร์เวย์ นอร์เวย์3-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2537
25เปรูจาประเทศอิตาลี อิตาลี11-22 กรกฎาคม พ.ศ. 2536
24วอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา11-22 กรกฎาคม พ.ศ. 2535
23วูชประเทศโปแลนด์ โปแลนด์7-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2534
22ปารีสประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส8-17 กรกฎาคม พ.ศ. 2533
21ฮัลเลอประเทศเยอรมนีตะวันออก เยอรมนีตะวันออก2-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2532
20เอสโปประเทศฟินแลนด์ ฟินแลนด์2-9 กรกฎาคม พ.ศ. 2531
19แว็สเปรมประเทศฮังการี ฮังการี6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
18ไลเดินแม่แบบ:Country data Netherlands เนเธอร์แลนด์6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
17บราติสลาวาประเทศเชโกสโลวาเกีย เชกโกสโลวาเกีย1-8 กรกฎาคม พ.ศ. 2528
16แฟรงก์เฟิร์ตประเทศเยอรมนีตะวันตก เยอรมนีตะวันตก1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2527
15ตีมีโชอาราประเทศโรมาเนีย โรมาเนีย2-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2526
14สต็อกโฮล์มประเทศสวีเดน สวีเดน3-12 กรกฎาคม พ.ศ. 2525
13บูร์กัสประเทศบัลแกเรีย บัลแกเรีย13-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2524
12ลินซ์ประเทศออสเตรีย ออสเตรีย13-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2523
11เลนินกราดสหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียต2-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2522
10ทอรูนประเทศโปแลนด์ โปแลนด์3-13 กรกฎาคม พ.ศ. 2521
9บราติสลาวาประเทศเชโกสโลวาเกีย เชโกสโลวาเกีย4-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2520
8ฮัลเลอประเทศเยอรมนีตะวันออก เยอรมนีตะวันออก10-19 กรกฎาคม พ.ศ. 2519
7แว็สเปรมประเทศฮังการี ฮังการี1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2518
6บูคาเรสต์ประเทศโรมาเนีย โรมาเนีย1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2517
5โซเฟียประเทศบัลแกเรีย บัลแกเรีย1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2516
4มอสโกสหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียต1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2515
งดจัด
3บูดาเปสต์ประเทศฮังการี ฮังการี1-5 กรกฎาคม พ.ศ. 2513
2คาโตวีตเซประเทศโปแลนด์ โปแลนด์16-20 มิถุนายน พ.ศ. 2512
1ปรากประเทศเชโกสโลวาเกีย เชโกสโลวาเกีย1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2511

การกระจายของเหรียญรางวัลการแข่งขัน IChO

[แก้]

รายชื่อประเทศที่มีผลการแข่งขันดีที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา จัดอันดับตามจำนวนเหรียญทอง ณ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025[11] แสดงดังนี้ :

