ข้ามไปเนื้อหา

ผลต่างระหว่างรุ่นของ "มัชฌิมาปฏิปทา"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ไม่มีความย่อการแก้ไข
จะเห็นว่าหลักพระพุทธศาสนาในทุกระดับมีเรื่องของความพอดี หรือความเป็นสายกลางนี้ ฉะนั้นความเป็นสายกลาง คือ ความพอดีที่จะให้ถึงจุดหมาย และที่จะให้ตรงกับความจริง ไม่ให้ไปสุดโต่ง เอียงสุด ซึ่งจะพลาดจากตัวความจริงไปนั้น จึงเป็นลักษณะทั่วไปอย่างหนึ่งของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสายกลางทั้งหลักทฤษฎี(มัชเฌนธรรม) และหลักการปฏิบัติ(มัชฌิมาปฏิปทา)
 
อีกตัวอย่างหนึ่ง มองกว้างออกไปอีกมัชฌิมาปฏิปทาในแนวคิดที่เป็นกฎธรรมชาติซึ่งเป็นสัจจธรรมอันคู่กับหลักจริยธรรมของมัชฌิมาปฏิปทาได้แก่หลัก'''มัชเฌนธรรม''' หรือหลัก'''[[สมตา]]'''ความสมดุล ซึ่งเป็นสัจจธรรมอันคู่กับหลักจริยธรรมของมัชฌิมาปฏิปทา ที่กล่าวแสดงไว้ว่าความสมดุลเป็นกฎธรรมชาติ จัดเป็นกฎ'''[[ธรรมนิยาม|พีชนิยาม]]''' ตามหลักมัชเฌนธรรมความสมดุลเป็นเหตุให้สิ่งต่างๆดำรงอยู่โดยไม่แตกสลายไปตามกฎ[[ไตรลักษณ์]]เร็วนัก และทำให้เกิดการปรับสภาพให้เหมาะสมของสรรพสิ่ง อันเป็นเหตุให้รวมถึงการที่ธรรมชาติมีความสมดุลจนโลกเหมาะสมที่จะมีสภาวะข้อมูลของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ ที่ตลอดจนสรรพชีวิตและธรรมชาติมีข้อมูลต่างๆวัฏจักรสมดุลสัมพันธ์ต่อกันเพราะการปรับกฎแห่งความสมดุลนี้ ที่ทำให้เกิดมีกลไกการปรับตัวมีกลไกขึ้น และยังทำให้เกิดความเป็นระเบียบของข้อมูล จึงเกิดมีระบบชีวิต ทำให้มีการดำรงอยู่ อันเป็นเหตุให้เกิดการถ่ายทอดลักษณะ อันเป็นเหตุให้มีสภาวะข้อมูลของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิต ที่มีข้อมูลต่างๆเพราะการปรับสมดุล เช่นเดียวกับจิตที่เกิดดับตลอดเวลา แต่ก็จะถ่ายเทข้อมูลหรือภวังคจิตอันเป็นเช่นกับพันธุกรรมของจิต สู่จิตดวงใหม่ก่อนจิตดวงเก่าจะดับลง จนเกิด'''[[วัฏฏะ]]'''(หมุนวนเวียน)มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป กลับไปกลับมาที่ทำให้เกิด'''[[สันตติ]]'''(การสืบต่อ)ที่สามารถปิดบังกฎ'''[[อนิจจัง]]'''(ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน)แห่งไตรลักษณ์ได้ รวมสิ่งมีชีวิตเริ่มต้นถึงที่สุดก็กลับมาตั้งต้นใหม่ การที่ธรรมชาติมีความปรับสมดุลจนโลกเหมาะสมที่จะมีรักษาข้อมูลหรือพันธุ์กรรมของสิ่งมีชีวิตอยู่ได้ ตลอดจนสรรพทำให้เกิดชีวิตและธรรมชาติมีวัฏจักรสมดุลสัมพันธ์ต่อกันเพราะกฎแห่งความสมดุลนี้
'''[[ทุกขัง]]''' (ความบีบคั้นทนอยู่ในสภาพเดิม)ของสรรพสิ่ง คือสิ่งทั้งปวงหยุดนิ่งมิได้เหมือนจะต้องระเบิดอยู่ตลอดเวลา อย่างแสงอาทิตย์ต้องวิ่งมาชนโลก โลก จักรวาล กาแล๊คซี่ต้องหมุน ลมต้องพัด เปลือกโลกต้องเคลื่อน ทำให้ธรรมชาติเกิดการปรับสมดุล เช่นเรานอนเฉยๆต้องขยับ หรือวิ่งมากๆต้องหยุด เช่นความร้อนย่อมต่องการสลายตัวไปที่เย็นกว่า ไฟฟ้าในเมฆพายุฝนที่มีมากทิ้งมาที่พื้นโลกจนเกิดฟ้าผ่า ที่ ๆ เป็นสุญญากาศย่อมดึงให้สิ่งที่มีอยู่เข้ามา ความทุกข์เองทำให้เกิดการวิวัฒนาการของสัตว์ พืช เช่นพืชที่ปลูกถี่ๆกันย่อมแย่งกันสูงเพื่อแย่งแสงอาทิตย์ในการอยู่รอด โดยการปรับสมดุลของร่างกายที่จะบริหารหนีทุกข์ของสิ่งมีชีวิต ทำให้เกิด'''[[อิริยาบถ]]'''(การบริหารกายและจิต)ที่สามารถปิดบังกฎทุกขังแห่งไตรลักษณ์ได้
 
