เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ

เคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ (อังกฤษ: International Chemistry Olympiad: IChO) เป็นการแข่งขันเคมีของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา และเป็นหนึ่งในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ โดยเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกที่กรุงปราก ประเทศเชโกสโลวาเกีย ในปี พ.ศ. 2511 และได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปียกเว้นปี พ.ศ. 2514 ที่ได้มีการงดการจัดการแข่งขัน ประเทศส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกมาจากโลกตะวันออก
ประวัติการแข่งขัน
[แก้]การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประะเทศเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในเชโกสโลวาเกียเมื่อปี ค.ศ. 1968 โดยมีเป้าหมายให้มีจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้นจนกระทั่งและเปลี่ยนเป็นการแข่งขันระหว่างประเทศในที่สุด โดยแรกเริ่มเชกโกวาเกียได้ส่งคำเชิญไปยังประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม ยกเว้นโรมาเนีย แต่ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างเชโกสโลวาเกียกับสหภาพโซเวียตย่ำแย่ลง ทำให้มีเพียงโปแลนด์และฮังการีเท่านั้นที่ตอบรับและเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งแรก
การแข่งขันครั้งแรก จัดขึ้น ณ กรุงปราก ระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน ค.ศ. 1968 มีจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 3 ประเทศ โดยมีตัวแทนประเทศละ 6 คน มีข้อสอบภาคทฤษฎี (Theoretical Problems) 4 ข้อ ในการแข่งขันครั้งนั้น ได้เริ่มมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งถัดไป ซึ่งการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในโปแลนด์ ครั้งนั้นบัลแกเรียได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันด้วย แต่จำนวนผู้เข้าแข่งขันได้ลดลงเหลือประเทศละ 5 คน และเริ่มมีการนำข้อสอบภาคปฏิบัติการ (Practical Problems) มาใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก ครั้งนั้น มีการเสนอให้ลดจำนวนตัวแทนประเทศลงเหลือประเทศละ 4 คน โดยการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3 จัดขั้นในประเทศฮังการี[1]
กฎข้อบังคับในการแข่งขัน
[แก้]ธรรมนูญของการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ (Regulations of the International Chemistry Olympiad)[2] กำหนดจำนวนนักเรียนที่จะเข้าร่วมแข่งขันจากแต่ละทีมไม่เกินทีมละ 4 คน และมี อาจารย์ผู้ควบคุมทีม (Mentor) 2 คน โดยหนึ่งใน 2 คนนี้จะถูกกำหนดให้เป็นหัวหน้าทีม (Head Mentor) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาหรือผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ที่ยังไม่ได้เริ่มการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย วันที่จบการศึกษาของผู้เข้าแข่งขันต้องไม่ก่อนกว่าการสำเร็จการศึกษาครั้งล่าสุดก่อนวันที่ 1 กรกฎาคมของปีที่มีการแข่งขัน ทั้งนี้อาจมีข้อยกเว้นในกรณีพิเศษ (เช่น การเกณฑ์ทหารภาคบังคับ) ตามคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ และต้องมีอายุน้อยกว่า 20 ปีในวันที่ 1 กรกฎาคมของปีที่จัดการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันต้องถือหนังสือเดินทางของประเทศที่ตนเป็นตัวแทน หรือเคยเข้าศึกษาในระบบการศึกษาระดับมัธยมของประเทศนั้นเป็นระยะเวลามากกว่าหนึ่งปีการศึกษา
