พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิต) อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) หรือพระยาไชยสุนทร เดิมพระนามว่า เจ้าโสมพะมิตร หรือ ท้าวโสมพะมิตร ในเอกสารพื้นเมืองเวียงจันทน์ออกพระนามว่า ท้าวโสมบพิตร ส่วนพงศาวดารเมืองกาฬสินธุ์และเมืองกมลาสัยออกพระนามว่า พระยาสมพมิษ ทรงเป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองกาฬสินธุ์ (กาละสินธ์ หรือ กาลสิน) พระองค์แรกและทรงเป็นเจ้าผู้สร้างเมืองกาฬสินธุ์ ปัจจุบันคือจังหวัดกาฬสินธุ์ในภาคอีสานของประเทศไทย เดิมรับราชการในราชสำนักนครเวียงจันทน์เป็นที่พญาโสมพะมิตร ภายหลังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ของสยามให้เป็นเจ้าเมืองกาฬสินธุ์พระองค์แรกในฐานะเมืองประเทศราช พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) ทรงเป็นต้นสกุล วงศ์กาฬสินธุ์ ศรีกาฬสินธุ์ พิมพะนิตย์ พูลวัฒน์ อักขราสา และสกุล วงศ์กมลาไสย หรือ วงศ์กาไสย อีกทั้งทรงเป็นพระราชเชษฐาในเจ้าเมืองแสนฆองโปง ต้นสกุลพระราชทาน ณ กาฬสินธุ์ แห่งจังหวัดกาฬสินธุ์อีกด้วย

พระประวัติ[แก้]

ราชตระกูล[แก้]

พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางหล้าสร้อยเทวีแห่งนครเวียงจันทน์ เป็นพระราชนัดดา (หลาน) ในสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒ (พระไชยองค์เว้) พระราชบิดาของพระองค์พระนามว่า เจ้าองค์ไชย ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒ (พระไชยองค์เว้) พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างพระองค์ที่ ๓๖ และพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรเวียงจันทน์พระองค์ที่ ๑ ปฐมกษัตริย์ผู้สถาปนาราชวงศ์เวียงจันทน์ ฝ่ายพระมารดาของพระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) นั้นเป็นพระนัดดาในเจ้าผ้าขาว (เจ้าปะขาว) ผู้สร้างเมืองผ้าขาวและเมืองพันนา (เมืองพนาง) ในจังหวัดสกลนคร สมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒ (พระไชยองค์เว้) ทรงเป็นพระราชนัดดา (หลานอา) ในพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างพระองค์ที่ ๓๒ และเป็นพระราชนัดดา (หลานปู่) ในพระเจ้าต่อนคำพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างพระองค์ที่ ๓๑ ฝ่ายเจ้าผ้าขาว (เจ้าปะขาว) นั้นทรงเป็นพระราชนัดดาในพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์เช่นเดียวกัน ดังนั้น พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) จึงเป็นเจ้าผู้ปกครองเมืองกาฬสินธุ์และเป็นเจ้านายฝ่ายหัวเมืองลาว-อีสานที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์เวียงจันทน์อีกสายหนึ่ง

อนึ่ง พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) และเครือญาติบุตรหลานทั้งหมดของพระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) ได้เป็นผู้ปกครองหัวเมืองใหญ่น้อยตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรล้านช้างจนเปลี่ยนแปลงการปกครองอยู่หลายหัวเมือง เช่น เมืองผ้าขาว (ปัจจุบันคือบ้านผ้าขาวหรือบ้านปะขาว) เมืองพันนา (ปัจจุบันคือบ้านพรรณา) เมืองกาฬสินธุ์ เมืองกมลาสัย (เมืองกมลาไสย) เมืองสหัสขันธ์ เมืองสกลทวาปี (บ้านธาตุเชียงชุม) เมืองกลางหมื่น (บ้านกลางหมื่น) เป็นต้น

อพยพไพร่พล[แก้]

พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิต) เจ้าเมืองกาฬสินธุ์พระองค์แรก (พ.ศ. ๒๓๓๖) ประสูติราวปี พ.ศ. ๒๒๗๕ พระบิดาเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๒ (พระไชยองค์เว้ พ.ศ. ๒๒๕๐-๒๒๗๓) พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ฝ่ายพระมารดาทรงเป็นพระนัดดา (หลานสาว) ในเจ้าผ้าขาว ทรงรับราชการในราชสำนักเวียงจันทน์จนได้รับความชอบ พระมหากษัตริย์แห่งนครเวียงจันทน์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนพระยศเป็นที่ พญาโสมพะมิต ต่อมา ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๒๐ พญาโสมพะมิตร และญาติพี่น้องคือ อุปฮาดเมืองแสนฆ้องโปงและเมืองแสนหน้าง้ำ ได้เกิความขัดแย้งกับสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ ๓ (พระเจ้าสิริบุนสาร) (พ.ศ. ๒๒๙๔-๒๓๒๒) ผู้เป็นพระมหากษัตริย์แห่งนครเวียงจันทน์พระองค์ต่อมา จึงทรงรวบรวมผู้คนเป็นสมัครพรรคพวกได้ประมาณหนึ่งหมึ่นคน ข้ามลำน้ำโขงมาตั้งเป็นชุมชนใหญ่ที่บ้านผ้าขาวและบ้านพันนา บริเวณพระธาตุเชิงชุมในจังหวัดสกลนครปัจจุบัน ฝ่ายพระเจ้าศิริบุนสานทรงส่งกองทัพหลวงติดตามมาเพื่อกวาดต้อนผู้คนที่อพยพหลบหนีให้กลับคืนสู่นครเวียงจันทน์

ได้เป็นเจ้าเมืองกาฬสินธุ์[แก้]

เมื่อกองทัพของสมเด็จพระเจ้าสิริบุนสารยกมารบกวน ท้าวโสมพะมิตเห็นดังนั้นจึงยกไพร่พลอพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางทิศใต้ แล้วมาตั้งบ้านเรือนหนาแน่นอยู่ ณ บ้านกลางหมื่นทรงเป็นใหญ่ปกครองไพร่พลในที่นั้น ต่อมาประมาณปีเศษ ในปี พ.ศ. ๒๓๒๕ จึงทรงอพยพผู้คนไปตั้งบ้านเรือนที่แก่งส้มโฮง (แก่งสำโรง) ดงสงเปือย ริมฝั่งลำแม่น้ำปาว ใน พ.ศ. ๒๓๓๖ ท้าวโสมพะมิตจึงเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร แล้วเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระมหากษัตริย์สยามขอพระราชทานนามเมือง โดยได้นำเครื่องมงคลราชบรรณาการมีค่าเป็นกาน้ำสำริดที่นำติดตัวมาแต่สมัยรับราชการอยู่นครเวียงจันทน์ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายด้วย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมืองพระราชทานมามว่า เมืองกาฬสินธุ์ ด้วยเหตุนำนามของกาน้ำสำริดมาเป็นมงคลนิต พร้อมทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาท้าวโสมพะมิตขึ้นเป็นที่พระยาไชยสุนทร เจ้าผู้ครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นพระองค์แรก เมื่อแรกตั้งเมืองนั้นเมืองกาฬสินธุ์มีฐานะเป็นเมืองประเทศราชต่อมาถูกลดฐานะลงเป็นหัวเมืองชั้นเอกแต่ยังไม่มีหัวเมืองขึ้น แต่นั้นมาทางราชสำนักฝ่ายสยามได้ถือว่าบรรดาศักดิ์ที่พระยาชัยสุนทรนี้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นราชทินนามสำหรับเจ้าผู้ครองเมืองกาฬสินธุ์โดยเฉพาะ

พระยาชัยสุทร (โสมพะมิตร) ทรงปกครองเมืองกาฬสินธุ์ด้วยความสงบเรียบร้อย ทรงสร้างบ้านแปงเมืองให้เจริญรุ่งเรืองมาโดยลำดับ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๔๕ ทรงชราภาพจึงได้มอบหมายราชการงานเมืองให้ท้าวหมาแพงรักษาดูแลแทนต่อไป[1]

พระประวัติจากเอกสารชั้นต้น[แก้]

ในพงศาวดารเมืองกาฬสินธุ์และเมืองกมลาสัย : เอกสารฝ่ายท้องถิ่น[แก้]