และการปรับสมดุลทำให้เกิดชีวิต '''[[อนิจจัง]]'''กฎแห่งความไม่แน่นอน(อนิจจังทำให้สิ่งทั้งปวงย่อมต้องเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม อย่างธาตุดิน (ของแข็ง) เปลี่ยนเป็นธาตุน้ำ (ของเหลว) เปลี่ยนเป็นธาตุลม (แก๊ส) และเปลี่ยนเป็นธาตุไฟ (แสง ความร้อน พลังงาน) และเปลี่ยนไปไม่สิ้นสุด แม้จะเปลี่ยนแปลงแต่การเปลี่ยนแปลงก็มีขีดจำกัดทำให้เกิดกฎแห่งวัฏจักรหรือ'''[[วัฏฏะ]]''' โลก จักรวาล กาแล็กซี ย่อมหมุนเป็นวงกลม สิ่งมีชีวิตเริ่มต้นถึงที่สุดก็กลับมาตั้งต้นใหม่ การปรับสมดุลที่รักษาข้อมูลหรือพันธุ์กรรมของสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับจิตที่เกิดดับตลอดเวลา แต่ก็จะถ่ายเทข้อมูลหรือภวังคจิตอันเป็นเช่นกับพันธุกรรมของจิต สู่จิตดวงใหม่ก่อนจิตดวงเก่าจะดับลงทำให้เกิด'''สันตติ''' การสืบต่อที่สามารถปิดบังกฎ'''[[อนิจจัง]]'''(ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน)แห่งไตรลักษณ์ได้ การถ่ายทอดพันธุกรรมตามกฎพีชนิยามทำให้ลูกมาจากปัจจัยพ่อแม่ของตน ทำให้ลูกเหมือนพ่อแม่ของตน แต่กฎอนิจจังความไม่แน่นอนทำให้สัตว์ พืช อาจไม่เหมือนพ่อแม่ของตนได้นิดหน่อย
 
'''[[ทุกขัง]]''' (ความบีบคั้นทนอยู่ในสภาพเดิม)ของสรรพสิ่ง คือสิ่งทั้งปวงหยุดนิ่งมิได้เหมือนจะต้องระเบิดเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งอยู่ตลอดเวลา อย่างแสงอาทิตย์ต้องวิ่งมาชนโลก โลก จักรวาล กาแล๊คซี่ต้องหมุน ลมต้องพัด เปลือกโลกต้องเคลื่อน ทำให้ธรรมชาติเกิดการปรับสมดุลได้เอง เช่นเรานอนเฉยๆต้องขยับ หรือวิ่งมากๆต้องหยุด เช่นความร้อนย่อมต่องการสลายตัวไปที่เย็นกว่า ไฟฟ้าในเมฆพายุฝนที่มีมากทิ้งมาที่พื้นโลกจนเกิดฟ้าผ่า ที่ ๆ เป็นสุญญากาศย่อมดึงให้สิ่งที่มีอยู่เข้ามา ความทุกข์เองก็ทำให้เกิดการวิวัฒนาการพัฒนาการในการอยู่รอดของสัตว์ พืช เช่นพืชที่ปลูกถี่ๆกันย่อมแย่งกันสูงเพื่อแย่งแสงอาทิตย์ในการอยู่รอด โดยการปรับสมดุลของร่างกายที่จะบริหารหนีทุกข์ของสิ่งมีชีวิต ทำให้เกิด'''[[อิริยาบถ]]'''(การบริหารกายและจิต)ที่สามารถปิดบังกฎทุกขังแห่งไตรลักษณ์ได้
เมื่อสิ่งต่างๆมีผลกระทบต่อกันในด้านต่างๆ จำต้องปรับสมดุลเพื่อรักษาระบบทำให้เกิด'''[[ปฏิจจสมุปบาท|ปัจจยาการ]]'''หรือกฎแห่งหน้าที่ ทำให้มีความเป็นระเบียบของระบบทำงานของร่างกาย เช่น ตับย่อมทำหน้าที่ของตับ ไม่อาจทำหน้าที่เป็นกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิด'''[[ฆนะ]]''' ความเป็นก้อน รูปร่าง หรือการเป็นโครงสร้าง ที่ปิดบังกฎ'''[[อนัตตา]]'''แห่งไตรลักษณ์ได้ และถ้าธาตุทั้งสี่ไม่มีกฎแห่งหน้าที่นี้ ที่เป็นเหตุให้ธาตุประกอบกันเป็นร่างกาย ร่างกายย่อมต้องแตกแยกสลายไป สิ่งทั้งปวงไม่มีตัวตนอยู่เองโดยไม่เกี่ยวเนี่ยวกับใคร มีตัวตนเพราะอาศัยปัจจัยต่างๆประกอบกันขึ้น เช่น ต้นไม้ย่อมอาศัยแสง ดิน น้ำ แร่ธาตุ ราก ใบ กิ่ง แก่น ลำต้น อากาศ ทำให้ดำรงอยู่ได้ สิ่งทั้งปวงย่อมเกี่ยวเนี่องซึ่งกันและกัน อย่างร่างกายของเราย่อมเกิดจากความเกี่ยวข้องกันเล็กๆน้อยและเพิ่มขึ้นซับซ้อนพัฒนาขึ้น เพราะการปรับสมดุลของธรรมชาติ ตามหลักมัชเฌนธรรม
 
'''[[อนัตตา]]'''สิ่งทั้งปวงไม่มีตัวตนเป็น มีตัวตนเพราะอาศัยปัจจัยต่างๆประกอบกันขึ้น ทำให้ดำรงอยู่ได้ สิ่งทั้งปวงย่อมเกี่ยวเนี่องซึ่งกันและกัน เมื่อสิ่งต่างๆมีผลกระทบต่อกันในด้านต่างๆ จำต้องปรับสมดุลเพื่อรักษาระบบทำให้เกิดกฎ'''[[ปฏิจจสมุปบาท|ปัจจยาการ]]'''หรือกฎแห่งหน้าที่ ทำให้มีความเป็นระเบียบของระบบทำงานของร่างกาย เช่น ตับย่อมทำหน้าที่ของตับ ไม่อาจทำหน้าที่เป็นกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิด'''[[ฆนะ]]''' ความเป็นก้อน รูปร่าง หรือการเป็นโครงสร้าง ที่ปิดบังกฎ'''[[อนัตตา]]'''แห่งไตรลักษณ์ได้ และถ้าธาตุทั้งสี่ไม่มีกฎแห่งหน้าที่นี้ ที่เป็นเหตุให้ธาตุประกอบกันเป็นร่างกาย ร่างกายย่อมต้องแตกแยกสลายไป สิ่งทั้งปวงไม่มีตัวตนอยู่เองโดยไม่เกี่ยวเนี่ยวกับใคร มีตัวตนเพราะอาศัยปัจจัยต่างๆประกอบกันขึ้น เช่น ต้นไม้ย่อมอาศัยแสง ดิน น้ำ แร่ธาตุ ราก ใบ กิ่ง แก่น ลำต้น อากาศ ทำให้ดำรงอยู่ได้ สิ่งทั้งปวงย่อมเกี่ยวเนี่องซึ่งกันและกัน อย่างร่างกายของเราย่อมเกิดจากความเกี่ยวข้องกันเล็กๆน้อยและเพิ่มขึ้นซับซ้อนพัฒนาขึ้น เพราะการปรับสมดุลของธรรมชาติ ตามหลักมัชเฌนธรรม
หลักมัชเฌนธรรมจัดได้ว่าเป็นกฎแห่งพีชนิยามของนิยามทั้ง5
 
#ทุกขัง (ความทนได้ยาก)ทำให้เกิดกฎสมตา(ความสมดุล) ทำให้มี อิริยาบถ(การบริหารปรับตัว) ที่บิดบังทุกขัง และกฎทุกขังจะทำลายกฎสมตานั้นในที่สุด
หลักมัชเฌนธรรมจัดได้ว่าเป็นกฎแห่งพีชนิยามของ[[ธรรมนิยาม|นิยาม]]ทั้ง5
#อนิจจัง (ความไม่เที่ยงแท้แน่นอน) ทำให้เกิดกฎวัฏฏะ(การหมุนวนเวียน)ทำให้มีสันตติ(การสืบต่อ)ที่ปิดบังอนิจจัง และกฎอนิจจังจะทำลายกฎวัฏฏะในที่สุด
#อนัตตาทุกขัง (ไม่ใช่ตัวตนความทนได้ยาก) ทำให้เกิดกฎปัจจยาการ สมตา(การมีระบบระเบียบของโครงสร้างความสมดุล) ทำให้มี ฆนะอิริยาบถ(ความเป็นก้อน,รูปร่าง,โครงสร้างการบริหารปรับตัว) ที่ปิดบังอนัตตาบิดบังทุกขัง และกฎอนัตตาทุกขังจะทำลายกฎชีวิสมตาในที่สุด<ref>พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ ปัจจัย ๒๔</ref>
#อนัตตา (ไม่ใช่ตัวตน) ทำให้เกิดกฎปัจจยาการ (การมีระบบระเบียบของโครงสร้าง)ทำให้มี ฆนะ(ความเป็นก้อน,รูปร่าง,โครงสร้าง)ที่ปิดบังอนัตตา และกฎอนัตตาจะทำลายกฎชีวิตาในที่สุด<ref>พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ ปัจจัย ๒๔</ref>
 
== ดูเพิ่ม ==
ผู้ใช้นิรนาม