อาจารย์ผู้ควบคุมทีม (Mentors) ทำหน้าที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการนานาชาติ (International Jury) โดยหนึ่งในอาจารย์พี่เลี้ยงจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน (head of delegation หรือ head mentor) โดยต้องสามารถแปลโจทย์การแข่งขันจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่นักเรียนของตนใช้ได้ และต้องสามารถพิจารณาโจทย์รวมถึงตรวจและให้คะแนนงานของนักเรียนได้ อาจารย์ผู้ควบคุมทีมมีสิทธิ์ยื่นคำร้องคัดค้าน (protest) ซึ่งต้องส่งถึงประธานคณะกรรมการอำนวยการ (Chair of the Steering Committee) และในกรณีจำเป็นสามารถขอให้มีการพิจารณาแก้ปัญหานั้นในการประชุมครั้งถัดไปของคณะกรรมการนานาชาติ คณะผู้แทนของแต่ละประเทศที่มีนักเรียนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 4 คน อาจลงทะเบียนผู้สังเกตการณ์ทางวิชาการ (scientific observers) ได้ไม่เกิน 2 คน เพื่อช่วยในการทำงานของอาจารย์ผู้คควบคุมทีม คณะผู้แทน 1 คณะต้องไม่มีจำนวนผู้ใหญ่ที่เข้าร่วมในสถานที่จริงมากกว่าจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน
ประเทศที่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ต้องส่งผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการแข่งขันเคมีโอลิมปิกต่อเนื่อง 2 ครั้งก่อนที่จะส่งตัวแทนนักเรียนเข้าแข่งขัน ในการแข่งขันเคมีโอลิมปิก ครั้งที่ 57 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีจำนวนประเทศเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 96 ประเทศโดยมีประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์จำนวน 5 ประเทศ[3]
การแข่งขันประกอบด้วยการสอบ 2 ส่วน ได้แก่ การสอบภาคทฤษฎี (Theoretical Examination) และ การสอบภาคปฏิบัติ (Practical Examination) ซึ่งการสอบทั้งสองส่วนใช้เวลาอย่างละ 5 ชั่วโมง และจัดสอบแยกวัน โดยทั่วไปแล้วการสอบภาคปฏิบัติมักจัดขึ้นก่อนการสอบภาคทฤษฎี คะแนนข้อสอบภาคทฤษฎีคิดเป็น 60 คะแนน และข้อสอบภาคปฏิบัติคิดเป็น 40 คะแนน การสอบแต่ละส่วนคิดคะแนนแยกส่วนกันและผลการสอบทั้งหมดเป็นการคิดคะแนนรวมจากทั้งสองส่วน คณะกรรมการฝ่ายวิชาการซึ่งตั้งขึ้นโดยประเทศเจ้าภาพ จะเสนอคำถามที่ใช้เป็นข้อสอบซึ่งในการนี้คณะกรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศซึ่งประกอบด้วยพี่เลี้ยงทั้ง 2 คนจากแต่ละประเทศที่เข้าร่วมแข่งขันจะวิพากษ์ข้อสอบจากนั้นจะแต่ละประเทศจะแปลจากข้อสอบฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนของประเทศตนเอง[2]
นักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันจะได้รับข้อสอบฉบับแปลตามความต้องการของผู้สอบ ภาระการแปลข้อสอบจากภาษาอังกฤษจะเป็นหน้าที่ของพี่เลี้ยง หลังจากการตรวจข้อสอบและให้คะแนนโดยคณะกรรมการจากประเทศเจ้าภาพแล้ว ก่อนมอบรางวัล หัวหน้าทีม (Head Mentor) และผู้ควบคุมทีม (Mentor) จากแต่ละประเทศจะวิพากษ์เกี่ยวกับการให้คะแนนให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ควบคุมทีมได้เห็นและทบทวนข้อสอบที่ใช้ในการแข่งขันก่อนที่จะส่งต่อให้นักเรียนในวันสอบ การสื่อสารระหว่างพี่เลี้ยงกับกับนักเรียนถูกกีดกันอย่างเข้มงวดโดยนักเรียนจะต้องมอบอุปกรณ์สื่อสารให้กับผู้จัดการแข่งขัน
การเตรียมความพร้อมในการแข่งขัน
[แก้]เจ้าภาพจัดการแข่งขันจัดการแข่งขันจะจัดส่ง โจทย์แบบฝึกหัด (Preparatory Problems) ซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษให้แก่ทุกประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันในเดือนมกราคมของปีที่มีการแข่งขัน โจทย์แบบฝึกหัดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนเข้าใจลักษณะและระดับความยากของโจทย์แข่งขัน รวมถึงด้านความปลอดภัย โดยในการจัดทำโจทย์แบบฝึกหัดทั้งหมดจะต้องใช้หน่วยเอสไอ (SI units)[2] ผู้จัดการแข่งขันต้องร่วมมือกับคณะกรรมการอำนวยการ (Steering Committee) ในขั้นตอนสุดท้ายของการจัดทำโจทย์แบบฝึกหัด เพื่อช่วยตรวจสอบจำนวนหัวข้อขั้นสูง (advanced topics) และสัดส่วนของแขนงวิชาเคมีแต่ละสาขาให้เหมาะสม จำนวนโจทย์ภาคทฤษฎีและโจทย์ภาคปฏิบัติการทั้งหมดในโจทย์แบบฝึกหัด์เตรียมความพร้อมต้องอยู่ระหว่าง 25–30 ข้อ และ 5–10 ข้อตามลำดับ
เนื้อหาที่ใช้ในการแข่งขันจะเป็นไปตาม ภาคผนวก C (Appendix C) ของธรรมนูญการแข่งขันซึ่งระบุหลักสูตร (syllabus) ที่คาดว่านักเรียนผู้เข้าแข่งขันควรมีความรู้และความเข้าใจ ผู้จัดการแข่งขันสามารถออกคำถามหรือโจทย์ทั้งในส่วนทฤษฎีหรือการทดลองได้โดยอิงจากความรู้ที่ระบุไว้ในภาคผนวกดังกล่าว [2]
