ฟีลีปี โกชิญญู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ฟีลีปี โกชินยู)
ฟิลิปเป้ คูตินโย่
Philippe Coutinho (cropped).jpg
โกชิญญูเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ฟีลีปี โกชิญญู โกเรย์ยา
วันเกิด 12 มิถุนายน ค.ศ. 1992 (23 ปี)
สถานที่เกิด รีโอเดจาเนโร, บราซิล
ส่วนสูง 1.71 ม. (5 ฟุต 7 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก / ปีก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 10
สโมสรเยาวชน
1999–2008 วัสกู ดา กามา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2009–2010 วัสกู ดา กามา 19 (1)
2010–2013 อินเตอร์มิลาน 28 (3)
2012 อัสปัญญอล (ยืมตัว) 16 (5)
2013– ลิเวอร์พูล 98 (18)
ทีมชาติ
2009 บราซิล ชุดยู 17 5 (3)
2011–2012 บราซิล ชุดยู 20 7 (3)
2010– บราซิล 12 (1)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015

† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 กันยายน 2015

ฟีลีปี โกชิญญู โกเรย์ยา (โปรตุเกส: Philippe Coutinho Correia, ออกเสียง: [fiˈlipi ko(w)ˈtʃĩɲu]) เกิดวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1992 เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

โกชิญญู ถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่และลงเล่นนัดแรกในปี 2010 ก่อนที่จะถูกเรียกตัวชุดลุยศึกโคปาอเมริกา 2015

สโมสรอาชีพ[แก้]

อินเตอร์มิลาน[แก้]

อัสปัญญอล (ยืมตัว)[แก้]

ในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2012 โกชิญญูได้ย้ายไปร่วมทีมอัสปัญญอลด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล 2011-12 ต่อมา ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 โกชิญญูลงเล่นนัดแรกให้กับอัสปัญญอล ในนัดที่ อัสปัญญอล เสมอกับ แอทเลติกบิลบาโอ 3-3

ลิเวอร์พูล[แก้]

ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้ย้ายจาก อินเตอร์มิลาน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ โดย โกชิญญูได้สวมเสื้อหมายเลข 10[1]

ฤดูกาล 2012-13[แก้]

โกชิญญูทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เจอกับ สวอนซีซิตี

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรก โดยโกชิญญูถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ พ่ายแพ้ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน คาบ้าน 0-2[2] ต่อมา ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกและทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สวอนซีซิตี 5-0[3] ต่อมา ในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วีแกนแอธเลติก ที่ ดีดับเบิลยูสเตเดียม 4-0 ต่อมา ในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้ทำประตูตีไข่แตกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ เซาแทมป์ตัน มาเป็น 1-2 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-3 ต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 นัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก โกชิญญูได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 1-0 จบฤดูกาล โกชิญญูยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 3 ประตู จาก 13 นัด และได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู ได้ถึง 7 ลูก ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้ โกชิญญู ได้รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรลิเวอร์พูลประจำฤดูกาล 2012-13 ไปครอง ทำให้ โกชิญญูได้เป็นขวัญใจของสาวกเดอะค็อปได้อย่างเต็มตัว

ฤดูกาล 2013-14[แก้]

โกชิญญู เจอกับ มาร์ค วิลสัน นักเตะของ สโตกซิตี ในพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2013–14

ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 โกชิญญูช่วยให้ ลิเวอร์พูล ชนะ 3 นัดติดต่อกัน (ชนะ สโตกซิตี 1-0, ชนะ แอสตันวิลลา 1-0 และชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-0) ต่อมา ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้มีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ จากการปะทะกับ แอชลีย์ วิลเลียมส์ กองหลังของ สวอนซีซิตี ทำให้ โกชิญญูต้องพักยาวถึงสิ้นเดือนตุลาคม ต่อมา ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 0-2 ต่อมา ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฟูลัม 4-0 ต่อมา ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้ทำประตูแรก ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก 3-3 ต่อมา ในวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 2013 โกชิญญูได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ซิตี 1-0 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2

โกชิญญู(กลาง) ลงซ้อมที่ แอนฟีลด์ ร่วมกับ ราฮีม สเตอร์ลิง (ซ้าย) และ โคเซ เอนรีเก ซานเชซ (ขวา)

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 โกชิญญูได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟูลัม ที่เครเวนคอตทิจ 3-2 ต่อมา ในวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2014 โกชิญญูได้ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 4-0[4] [5] ต่อมา ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 โกชิญญูได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 3-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำจ่าฝูงและลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป[6] [7] [8] ต่อมา ในวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด และต้องลุ้นให้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย จบฤดูกาล โกชิญญูยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 5 ประตูจาก 33 นัด ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นับตั้งแต่ในปี 2009

ฤดูกาล 2014-15[แก้]

โกชิญญู ลงซ้อมในช่วงปรีซีซั่น ก่อนเจอกับ โรมา ในปี 2014

ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2014 โกชิญญูได้ลงสนามนัดแรกในพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2014-15 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 2-1[9] ต่อมา ในวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2014 ลีกคัพ รอบสี่ โกชิญญูได้เปิดบอลให้ เดยัน ลอฟเรน ทำประตูชัย ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สวอนซีซิตี 2-1[10] ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2014 โกชิญญูได้ลงสนามเป็นตัวสำรอง และได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ ที่ลอฟตัสโรด 2-1 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะเอาชนะไป 3-2[11] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2014 โกชิญญูได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ อาร์เซนอล 2-2[12]

ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2015 โกชิญญูได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0[13] ต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 โกชิญญูได้ตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูล[14] ต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบสี่ นัดรีเพลย์ โกชิญญูได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โบลตันวอนเดอเรอส์ ที่มาครอน สเตเดียม 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[15] ต่อมา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 โกชิญญูได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-0[16] ต่อมา ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2015 โกชิญญูได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 2-1[17] ต่อมา ในวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบหก นัดรีเพลย์ โกชิญญูได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ที่อีวู้ด ปาร์ค 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[18] [19] ต่อมา ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ โกชิญญูได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แอสตันวิลลา 1-0 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ไปในที่สุด[20] ต่อมา โกชิญญู ได้ติด 1 ใน 6 เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ รวมถึงเข้าชิงราวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2015 โกชิญญู นักเตะของลิเวอร์พูลคนเดียวที่ได้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ต่อมา ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 โกชิญญูได้ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 2-1[21] ต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 โกชิญญูคว้า 4 รางวัลของสโมสรลิเวอร์พูล ได้แก่ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ, รางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปี จากลูกยิงไกล ในเกมกับ เซาแทมป์ตัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และ รางวัลฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ซิตี จากงานประกาศรางวัล Players' Awards 2015 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ เอ็คโค่ อารีน่า[22] จบฤดูกาล โกชิญญูยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 5 ประตูจาก 35 นัด

ฤดูกาล 2015-16[แก้]

ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2015 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2015–16 ลิเวอร์พูล บุกไปเยือนที่บริแทนเนียสเตเดียม เจอกับ สโตกซิตี หลังจากนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลมาพ่ายแพ้สโตกซิตีที่นี่ 1-6 โดยโกชิญญูทำประตูชัยซัดไกลด้วยขวาประมาณ 25 หลาโค้งแฉลบปลายมือบัตแลนด์เสียบคานตุงตาข่ายสุดงามให้ลิเวอร์พูลเอาชนะ สโตกซิตี 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ล้างแค้นสำเร็จ[23] [24] ต่อมา ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2015 โกชิญญูโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกในฟุตบอลอาชีพ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0-3 ทำให้ โกชิญญู โดนแบน 1 นัด[25] ต่อมา ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2015 โกชิญญู ยิง 2 ประตูให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ 3-1[26] [27] ต่อมา ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 โกชิญญูทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ คริสตัลพาเลซ 1-2[28] ต่อมา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 โกชิญญูทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีกและจ่ายบอลให้ โรเบร์ตู ฟิร์เมียนู ทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม 4-1[29] [30]

ทีมชาติบราซิล[แก้]

โกชิญญู (เสื้อเหลือง) ลงเล่นให้กับ ทีมชาติบราซิล เจอกับ อาเลกซิส ซานเชซ (เบอร์ 7) กองหน้าทีมชาติชิลี ในปี 2015

ในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2014 โกชิญญู ถูกเรียกติดทีมชาติโดย ดุงกา หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมชาติบราซิลและได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตรกับ โคลอมเบีย และ เอกวาดอร์ ในเดือนกันยายน ที่สหรัฐอเมริกา ต่อมา ในวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2015 โกชิญญู ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดที่ บราซิล เอาชนะ ชิลี 1-0 ในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตร ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต่อมา ในวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2015 โกชิญญู ทำประตูแรกให้กับทีมชาติ ในนัดที่เอาชนะ เม็กซิโก 2-0

โคปาอเมริกา 2015[แก้]

ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ทีมชาติบราซิลได้เรียกตัว ฟีลีปี โกชิญญู ติดรายชื่อชุดลุยศึกโคปาอเมริกา 2015 ลงเล่น 3 นัด พาทีมได้อันดับ 1 ของกลุ่ม C โดยบราซิลชนะ 2 แพ้ 1 (ชนะ เปรู 2-1, แพ้ โคลอมเบีย 0-1 และ ชนะ เวเนซุเอลา 2-1) ช่วยให้ บราซิล ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับ ปารากวัย แต่พ่ายในการดวลจุดโทษ 3-4 หลังเสมอ 1-1 ใน 90 นาที

สถิติ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2015[31]
สโมสร ฤดูกาล ลีก ฟุตบอลถ้วย ลีกคัพ ยุโรป อื่น ๆ รวม
ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
บราซิล Brasileirão Copa do Brasil Carioca Continental อื่น ๆ รวม
วัสกู ดา กามา 2009 12 0 0 0 0 0 0 0 12 0
2010 7 1 7 1 17 3 0 0 31 5
รวม 19 1 7 1 17 3 0 0 43 5
อิตาลี เซเรียอา โกปปาอีตาเลีย ลีกคัพ ยุโรป อื่น ๆ รวม
อินเตอร์มิลาน 2010–11 13 1 0 0 0 0 7[a] 0 20 1
2011–12 5 1 0 0 0 0 3[b] 0 8 1
2012–13 10 1 0 0 0 0 9[c] 2 19 3
รวม 28 3 0 0 0 0 19 2 47 5
สเปน ลาลีกา โกปาเดลเรย์ ลีกคัพ Continental อื่น ๆ รวม
อัสปัญญอล (ยืมตัว) 2011–12 16 5 0 0 0 0 16 5
รวม 16 5 0 0 0 0 0 0 16 5
อังกฤษ พรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ ฟุตบอลลีกคัพ ยุโรป อื่น ๆ[32] รวม
ลิเวอร์พูล 2012–13 13 3 0 0 0 0 0 0 13 3
2013–14 33 5 3 0 1 0 37 5
2014–15 35 5 7 3 4 0 6[d] 0 52 8
2015–16 17 5 0 0 2 0 4[c] 0 23 5
รวม 98 18 10 3 7 0 10 0 125 21
รวมทั้งหมด 161 27 17 4 24 3 29 2 231 36
  1. 1 appearance in UEFA Super Cup, 6 appearances in UEFA Champions League
  2. All appearances in UEFA Champions League
  3. 3.0 3.1 All appearances in UEFA Europa League
  4. 5 appearances in UEFA Champions League, 1 appearance in Europa League

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 10 กันยายน 2015.[33]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
บราซิล 2010 1 0
2014 4 0
2015 7 1
รวม 12 1

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

Scores and results list Brazil's goal tally first:
Goal วันที่ สนาม คู่แข่งขัน ประตู ผล การแข่งขัน
1. 7 มิถุนายน 2015 Allianz Parque, เซาเปาลู, บราซิล ธงชาติเม็กซิโก เม็กซิโก 1–0 2–0 เกมอุ่นเครื่องกระชับมิตร

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

วัสกู ดา กามา

  • Campeonato Brasileiro Série B: 2009

อินเตอร์มิลาน

ทีมชาติ[แก้]

บราซิล

  • FIFA U-20 World Cup: 2011
  • Superclásico de las Américas: 2014

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • PFA Fans' Player of the Month: กุมภาพันธ์ 2015
  • ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ: 2014–15
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: 2014–15
  • Liverpool FC Players' Player of the Year: 2014–15
  • ประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: (2014–15: เจอกับ เซาแทมป์ตัน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2015)
  • ฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี: (2014–15: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 1 มีนาคม 2015)
  • นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: 2012–13
  • นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลจากสมาคมกองเชียร์ผู้พิการ: 2014–15[34]
  • Liverpool Player of the Month Award (9): มีนาคม 2013, เมษายน 2013, ตุลาคม 2014[35], ธันวาคม 2014[36], มกราคม 2015[37], กุมภาพันธ์ 2015[38], เมษายน 2015[39], สิงหาคม 2015[40], พฤศจิกายน 2015[41]
  • ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์ (5): กุมภาพันธ์ 2015[42], มีนาคม 2015[43], เมษายน 2015[44], สิงหาคม 2015[45], ตุลาคม 2015[46]

อ้างอิง[แก้]

  1. "New boy handed vacant No.10 shirt". Liverpoolfc.com. 30 January 2013. 
  2. "Liverpool 0–2 West Brom" BBC Sport. 11 February 2013. Retrieved 12 February 2013.
  3. "Liverpool 5–0 Swansea" BBC Sport. 17 February 2013. Retrieved 17 February 2013.
  4. ภาพการแข่งขันลิเวอร์พูลพบสเปอร์ส
  5. ลิเวอร์พูลถล่มสเปอร์ส 4-0 พร้อมขึ้นนำเป็นจ่าฝูง
  6. "Liverpool 3–2 Man City" BBC Sport. 13 April 2014. Retrieved 13 April 2014.
  7. ภาพการแข่งขันลิเวอร์พูลพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้
  8. โกชิญญูยิงประตูชัยเอาชนะแมนฯ ซิตี้ 3-2 รั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
  9. ลูกยิงของสเตอร์ริดจ์ช่วยให้ลิเวอร์พูลเฉือนชนะทีมนักบุญ
  10. บาโลเตลลี และลอฟเรน ทำประตูชัยสุดดราม่าท้ายเกม
  11. ลิเวอร์พูลบุกเฉือนคิวพีอาร์ท้ายเกม
  12. ลูกโหม่งของสเคอร์เทล ช่วยทีมได้ผลเสมอกับอาร์เซนอล
  13. สเตอร์ริดจ์ยิงในเกมที่หงส์แดงเอาชนะขุนค้อน
  14. โกชิญญูจรดปากกาเซ็นสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูล
  15. ลูกยิงท้ายเกมของโกชิญญูส่งลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบเอฟเอ คัพ
  16. ลิเวอร์พูลขยับขึ้นอันดับ 6 หลังเอาชนะทีมนักบุญ
  17. ความยอดเยี่ยมของโกชิญญูช่วยทีมคว้าชัยเหนือแมนฯ ซิตี้ อีกครั้ง
  18. เวทมนตร์ของโกชิญญูส่งลิเวอร์พูลสู่เวมบลีย์
  19. 5 ข้อเท็จจริงจากเกมลิเวอร์พูลบุกชนะแบล็กเบิร์น
  20. วิลลาเบียดเข้ารอบชิงฯ ดับความฝันลิเวอร์พูล
  21. 5 ข้อเท็จจริงที่ได้รับจากเกมลิเวอร์พูลชนะควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส
  22. โกชิญญูกวาด 4 รางวัล ในงานประกาศรางวัล Players' Awards
  23. ความพิเศษของโกชิญญูช่วยหงส์แดงคว้าสามแต้มที่สโต๊ก
  24. 5 ข้อเท็จจริงจากชัยชนะของลิเวอร์พูลในนัดเยือนสโต๊ก ซิตี้
  25. หงส์แดงพ่ายเวสต์แฮมที่แอนฟิลด์
  26. คล็อปป์คว้าชัยชนะในลีกเป็นครั้งแรกในเกมหงส์แดงบุกไปชนะเชลซี
  27. 5 ข้อเท็จจริงที่ได้จากเกมลิเวอร์พูลบุกชนะเชลซีในพรีเมียร์ลีก
  28. พาเลซบุกมายัดเยียดความปราชัยนัดแรกให้ทีมลิเวอร์พูลของคล็อปป์
  29. ลิเวอร์พูลบุกไปยิงแมนฯ ซิตี้ ที่เอติฮัดถึง 4 ประตู
  30. 5 ข้อเท็จจริงที่เรียนรู้จากชัยชนะของลิเวอร์พูลในเกมเยือนแมนฯ ซิตี้
  31. Philippe Coutinho profile at Soccerway
  32. Includes cup competitions such as Club World Cup, and FA Community Shield
  33. "Coutinho, Philippe". National Football Teams. สืบค้นเมื่อ 20 August 2015. 
  34. โกชิญญูคว้ารางวัล LDSA
  35. โกชิญญูคว้านักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม
  36. ประกาศนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคม
  37. โกชิญญูคว้านักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมกราคม
  38. โกชิญญูคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนอีกครั้ง
  39. โกชิญญูคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายน
  40. คูตินโญ่ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเดือนสิงหาคม
  41. คูตินโญ่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน
  42. โกชิญญูคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนกุมภาพันธ์
  43. โกชิญญูคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม
  44. โกชิญญูคว้ารางวัลประตูประยอดเยี่ยม 3 เดือนซ้อน
  45. คูตินโญ่คว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม
  46. ลูกยิงของคูตินโญ่ได้รับรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]