บรอมเฟนิรามีน
| ข้อมูลทางคลินิก | |
|---|---|
| ชื่อทางการค้า | Bromfed, Dimetapp, Bromfenex, อื่น ๆ |
| AHFS/Drugs.com | โมโนกราฟ |
| MedlinePlus | a682545 |
| ช่องทางการรับยา | รับประทาน |
| รหัส ATC | |
| กฏหมาย | |
| สถานะตามกฏหมาย |
|
| ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์ | |
| การเปลี่ยนแปลงยา | ตับ |
| ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ | 24.9 ± 9.3 ชม.[1] |
| การขับออก | ไต |
| ตัวบ่งชี้ | |
| |
| เลขทะเบียน CAS | |
| PubChem CID | |
| IUPHAR/BPS | |
| DrugBank | |
| ChemSpider | |
| UNII | |
| KEGG | |
| ChEBI | |
| ChEMBL | |
| ECHA InfoCard | 100.001.507 |
| ข้อมูลทางกายภาพและเคมี | |
| สูตร | C16H19BrN2 |
| มวลต่อโมล | 319.246 g·mol−1 |
| แบบจำลอง 3D (JSmol) | |
| |
| |
| (verify) | |
บรอมเฟนิรามีน (อังกฤษ: brompheniramine) จำหน่ายในชื่อการค้า Dimetapp และอื่น ๆ เป็นสารต้านฮิสตามีนรุ่นแรกโดยอยู่ในกลุ่มโพรพิลเอมีน (อัลคิลเอมีน)[2] ใช้รักษาอาการของโรคหวัดธรรมดาและเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เช่น น้ำมูกไหล คันตา ตาแดง คันตา น้ำตาไหล และจาม มีฤทธิ์ระงับประสาทเช่นเดียวกับสารต้านฮิสตามีนรุ่นแรกอื่น ๆ[2]
ยาได้รับสิทธิบัตรในปี 1948 และเริ่มใช้ทางการแพทย์ในปี 1955[3] ในปี 2021 ยาผสมคือ เดกซ์โทรเมทอร์แฟนกับซูโดอีเฟดรีน เป็นยาที่สั่งจ่ายมากเป็นอันดับ 294 ในสหรัฐอเมริกาโดยมีการสั่งยาถึง 500,000 ครั้ง[4][5]
ผลข้างเคียง
[แก้]ฤทธิ์/ผลของยาต่อระบบโคลิเนอร์จิกอาจรวมผลข้างเคียง เช่น ง่วงนอน ง่วงซึม ปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่ามัว และหัวใจเต้นเร็วขึ้น การศึกษาระบุว่า เป็นยาชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ต้านระบบโคลิเนอร์จิกสูงสุด (คือบล็อกสารสื่อประสาท acetylcholine) ซึ่งก่อผลข้างเคียงรวมทั้งความบกพร่องทางการรู้คิดในระยะยาว[6] ถ้ามีปัญหาควรปรึกษาแพทย์
คำเตือนและข้อควรระวัง
[แก้]- ควรบอกแพทย์ก่อนถ้าคุณเป็นโรค หอบหืด glaucoma ulcer prostrate gland โต ความดันสูง seizures กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ไม่ควรดื่มสุราระหว่างใช้ยานี้
- ควรปรึกษาแพทย์ก่อนถ้าต้องรับประทานยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาสงบระงับ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยากดประสาท
- ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี รับประทาน controlled release
- ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานยานี้เองโดยไม่อยู่ในการดูแลของแพทย์
คำแนะนำระหว่างใช้ยานี้
[แก้]- ไม่ควรหักหรือเคี้ยวยาที่เป็น sustained release tablet
- รับประทานแล้วอาจง่วง จึงไม่ควรทำงานที่ต้องใช้ความระมัดระวังและใช้สติ
- ไม่ควรรับประทานยาร่วมกับสุรา หรือยากดประสาทอื่น ๆ
เภสัชวิทยา
[แก้]ยาออกฤทธิ์โดยยับยั้งตัวรับฮิสตามีนเอช1 (histamine H1 receptor) อนึ่ง ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านโคลิเนอร์จิกที่มีประสิทธิภาพปานกลาง และน่าจะมีฤทธิ์ antimuscarinic (คือบล็อกตัวรับ muscarinic acetylcholine receptor)[7] เช่นเดียวกับยาต้านฮิสตามีนทั่วไปอื่น ๆ เช่น ไดเฟนไฮดรามีน
ยาจะแยกสลายในตับโดยอาศัย ไอโซเอนไซม์ cytochrome P450[7]
ทางเคมี