อันดับ ประเทศ จำนวนเหรียญทองจากการแข่งขัน 10 ครั้งล่าสุด (2016-2025)
1  จีน 37 (4+3+4+3+3+4+4+4+4+4)
2  เวียดนาม 29 (2+3+1+2+4+3+4+3+3+4)
3  สหรัฐ 28 (1+4+4+3+4+2+1+2+3+4)
4  ไต้หวัน 27 (3+4+1+2+2+3+4+3+2+3)
5  สิงคโปร์ 21 (2+2+2+2+3+2+2+4+1+1)
6  เกาหลีใต้ 20 (3+2+3+4+2+1+2+1+1+1)
7  รัสเซีย 16 (3+2+2+4+1+4+x+x+x+x)[12]
8  อิหร่าน 15 (2+3+0+1+1+2+2+3+1+0)
9  ญี่ปุ่น 14 (1+1+1+2+0+0+4+2+2+1)
10  อินเดีย 13 (2+1+2+2+x+2+0+1+1+2)
10  โรมาเนีย 13 (3+2+0+1+x+3+2+1+0+1)
12  เช็กเกีย 9 (0+0+3+1+1+1+1+0+1+1)
12  สหราชอาณาจักร 9 (0+0+3+1+1+2+0+1+0+1)
14  บัลแกเรีย 8 (0+1+1+1+0+0+1+2+1+1)
14  ไทย 8 (2+2+1+1+0+0+0+1+0+1)
14  ตุรกี 8 (x+1+1+0+2+2+1+1+0+0)
17  คาซัคสถาน 7 (0+1+0+0+0+0+1+1+2+2)
18  โปแลนด์ 6 (1+0+0+0+0+0+1+1+2+1)
18  อุซเบกิสถาน 6 (0+0+0+0+0+1+0+2+1+2)
20  อิสราเอล 5 (0+0+0+0+1+1+1+0+x+2)
21  ยูเครน 4 (0+0+1+1+x+0+0+0+0+2)
22  บราซิล 3(0+0+2+0+0+0+0+0+1+0)
22  สโลวาเกีย 3 (0+0+0+2+0+0+0+0+1+0)
24  เดนมาร์ก 2 (0+0+0+1+0+0+0+0+0+1)
24  เยอรมนี 2 (0+0+0+0+0+0+0+1+0+1)
24  ฮังการี 2(0+0+1+0+0+0+0+1+0+0)
24  อินโดนีเซีย 2 (0+1+1+0+0+0+0+0+0+0)
24  ลิทัวเนีย 2 (0+1+0+0+0+0+0+0+1+0)
29  เบลารุส [13] 1 (1+0+0+0+x+0+x+x+x+x)
29  อาร์มีเนีย 1(0+0+0+0+0+0+0+1+0+0)
29  ออสเตรเลีย 1 (0+0+0+0+1+0+0+0+0+0)
29  อาร์เจนตินา 1 (0+0+0+1+x+x+0+0+0+0)
29  ออสเตรีย 1 (x+0+0+0+0+0+0+0+1+0)
29  อาเซอร์ไบจาน 1 (0+1+0+0+0+0+0+0+0+0)
29  แคนาดา 1 (x+0+0+0+0+0+0+0+1+0)
29  ฝรั่งเศส 1 (0+0+1+0+0+0+0+0+0+0)
29  อิตาลี 1 (0+0+0+1+x+x+x+0+0+0)
29  ลัตเวีย 1 (0+0+0+1+0+0+0+0+0+0)
29  เปรู 1 (0+1+0+0+x+x+0+0+0+0)
29  เซอร์เบีย 1 (0+0+0+0+0+0+0+0+1+0)
29  เติร์กเมนิสถาน 1 (0+0+0+0+x+0+1+0+0)
เลข 0 หมายถึงประเทศนั้นเข้าร่วมการแข่งขันแต่ไม่ได้รับเหรียญทอง ส่วนเครื่องหมาย x หมายถึงประเทศนั้นไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนั้น

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "A short review on the development of the International Chemistry Olympiads". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-02-22. สืบค้นเมื่อ 2015-08-28.
  2. 1 2 3 4 5 "IChO Regulations". Google Docs. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
  3. Website, M. O. E. "57th International Chemistry Olympiad sets new benchmarks for participation and organisation". www.moe.gov.ae (ภาษาอาหรับ). สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
  4. Minutes of Steering Committee and International Jury.,47th International Chemistry Olympiad
  5. 52th International Chemistry Olympiad
  6. "IChO 2026". www.icho2026.uz. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
  7. "IChO". www.ichosc.org. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
  8. 53rd INTERNATIONAL CHEMISTRY OLYMPIAD https://www.icho2021.org/
  9. 52nd INTERNATIONAL CHEMISTRY OLYMPIAD https://icho2020.tubitak.gov.tr/
  10. 51st INTERNATIONAL CHEMISTRY OLYMPIAD https://icho2019.paris/en/
  11. "IChO Results". www.icho-official.org. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
  12. นักเรียนจากรัสเซียและเบลารุสเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายบุคคลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2022 เป็นต้นมา
  13. นักเรียนจากรัสเซียและเบลารุสเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายบุคคลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2022 เป็นต้นมา