การเมืองกัมพูชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การเมืองกัมพูชาอยู่ในกรอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล มีรัฐสภาและเป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทน อำนาจบริหารเป็นของรัฐบาล อำนาจนิติบัญญัติเป็นของสภาคือรัฐสภาและพฤฒิสภา

อำนาจบริหาร[แก้]

นายกรัฐมนตรีกัมพูชามาจากพรรคการเมืองในรัฐสภา ได้รับการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ตามคำแนะนำของประธานและรองประธานรัฐสภา หลังจากนั้นต้องได้รับความไว้วางใจจากรัฐสภา นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลในกัมพูชา เมื่อเข้าทำงานจะแต่งตั้งรัฐมนตรีมารับผิดชอบงานต่างๆซึ่งเรียกว่าสภารัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือฮุน เซน มาจากพรรคประชาชนกัมพูชา ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่การเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 หนึ่งปีหลังเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2540 [1][2]เพื่อโค่นล้มพระนโรดม รณฤทธิ์ จนปัจจุบัน

อำนาจนิติบัญญัติ[แก้]

ใช้ระบบสองสภาได้แก่

  • สมัชชาแห่งชาติหรือรัฐสภา มีสมาชิก 123 คน ดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีอายุอย่างน้อย 25 ปี การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2551 พรรคประชาชนกัมพูชาครองเสียงส่วนใหญ่คือ 90 ที่นั่ง พรรคสมรังสีได้ 26 ที่นั่ง ที่เหลือเป็นพรรคอื่นๆ อีก 7 ที่นั่ง
  • พฤฒิสภาหรือสภาสูง มีสมาชิก 61 คน มี 2 คนที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ 2 คนมาจากตัวแทนรัฐบาล ที่เหลืออีก 57 คนมาจากการเลือกตั้ง มีลักษณะคล้ายสภาสูงของฝรั่งเศส ดำรงตำแหน่งวาระละ 6 ปี ใน พ.ศ. 2549 พรรคประชาชนกัมพูชาได้ 43 ที่นั่งในสภาสูง พรรคฟุนซินเปกได้ 12 ที่นั่งและพรรคสมรังสีได้ 2 ที่นั่ง

หน้าที่ของสมัชชาแห่งชาติคือออกกฎหมาย โดยหลังจากผ่านสภาแล้วจึงเสนอต่อพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์ไม่มีอำนาจยับยั้งกฎหมายที่ผ่านรัฐสภาแล้ว รัฐสภายังมีอำนาจในการถอดถอนนายกรัฐมนตรีโดยการออกเสียงไม่ไว้วางใจมากกว่าสองในสาม

e • d สรุปผลการเลือกตั้ง สมัชชาแห่งชาติกัมพูชาเมื่อ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
พรรค คะแนน % ที่นั่ง
พรรคประชาชนกัมพูชา 3,492,374 58.1%
 
90
พรรคสมรังสี 1,316,714 21.9%
 
26
พรรคสิทธิมนุษยชน 397,816 6.62%
 
3
พรรคนโรดม รณฤทธิ์ 337,943 5.62%
 
2
ฟุนซินเปก 303,764 5.05%
 
2
พรรคพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย 68,909 1.15%
 
พรรคประชาธิปไตยเขมร 32,386 0.54%
 
พรรคขบวนการประชาธิปไตยฮัง ดารา 25,065 0.42%
 
พรรคสังคมยุติธรรม 14,112 0.23%
 
พรรคสาธารณรัฐเขมร 11,693 0.19%
 
พรรคเขมรต่อต้านความยากจน 9,501 0.16%
 
ทั้งหมด (มาใช้สิทธิ์ 81.5%) 6,010,277 123
Source: www.necelect.org.kh
e • d สรุปการเลือกตั้งพฤฒิสภาหรือสภาสูงในกัมพูชาเมื่อ 22 มกราคม พ.ศ. 2549
พรรค คะแนน % ที่นั่ง
พรรคประชาชนกัมพูชา 7,854 69.19%
 
43
ฟุนซินเปก 2,320 20.44%
 
9
พรรคสมรังสี 1,165 10.26%
 
2
ทั้งหมด (มาใช้สิทธิ์ 99.89%) 11,352 54
Source: www.necelect.org.kh

Sources: List of Senators

อำนาจตุลาการ[แก้]

อำนาจตุลาการเป็นอิสระจากรัฐบาล ศาลสูงสุดในกัมพูชาคือ ศาลแขวงสูงสุด (Supreme Council of the Magistracy)

ราชวงศ์[แก้]

การปกครองของกัมพูชาเป็นแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์มีฐานะเป็นประมุขรัฐ ไม่มีอำนาจปกครอง ทรงเป็นสัญลักษณ์ถึงความเป็นเอกภาพและความยั่งยืนของชาติ พระนโรดม สีหนุทรงเป็นประมุขรัฐระหว่าง 24 กันยายน พ.ศ. 2536 จนถึง 7 ตุลาคม พ.ศ. 2547 พระมหากษัตริย์ไม่มีอำนาจทางการเมืองแต่พระนโรดม สีหนุทรงมีบารมีที่ทำให้พระองค์มีอิทธิพลต่อรัฐบาลและมีบทบาทในการยับยั้งความขัดแย้งภายในรัฐบาล หลังจากพระนโรดม สีหนุสละราชสมบัติใน พ.ศ. 2547 พระโอรสของพระองค์คือพระนโรดม สีหมุนีได้เป็นกษัตริย์ต่อมา ส่วนพระนโรดม สีหนุที่สละราชสมบัติไปนั้น สมัชชาแห่งชาติได้กำหนดตำแหน่งของพระองค์เป็นพระมหาวีรกษัตริย์

การสืบราชสมบัติ[แก้]

การสืบราชสมบัติถูกกำหนดโดยสภาราชบัลลังก์ซึ่งประกอบด้วยประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี พระสังฆราช รองประธานรัฐสภาคนที่ 1 และคนที่ 2 จะมีการเรียกประชุมสภาราชบัลลังก์ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากพระมหากษัตริย์สวรรคตหรือสละราชสมบัติ และจะเลือกจากสมาชิกราชวงศ์ที่มีสิทธิในราชบัลลังก์

การเป็นสมาชิกองค์กรระดับนานาชาติ[แก้]

ACCT, AsDB, ASEAN, CP, ESCAP, FAO, G-77, IAEA, IBRD, ICAO, ICC, ICRM, IDA, IFAD, IFC, IFRCS, ILO, IMF, IMO, Intelsat (ยังไม่ได้ลงนามในสัญญา), กองทุนการเงินระหว่างประเทศ, Interpol, IOC, ISO, ITU, NAM, OPCW, PCA, UN, UNCTAD, UNESCO, UNIDO, UPU, WB, WFTU, WHO, WIPO, WMO, WTO, WToO, WTrO (ขอสมัคร)

กระทรวง[แก้]

ลำดับที่ ชื่อกระทรวงภาษาไทย ชื่อกระทรวงภาษาอังกฤษ ชื่อกระทรวงภาษาเขมร
1 กระทรวงมหาดไทย Ministry of Interior ក្រសួងមហាផ្ទៃ
2 กระทรวงป้องกันราชอาณาจักร Ministry of National Defense ក្រសួងការពារជាតិ
3 กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือนานาชาติ Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation ក្រសួងការបរទេស និងសហប្រតិបត្តិការអន្តរជាតិ
4 กระทรวงวัง Ministry of the Royal Palace ព្រះបរមរាជាវាំងនៃព្រះរាជាណាចក្រកម្ពុជា
5 กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries ក្រសួងកសិកម្ម រុក្ខាប្រមាញ់ និងនេសា
6 กระทรวงพาณิชย์ Ministry of Commerce ក្រសួងពាណិជ្ជកម្ម
7 กระทรวงวัฒนธรรม และวิจิตรศิลป์ Ministry of Culture and Fine Arts ក្រសួងវប្បធម៌ និងវិចិត្រសិល្បៈ
8 กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา Ministry of Education, Youth and Sport ក្រសួងអប់រំ យុវជន និងកីឡា
9 กระทรวงเศรษฐกิจ และการคลัง Ministry of Economy and Finance ក្រសួងសេដ្ឋកិច្ចនិងហិរញ្ញវត្ថុ
10 กระทรวงสิ่งแวดล้อม Ministry of Environment
11 กระทรวงสาธารณสุข Ministry of Health ក្រសួងសុខាភិបាល
12 กระทรวงอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และพลังงาน Ministry of Industry, Mining and Energy ក្រសួងឧស្សាហកម្ម រ៉ែ និងថាមពល
13 กระทรวงการข่าว Ministry of Information ក្រួសងព័ត៌មាន
14 กระทรวงยุติธรรม Ministry of Justice
15 กระทรวงแรงงาน และการฝึกอาชีพ Ministry of Labour and Vocational Training
16 กระทรวงการจัดการที่ดิน การผังเมือง และการก่อสร้าง Ministry of Land Management, Urban Planning and Construction ក្រសួងរៀបចំដែនដី នគររូបនីយកម្ម និងសំណង់
17 กระทรวงแผนการ Ministry of Planning ក្រសួងផែនការ
18 กระทรวงไปรษณีย์ และโทรคมนาคม Ministry of Posts and Telecommunications ក្រសួងប្រៃសណីយ៍ និងទូរគមនាគមន៍
19 กระทรวงโยธาธิการ และคมนาคม Ministry of Public Works and Transport ក្រសួងសាធារណៈការ និងដឹកជញ្ជូន
20 กระทรวงการท่องเที่ยว Ministry of Tourism រដ្ឋមន្ត្រីក្រសួងទេសចរណ៍
21 กระทรวงลัทธิความเชื่อ และศาสนา Ministry of Cults and Religion
22 กระทรวงพัฒนาชนบท Ministry of Rural Development
23 กระทรวงกิจการสังคม ทหารผ่านศึก และการฟื้นฟูเยาวชน Ministry of Social Affairs, Veterans and Youth Rehabilitation
24 กระทรวงทรัพยากรน้ำ และอุตุนิยมวิทยา Ministry of Water Resources and Meteorology
25 กระทรวงกิจการสตรี Ministry of Women's Affairs
26 กระทรวงกิจการสาธารณะ Ministry of Public Affairs

การปกครองท้องถิ่น[แก้]

ดูบทความหลักที่: เขตการปกครองของกัมพูชา

การปกครองท้องถิ่นทั้ง 24 จังหวัด.[3] ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลกลาง[3] เริ่มมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นใน พ.ศ. 2545 และเลือกตั้งทุกๆ 5 ปี[4]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

เกี่ยวกับราชวงศ์[แก้]

ทางการ[แก้]

อื่นๆ[แก้]