เจ้าภาพจัดการแข่งขันสามารถเพิ่มโจทย์ที่อาศัยแนวคิดและทักษะจากสาขาวิชาอื่นที่อยู่นอกเหนือจากที่ระบุในภาคผนวกได้ โดยภาคทฤษฎีไม่เกิน 6 หัวข้อ และภาคปฏิบัติไม่เกิน 3 หัวข้อ โดยต้องมีโจทย์จากแต่ละสาขาอย่างน้อย 2 ข้อ และต้องระบุทักษะที่จำเป็นในโจทย์แบบฝึกหัด ตัวอย่างของหัวข้อนอกหลักสูตรตามที่ระบุในภาคผนวก C หัวข้อที่ไม่ได้ระบุไว้ต้องมีขอบเขตของเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับตัวอย่างที่ให้ไว้ ทั้งนี้ หัวข้อภาคทฤษฎีทั้ง 6 หัวข้อ และหัวข้อภาคปฏิบัติ 3 หัวข้อนี้ ต้องระบุอย่างชัดเจนที่ตอนต้นของโจทย์แบบฝึกหัด
หากโจทย์ข้อสอบต้องใช้สมการที่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตสาขาที่ระบุไว้ จะต้องให้คำจำกัดความของสมการนั้นไว้ในข้อความของข้อสอบ หากต้องเนื้อหาเฉพาะทางที่ไม่ได้ระบุไว้ในภาคผนวก C ในการแก้โจทย์ข้อสอบ เนื้อหาเหล่านั้นต้องรวมอยู่ในข้อความของข้อสอบหรือในชุดโจทย์แบบฝึกหัดและเฉลยของนั้นด้วย
การฝึกอบรมหรือการสอนพิเศษใด ๆ ที่จัดขึ้นสำหรับกลุ่มนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกไม่เกิน 50 คน ซึ่งรวมถึงทีม IChO จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินสองสัปดาห์[2]
การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2016
[แก้]การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 48 เดิมจะจัดขึ้น ณ นครการาจี ประเทศปากีสถาน[4] แต่ได้มีการเปลี่ยนประเทศเจ้าภาพอย่างกระทันหัน โดยจะจัดขึ้น ณ กรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย ทั้งนี้ เนื่องจากความกระชั้นชิด ทางคณะกรรมการวิชาการของประเทศเจ้าภาพได้เลือกข้อสอบตัวอย่างจากการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 40 ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี มาใช้ภายใต้การอนุญาตตามกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ถูกต้อง
การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2020 2021 และ 2022
[แก้]การแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 52, 53 และ 54 เดิมจะแบบทั่วไป ณ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี[5] นครโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น และ นครเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตามลำดับ แต่เนื่องจากมีการระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2562–2563 จึงได้ปรับการแข่งขันเป็นรูปแบบการสอบเข้าถึงระยะไกล (Remote Access Exam) ณ ประเทศต่าง ๆ แทน และยกเลิกการสอบภาคปฏิบัติ
รายชื่อประเทศเจ้าภาพการแข่งขันเคมีโอลิมปิกในอนาคต
[แก้]| ครั้งที่ | เมืองที่จัดการแข่งขัน | ประเทศที่ตั้ง | วันที่จัดการแข่งขัน |
|---|---|---|---|
| 58 | ทาชเคนต์ | 10-19 กรกฎาคม 2569[6] | |
| 59 | กรกฎาคม 2570[7] |
รายชื่อประเทศเจ้าภาพการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศที่ผ่านมา
[แก้]| ครั้งที่ | เมืองที่จัดการแข่งขัน | ประเทศที่ตั้ง | วันที่จัดการแข่งขัน | ข้อสอบและข้อสอบตัวอย่าง |
|---|---|---|---|---|
| 57 | ดูไบ | 5-14 กรกฎาคม 2568 | ||
| 56 | ริยาด | 21-30 กรกฎาคม 2567 | ||
| 55 | ซูริก | 16-25 กรกฎาคม 2566 | ||
| 54 | เทียนจิน | 10-18 กรกฎาคม 2565 |
| |
| 53 | โอซากะ | 25 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2564[8] |
| |
| 52 | อิสตันบูล | 23-29 กรกฎาคม 2563[9] |
| |
| 51 | ปารีส | 21-30 กรกฎาคม 2562[10] | ||
| 50 | ปราก และบราติสลาวา | 19-29 กรกฎาคม 2561 | ||
| 49 | นครปฐม | 5-15 กรกฎาคม 2560 | ||
| 48 | ทบิลิซี | 23 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2559 | ||
| 47 | บากู | 20-29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 | ||
| 46 | ฮานอย | 20-29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 | ||
| 45 | มอสโก | 15-24 กรกฎาคมพ.ศ. 2556 | ||
