เอซี มิลาน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอซี มิลาน
AC Milan
AC Milan.logo.png
ชื่อเต็ม Associazione Calcio Milan
ฉายา "ปีศาจแดง-ดำ"
"รอสโซเนรี" (แดง-ดำ)
"อิล ดิอาโวโล" (ปีศาจ)
ก่อตั้ง 16 ธันวาคม ค.ศ.1899[1]
สนามกีฬา ซานซีโร,
มิลาน, อิตาลี
(ความจุ: 80,074)
เจ้าของ ธงชาติของอิตาลี ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี
ประธานสโมสร ธงชาติของอิตาลี ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี
ผู้จัดการทีม ธงชาติของอิตาลี มัสซีมีเลียโน อัลเลกรี
ลีก กัลโช เซเรีย อา
2011-12 เซเรีย อา, อันดับที่ 2
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเหย้า
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลมิลาน (อิตาลี: Associazione Calcio Milan) หรือ เอซี มิลาน (A.C. Milan) เรียกสั้น ๆ ว่า มิลาน (ภาษาอิตาลีออกเสียงว่า มีลาน) หรือที่ฉายาในสื่อไทยเรียกว่า ปีศาจแดง-ดำ เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในเมืองมิลาน แคว้นลอมบาร์ดี้ ประเทศอิตาลี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1899 (พ.ศ. 2442) และเป็นหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทีมหนึ่งในวงการฟุตบอลของยุโรปและของโลก โดยได้แชมป์ระดับเมเจอร์รวมทั้งหมดถึง 46 รายการ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอิตาลี เช่นเดียวกับ ยูเวนตุส และอินเตอร์ นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของกลุ่ม จี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรปอีกด้วย

เอซี มิลาน ใช้สนามซานซีโร หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สตาดีโอ จูเซ็ปเป เมอัซซา เป็นสนามที่ใช้ในการเล่นในฐานะเจ้าบ้าน ร่วมกับทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่างอินเตอร์

เนื้อหา

ประวัติสโมสร [แก้]

AC Milan ย่อมาจาก Associazione Calcio Milan ได้ก่อตั้งสโมสรขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1899 โดยชาวอังกฤษสามคน ได้พูดคุยกันที่ห้องหนึ่งในโรงแรม โฮเตล ดู นอร์ และเกิดความคิดที่จะสร้างสโมสรคริกเกตและฟุตบอลชื่อ “Milan Football and Cricket Club” ซึ่งตอนเริ่มก่อตั้งใหม่ๆ คลับแห่งนี้เน้นไปที่คริกเกตมากกว่า แต่เมื่อข่าวค่อยๆแพร่กระจายออกไป ก็มีผู้คนให้การสนับสนุนฟุตบอลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอัลเฟรด เอ็ดเวิร์ดส์ ทำหน้าที่ประธานสโมสรเป็นคนแรก โดยหลังจากที่ไปขึ้นทะเบียนกับสหภาพฟุตบอลอิตาเลี่ยนแล้ว ทีมก็ได้เข้าร่วมชิงชัยในฟุตบอล รวมทั้งเริ่มสร้างสนามเพื่อใช้ในการเป็นเจ้าบ้าน โดยทำการสร้างสนามที่บริเวณทรอตเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันก็คือ สถานีรถไฟกลางนั่นเอง

นัดเปิดสนามนัดแรกของสโมสรคือ การที่มิลานแข่งกับทีมเมดิโอลานุม ในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1900 และมิลานเอาชนะไปได้ 3-0 ซึ่งผู้เล่น 11 คนแรกของสโมสรประกอบไปด้วย ฮู้ด ชิญญากี ตอร์เรตต้า ลีส์ คิลปิน วาเลริโอ ดูบินี เดวีส์ เนวิลล์ อัลลิสัน ฟอร์เมนติ โดยในขณะนั้น คิลปิน เป็นทั้งหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสโมสรและเป็นกัปตันทีมฟุตบอล อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมในขณะนั้น แต่ทว่าการแข่งขันอย่างเป็นทางการจริงๆ มิลานกลับแพ้โตริโน 0-3 เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1900

