ฮาเดส (เซนต์เซย่า)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เฮดีส
ฮาเดส (เซนต์เซย่า)
Hades in seiya.jpg
ชื่อ
ชื่อไทย ฮาเดส
ชื่ออักษรละติน Hades
ชื่อญี่ปุ่น 冥王ハーデス
นักพากย์ อากิโอะ โอห์ซุกะ
ข้อมูลเฉพาะ
ระดับ เทพเจ้า
เกิด 9 กันยายน (วันเดียวกับ อันโดรเมด้า ชุน)
ราศี กันย์
กลุ่มดาวประจำตัว -
อายุ ไม่ปรากฏ
ความสูง 187 เซนติเมตร
น้ำหนัก 73 กิโลกรัม
กรุ๊ปเลือด -
สถานที่เกิด ปราสาทฮาเดสบนโลกมนุษย์ เยอรมนี
สถานที่ฝึกวิชา -
ท่าไม้ตาย -
ชุดเกราะ
ประเภทชุดเกราะ เซอร์พลีส
ชื่อชุดเกราะ ฮาเดส
ภาพคล็อธ

ฮาเดส (冥王ハーデス, Meiō Hādesu?, Meiō (เมโอ) แปลว่า "เจ้าแห่งความมืด") เทพเจ้าแห่งยมโลก เป็นเทพผู้ที่ทำสงครามกับอาธีนามาแต่ครั้งสมัยเทพนิยาย สงครามระหว่างเทพทั้งสองนี้ ถูกเรียกว่า "สงครามศักดิ์สิทธิ์" และการที่อาธีนาต้องมาจุติบนโลกในยุคนี้ ก็เพื่อทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งสุดท้ายกับฮาเดส หลังจากสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อ 243 ปีก่อน

บทบาท[แก้]

เทพผู้ปกครองยมโลก โดยความทะเยอทะยานของฮาเดสนั้นรุนแรงว่าโปเซดอน โดยสงครามกับอาเธน่าทุกครั้งนั้นฮาเดสแพ้ตลอดกับไม่ยอมเลิกรา แถมจะเป็นวิญญาณจะกลับมาเกิดใหม่ในท้องของผู้เป็นแม่ของแพนโดร่า หรือก็คือเป็นน้องชายของงแพนโร่า แต่พอตอนเกิดนั้นจะมีรูปแบบเป็นวิญญาณในห่อผ้า กับทำให้คนรอบข้างนั้นล้มตายมีแต่แพนโดร่าเท่านั้นที่รอดตาย กับดวงวิญญาณจะไปสิงสู่ในในร่างของชายที่มีหน้าาตางดงามเหมือนผู้หญิงกับจิตใจอ่อนโยน ทุกยุคสมัย ในยุคสมัคปัจจุบัน หลังจากที่แพนโดร่าเปิดกล่องที่ผนึกด้วยยันตร์ของอาเธน่าปลดปล่อย ฮิปนอสและทานาทอส แล้วทั้งคู่บอกเรื่องฮาเดสให้แพนโดร่าฟังกับออกตามหาร่างที่จะเป็นที่จุติของฮาเดสบนโลก นั่นคือ ชุน นั่นเอง แต่เมื่อได้พบกับอิคคิ พี่ชายของชุนที่พยายามปกป้องน้องชายตนเองด้วยชีวิต แพนโดร่าจึงจากไปแต่ได้ทิ้งสร้อยคอทองคำรูปดาวห้าเหลี่ยมที่มีคำว่า YOURS EVER ทิ้งเอาไว้ โดยวิญญาณของฮาเดสนั้นหลับไหลตลอดมา โดยจะตื่นเมื่อเริ่มสงคราม

ศึกที่นรกนั้นเป็นเพียงร่างปลอมกับให้แพนโดร่าเป็นคนคุมนรก โดยร่างปลอมจะปรากฏตัวที่จูเด็กก้า 13 วันต่อครั้งเท่านั้น หลังจากที่ไลร่า โอฟิอุส ได้ช่วยเซย์ย่าและชุนไว้จากนรกขุมที่ 2 และจัดการกับสฟิงซ์ ฟาโรห์แล้ว ทั้งหมดตั้งใจไปจัดการกับฮาเดสโดยตรง ที่ปราสาทจูเด็กก้า นรกขุมที่ 8 โดยตรงกับวันที่โอฟิอุสต้องเล่นพิณให้ฮาเดสฟังพอดี แต่แพนโดนร่าได้เชิญ 3 ขุนพลผู้พิพากษาแห่งยมโลกมาฟังด้วย โอฟิอุสได้ใช้ท่า เดท ทริป เซริเนส กล่อมทั้งหมดให้หลับ พร้อมกับฮาเดสที่ปรากฏตัวขึ้นมาหลังม่านบนบัลลังก์พอดี โอฟิอุสได้ใช้สายพิณทั้งหมดพันตัวฮาเดสไว้ แต่เมื่อม่านเปิดขึ้น ทุกคนตะลึงเพราะหน้าตารวมทั้งสร้อยคอของฮาเดสเหมือนกับชุนไม่มีผิด เมื่อโอฟิอุสใช้สายพิณรัดฮาเดสจนแตกกระจาย ทุกคนนึกว่าชนะแล้ว แต่ปรากฏว่าเป็นตัวปลอมของฮาเดสกลับหายไป