| 44 | วอชิงตัน ดี.ซี. | 21–30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 | ||
| 43 | อังการา | 9–18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 | ||
| 42 | โตเกียว | 19-28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 | ||
| 41 | เคมบริดจ์ | 18-27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 | ||
| 40 | บูดาเปสต์ | 12-21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 | ||
| 39 | มอสโก | 15-24 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 | ||
| 38 | คย็องซัน | 1-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 | ||
| 37 | ไทเป | 16-25 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 | ||
| 36 | คีล | 18-27 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 | ||
| 35 | เอเธนส์ | 5-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 | ||
| 34 | โครนิงเงิน | แม่แบบ:Country data Netherlands เนเธอร์แลนด์ | 5-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 | |
| 33 | มุมไบ | 6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 | ||
| 32 | โคเปนเฮเกน | 6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 | ||
| 31 | กรุงเทพมหานคร | 4-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 | ||
| 30 | เมลเบิร์น | 5-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 | ||
| 29 | มอนทรีออล | 13-22 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 | ||
| 28 | มอสโก | 14-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 | ||
| 27 | ปักกิ่ง | 13-20 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 | ||
| 26 | ออสโล | 3-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 | ||
| 25 | เปรูจา | 11-22 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 | ||
| 24 | วอชิงตัน ดี.ซี. | 11-22 กรกฎาคม พ.ศ. 2535 | ||
| 23 | วูช | 7-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 | ||
| 22 | ปารีส | 8-17 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 | ||
| 21 | ฮัลเลอ | 2-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 | ||
| 20 | เอสโป | 2-9 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 | ||
| 19 | แว็สเปรม | 6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 | ||
| 18 | ไลเดิน | แม่แบบ:Country data Netherlands เนเธอร์แลนด์ | 6-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 | |
| 17 | บราติสลาวา | 1-8 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 | ||
| 16 | แฟรงก์เฟิร์ต | 1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 | ||
| 15 | ตีมีโชอารา | 2-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 | ||
| 14 | สต็อกโฮล์ม | 3-12 กรกฎาคม พ.ศ. 2525 | ||
| 13 | บูร์กัส | 13-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 | ||
| 12 | ลินซ์ | 13-23 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 | ||
| 11 | เลนินกราด | 2-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2522 | ||
| 10 | ทอรูน | 3-13 กรกฎาคม พ.ศ. 2521 | ||
| 9 | บราติสลาวา | 4-14 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 | ||
| 8 | ฮัลเลอ | 10-19 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 | ||
| 7 | แว็สเปรม | 1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2518 | ||
| 6 | บูคาเรสต์ | 1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 | ||
| 5 | โซเฟีย | 1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2516 | ||
| 4 | มอสโก | 1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 | ||
| งดจัด | ||||
| 3 | บูดาเปสต์ | 1-5 กรกฎาคม พ.ศ. 2513 | ||
| 2 | คาโตวีตเซ | 16-20 มิถุนายน พ.ศ. 2512 | ||
| 1 | ปราก | 1-10 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 | ||
