วิปัสสนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน

ส่วนหนึ่งของ
ศาสนาพุทธ

Dhamma Cakra.svg สถานีย่อย


Dharmacakra flag (Thailand).svg
ประวัติศาสนาพุทธ

ศาสดา

พระโคตมพุทธเจ้า
(พระพุทธเจ้า)

จุดมุ่งหมาย
นิพพาน
พระรัตนตรัย

พระพุทธ · พระธรรม · พระสงฆ์

ความเชื่อและการปฏิบัติ
ศีล (ศีลห้า) · ธรรม (เบญจธรรม)
สมถะ · วิปัสสนา
บทสวดมนต์และพระคาถา
คัมภีร์และหนังสือ
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก · พระสุตตันตปิฎก · พระอภิธรรมปิฎก
หลักธรรม
ไตรลักษณ์ · อริยสัจ 4 · มรรค 8 · ปฏิจจสมุปบาท · มงคล 38
นิกาย
เถรวาท · มหายาน · วัชรยาน
สังคมศาสนาพุทธ
ปฏิทิน · บุคคล · วันสำคัญ · ศาสนสถาน
การจาริกแสวงบุญ
พุทธสังเวชนียสถาน ·
การแสวงบุญในพุทธภูมิ
ดูเพิ่มเติม
อภิธานศัพท์ศาสนาพุทธ
หมวดหมู่ศาสนาพุทธ

วิปัสสนา หมายถึง ความเห็นแจ้งในสังขารทั้งหลายว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน[1]

สมถะและวิปัสสนาถือเป็นธรรมที่ควรเจริญ (ตามทสุตตรสูตร)[2] และเป็นธรรมฝ่ายวิชชา (ตามพาลวรรค)[3]

วิปัสสนาภูมิ[แก้]

วิปัสสนาภูมิ คือ ธรรมทั้งหลายอันแยกประเภทเป็น ขันธ์ อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ สัจจะ และปฏิจจสมุปบาท

วิปัสสนาภูมิ หมายถึง ธรรมอันเป็นอารมณ์ของวิปัสสนา

วิปัสสนาญาณ[แก้]

ดูบทความหลักที่: ญาณ

วิปัสสนากรรมฐาน[แก้]

วิปัสสนากรรมฐาน หมายถึง การปฏิบัติกรรมฐานตามแนวทางในมหาสติปัฏฐานสูตร คือ การเจริญสติอันเป็นไปใน กาย เวทนา จิต และธรรม

วิปัสสนากรรมฐาน กับ สมถกรรมฐาน ในมหาสติปัฏฐานสูตร อิริยาปถบรรพะ สัมปชัญญบรรพะ ธาตุมนสิการบรรพะ เวทนาบรรพะ จิตตบรรพะ นีวรณบรรพะ ขันธบรรพะ อายตนบรรพะ โพชฌังคบรรพะ และสัจจะบรรพะ จัดเข้าในฝ่ายของวิปัสสนา , ส่วน อานาปานบรรพะ และปฏิกูลมนสิการบรรพะ จัดเข้าในฝ่ายของสมถะ เพราะสามารถทำให้บรรลุโลกียอัปปนาได้, ส่วน นวสีวถิกาบรรพะ จัดเข้าทั้งในฝ่ายสมถะและฝ่ายวิปัสสนา,

วิปัสสนากรรมฐาน แบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ 1.มีฌานเป็นบาท และ2.วิปัสสนานิยม[4] มีฌานเป็นบาท หมายถึง ผู้เจริญสมถกรรมฐานจนได้ฌานสมาบัติแล้วจึงเจริญวิปัสสนาต่อไปเลย เช่น อานาปานสติ 16 ขั้น ที่เจริญจากสมถะต่อเนื่องไปจนถึงวิปัสสนาตามลำดับ ปฏิกูลมนสิการบรรพะและนวสีวถิกาบรรพะแม้สามารถบรรลุโลกียะอัปปนาได้ แต่ก็ได้เพียงแค่ปฐมฌาน ซึ่งจะไม่สามารถเข้าถึงเวทนานุปัสสนา มีปีติเกิดขึ้นก็รู้(อานาปานสติขั้นที่ 5)เพราะละวิตก วิจาร ก็ต้องบรรลุทุติยฌานขึ้นไป , ส่วนวิปัสสนานิยม หมายถึง ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน จนบรรลุโสฬสญาณ 16 ตามลำดับวิสุทธิ 7 วิปัสสนานิยม ไม่มีรูปแบบบันทึกไว้ชัดเจน แต่มีรูปแบบการปฏิบัติที่สืบทอดกันมา โดยจะเจริญวิปัสสนาในหมวดอิริยาปถบรรพะและสัมปชัญญบรรพะเป็นหลัก ด้วยการเดินจงกรมสลับกับนั่งสมาธิ ในเวลาที่ใกล้เคียงเพื่อรักษาสมดุลของวิริยะพละและสมาธิพละ มีคำบริกรรมสภาวะที่ปรากฏตามด้วยคำว่าวตหรือหนอ ในอิริยาบถนั่งจะกำหนด 3 อย่าง คือ 1.ธาตุมนสิการบรรพะ ดูท้องพองและท้องยุบ (เป็นวาโยปรมัตถรูป แก้สันตติปกปิดอนิจจัง) 2.อิริยาปถบรรพะ ดูรูปอิริยาบถนั่ง (เป็นวิการรูป แก้อิริยาบถปกปิดทุกขัง) 3.อายตนบรรพะ เพ่งความรู้สึกรับรู้ที่ผิวหนังเป็นจุดๆไป (เป็นโผฏฐัพพะรูป แก้ฆนสัญญาปกปิดอนัตตา) ทั้งสามอย่างนี้ท่านว่าเป็นสัมมสนรูป คือรูปที่สมควร เพราะมีลักษณะเสถียรภาพกว่า รูป เสียง กลิ่น รส ธรรมารมณ์ และโผฏฐัพพะส่วนใหญ่ที่เอาแน่นอนไม่ได้ เช่นจะกำหนดความร้อนเป็นอารมณ์ บางทีก็กลายเป็นเย็นไม่แน่นอน

อ้างอิง[แก้]

  1. พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต), วิปัสสนา, พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
  2. ทสุตตรสูตร, พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
  3. พาลวรรค, พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต
  4. คัมภีร์วิสุทธิมรรค