ในปี ค.ศ. 1919 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Milan Football Club” จากนั้นในปี ค.ศ. 1936 ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “Milan Associazione Sportiva” ต่อมาในปี ค.ศ. 1938 เปลี่ยนมาเป็น “Associazione Calcio Milano” สุดท้ายเปลี่ยนมาเป็น “Associazione Calcio Milan” ในปี ค.ศ. 1945 และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

เอซี มิลาน ใช้สีแดง-ดำ เป็นสีประจำทีม มีฉายาในภาษาอิตาเลี่ยนว่า “รอสโซเนรี” หรือ “อิล ดิอาโวโล” ส่วนในภาษาไทยเรียกว่า “ปีศาจแดง-ดำ” และเรียกเหล่ากองเชียร์ของสโมสรว่า “มิลานิสตา”

เอซี มิลาน ใช้สนาม ซานซีโร หรือ สตาดีโอ จูเซ็ปเป เมอัซซา ซึ่งเป็นสนามประจำเมืองมิลาน มีความจุโดยประมาณ 80,074 คน (ปัจจุบัน) เป็นสนามประจำทีม โดยสนามซานซีโร สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 1926 ซึ่งผู้ที่ริเริ่มความคิดคือ ปิเอโร ปิเรลลี ประธานสโมสรของมิลานในขณะนั้น โดยเขาคิดที่จะมอบมันเป็นของขวัญให้กับสโมสร สนามซานซีโร ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมด 1 ปี โดยสามารถจุผู้ชมได้ 10,000 ที่นั่ง ต่อมาในปี ค.ศ. 1939 ได้มีการปรับปรุงสนาม[[ซานซีโร] เพื่อให้สามารถรองรับแฟนบอลที่มาเข้าชมการแข่งขันได้มากขึ้น โดยครั้งนี้ได้เพิ่มจำนวนที่นั่งขึ้นไปเป็น 55,000 ที่นั่ง

ในปี ค.ศ. 1986 ได้มีการปรับปรุงสนามซานซีโร อีกครั้งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นสนามในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 1990 โดยครั้งนี้ได้มีการสร้างหลังคาที่ทำด้วยไฟเบอร์กลาส และสร้างหอคอยทางขึ้นอีก 11 ด้านเสียใหม่ รวมทั้งเพิ่มความจุของที่นั่ง จากเดิม 5 หมื่นกว่าที่นั่ง ไปเป็น 85,700 ที่นั่ง ซึ่งมีการคาดกันว่า ถ้านับกันจริงๆแล้ว สนามซานซีโร น่าจะสามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 150,000 คน แต่เนื่องจากติดปัญหาในด้านความปลอดภัย สภาเมืองมิลานจึงได้ออกกฎห้ามมิให้มีผู้ชมเกินกว่า 100,000 คน

เกียรติประวัติการแข่งขัน [แก้]

- ยุคเริ่มก่อตั้งถึงยุคทศวรรษที่ 40 ยุคนี้ถือเป็นยุคมืดของมิลาน โดยตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษ มิลานได้แชมป์อิตาเลี่ยน ฟุตบอล แชมเปียนส์ชิพ หรือกัลโช เซเรีย อา เพียงแค่ 3 สมัยเท่านั้น ในปี 1901, 1906 และ 1907 รองแชมป์ 2 ครั้ง ในปี 1902 และ 1948, รองแชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 ครั้ง ในปี 1942 โดยแพ้ให้กับยูเวนตุส นอกจากนั้นแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน ปล่อยให้เจนัว, โปร แวร์เชลลี, ยูเวนตุส, อินเตอร์, โตรีโน และโบโลญญา ผลัดกันขึ้นครองแชมป์อย่างสนุกมือ โดยนักเตะที่สำคัญในช่วงนี้ ได้แก่ เฮอร์เบิร์ต คิลปิน, หลุยส์ ฟาน แฮช, อัลโด้ เคเวนินี, จูเซ็ปเป ซานตากอสติโน, อัลโด โบฟฟี, คาร์โล อันโนวาซซี, เรนโซ บูรินี และโอเมโร โตญญอน เป็นต้น