ในพงศาวดารเมืองกาฬสินธุ์ฉบับพระราษฎรบริหาร (ท้าววันทองหรือท้าวทอง) เจ้าเมืองกมลาสัย (เมืองกระมาลาไสย) ซึ่งเขียนด้วยลายมือภาษาลาวอักษรไทยลงบนสมุดข่อยหรือสมุดไทยขาวหมึกดำ เป็นสมบัติเดิมของนางรำไพ อัมมะพะ (สกุลเดิม บริหาร) ทายาทของพระราษฎรบริหาร (วันทอง) ถ่ายสำเนาเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยอาจารย์ธีรชัย บุญมาธรรม อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ สถาบันราชภัฏมหาสารคาม ซึ่งนายบุญมี ภูเดช (เปรียญ) ได้เคยนำมาพิมพ์รวมอยู่ในหนังสือเรื่องพงศาวดารเมืองกาฬสินธุ์และประวัติเมืองขึ้นในยุคเก่า พิมพ์ที่โรงพิมพ์จินตภัณฑ์การพิมพ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ พิมพ์จำนวน ๑,๐๐๐ ฉบับ ในคำปรารภของหนังสือกล่าวว่าได้ต้นฉบับมาจากพระราชพรหมจริยคุณ วัดกลาง เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งพิมพ์จากหนังสือที่พระราษฎรบริหาร (วันทอง) เรียบเรียงไว้ เอกสารดังกล่าวได้กล่าวถึงพระประวัติของพระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) ไว้ดังต่อไปนี้

