หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศ.(พิเศษ) ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ (กลาง) ในการรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมกับ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล (ขวา) และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล (ซ้าย)

ศาสตราจารย์พิเศษ หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ (เกิด 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486) ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น รองประธานศาลฎีกา และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ [1]

ประวัติ[แก้]

สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

ประสบการณ์การทำงาน เป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่สะเรียง และศาลจังหวัดลำปาง เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ เป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เคยเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) รองประธานศาลฎีกา และตุลาการรัฐธรรมนูญ (ต่อมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 300)ปัจจุบันตำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์

ภายหลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ (ทำหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549)

คำพิพากษาส่วนตัวในคดียุบพรรค หม่อมหลวงไกรฤกษ์ ตัดสินให้ยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 111 คน เป็นเวลา 5 ปี

หลังจากนี้ หม่อมหลวงไกรฤกษ์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ระหว่างพิจารณาคดียุบพรรค มีผู้มาให้สินบนเป็นเงินจำนวนหลายล้านบาท เพื่อไม่ให้ยุบพรรคไทยรักไทยด้วย[2]

ในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2550 มหาวิทยาลัยรังสิตมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ การเมือง แก่ หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ พร้อมกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งหม่อมหลวงไกรฤกษ์เป็นศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชากฎหมายอาญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2554[3]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

  • ได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2551 จากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]