[แก้]ยาเป็นส่วนหนึ่งของชุดยาต้านฮิสตามีนที่รวมถึง เฟนิรามีน อนุพันธ์ที่มีธาตุฮาโลเจนของเฟนิรามีน และยาอื่น ๆ รวมทั้ง fluorpheniramine, คลอเฟนะมีน, เดกซ์คลอเฟนิรามีน, ไตรโพรลิดีน และ iodopheniramine ยาต้านฮิสตามีนกลุ่มอัลคิลเอมีนที่มีธาตุฮาโลเจนทั้งหมดมีภาวะไอโซเมอร์เชิงแสง (optical isomerism) ผลิตภัณฑ์ บรอมเฟนิรามีน ประกอบด้วย บรอมเฟนิรามีนเมลีเอต เป็นสารราซิมิก ส่วนผลิตภัณฑ์ เดกซ์บรอมเฟนิรามีน เป็นสเตอริโอไอโซเมอร์แบบหมุนขวา (dextrorotary, right-handed)[2][8]
บรอมเฟนิรามีนเป็นสารแอนะล็อกของ (มีโครงสร้างคล้ายกับ) คลอเฟนิรามีน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ อะตอมคลอรีนในวงเบนซีนจะแทนที่ด้วยโบรมีน โดยวิธีการสังเคราะห์ก็จะคล้าย ๆ กัน[9][10]
ประวัติ
[แก้]นักประสาทเภสัชวิทยาชาวสวีเดนผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาแพทยศาสตร์ อาร์วิด คารล์สสัน และเพื่อนร่วมงานของเขา เมื่อทำงานอยู่ที่บริษัทสวีเดน อัสตรา เอบี ได้สกัดสาร selective serotonin reuptake inhibitor ชนิดแรกที่วางตลาด คือ zimelidine จากบรอมเฟนิรามีน[11]
ชื่อทางการค้า
[แก้]ชื่อทางการค้ารวมทั้ง Bromfed, Dimetapp, Bromfenex, Dimetane และ Lodrane ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจำหน่ายในรูปแบบเกลือเมลีเอต (maleate)[2]
เชิงอรรถและอ้างอิง
[แก้]- ↑ Simons, FE; Frith, EM; Simons, KJ (ธันวาคม 1982). "The pharmacokinetics and antihistaminic effects of brompheniramine". The Journal of Allergy and Clinical Immunology. 70 (6): 458–64. doi:10.1016/0091-6749(82)90009-4. PMID 6128358.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 Sweetman, SC, บ.ก. (2005). Martindale: the complete drug reference (พิมพ์ครั้งที่ 34th). London: Pharmaceutical Press. น. 569–70. ISBN 0-85369-550-4. OCLC 56903116.
- ↑ Fischer, J; Ganellin, CR (2006). Analogue-based Drug Discovery. John Wiley & Sons. น. 546. ISBN 9783527607495.
- ↑ "The Top 300 of 2021". ClinCalc. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-01-15. สืบค้นเมื่อ 2024-01-14.
- ↑ "Brompheniramine; Dextromethorphan; Pseudoephedrine - Drug Usage Statistics". ClinCalc. สืบค้นเมื่อ 2024-01-14.
- ↑ Salahudeen, MS; Duffull, SB; Nishtala, PS (มีนาคม 2015). "Anticholinergic burden quantified by anticholinergic risk scales and adverse outcomes in older people: a systematic review". BMC Geriatrics. 15 (31): 31. doi:10.1186/s12877-015-0029-9. PMC 4377853. PMID 25879993.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: unflagged free DOI (ลิงก์) - 1 2 "Diphenhydramine: Uses, Interactions, Mechanism of Action". DrugBank Online. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-09-22. สืบค้นเมื่อ 2024-11-26.
- ↑ Troy, DB; Beringer, P (2006). Remington: The Science and Practice of Pharmacy. Lippincott Williams & Wilkins. น. 1546–8. ISBN 9780781746731.
- ↑ US 3061517, Walter LA, issued 1962.
- ↑ US 3030371, Walter LA, issued 1962.
- ↑ Barondes, SH (2003). Better Than Prozac. New York: Oxford University Press. น. 39–40. ISBN 0-19-515130-5.