...พระราษฎรบริหารเจ้าเมืองกมลาสัยได้ลำดับพงศาวดารเมืองกาฬสินธุ์และเมืองกมลาสัยและเมืองขึ้นไว้สำหรับบ้านเมืองต่อไป เดิมปู่ย่าตายายเจ้านายได้สืบตระกูลต่อ ๆ มานั้นตั้งบ้านเรือนอยู่หนองหานพระเจดีย์เชียงชุมที่เป็นเมืองเก่า ครั้นอยู่มาจะเป็นปีใดไม่กำหนดครั้งนั้นพระครูโพนเสม็ดเจ้าอธิการวัดที่เรียกว่าพระอรหันตาพายสร้อยได้ต่อยอดพระธาตุพนม และเมื่อเกิดเหตุต่าง ๆ ได้พาครอบครัวพวกเจ้านายท้าวเพี้ยราษฎรยกไปตั้งทะนุบำรุงอยู่ ณ เมืองจำปามหานครที่เป็นเมืองเก่าร้างอยู่ ซึ่งโปรดฯ ตั้งเป็นเมืองนครจำปาศักดิ์เดี๋ยวนี้นั้น ตั้งเจ้าสร้อยศรีสมุทซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์พระเจ้าเมืองเวียงจันทน์นั้นขึ้นเป็นเจ้านครจำปาศักดิ์ ครั้นอยู่มาช้านานหลายชั่วก็เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นต่าง ๆ เจ้านายท้าวเพี้ยจึงพร้อมกันพาครัวบุตรภรรยาบ่าวไพร่กลับคืนหนีมาตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่ที่หนองหานพระเจดีย์เชียงชุมตำบลบ้านผ้าขาวพรรณาตามเดิม แต่ครอบครัวผู้คนยังค้างอยู่เมืองนครจำปาศักดิ์ก็ยังมาก ครั้นต่อมาภายหลังจะปีและศักราชหลวงเท่าใดไม่มีกำหนดแจ้ง ครั้งนั้นพระยาโสมพะมิต พระยาอุปชา เมืองแสนฆ้อนโปง เมืองแสนหน้าง้ำ ๔ คน เป็นผู้ใหญ่พากันควบคุมท้าวเพี้ยบ่าวไพร่บุตรภรรยาตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่บ้านผ้าขาวพรรณาและหนองหานพระเจดีย์เชียงชุมซึ่งเป็นเมืองสกลนครเดี๋ยวนี้ มีท้าวเพี้ยบ่าวไพร่รวมประมาณสัก ๕,๐๐๐ เศษ รับราชการทำส่วยผ้าขาวขึ้นกับเมืองเวียงจันทน์ ครั้นอยู่มาพระยาอุปชากับเมืองแสนฆ้อนโปงถึงแก่กรรมไปแล้ว เจ้าเมืองเวียงจันทน์คิดก่อเหตุเกิดวิวาทบาดหมางขึ้นกับพวกพระยาโสมพะมิต เมืองแสนหน้าง้ำ ๆ อพยพพาครัวบุตรภรรยาท้าวเพี้ยบ่าวไพร่ประมาณ ๒,๐๐๐ เศษ หนีลงมาบรรจบอยู่ด้วยกับพวกพระวอที่แตกหนีอพยพครอบครัวมาแต่หนองบัวลำภูมาตั้งอยู่ ณ บ้านแจละแม ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเมืองอุบลราชธานี แต่พระยาโสมพะมิตนั้นอพยพพาครัวบุตรภรรยาท้าวเพี้ยบ่าวไพร่ประมาณสัก ๓,๐๐๐ เศษ ไปตั้งอยู่ริมน้ำปาวที่เรียกว่าแก่งสำโรง แล้วพระยาโสมพะมิตลงไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงโปรดเกล้าฯ ตั้งให้พระยาโสมพะมิตเป็นที่พระยาชัยสุนทรเจ้าเมือง ขนานนามแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมืองกาฬสินธุ์ แต่ ณ วันปีจอ จัตวาศก (จุ) ลศักราช ๑๑๖๔ พระยาชัยสุนทรโสมพะมิตเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ชรา มีอายุสัก ๗๐ ปีเศษ หลงลืมสติจึงมอบราชการเมืองให้กับท้าวหมาแพงบุตรของพระยาอุปชานั้นเป็นผู้ว่าราชการเมืองกาฬสินธุ์ต่อมา แล้วพระยาชัยสุนทรโสมพะมิตกับท้าวหมาแพงผู้รับว่าราชการเมืองต่างนั้นปรึกษาพร้อมกันทำแผนที่เมืองกาฬสินธุ์ แบ่งเขตแดนต่อกันกับเมืองเวียงจันทน์ตั้งแต่แม่น้ำลำพองข้างเหนือมาตกชีข้างตะวันตก ตะวันออกนั้นตั้งแต่น้ำลำพองตัดลัดไปห้วยสายบาทไปถึงห้วยไพรจาน ไปเขาภูทอกซอกดาวตัดไปบ้านผ้าขาวพรรณาบ้านเดิม ยอดลำน้ำสงครามตกแม่น้ำโขง เขตฝ่ายตะวันออกต่อแดนเมืองนครพนมและเมืองมุกดาหาร ผ่าเขาภูพานตัดมายังภูเขาหลักทอดยอดยัง ๆ ตกแม่น้ำลำน้ำชีเป็นเขตข้างใต้ ข้างตะวันตกแม่น้ำลำน้ำชีต่อแดนเมืองร้อยเอ็ดและต่อแดนเมืองยโสธรแต่ยังไม่ได้ตั้งเป็นเมืองเป็นบ้านสิงห์โคกสิงห์ท่าอยู่ แล้วส่งแผนที่ลงไปทูลเกล้าฯ ถวาย...พระยาโสมพะมิตเป็นเจ้าเมืองกาฬสินธุ์อยู่ได้สามปีก็ถึงแก่กรรม ครั้นถึง ณ ปีขาล อัฐศก ศักราช ๑๑๖๘ ปี ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงโปรดเกล้า ฯ ตั้งท้าวหมาแพงขึ้นเป็นพระยาชัยสุนทรเจ้าเมืองกาฬสินธุ์...

ในพงษาวดารหัวเมืองมณฑลอิสาณ : เอกสารฝ่ายสยาม[แก้]

ในเอกสารพงษาวดารหัวเมืองมณฑลอิสาณ ซึ่งเรียบเรียงโดย หม่อมอมรวงษ์วิจิตร (หม่อมราชวงศ์ปฐม คเนจร) ภาคที่ ๑ (ใน ภาคที่ ๑-๑๐) คัดจากประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๔ อำมาตย์เอก พระยาศรีสำรวจ (ชื่น ภัทรนาวิก, ม.ม, ท.ช, รัตน ว,ป, ร.๔) พิมพ์แจกในงานศพของนางพัน ภัทรนาวิก ผู้เป็นมารดา เมื่อปีเถาะสัปตศก พ.ศ. ๒๔๕๘ ซึ่งเป็นหนังสือตีพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์เรื่องต่างๆ ของไทย ทั้งเอกสารในประเทศและเอกสารที่แปลจากภาษาต่างประเทศ โดยโบราณคดีสโมสร หอสมุดพระวชิรญาณ และหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร เป็นผู้อนุญาตให้จัดพิมพ์ในวาระต่างๆ มีทั้งหมด ๘๒ ภาคนั้น ได้กล่าวถึงพระประวัติของพระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) ไว้ดังต่อไปนี้

...ลุจุลศักราช ๑๑๕๕ ปีฉลูเบญจศก ท้าวโสมพมิตร ท้าวอุปชา ซึ่งเดิมอยู่บ้านผ้าขาวแขวงเมืองศรีสัตนาคนหุต แลพาครอบครัวยกมาตั้งอยู่บ้านท่าแก่งสำโรงริมน้ำปาวนั้น ได้พาพวกญาติพี่น้องมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทณกรุงเทพฯ ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารควบคุมบ่าวไพร่ตัวเลขเก็บผลเร่วส่งทูลเกล้าฯ ถวาย จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้ท้าวโสมพมิตรเปนพระยาไชยสุนทรเจ้าเมือง ให้ท้าวคำหวาเปนที่อุปฮาด ยกบ้านแก่งสำโรงขึ้นเปนเมืองกาฬสินธุ์ทำราชการขึ้นกรุงเทพฯ อาณาเขตรเมืองกาฬสินธุ์ครั้งนั้นมีว่า ทิศตวันออกลำพยังตกลำน้ำชี ทิศเหนือเฉียงตวันตกภูเหล็กยอดลำน้ำสงครามมาลำไก่เขี่ย ตัดลงคูไชเถ้าเกาะจนกระทั่งห้วยสายบาทตกลำพวง ทิศเหนือเฉียงตวันออกภูศรีถานยอดลำห้วยหลักทอดตกลำพยัง แต่ภูศรีถานเฉียงเหนือยอดห้วยก้านเหลืองลงน้ำก่ำเมืองหนองหาร เฉียงเหนือภูเหล็กยอดลำน้ำสงครามมาลำน้ำยามถึงลำน้ำอุ่น ตัดมาหนองบัวส้างยอดน้ำลาดตกน้ำหนองหาร

ครั้นพระยาไชยสุนทร (โสมพมิตร) อุปฮาด (คำหวา) ถึงแก่กรรมแล้ว จึ่งโปรดตั้งให้ท้าวหมาแพงบุตรท้าวอุปชา เปนพระยาไชยสุนทรเจ้าเมือง ให้ท้าวหมาสุยเปนอุปฮาด ให้ท้าวหมาพวงเปนราชวงษ์ ทั้งสองคนนี้เปนบุตรพระยาไชยสุนทร (โสมพมิตร) เปนผู้รักษาเมืองกาฬสินธุ์ต่อไป แลโปรดเกล้าฯ ให้ข้าหลวงขึ้นไปสักตัวเลขเปนเลขขึ้นเมืองกาฬสินธุ์มีจำนวนครั้งนั้นรวม ๔๐๐๐ คน แบ่งเปนส่วนขึ้นกับเจ้าเมือง อุปฮาด ราชวงษ์ตามสมควร

ฝ่ายราชวงษ์ (พอง) นั้น กระทำการเกี่ยงแย่งหาเปนสามัคคีกับพระยาไชยสุนทรไม่ จึ่งอพยพครอบครัวแยกไปตั้งอยู่ณบ้านเชียงชุมแล้วไปยอมสมัคขึ้นอยู่กับเมืองเวียงจันท์ (ศรีสัตนาคนหุต)...[2]

สกุลของสายเครือญาติ[แก้]

สายสกุลเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ที่เป็นเครือญาติกับเจ้าโสมพะมิตรที่สำคัญ มีดังนี้


ก่อนหน้า พระยาชัยสุนทร (โสมพะมิตร) ถัดไป
- 2leftarrow.png Seal Kalasin.png
เจ้าเมืองกาฬสินธุ์,
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์

(พ.ศ. 2336 - พ.ศ. 2349)
2rightarrow.png พระยาชัยสุนทร (หมาแพง)


อ้างอิง[แก้]

  1. หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดกาฬสินธุ์. กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๔๒
  2. https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%93
  3. https://www.facebook.com/%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร