คริสต์ศาสนสถาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โบสถ์แบบฟื้นฟูคลาสสิคเซนต์นิโคโลที่เมืองมองทู โรโร ประเทศอิตาลี
ด้านหน้ามหาวิหารปิซา, อิตาลี
ชาเปลที่ Malsch ประเทศเยอรมนี
แท่นบูชาภายในคูหาสวดมนต์ มหาวิหารอาเคิน ประเทศเยอรมนี
ภายในชาเปลพระแม่มารีในมหาวิหารกลอสเตอร์, อังกฤษ
อนุสาวรีย์พระตรีเอกภาพที่ประเทศสโลเวเนีย
หอศึลจุ่มที่ปิซา อิตาลี
ศาลริมทางในประเทศโปแลนด์

คริสต์ศาสนสถาน หรือ สิ่งก่อสร้างของคริสต์ศาสนา หมายถึงสิ่งก่อสร้างที่ใช้เป็นที่สักการะบูชาหรือเป็นที่ประกอบศาสนพิธีของคริสต์ศาสนา

เนื้อหา

[แก้] Basilica

ภาษาไทยใช้ มหาวิหาร หรือทับศัพท์ว่า บาซิลิกา. บาซิลิกา มาจากภาษาละติน “basilica” ซึ่งมาจากคำว่า “Basiliké Stoà” ในภาษาละติน ที่แปลว่า “สิ่งก่อสร้างแบบบาซิลิกา” เดิมเป็นคำที่หมายถึงสิ่งก่อสร้างสาธารณะแบบสถาปัตยกรรมโรมันลักษณะหนึ่ง เช่นเดียวกับศาลของกรีซ ซึ่งมักจะตั้งอยู่ในเมืองโรมัน ในเมืองกรีซบาซิลิกาเริ่มปรากฏราว 2 ศตวรรษก่อนคริสต์ศาสนา หลังจากจักรวรรดิโรมันหันมานับถือศาสนาคริสต์ ความหมายของคำก็ขยายไปคลุมโบสถ์ใหญ่และสำคัญที่ได้รับแต่งตั้งโดยพระสันตะปาปา ฉะนั้นในปัจจุบันคำว่า “บาซิลิกา” จึงมีความหมายทั้งทางสถาปัตยกรรมและศาสนา

[แก้] Cathedral (Duomo)

ดูบทความหลักที่ มหาวิหาร

ภาษาไทยใช้ มหาวิหาร หรือ อาสนวิหาร (อังกฤษ: Cathedral; ฝรั่งเศส: Cathédrale; เยอรมัน: Kathedrale/Dom; อิตาลี: Cattedrale/Duomo ) คือศาสนสถานของคริสต์ศาสนา เป็นทีตั้งของ “อาสนะของมุขนายก” (bishop's cathedra) เป็นสถานที่ทางศาสนาที่ใช้ในการสักการะบูชา (โดยเฉพาะสำหรับคริสตจักรที่มีปกครองโดยบิชอป เช่น โรมันคาทอลิก ออร์ทอดอกซ์ แองกลิคัน และลูเทอแรน มหาวิหารจะเป็นโบสถ์ที่เป็นที่ตั้งบัลลังก์ของมุขนายก ที่ใช้เป็นศูนย์กลางของเขตมิสซังที่อยู่ภายใต้การปกครองของมุขนายกที่กำหนดไว้[1]

[แก้] Chapel

ดูบทความหลักที่ ชาเปล

ภาษาไทยใช้ ชาเปล (อ่านว่า ชา-เปว) ถ้าเป็นศาสนสถานที่ใช้เป็นที่สักการะของคริสต์ศาสนิกชน ชาเปล คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มักจะมีขนาดเล็กแต่บางครั้งก็ใหญ่ ที่อาจจะสร้างเป็นอิสระจากสิ่งก่อสร้างอื่นๆ หรือเป็นส่วนหนึ่งของอาคารที่ใหญ่กว่าเช่น โบสถ์ใหญ่ๆ วัง วิทยาลัย โรงพยาบาล คุก หรือสุสาน บางครั้งชาเปลที่สร้างในมหาวิหารจะสร้างเพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น “ชาเปลพระแม่มารี” ที่มักจะสร้างเป็นชาเปลที่อยู่ทางตะวันออกสุดของตัวโบสถ์ หรือ “ชาเปลศีลศักดิ์สิทธิ์” ที่ตั้งติดกับตัวโบสถ์และใช้เป็นที่เก็บไวน์ และขนมปังที่ใช้ในพิธีศีลมหาสนิท ถ้าชาเปลมีขนาดค่อนข้างเล็กที่สร้างเป็นคูหาภายในทางด้านข้างหรือทางด้านหลังของมหาวิหารหรือโบสถ์ก็อาจจะเรียกว่า “คูหาสวดมนต์”

  • Chantry chapel ภาษาไทยใช้ ชาเปลสวดมนต์ หรือ ชาเปลแชนทรี. ชาเปลสวดมนต์ เป็นศาสนสถานที่ที่ผู้สร้างจะเป็นผู้มีอันจะกินหรือเป็นบาทหลวงที่อุทิศเงินให้สร้างชาเปลส่วนตัว ชาเปลชนิดนี้ที่เป็นสมบัติของผู้สร้าง การสร้างจะสร้างในตัวมหาวิหารหรือโบสถ์ใหญ่ๆ และใช้เป็นที่ที่ให้นักบวชมาสวดมนต์ให้ผู้สร้างหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ชาเปลลักษณะนี้มักจะสร้างในขณะที่ผู้อุทิศเงินยังมีชีวิตอยู่ จะเป็นห้องแคบๆ เล็กๆ ภายในบางทีจะเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์ของผู้ตาย มีประตูทางเข้าทางหนึ่งออกทางหนึ่งเพื่อให้ผู้สวดมนต์เดินเข้าออก การสร้างก็พยายามให้ใกล้แท่นบูชาเอกที่สุดเท่าที่กำลังทรัพย์จะอำนวย “Chantry chapel” มาจากภาษาละตินว่า “Cantaria” ซึ่งแปลว่า “ใบอนุญาตให้สวดมนต์” ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า “chapellenie”
  • Lady chapel ภาษาไทยใช้ ชาเปลแม่พระ หรือ เลดีชาเปล. “ชาเปลแม่พระ” มักจะเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารหรือโบสถ์ใหญ่ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของตัวโบสถ์และอุทิศให้พระแม่มารีย์ และมักจะเป็นชาเปลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโบสถ์
  • Side chapel ภาษาไทยใช้ คูหาสวดมนต์. คูหาสวดมนต์ คือบริเวณภายในมหาวิหารหรือโบสถ์ใหญ่ๆ ที่อุทิศให้เป็นบริเวณแยกจากส่วนกลางซึ่งอาจจะใช้เป็นทำพิธีย่อยหรือสวดมนต์วิปัสนาเป็นการส่วนตัว ที่ตั้งอาจจะเป็นมุขยื่นออกไปจากสองข้างทางเดินข้าง หรือรอบมุขด้านตะวันออก หรือบางครั้งก็ยื่นออกไปจากแขนกางเขน
  • Wayside chapels ภาษาไทยใช้ ชาเปล หรือ ชาเปลริมทาง. ชาเปลริมทาง คือเป็นศาสนสถานที่ใช้เป็นที่สักการะของคริสต์ศาสนิกชนที่มีขนาดเล็กและมักจะตั้งอยู่ในชนบท

[แก้] Church

ในภาษาไทย กรมการศาสนาและราชบัณฑิตยสถานให้แปลว่าโบสถ์[2][3] เป็นคำที่ใช้เรียกคริสต์ศาสนสถานโดยทั่วไปที่มิได้เป็นแบบใดแบบหนึ่งที่อธิบายในบทความนี้ เช่นโบสถ์ประจำท้องถิ่น หรือใช้เป็นคำสรรพนามที่ใช้โดยทั่วไปสำหรับคริสต์ศาสนสถาน

  • Collegiate church ภาษาไทยเรียกว่า โบสถ์ดคอลเลจิเอท. โบสถ์คอลเลจิเอท คือโบสถ์ที่ปกครองโดยกลุ่มนักบวชที่เรียกว่าแคนัน (Canon) หรือ “Prebendary” ซึ่งมี “Dean” หรือ “Provost” เป็นประมุข การปกครองของโบสถ์แบบคอลเลจิเอทจะคล้ายคลึงกับการปกครองของมหาวิหารเพียงแต่โบสถ์คอลเลจิเอทไม่มีบาทหลวงประจำเท่านั้น
  • Parish church ภาษาไทยเรียกว่าโบสถ์ หรือ โบสถ์ประจำเขตแพริช หรือ โบสถ์ประจำท้องถิ่น (เมื่อเป็นคำอธิบาย). โบสถ์ประจำเขตแพริช คือโบสถ์ที่เป็นศูนย์กลางของเขตแพริช มักจะใช้กับโบสถ์ในชนบท เช่น “Parish church of St. Mary” ก็จะเรียกเพียง “โบสถ์เซนต์แมรี”

[แก้] Monastery หรือ Friary

ภาษาไทยใช้เรียกว่า อาราม หมายถึงสถานที่ที่นักพรตหรือนักพรตหญิงมาอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน และถือวินัยเดียวกัน สิ่งก่อสร้างมักจะประกอบอาคารสถานหลายอาคารที่จะมีโบสถ์ใหญ่เป็นหลัก นักพรตที่เป็นหัวหน้าอารามเรียกว่าอธิการ (หากเป็นเพศหญิงเรียกว่าอธิการิณี)

  • Abbey ภาษาไทยเรียกว่าแอบบี มาจากภาษาละติน “abbatia” ซึ่งมาจากคำว่า “abba” ในภาษาซีเรียคที่แปลว่า “คุณพ่อ” เป็นอารามหรือคอนแวนต์ชนิดหนึ่งในนิกายโรมันคาทอลิก ที่ปกครองโดยอธิการ (Abbot) หรืออธิการิณี (Abbess) ซึ่งเปรียบเหมือนพ่อแม่ผู้เป็นผู้นำทางความศรัทธาของชุมชนที่อยู่ใต้การนำสำนัก “แอบบี”
  • Convent ภาษาไทยเรียกว่าคอนแวนต์ คืออารามของนักพรต นักพรตหญิง ภราดา หรือภคินี ในนิกายโรมันคาทอลิกและแองกลิคัน แต่ความหมายในปัจจุบันมักจะจำกัดว่าเป็นอารามของภคินีเท่านั้น ขณะที่คำว่า “monastery” ใช้สำหรับนักบวชผู้ชาย แต่ในประวัติศาสตร์สองคำนี้ใช้เปลี่ยนกันได้
  • Hermitage ภาษาไทยเรียกว่าอาศรม หรือ เฮอร์มิเทจ. ในปัจจุบัน เฮอร์มิเทจ จะหมายถึงสถานที่อยู่ของนักบวชที่ใช้ชีวิตอย่างสันโดษ เฮอร์มิเทจมักจะใช้กับผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ด้วยกันอย่างสันโดษไกลจากตัวเมืองหรือหมู่บ้าน เฮอร์มิเทจเป็นคริสต์ศาสนสถานอย่างหนึ่งของอาราม
  • Minster หรือ Munster ภาษาไทยใช้ มหาวิหาร. มินส์เตอร์ แต่เดิมเป็นคำที่ใช้เรียกอาราม หรือสาขาซึ่งปกครองโดยนักบวชนักพรตมิใช่บาทหลวง แต่ในปัจจุบันหมายถึงโบสถ์ที่เคยเป็นอารามมาก่อนหรือโบสถ์ใหญ่
  • Nunery ภาษาไทยเรียกว่าสำนักชี หรือ นันเนอรี. สำนักชี คือสำนักชีทางคริสต์ศาสนาหรือคอนแวนต์ ที่ปกครองโดยอธิการิณี (Abbess) ซึ่งเปรียบเหมือนแม่ผู้เป็นผู้นำทางความศรัทธาของชุมชนที่อยู่ใต้การนำสำนัก “นันเนอรี”
  • Priory ภาษาไทยเรียกว่าไพรออรี. ไพรออรี เป็นอารามทางคริสต์ศาสนา ที่ปกครองโดย “Prior” ซึ่งเป็นตำแหน่งต่ำกว่าอธิการอาราม (abbot)

[แก้] Mother Church

ภาษาไทยใช้ โบสถ์แม่. โบสถ์แม่ อาจจะเป็นตำแหน่งที่แสดงลำดับความสำคัญของโบสถ์ เช่น“มหาวิหารเซ็นต์จอห์นแลเตอร์รัน” “โบสถ์แม่” ของนิกายโรมันคาทอลิก หรือ มหาวิหารในเขตมิสซังก็ถือว่าเป็น“โบสถ์แม่” ของเขตมิสซังนั้น คำนี้มักจะใช้กับโบสถ์ในนิกายคาทอลิกหรืออังกลิคันและจะไม่ค่อยใช้กันในนิกายโปรเตสแตนต์ ยกเว้น “First Church of Christ” ที่ บอสตัน ในมลรัฐแมสซาชูเซตส์ที่มักจะเรียกกันว่า “โบสถ์แม่”

[แก้] Oratory

ภาษาไทยใช้ ชาเปล หรือ ออราทอรี. ออราทอรี คือห้องสวดมนต์เฉพาะส่วนภายในอาราม นอกจากนั้นอาจจะเป็นสถานที่สักการะแบบกึ่งสาธารณะซึ่งสร้างโดยกลุ่มคนเช่นกลุ่มช่าง ออราทอรีจะเป็นสถานที่สักการะที่เป็นส่วนตัวมากกว่าโบสถ์โดยทั่วไป เพราะโบสถ์ใครจะเข้ามาสักการะก็ได้ แต่ออราทอรีผู้มีสิทธิใช้คือผู้สร้างเท่านั้น

[แก้] Ossuary

ภาษาไทยใช้ โบสถ์บรรจุกระดูก หรือ ชาเปลบรรจุกระดูก. โบสถ์บรรจุกระดูก เป็นสถานที่ที่ใช้เก็บกระดูก[1]

[แก้] Marian column และ Holy Trinity column

ภาษาไทยใช้ อนุสาวรีย์ตรีเอกภาพ หรือ อนุสาวรีย์พระแม่มารี. อนุสาวรีย์ตรีเอกภาพ เป็นอนุสาวรีย์ทางศาสนาสร้างเพื่ออุทิศแก่พระแม่มารีหรือพระตรีเอกภาพเพื่อแสดงความขอบคุณที่กาฬโรคระบาดในยุโรปหยุดลงหรือในกรณีอื่นๆ การสร้างอนุสาวรีย์ตรีพระแม่มารีมีความนิยมกันระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง 18 และเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมบาโรก ตัวอนุสาวรีย์มักตั้งอยู่กลางเมือง

[แก้] Shrines

ภาษาไทยใช้ ศาล หรือสักการสถาน หรือ ไชรน์. ไชรน์ มาจากภาษาละติน “scrinium” ซึ่งแปลว่า “กล่อง” หรือโต๊ะเขียนหนังสือ ในสมัยแรกหมายถึงกล่องที่ทำด้วยอัญมณีมีค่าเป็นที่เก็บ เรลิก หรือรูปสัญลักษณ์ของลัทธิบูชาต่าง ๆ ต่อมาความหมายก็ขยายเพิ่มโดยรวมถึงสถานที่ที่เป็นที่เก็บวัตถุมงคลหรือที่ฝังศพที่อุทิศให้กับวีรบุรุษ ผู้พลีชีพเพื่อศาสนา นักบุญ หรือบุคคลที่เป็นที่นับถือ

[แก้] Baptistery

ดูบทความหลักที่ หอศีลจุ่ม

ภาษาไทยใช้ หอศีลจุ่ม หรือ หอล้างบาป. หอศีลจุ่ม เป็นคริสต์ศาสนสถาน ที่สร้างเป็นอิสระจากสิ่งก่อสร้างอื่นโดยมีอ่างศีลจุ่มเป็นศูนย์กลาง หอศีลจุ่มอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์หรือมหาวิหารซึ่งมีแท่นบูชาและคูหาสวดมนต์ ในวัดสมัยคริสเตียนยุคแรกหอศีลจุ่มจะเป็นสถานสำหรับเรียนรู้เรื่องศาสนาก่อนจะรับศีลจุ่ม และเป็นที่ทำพิธีรับศีลจุ่ม

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ New Standard Encyclopedia, 1992 by Standard Educational Corporation, Chicago, Illinois; page B-262c
  2. ^ กรมการศาสนา, รายงานการศาสนา ประจำปี ๒๕๔๓, กรมการศาสนา, 2543, หน้า 195
  3. ^ ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ราชบัณฑิตยสถาน, 2548, หน้า 183, 236

[แก้] ข้อมูลเพิ่มเติม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้] สมุดภาพ

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น