คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตามความในมาตรา 300 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และมาตรา 200 ถึง มาตรา 214 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

ประวัติ[แก้]

การรัฐประหาร พ.ศ. 2549 คณะรัฐประหารได้มีคำสั่งยุบศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิม และได้มีการตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดใหม่ขึ้นมา โดยมีอำนาจตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ต่อมามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ซึ่งมาตรา 300 ได้กำหนดให้ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็น ศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ภายหลังจากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2557 ได้ให้ความเห็นชอบ ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ[1]

ภาพลักษณ์[แก้]

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะนี้ มีภาพลักษณ์เป็นฝักฝ่าย เพราะผู้ถูกร้องบางจำพวก ได้กระทำการโจมตี กล่าวร้ายต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากผลการวินิจฉัยไม่เป็นคุณกับตนเองหรือฝักฝ่ายตนเอง แต่เมื่อใดที่บุคคลที่โจมตีกล่าวหา ยัดเยียดความเป็นฝักฝ่ายให้กับองค์กรศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้รับประโยชน์จากคำวินิจฉัย หรือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นคุณกับตนเอง หรือฝักฝ่ายพรรคพวกตัวเอง ก็จะไม่เคลื่อนไหวใส่ร้ายต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และจะใช้คำวินิจฉัยที่เป็นคุณนั้น เพื่อประโยชน์ของพวกตนประชาธิปัตย์

อำนาจ[แก้]

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บัญญัติไว้ ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทางพฤตินัย จึงเสมอเหมือนตัวรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นอำนาจสูงสุด ทุกองค์กรและหน่วยงานต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า การที่บุคคลจะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต้องผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุด แต่ใน พ.ศ. 2555 รัฐสภาได้เสนอร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และอยู่ในขั้นตอนรอลงพระปรมาภิไธย คณะตุลาการฯ ได้วินิจฉัยให้ตัวศาลรัฐธรรมนูญสามารถรับคำร้องเองโดยไม่ต้องผ่านอัยการ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่าศาลไม่มีอำนาจ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลาย ๆ คำร้องสำคัญ ศาลก็รับเรื่องเองโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการกระทำของศาลฯจะขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย[ต้องการอ้างอิง]

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน[แก้]

  1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม (ประธานศาลรัฐธรรมนูญ) (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด)[2]
  2. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จิรนิติ หะวานนท์ (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)[3]
  3. นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)[4]
  4. นายวิรุฬห์ แสงเทียน (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)[5]
  5. นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด)[6]
  6. ศาสตราจารย์ ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์)[7]
  7. ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์)[8]
  8. นายปัญญา อุดชาชน (ผู้ทรงคุณวุฒิทางราชการ)[9]
  9. นายนภดล เทพพิทักษ์ (ผู้ทรงคุณวุฒิทางราชการ)[10]

เลขาธิการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน[แก้]

  1. ดร. เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ[11]

รองเลขาธิการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน[แก้]

  1. นาง พรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์
  2. นาย สมฤทธิ์ ไชยวงค์

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ[แก้]

กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2555[แก้]

คดียุบพรรคประชาธิปัตย์[แก้]

การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไป 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ[แก้]

วันที่ 21 มีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรและยังมีเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการรับสมัครเลือกตั้ง[12]

กรณีอื้อฉาว[แก้]

กรณีสิ่งบันทึกวีดิทัศน์ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2553[แก้]

ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองมีคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่ในเวลานั้น ปรากฏว่ามีการเผยแพร่สิ่งบันทึกวีดิทัศน์ซึ่งมีเนื้อหาว่ามีการวิ่งเต้นไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์

เหตุการณ์นี้ เริ่มขึ้นเมื่อพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้าน และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ("นปช.") กลุ่มทางการเมืองที่ต่อต้านฝ่ายรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่สิ่งบันทึกวีดิทัศน์อ้างว่าเป็นภาพและเสียงการที่ฝ่ายรัฐบาลชักจูงให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยเหลือในคดีตน เป็นเหตุให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนหนึ่งขอถอนตัวจากการทำคดี เพื่อเลี่ยงความไม่เหมาะสม

คลิปวิดีโอดังกล่าว นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ถ่ายและเผยแพร่ โดยแอบซ่อนกล้องไว้ในหนังสือ

คดีทุจริตของตุลาการบุญส่ง[แก้]

พ.ศ. 2556 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณีที่บุญส่งแต่งตั้งบุตรชายของตนเองเป็นเลขานุการและรับเงินเดือนของรัฐ และได้อนุญาตให้บุตรชายของตนเองลาไปศึกษาต่อต่างประเทศโดยที่ยังรับเงินเดือนประจำอยู่ และไม่มีการแจ้งต่อ เป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน ซึ่งไม่มีระเบียบของศาลรัฐธรรมนูญรองรับให้ตุลาการอนุญาตเลขานุการของตนลาศึกษาต่อ และป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องไปยังศาลฯ ให้เรียกเงินจำนวนดังกล่างคืน

ตุลาการ จรัญ ภักดีธนากุล ได้ออกมาตอบโต้ป.ป.ช. ว่าไม่ควรไปเชื่อข้อมูลของป.ป.ช.ให้มาก และกล่าวว่า บุตรชายของบุญส่ง ยังทำงานอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่

อ้างอิง[แก้]

  1. มติสนช.เห็นชอบ "นครินทร์"เป็นตุลาการศาลรธน.
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  5. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๙๖ ง, ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
  7. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๑๔๘ ง, ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
  8. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๓๑๐ ง, ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘
  9. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๑ เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๓๒๒ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘
  10. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หน้า ๒ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๗๙ ง, ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓
  11. โปรดเกล้าฯ 'เชาวนะ ไตรมาศ' เป็นเลขาธิการสนง.ศาลรัฐธรรมนูญ
  12. "เปิด คำวินิจฉัยกลาง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะ". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2015-11-06. สืบค้นเมื่อ 2014-03-21.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]