พร้อมกันนั้น ราดาแมนทีสก็ได้สติขึ้นมาและจัดการกับโอฟิอุส จนถึงแก่ความตาย ก่อนที่ราดาแมนทีสจะเล่นงานเซย์ย่ากับชุน ฮาเดสในตัวชุนก็ตื่นขึ้นมา พร้อมออกคำสั่งให้ราดาแมนทีสหยุด ราดาแมนทีสในตอนแรกยังไม่อยากเชื่อแต่เมื่อได้เห็นท่าทางทั้งหมดแล้วก็ตกตะลึงและยอมทำตามในที่สุด จากนั้น แพนโดร่าได้สั่งให้ถอดชุดคล็อธอันโดรเมด้าออกจากร่างของชุนให้หมด และเชิญไปประทับยังบัลลังก์ และสั่งให้ฝังเซย์ย่าไว้ที่นรกขุมน้ำแข็งโคคิวโทส และฮาเดสที่ยึดร่างก็หลับอีกครั้ง

เมื่ออิคคิปรากฏตัวขึ้นในนรกขุมที่ 5 หลังจากจัดการกับไออาคอสได้แล้ว ฮาเดสในร่างของชุนรับรู้ถึงคอสโม่ของอิคคิที่อบอุ่น คุ้นเคย จึงสั่งให้แพนโดร่านำตัวอิคคิมาที่ปราสาทจูเด็กก้าทันที เมื่ออิคคิมาถึงแล้วได้รู้ว่า ชุนได้กลายเป็นฮาเดส อิคคิจึงทำร้ายชุนเพื่อให้ฮาเดสออกจากร่างของชุนมาทำลายลงให้ได้ เพื่อหยุดมหาสุริยคราส (Greatest Eclipse) แต่ในที่สุดอิคคิก็ไม่สามารถจัดการกับชุนได้ลง แม้วิญญาณที่แท้จริงของชุนจะพยายามขัดขืนร่างของตนแล้วก็ตาม แพนโดร่าสั่งให้วาเลนไนท์นำร่างของอิคคิไปฝังที่นรกน้ำแข็งโคคิวโทสอีกคน โดยเส้นผมของชุนเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทคือการบ่งบอกว่าชุนถูกฮาเดสยึกร่างโดยสมบูรณ์

แต่จากนั้น ฮาเดสก็รับรู้ถึงคอสโม่ของอาธีน่าว่าอยู่ใกล้ ๆ กันนี้ จึงได้ให้แพนโดร่าออกไปก่อน โดยอ้างว่าต้องการจะอยู่ที่นี่คนเดียว เมื่อแพนโดร่าออกไปแล้ว ชากะก็ได้ปรากฏตัวขึ้น ขณะที่ชากะจะเล่นงานฮาเดส อาธีน่าก็ปรากฏตัวขึ้นและห้ามชากะลงมือใด ๆ ต่อฮาเดส อาธีน่าได้ก้มลงอ้อนวอนฮาเดสขอให้หยุดมหาสุริยคราสครั้งนี้เสีย แต่ฮาเดสสั่งให้ชากะใช้สามง่ามของแพนโดร่าสังหารอาธีน่าเสีย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน แต่ชากะได้พุ่งสามง่ามใส่ฮาเดสแทน แต่อาธีน่าได้รับเอาไว้ ฮาเดสจึงแทงสามง่ามเข้าใส่อาธีน่า อาธีน่าได้ใช้มือรับไว้จนเลือดไหล และด้วยเลือดของอาธีน่านี่เองที่ปลุกวิญญาณของชุนให้ฟื้นขึ้นมา จนฮาเดสเกิดรุ่มร้อนและไม่อาจอยู่ในร่างของชุนได้อีก ก่อนที่ทั้งฮาเดสและอาธีน่าได้หายไปทั้งคู่หลังกำแพงอาดูร

เมื่อโกลด์เซนต์ทั้ง 12 มารวมตัวกันแล้วเพื่อทำลายกำแพงอาดูร ท่านผู้เฒ่าได้เปิดเผยว่า ฮาเดสมีร่างกายที่งดงาม น่าลุ่มหลง เพราะเป็นบุตรของโครโนสและเรอา ฮาเดสเกรงร่างของตนเองจะเสียหายจึงซ่อนร่างที่แท้จริงเอาไว้ในโลงหินในวิหารที่เอริเซี่ยน หลังกำแพงอาดูรนี้ เมื่อทั้งหมดได้ทำลายกำแพงอาดูรและข้ามห้วงจักรวาลที่ผันแปรไปยังเอริเซี่ยนได้แล้ว เซย์ย่าได้สวมชุดก็อดคลอธหรือ ชุดเกราะเทวะของเทพเจ้า และได้จัดการกับทานาทอสแล้ว เซย์ย่าวิ่งนำไปที่วิหารของฮาเดสก่อนและได้พบกับอาธีน่าที่ถูกจับลงในเหยือกศักดิ์สิทธิ์ของฮาเดสที่มีความแข็งแกร่งมากที่แม้แต่สายฟ้าของมหาเทพซุสก็ไม่อาจทำลายลงได้ วิญญาณของฮาเดสได้จัดการกับเซย์ย่าและอิคคิ ทั้งคู่ไม่อาจสู้ได้ อิคคิได้เหลือบเห็นวิญญาณลินลอยวนวิหารที่รูปร่างเหมือนห้องเก็บศพ เซย์ย่ากับอิคคิจึงร่วมมือกันมุ่งหน้าไปทำลายร่างของฮาเดชเพื่อหยุดเรื่องทั้งหมด แต่ฮาเดสก็กลับเข้าร่างฟื้นขึ้นมาก่อนในร่างที่แท้จริง

ร่างที่แท้จริงของฮาเดส งามสง่า ผมยาวสีดำขลิบ ดวงตาเป็นสีม่วงเหมือนสีน้ำทะเลลึก ฮาเดสฟื้นขึ้นมาพร้อมดาบในมือและจะผ่าอาธีน่าที่สลบอยู่ในเหยือก อิคคิได้โดดเข้าขวาง พร้อม ๆ กับบรรดาบรอนซ์เซนต์ทั้งหมดที่สวมชุดคามะมาถึงกันพอดี ทั้งหมดได้รวมกันโจมตีฮาเดส และทำให้ฮาเดสบาดเจ็บได้ แต่คนที่ทำให้ฮาเดสตกตะลึงที่สุดคือ เซย์ย่า และฮาเดสระลึกได้ว่าเซนต์ผู้ที่ทำให้ร่างตนเองเจ็บหนักทุกสงครามกับหนักที่สุดในสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งก่อนก็คือ เพกาซัสเซนต์นี่เอง จึงรู้ว่าเพกาซัสกลับมาเกิดใหม่เป็นเซย์ย่า เซย์ย่าได้ส่งมอบอาธีน่าคล็อธให้แก่อาธีน่าไว้ได้ อาธีน่าจึงฟื้นขึ้นพร้อมชุดเกราะและปิดบรอนซ์เซนต์ทั้งหมดไว้ในลูกกลมเพื่อไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ขณะเดียวกันที่บนโลก มหาสุริยคราสกำลังจะสมบูรณ์แล้ว อาธีน่ากำลังจะถูกดาบของฮาเดสแทง เซย์ย่าได้รวบรวมพลังทั้งหมดทำลายลูกกลมของอาธีน่าและโดดขวางเอาไว้ เซย์ย่าจึงถูกดาบของฮาเดสแทงเข้าโดยตรง บรอนซ์เซนต์ทั้งหมดจึงรวบรวมพลังเข้ากับอาธีน่าพร้อมพุ่งคฑาเข้าใส่ฮาเดส จนทะลุร่างของฮาเดส จนฮาเดสเสียชีวิต โดยก่อนตายฮาเดสบอกว่าให้อาธีน่าเลิกปกป้องมนุษย์ ได้รับชัยชนะในที่สุด และเอริเซี่ยนก็พังทลายลง กับพวกเซย์ย่าก็ออกมาจากนรกก่อนที่จะล่มสลายหมด

เซอร์พลีส[แก้]

ฮาเดส สวมชุดเซอร์พลีสฮาเดส อันเป็นร่างของตน แต่เซอร์พลีสของฮาเดสในเรื่อง ผู้แต่ง มาซามิ คุรุมาดะได้ออกแบบให้มีปีกและมีดาบคล้ายเซนต์ไมเคิล (St.Michael) เทวดาผู้ปราบลูซิเฟอร์ให้ลงไปในนรกจนกลายเป็นซาตานในความเชื่อของคริสต์ศาสนา

อ้างอิง[แก้]

  • ไทยเซนต์เซย์ย่าดอตคอม