- ยุคทศวรรษที่ 50 ยุคนี้ มิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา ถึง 4 สมัย ในปี 1951, 1955, 1957 และ 1959 รองแชมป์อีก 3 ครั้ง ในปี 1950, 1952 และ 1956 ส่วนในระดับทวีปนั้น มิลานได้เข้าชิงยูโรเปียน คัพ ในปี 1958 แต่แพ้ต่อเรอัล มาดริด ยอดทีมในยุคนั้นไป 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ สามทหารเสือสวีดิช เกร-โน-ลี อย่างกุนนาร์ เกร็น, กุนนาร์ นอร์ดาห์ล และนิลส์ ลีดโฮล์ม นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายคน เช่น เชซาเร มัลดินี, ฮวน เชียฟฟิโน, ฟรานเชสโก ซากัตติ, อาร์ตูโร ซิลเวสตรี และลอเรนโซ บุฟฟอน เป็นต้น

- ยุคทศวรรษที่ 60 ยุคนี้ถือเป็นยุครุ่งเรืองยุคหนึ่งของมิลาน โดยมิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา 2 สมัย ในปี 1962 และ 1968 รองแชมป์อีก 3 ครั้ง ในปี 1961, 1965 และ 1969, แชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย ในปี 1967 ที่เอาชนะปาโดวา รองแชมป์อีก 1 ครั้ง ในปี 1968 ที่แพ้ต่อโตรีโน, แชมป์ยูโรเปียน คัพ 2 สมัย ในปี 1963 ที่เอาชนะเบนฟิกา ของ"เสือดำแห่งโมซัมบิก" ยูเซบิโอ ไป 2-1 และปี 1969 ที่ถล่มอาแจ็กซ์ ของ"นักเตะเทวดา" โยฮัน ครัฟฟ์ ไปถึง 4-1, แชมป์ยูโรเปียน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ในปี 1968 ที่เอาชนะฮัมบูร์ก และได้แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย โดยเอาชนะเอสตูเดียนเตส ในปี 1969 รองแชมป์อีก 1 ครั้ง ในปี 1963 ที่พ่ายต่อซานโตส ของ"ไข่มุกดำ" เปเล โดยนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ จานนี ริเวรา, โฮเซ อัลตาฟินี, ปิเอริโน ปราติ, อันเจโล ซอร์มานี, จานคาร์โล ดาโนวา, คาร์ล-ไฮนซ์ ชเนลลิงเกอร์, มาริโอ เตรบบี, บรูโน โมรา, โจวานนี โลเดตติ, มาริโอ ดาวิด, โจวานนี ตราปัตโตนี, อันเจโล อันกวิลเลตติ, โรแบร์โต โรซาโต, ลุยจิ ราดิเซ, ดิโน ซานี, จอร์โจ เกซซี และฟาบิโอ คูดิชินี เป็นต้น โดยยอดผู้จัดการทีมของมิลานในยุคนี้คือ เนเรโอ ร็อคโค

- ยุคทศวรรษที่ 70 ยุคนี้ถือเป็นยุคประคองตัว ความสำเร็จภายในประเทศตกไปเป็นของยูเวนตุสอีกครั้ง ส่วนในระดับยุโรป ก็ไม่สามารถที่จะขึ้นไปทาบรัศมีของอาแจ็กซ์, บาเยิร์น และลิเวอร์พูลได้เลย โดยมิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา เพียงแค่ 1 สมัย ในปี 1979 รองแชมป์ 3 ครั้งติดต่อกัน ในปี 1971, 1972 และ 1973, แชมป์โคปปา อิตาเลีย 3 สมัย ในปี 1972, 1973 และ 1977 ที่ชนะนาโปลี, ยูเวนตุส และอินเตอร์ ตามลำดับ รองแชมป์อีก 2 ครั้ง ในปี 1971 ที่แพ้ต่อโตรีโน และในปี 1975 ที่แพ้ต่อฟิออเรนตินา, แชมป์ยูโรเปียน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ในปี 1973 ที่เอาชนะลีดส์ และรองแชมป์ 1 ครั้ง ในปี 1974 ที่แพ้ต่อมักเดบวร์ก นอกจากนี้ ยังได้รองแชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 1 ครั้ง ในปี 1973 โดยที่นัดแรกเล่นในบ้าน เอาชนะอาแจ็กซ์ได้ 1-0 แต่พอไปเยือนกลับโดนอัดกลับมาถึง 6-0 ชวดแชมป์ไปอย่างเจ็บปวด โดยนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ อัลแบร์โต บิกอน, อัลโด มัลเดรา, จูเซ็ปเป ซาบาดินี, อัลโด เบท, เอกิดิโอ คัลโลนี, ฟูลวิโอ โคลโลวาติ, เอ็นริโก อัลแบร์โตซี, โรเมโอ เบเนตติ และรูเบน บูริอานี เป็นต้น

- ยุคทศวรรษที่ 80 ในช่วงต้นทศวรรษถือเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของสโมสร เมื่อมิลานถูกปรับตกชั้นในปี 1980 จากข้อหาพัวพันกับคดีการล้มบอลของประธานสโมสร เฟลิเซ โคลอมโบ และผู้รักษาประตูของทีมอย่างเอ็นริโก อัลแบร์โตซี ทำให้ทีมต้องลงเล่นในศึกกัลโช เซเรีย บี เป็นครั้งแรก ซึ่งถึงแม้ว่าจะคว้าแชมป์เซเรีย บี ได้ในทันที แต่เมื่อกลับคืนสู่เซเรีย อา ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ต้องตกชั้นอีก อย่างไรก็ตาม มิลานก็สามารถกลับคืนสู่เซเรีย อา ในฐานะแชมป์เซเรีย บี อีกครั้ง ในปี 1983 แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ประธานสโมสร จูเซ็ปเป ฟารินา ได้พัวพันกับคดีทางกฎหมาย จนทำให้เขาตัดสินใจหนีไปอยู่ที่แอฟริกาใต้ พร้อมกับเอาเงินของสโมสรไปด้วย มิลานในขณะนั้นจึงอยู่ในสภาพเกือบล้มละลาย แต่เมื่อมีมหาเศรษฐีที่ชื่อ ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี เข้ามาเทคโอเวอร์กิจการของสโมสรในปี 1986 มิลานก็เริ่มเข้าสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง โดยมิลานได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา 1 สมัย ในปี 1988, รองแชมป์โคปปา อิตาเลีย 1 ครั้ง ในปี 1985 ที่แพ้ต่อซามพ์โดเรีย, ได้แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1988 ที่ชนะซามพ์โดเรีย, แชมป์ยูโรเปียน คัพ 1 สมัย ในปี 1989 ที่ถล่มสเตอัว บูคาเรสต์ 4-0, แชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ในปี 1989 ที่เอาชนะบาร์เซโลนา และได้แชมป์สโมสรโลก 1 สมัย ในปี 1989 อีกเช่นกัน โดยเอาชนะแอตเลติโก นาซิอองนาล 1-0 ซึ่งนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ ได้แก่ สามทหารเสือดัตช์อย่าง มาร์โก ฟาน บาสเทน, รุด กุลลิต และแฟรงค์ ไรจ์การ์ด นอกจากนั้นก็ยังมี เปาโล มัลดีนี, ฟรังโก้ บาเรซี, อเลสซานโดร คอสตาคูร์ตา, เมาโร ตัสซอตติ, ฟิลิปโป กัลลี, โจวานนี กัลลี, โรแบร์โต โดนาโดนี, อัลเบริโก เอวานี, คาร์โล อันเชลอตติ, ดานิเอเล มัสซาโร, ปิเอโตร วีร์ดิส และอันเจโล โคลอมโบ เป็นต้น โดยยอดผู้จัดการทีมของมิลานในยุคนี้คือ อาร์ริโก ซาคคี ปรมาจารย์ลูกหนัง ผู้ให้กำเนิดโซนเพรส (เพรสซิง ฟุตบอล)

- ยุคทศวรรษที่ 90 ยุคนี้ถือเป็นยุคไร้เทียมทาน เป็นยุคทองของสโมสรอย่างแท้จริง โดยมิลานได้ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ไปทั่วโลก โดยได้แชมป์กัลโช เซเรีย อา ถึง 5 สมัย ซึ่งเป็น 3 สมัยติดต่อกันด้วย ในปี 1992, 1993 และ 1994 ซึ่งช่วงเวลานี้เอง ที่มิลานทำสถิติไร้พ่ายในลีกติดต่อกันถึง 58 นัด จากนั้นก็ยังได้แชมป์อีก 2 สมัย ในปี 1996 และ 1999 รองแชมป์ 2 ครั้งติดต่อกัน ในปี 1990 และ 1991, รองแชมป์โคปปา อิตาเลีย 2 ครั้ง ในปี 1990 ที่แพ้ยูเวนตุส และปี 1998 ที่แพ้ให้กับลาซีโอ, ได้แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ 3 สมัยติดต่อกัน ในปี 1992, 1993 และ 1994 ที่ชนะปาร์มา, โตรีโน และซามพ์โดเรีย ตามลำดับ รองแชมป์อีก 2 ครั้ง ในปี 1996 ที่พ่ายให้กับฟิออเรนตีนา และปี 1999 ที่พ่ายต่อปาร์มา ส่วนในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มิลานได้แชมป์ 3 สมัย จากการเข้าชิง 5 ครั้ง ในรอบ 7 ปี โดยนอกจากปี 1989 แล้ว ในปี 1990 เอาชนะเบนฟิกาได้ 1-0 และปี 1994 ที่ถล่มบาร์เซโลนา ซึ่งถือเป็นดรีมทีมในช่วงนั้นไปเละเทะถึง 4-0 รองแชมป์อีก 2 ครั้ง ในปี 1993 ที่พ่ายต่อมาร์กเซย และปี 1995 ที่พ่ายต่ออาแจ็กซ์, แชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย ในปี 1990 ที่ชนะซามพ์โดเรีย และปี 1994 ที่ชนะอาร์เซนอล รองแชมป์ 1 ครั้ง ในปี 1993 ที่พ่ายปาร์มา นอกจากนี้ ยังได้แชมป์สโมสรโลกอีก 1 สมัย ในปี 1990 ที่เอาชนะโอลิมเปีย 3-0 รองแชมป์อีก 2 ครั้ง ในปี 1993 ที่แพ้ต่อเซา เปาโล และปี 1994 ที่แพ้ต่อเบเลซ ซาร์สฟิลด์ โดยนักเตะที่สำคัญในยุคนี้ นอกเหนือจากผู้เล่นที่เหลืออยู่จากช่วงปลายทศวรรษที่ 80 แล้ว ก็ยังมีเพิ่มอีกหลายคน ได้แก่ เซบาสเตียโน รอสซี, เดยัน ซาวิเซวิช, เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี, มาร์กแซล เดอไซญี, มาร์โก ซิโมเน, ซโวนีเมียร์ โบบัน, ฌอง-ปิแอร์ ปาแปง, จอร์จ เวอาห์, คริสเตียน ปานุชชี, สเตฟาโน เอรานิโอ, โรแบร์โต บาจโจ, เลโอนาร์โด และโอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ เป็นต้น โดยยอดผู้จัดการทีมของมิลานในยุคนี้ คือ ฟาบิโอ คาเปลโล