การกระจายของเหรียญรางวัลการแข่งขัน IChO
[แก้]รายชื่อประเทศที่มีผลการแข่งขันดีที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา จัดอันดับตามจำนวนเหรียญทอง ณ เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025[11] แสดงดังนี้ :
| อันดับ | ประเทศ | จำนวนเหรียญทองจากการแข่งขัน 10 ครั้งล่าสุด (2016-2025) |
|---|---|---|
| 1 | 37 (4+3+4+3+3+4+4+4+4+4) | |
| 2 | 29 (2+3+1+2+4+3+4+3+3+4) | |
| 3 | 28 (1+4+4+3+4+2+1+2+3+4) | |
| 4 | 27 (3+4+1+2+2+3+4+3+2+3) | |
| 5 | 21 (2+2+2+2+3+2+2+4+1+1) | |
| 6 | 20 (3+2+3+4+2+1+2+1+1+1) | |
| 7 | 16 (3+2+2+4+1+4+x+x+x+x)[12] | |
| 8 | 15 (2+3+0+1+1+2+2+3+1+0) | |
| 9 | 14 (1+1+1+2+0+0+4+2+2+1) | |
| 10 | 13 (2+1+2+2+x+2+0+1+1+2) | |
| 10 | 13 (3+2+0+1+x+3+2+1+0+1) | |
| 12 | 9 (0+0+3+1+1+1+1+0+1+1) | |
| 12 | 9 (0+0+3+1+1+2+0+1+0+1) | |
| 14 | 8 (0+1+1+1+0+0+1+2+1+1) | |
| 14 | 8 (2+2+1+1+0+0+0+1+0+1) | |
| 14 | 8 (x+1+1+0+2+2+1+1+0+0) | |
| 17 | 7 (0+1+0+0+0+0+1+1+2+2) | |
| 18 | 6 (1+0+0+0+0+0+1+1+2+1) | |
| 18 | 6 (0+0+0+0+0+1+0+2+1+2) | |
| 20 | 5 (0+0+0+0+1+1+1+0+x+2) | |
| 21 | 4 (0+0+1+1+x+0+0+0+0+2) | |
| 22 | 3(0+0+2+0+0+0+0+0+1+0) | |
| 22 | 3 (0+0+0+2+0+0+0+0+1+0) | |
| 24 | 2 (0+0+0+1+0+0+0+0+0+1) | |
| 24 | 2 (0+0+0+0+0+0+0+1+0+1) | |
| 24 | 2(0+0+1+0+0+0+0+1+0+0) | |
| 24 | 2 (0+1+1+0+0+0+0+0+0+0) | |
| 24 | 2 (0+1+0+0+0+0+0+0+1+0) | |
| 29 | 1 (1+0+0+0+x+0+x+x+x+x) | |
| 29 | 1(0+0+0+0+0+0+0+1+0+0) | |
| 29 | 1 (0+0+0+0+1+0+0+0+0+0) | |
| 29 | 1 (0+0+0+1+x+x+0+0+0+0) | |
| 29 | 1 (x+0+0+0+0+0+0+0+1+0) | |
| 29 | 1 (0+1+0+0+0+0+0+0+0+0) | |
| 29 | 1 (x+0+0+0+0+0+0+0+1+0) | |
| 29 | 1 (0+0+1+0+0+0+0+0+0+0) | |
| 29 | 1 (0+0+0+1+x+x+x+0+0+0) | |
| 29 | 1 (0+0+0+1+0+0+0+0+0+0) | |
| 29 | 1 (0+1+0+0+x+x+0+0+0+0) | |
| 29 | 1 (0+0+0+0+0+0+0+0+1+0) | |
| 29 | 1 (0+0+0+0+x+0+1+0+0) | |
เลข 0 หมายถึงประเทศนั้นเข้าร่วมการแข่งขันแต่ไม่ได้รับเหรียญทอง ส่วนเครื่องหมาย x หมายถึงประเทศนั้นไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนั้น
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "A short review on the development of the International Chemistry Olympiads". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-02-22. สืบค้นเมื่อ 2015-08-28.
- 1 2 3 4 5 "IChO Regulations". Google Docs. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
- ↑ Website, M. O. E. "57th International Chemistry Olympiad sets new benchmarks for participation and organisation". www.moe.gov.ae (ภาษาอาหรับ). สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
- ↑ Minutes of Steering Committee and International Jury.,47th International Chemistry Olympiad
- ↑ 52th International Chemistry Olympiad
- ↑ "IChO 2026". www.icho2026.uz. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
- ↑ "IChO". www.ichosc.org. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
- ↑ 53rd INTERNATIONAL CHEMISTRY OLYMPIAD https://www.icho2021.org/
- ↑ 52nd INTERNATIONAL CHEMISTRY OLYMPIAD https://icho2020.tubitak.gov.tr/
- ↑ 51st INTERNATIONAL CHEMISTRY OLYMPIAD https://icho2019.paris/en/
- ↑ "IChO Results". www.icho-official.org. สืบค้นเมื่อ 2025-11-07.
- ↑ นักเรียนจากรัสเซียและเบลารุสเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายบุคคลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2022 เป็นต้นมา
- ↑ นักเรียนจากรัสเซียและเบลารุสเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะผู้เข้าแข่งขันรายบุคคลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2022 เป็นต้นมา