ฌาน
| ส่วนหนึ่งของชุดบทความ |
| ศาสนาพุทธ |
|---|
ฌาน (บาลี) หรือ ธยาน (สันสกฤต) หมายถึง การเพ่งอารมณ์จนใจแน่วแน่เป็นอัปปนาสมาธิ ภาวะจิตสงบประณีต ซึ่งมีสมาธิเป็นองค์ธรรมหลัก
ฌาน 2
[แก้]ฌานแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่
- อารัมมณูปนิชฌาน การเพ่งอารมณ์ ได้แก่ สมาบัติ 8 คือ รูปฌาน 4 และอรูปฌาน 4
- ลักขณูปนิชฌาน การเพ่งลักษณะ ได้แก่ วิปัสสนา มรรค ผล
| ตาราง: รูปฌาน | ||||
| เจตสิก (ธรรมที่ประกอบกับจิต) | ปฐมฌาน | ทุติยฌาน | ตติยฌาน | จตุตถฌาน |
|---|---|---|---|---|
| กาม / อกุศลธรรม (กามราคะ / สมบัติอันไม่ดีงาม) |
แยกตัวจาก; ถอนตัว |
ไม่บังเกิด | ไม่บังเกิด | ไม่บังเกิด |
| ปีติ (ความปลาบปลื้มใจ) |
เกิดความสันโดษ; แผ่ซ่านทั่วร่างกาย |
เกิดสมาธิ; แผ่ซ่านทั่วร่างกาย |
จางหาย (พร้อมกับความทุกข์) |
ไม่บังเกิด |
| สุข (ความสุขที่ไม่ใช่ทางโลก) |
แผ่ซ่านทั่วรูปกาย | ปล่อยวาง (ไม่มีความสุขและทุกข์) | ||
| วิตก ("ธรรมที่ตรึกในอารมณ์") |
ประกอบกับฌาน | เอกัคคตา (ความมีอารมณ์เป็นอันเดียว) ปราศจากวิตกและวิจาร |
ไม่บังเกิด | ไม่บังเกิด |
| วิจาร ("การพิจารณาอารมณ์อย่างต่อเนื่อง") | ||||
| อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธิ | ไม่บังเกิด | ความมั่นคงในใจ | ความสงบใจ; เจริญสติ |
ความหมดจดแห่ง การเจริญสติและอุเบกขา |
| แหล่งที่มา:[1][2][3] | ||||
ฌาน 2 ประเภท
[แก้]แต่โดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึงประเภทของฌาน มักแบ่งฌานออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ
- รูปฌาน ฌานมีรูปธรรมเป็นอารมณ์ ฌานที่เป็นรูปาวจร ได้แก่
- ปฐมฌาน (ฌานที่ 1) ประกอบด้วย วิตก วิจาร ปิติ สุข เอกัคคตา
- ทุติยฌาน (ฌานที่ 2) ประกอบด้วย ปิติ สุข เอกัคคตา
- ตติยฌาน (ฌานที่ 3) ประกอบด้วย สุข เอกัคคตา
- จตุตถฌาน (ฌานที่ 4) ประกอบด้วย อุเบกขา เอกัคคตา
- อรูปฌาน ฌานมีอรูปธรรมเป็นอารมณ์ ฌานที่เป็นอรูปาวจร ได้แก่
- อากาสานัญจายตนะ (มีความว่างเปล่าคืออากาสไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์)
- วิญญาณัญจายตนะ (มีความว่างระดับนามธาตุคือความว่างในแบบที่อายตนะภายนอกและภายในไม่กระทบกันจนเกิดวิญญาณธาตุการรับรู้ขึ้นเป็นอารมณ์)
- อากิญจัญญายตนะ (การไม่มีอะไรเลยเป็นอารมณ์)
- เนวสัญญานาสัญญายตนะ (จะว่ามีสัญญาก็มิใช่ไม่มีสัญญาก็มิใช่ คือแม้แต่อารมณ์ว่าไม่มีอะไรเลยก็ไม่มี)
เมื่อกล่าวสั้น ๆ ว่า "ฌาน 4" จะหมายถึง แค่รูปฌาน 4 และเมื่อกล่าวสั้น ๆ ว่า "ฌาน 8" จะหมายถึง รูปฌาน 4 กับ อรูปฌาน 4 แต่ตามหลักอภิธรรมโดยสภาวะ อรูปฌานทั้ง 4 ท่านจัดว่าเป็นเพียงจตุตถฌาน เพราะประกอบด้วย อุเบกขา เอกกัคคตา เช่นเดียวกับจตุตถฌานของรูปฌาน เพียงแต่มีอารมณ์ที่ละเอียดลึกซึ้งกว่า จึงแยกเรียกโดยบัญญัติว่าฌาน 8 เพื่อความเข้าใจ
สิ่งที่ใช้เป็นอารมณ์ในการเพ่งจนได้ฌาน ได้มีการรวบรวมไว้เรียกว่าสมถกรรมฐาน สิ่งที่ขวางกั้นจิต ไม่ให้เกิดฌาน คือ นิวรณ์
ฌานสมาบัติ
[แก้]สมาบัติ เป็นภาวะสงบประณีตซึ่งพึ่งเข้าถึง มีหลายอย่าง เช่น ฌานสมาบัติ ผลสมาบัติ เป็นต้น สมาบัติที่กล่าวถึงบ่อยคือ ฌานสมาบัติ กล่าวคือ สมาบัติ 8 อันได้แก่ ฌาน 8 (รูปฌาน 4 กับ อรูปฌาน 4)
ในบางกรณี รูปฌาน 4 อาจถูกจำแนกใหม่ในรูปแบบของ ปัญจมฌาน เป็นการจำแนกตามแบบพระอภิธรรม เรียกว่า ปัญจกนัย การจำแนกตามแบบพระสูตร เรียกว่า จตุกนัย ที่ต้องจำแนกเป็นปัญจมฌาน เนื่องจากฌานลาภี (ผู้ได้ฌาน) มี 2 ประเภท คือ ติกขบุคคล (ผู้รู้เร็ว) และ มันทบุคคล (ผู้รู้ช้า)
อนุปุพพวิหารสมาบัติ 9 หมายถึง สมาบัติ 8 กับ นิโรธสมาบัติ
ดูเพิ่ม
[แก้]- เซน ลักษณะของฌานในวัฒนธรรมญี่ปุ่น
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Bodhi, Bhikku (2005). In the Buddha's Words. Somerville: Wisdom Publications. pp. 296–8 (SN 28:1–9). ISBN 978-0-86171-491-9.
- ↑ "Suttantapiñake Aṅguttaranikāya § 5.1.3.8". MettaNet-Lanka (ภาษาบาลี). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2007. สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2007.
- ↑ Thanissaro, Bhikkhu (1997). "Samadhanga Sutta: The Factors of Concentration (AN 5.28)". Access to Insight. สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2007.
- พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). "พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์".
- พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). "พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม".