พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง ณ ระนอง)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี หรือ คอซู้เจียง ณ ระนอง (許泅漳, พ.ศ. 2340 - พ.ศ. 2435) คือเจ้าเมืองระนองคนแรกของเมืองระนอง

ประวัติ[แก้]

พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง ณ ระนอง) เป็นคนจีนต้นสกุล ณ ระนอง คนแรกที่เข้ามาในประเทศนั้นชื่อเดิมชื่อ ซู้เจียง แซ่คอ และได้เรียกกันว่า คอซู้เจียง คอซู้เจียงเป็นชาวจีนฮกเกี้ยนอพยพเข้ามาในประเทศไทยขณะมีอายุได้ 25 ปี ได้สมรสกับคนไทยชาวพังงา และมีบุตรทั้งหมด 11 คน เป็นหญิง 5 คน และเป็นชาย 6 คน ดังนี้

1. หลวงศรีโลหะภูมิพิทักษ์ (คอซิมเจ่ง ณ ระนอง) บุตรชายคนแรกได้รับพระราชทานนามสัญญาบัตรในรัชกาลที่ 4 ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองระนอง

2. พระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง ณ ระนอง) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรในรัชกาลที่ 4 เป็นหลวงศรีโลหะภูมิพิทักษ์แล้วจึงเลื่อนเป็นพระยาพระยารัตนเศรษฐี รับราชการผู้ว่าราชการเมืองระนองแทนบิดา

3. หลวงศรีสมบัติ (คอซิมจั๊ว ณ ระนอง) ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในรัชกาลที่ 5 เป็นผู้ช่วยราชการเมืองระนอง

4. พระศรีโลห ภูมิพิทักษ์ (คอซิมขิม ณ ระนอง) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรในรัชกาลที่ 5 เป็นหลวงแล้วเลื่อนเป็นพระ รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองระนอง

5. พระยาจรูญราชโภคากร (คอซิมเต๊ก ณ ระนอง) ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรในรัชกาลที่ 5 เป็นพระแล้วเลื่อนเป็นพระยา รับราชการตำแหน่งจางวางกำกับราชการเมืองหลังสวน

6. พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) ได้เป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นที่หลวงบริรักษ์โลหวิสัย ตำแหน่งผู้ช่วยราชการเมืองระนองแล้วเลื่อนเป็นที่พระอัษฎงคตทิศรักษา ผู้ว่าราชการเมืองจัตวาคือตระบุรีต่อมาได้เลื่อนเป็นพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ผู้ว่าราชการเมืองตรัง แล้วเลื่อนขึ้นเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) ที่สืบเชื้อสายกันต่อมายังได้นำเอาต้นไม้ชนิดหนึ่งเข้ามาปลูกในพื้นดินทางจังหวัดภาคใต้ของประเทศ ซึ่งต้นไม้ดังกล่าวเป็นต้นไม้ที่ผลิตผลเป็นยางคือยางพารา ซึ่งถือกันว่าเป็นต้นไม้ที่ให้ผลิตผลที่มีคุณค่าในการอุตสาหกรรม และเป็นทรัพยากรอันมีค่ายิ่งของประเทศรองมาจากข้าวในสมัยนั้นและต่อมาได้รับพระบรมราชโองการให้มีบรรดาศักดิ์เป็น พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี ในตำแหน่งจางวางเมืองระนองซึ่งเทียบเท่าเจ้าเมืองสมัยนั้น นายคอซู้เจียงผู้นี้เป็นจีนฮกเกี้ยน เกิดในบ้านจิวหู เขตแขวงเมืองเจียงซิวฮู ประเทศจีน ได้เดินทางจากจีนเข้ามาแต่หาได้ตรงเข้ามาในกรุงเทพมหานครเหมือนคนจีนแซ่อื่น นายคอซู้เจียง ได้ศึกษาภูมิประเทศและประวัติศาสตร์ของสยามมาก่อนแล้ว และได้รู้ว่าทางจังหวัดภาคใต้ของประเทศนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมีเหมืองแร่ มีป่าไม้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลผลิตในทางพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมอยู่เป็นอันมาก จึงเข้ามาทำธุรกิจการค้าตามแบบของคนจีนโดยทั่วไป แต่ด้วยความขยันพยายามและฉลาด จึงทำให้การค้าเจริญก้าวหน้าเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในเมืองสมัยนั้น

จีนคอซู้เจียงได้สมรสกับคนสยามในจังหวัดพังงา มีบุตรด้วยกันหลายคน และได้รับราชการมีตำแหน่งสูงในระดับผู้ว่าราชการจังหวัดจนกระทั่งเป็นสมุหเทศาภิบาลบางคน ในจำนวนบุตรชายของนายคอซู้เจียง ทุก ๆ คนซึ่งมีจำนวน 6 คน ได้มีบรรดาศักดิ์เป็นหลวงและพระยาทุกคน และได้รับราชการในจังหวัดภาคใต้ในตำแหน่งที่ใหญ่ทุกคน และบุตรชายคนหนึ่งของนายคอซู้เจียงได้เป็นมหาดเล็กในรัชกาลที่ 5 เพราะความเป็นเถ้าแก่ใหญ่และเป็นพ่อค้าที่ไม่ค้าเฉพาะภายในประเทศไทยแต่เป็นพ่อค้าส่งออกคนแรกในเมืองพังงา จึงทำให้นายคอซู้เจียง หาทางขยับขยายในการที่จะหาสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศและขายตามที่ใกล้เคียงให้มากขึ้น และนี่เองเป็นเหตุให้นายคอซู้เจียง ได้มาเป็นคนจีนที่ยิ่งใหญ่ในเมืองระนองจนได้รับพระราชทานนามสกุลว่า ณ ระนอง

นายคอซู้เจียงหรือในราชทินนามบรรดาศักดิ์ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนั้นเดิมที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นหลวงรัตนเศรษฐีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงความเป็นขุนนางในตำแหน่งอากร ในจังหวัดระนองในปี พ.ศ. 2387

คอซู้เจียงอยู่ในตำแหน่งจางวางกำกับเมืองระนองจนถึงอายุ 81 ปี และอยู่ในตำแหน่งจางวางได้ 5 ปี 9 เดือน 16 วัน จนกระทั่งวันพฤหัสบดีเดือน 7 ขึ้น 8 ค่ำ ปีมะเมีย จัตวาศก (พ.ศ. 2435) จึงถึงแก่อนิจกรรมด้วยป่วยเป็นวัณโรคกระดูกสันหลัง รวมอายุได้ 86 ปี

อ้างอิง[แก้]