- ยุคมิลเลนเนี่ยมถึงปัจจุบัน ยุคนี้ถือเป็นยุคฟื้นฟูความสำเร็จ หลังจากตกต่ำไประยะหนึ่ง โดยในฤดูกาล 1999-2000 มิลานได้อันดับที่ 3 ในกัลโช เซเรีย อา ในโคปปา อิตาเลีย ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายให้กับอินเตอร์ ส่วนในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตกรอบแบ่งกลุ่มรอบแรก, ฤดูกาล 2000-2001 ได้อันดับที่ 6 ในกัลโช เซเรีย อา ในโคปปา อิตาเลีย ตกรอบรองชนะเลิศ โดยแพ้ฟิออเรนตีนา ส่วนในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตกรอบแบ่งกลุ่มรอบที่สอง, ฤดูกาล 2001-2002 มิลานได้แต่งตั้งคาร์โล อันเชลอตติ ขึ้นเป็นผู้จัดการทีม โดยฤดูกาลนี้ มิลานได้อันดับที่ 4 ในกัลโช เซเรีย อา ในโคปปา อิตาเลีย แพ้ยูเวนตุส ตกรอบรองชนะเลิศ ส่วนในยูฟ่า คัพ ก็ตกรอบรองชนะเลิศเช่นกัน โดยพ่ายให้กับดอร์ทมุนด์, ฤดูกาล 2002-2003 ได้อันดับที่ 3 ในกัลโช เซเรีย อา แต่ได้ดับเบิลแชมป์ คือ แชมป์โคปปา อิตาเลีย สมัยที่ 5 โดยเอาชนะโรมาได้ ส่วนในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เริ่มแข่งขันตั้งแต่รอบคัดเลือก รอบที่สาม และผ่านสโลวาน ริเบอเรช ไปได้อย่างหวุดหวิด ด้วยกฎการยิงประตูในฐานะทีมเยือน จากนั้นก็ผ่านได้ทั้งบาเยิร์น, ล็องส์, กอรุนญา, เรอัล มาดริด, ดอร์ทมุนด์, โลโกโมทีฟ มอสโก, อาแจ็กซ์ และอินเตอร์ ก่อนที่จะมาดวลจุดโทษเอาชนะยูเวนตุสได้ในนัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์สมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ, ฤดูกาล 2003-2004 เริ่มต้นด้วยการแพ้ในการดวลจุดโทษต่อยูเวนตุส และโบคา ในอิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ และสโมสรโลก ตามลำดับ แต่ก็ยังได้แชมป์ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ โดยเอาชนะปอร์โต คว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 4 แถมยังคว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา มาครองได้เป็นสมัยที่ 17 ส่วนในโคปปา อิตาเลีย แพ้ลาซีโอ ตกรอบรองชนะเลิศ และในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบช็อคโลก ในนัดที่ 2 ที่พ่ายต่อกอรุนญา, ฤดูกาล 2004-2005 ได้แชมป์อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ สมัยที่ 5 โดยเอาชนะลาซีโอ ในโคปปา อิตาเลีย ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อแพ้ต่ออูดิเนเซ และได้ดับเบิ้ลรองแชมป์ ทั้งในเวทีกัลโช เซเรีย อา และเหตุการณ์ช็อคโลกอีกครั้ง ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่อตาเติร์ก เมื่อ 3 ประตูที่นำอยู่ในครึ่งแรก ไม่สามารถที่จะทำให้มิลานคว้าแชมป์มาครองได้ โดยถูกลิเวอร์พูลยิง 3 ประตูตีเสมอ ด้วยเวลาเพียง 6 นาที และไปดวลจุดโทษเอาชนะมิลานได้ในที่สุด ทำให้มิลานต้องพลาดแชมป์ไปอย่างเจ็บปวด, ฤดูกาล 2005-2006 ได้รองแชมป์กัลโช เซเรีย อา อีกครั้ง (ตอนหลังโดนตัดแต้ม จากกรณีล็อกสเปคผู้ตัดสิน จนต้องหล่นลงมาอยู่อันดับที่ 3) ในโคปปา อิตาเลีย ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ให้กับปาแลร์โม ส่วนในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก พ่ายต่อบาร์เซโลนา ในรอบรองชนะเลิศ, ฤดูกาล 2006-2007 ในกัลโช เซเรีย อา มิลานเริ่มต้นด้วยการถูกตัด 8 คะแนน ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากกรณีล็อกสเปคผู้ตัดสิน แต่ก็ยังไต่ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ได้ ขณะที่ในโคปปา อิตาเลีย แพ้โรมา ตกรอบรองชนะเลิศ ส่วนในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก มิลานต้องมาเริ่มต้นในรอบคัดเลือก รอบที่สาม และเอาชนะเคอร์เวนา ซเวซดาได้ ทำให้ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม จากนั้นก็ผ่านได้ทั้งเออีเค เอเธนส์, อันเดอร์เลชท์, ลีลล์, เซลติค, บาเยิร์น และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก่อนที่จะมาล้างแค้น เอาชนะลิเวอร์พูลได้ 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์สมัยที่ 7 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยฝีเท้าอันเอกอุของกาก้าและพรรคพวก จากนั้นก็สามารถเอาชนะเซบีญา คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ สมัยที่ 5 มาครอง และปิดท้ายปี 2007 ด้วยการคว้าแชมป์สโมสรโลก ได้เป็นสมัยที่ 4 โดยแก้แค้นโบคาได้สำเร็จในนัดชิงชนะเลิศ พร้อมกับส่งให้กาก้า คว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2007 ในทุกสถาบัน, ฤดูกาล 2007-2008 ในกัลโช เซเรีย อา มิลานได้แค่อันดับที่ 5 ส่วนในโคปปา อิตาเลีย และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายทั้งสองรายการ โดยแพ้ต่อคาตาเนีย และอาร์เซนอล ตามลำดับ, ฤดูกาล 2008-2009 ในกัลโช เซเรีย อา มิลานได้อันดับที่ 3 ส่วนในโคปปา อิตาเลีย ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ต่อลาซีโอ และในยูฟ่า คัพ ตกรอบ 32 ทีมสุดท้าย ด้วยน้ำมือของเบรเมน, ฤดูกาล 2009-2010 ในกัลโช เซเรีย อา มิลานได้อันดับที่ 3 อีกครั้ง ส่วนในโคปป้า อิตาเลีย ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายต่ออูดิเนเซ และในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยถูกแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไล่ถลุงเละเทะ, ฤดูกาล 2010-2011 ในกัลโช เซเรีย อา มิลานคว้าแชมป์สมัยที่ 18 มาครองได้สำเร็จ ส่วนในโคปปา อิตาเลีย ตกรอบรองชนะเลิศ โดยพ่ายต่อปาแลร์โม่ และในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ต่อสเปอร์ส, ฤดูกาล 2011-2012 เริ่มต้นฤดูกาล เอาชนะอินเตอร์ ได้แชมป์ซูเปอร์โคปป้า อิตาเลียน่า มาครองได้เป็นสมัยที่ 6 ในกัลโช เซเรีย อา มิลานได้รองแชมป์ ส่วนในโคปปา อิตาเลีย ตกรอบรองชนะเลิศ โดยพ่ายต่อยูเวนตุส และในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ต่อบาร์เซโลนา

สรุปเกียรติประวัติแชมป์ [แก้]


เฉพาะระดับเมเจอร์

สโมสรโลก (อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ, โตโยต้า คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิร์ล แชมเปียนชิพ, ฟีฟ่า คลับ เวิร์ล คัพ) (มากที่สุด)

  • แชมป์ 4 สมัย : 1969, 1989, 1990, 2007
  • รองแชมป์ 4 ครั้ง : 1963, 1993, 1994, 2003

ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (ยูโรเปียน คัพ)

  • แชมป์ 7 สมัย : 1962-63, 1968-69, 1988-89, 1989-90, 1993-94, 2002-03, 2006-07
  • รองแชมป์ 4 ครั้ง : 1957-58, 1992-93, 1994-95, 2004-05

ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ (ยูโรเปียน คัพ วินเนอร์ส คัพ)

  • แชมป์ 2 สมัย : 1967-68, 1972-73
  • รองแชมป์ 1 ครั้ง : 1973-74

ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ (ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ) (มากที่สุด)

  • แชมป์ 5 สมัย : 1989, 1990, 1994, 2003, 2007
  • รองแชมป์ 2 ครั้ง : 1973, 1993

กัลโช เซเรีย อา (อิตาเลี่ยน ฟุตบอล แชมเปียนชิพ, คัมปีโอนาโต, สคูเดตโต)

  • แชมป์ 18 สมัย : 1901, 1906, 1907, 1950-51, 1954-55, 1956-57, 1958-59, 1961-62, 1967-68, 1978-79, 1987-88, 1991-92, 1992-93, 1993-94, 1995-96, 1998-99, 2003-04, 2010-11
  • รองแชมป์ 17 ครั้ง : 1902, 1910–11, 1911–12, 1947–48, 1949–50, 1951–52, 1955–56, 1960–61, 1964–65, 1968–69, 1970–71, 1971–72, 1972–73, 1989–90, 1990–91, 2004–05, 2011-12

โคปปา อิตาเลีย

  • แชมป์ 5 สมัย : 1966-67, 1971-72, 1972-73, 1976-77, 2002-03
  • รองแชมป์ 7 ครั้ง : 1941-42, 1967-68, 1970-71, 1974-75, 1984-85, 1989-90, 1997-98

ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียนา (อิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ) (มากที่สุด)

  • แชมป์ 6 สมัย : 1988, 1992, 1993, 1994, 2004, 2011
  • รองแชมป์ 3 ครั้ง : 1996, 1999, 2003


สรุป : ได้แชมป์ทั้งหมด 47 รายการ รองแชมป์ 38 รายการ (สิ้นสุดฤดูกาล 2011-12)

นักเตะยอดเยี่ยมบัลลง ดอร์ [แก้]

นักเตะทีมเอซี มิลาน เคยได้รับรางวัล "บัลลง ดอร์" หรือ "นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป" มากที่สุด 8 ครั้ง ได้แก่


1. ธงชาติของอิตาลี จานนี ริเวรา ในปี 1969

2. Flag of the Netherlands รุด กุลลิต ในปี 1987

3. Flag of the Netherlands มาร์โก ฟาน บาสเทน ได้ 3 ครั้ง ในปี 1988, 1989 และ 1992

6. ธงชาติของไลบีเรีย จอร์จ เวอาห์ ในปี 1995

7. ธงชาติของยูเครน อังเดร เชฟเชนโก ในปี 2004

8. ธงชาติของบราซิล กาก้า ในปี 2007


ผู้เล่นชุดปัจจุบัน [แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ธงชาติของอิตาลี GK มาร์โก อเมเลีย
2 ธงชาติของอิตาลี DF มัตติอา เด ชีโญ
4 ธงชาติของกานา MF ซุลลีย์ มุนตารี
5 ธงชาติของฝรั่งเศส DF ฟิลิปป์ แมกแซส
7 ธงชาติของบราซิล FW โรบินยู
8 ธงชาติของอิตาลี MF อันโตนิโอ โนเชริโน
10 ธงชาติของกานา MF เควิน-ปรินซ์ บัวเต็ง
11 ธงชาติของอิตาลี FW จัมเปาโล ปัซซีนี
12 ธงชาติของมาลี MF บากาเย ตราโอเร
13 ธงชาติของอิตาลี DF ฟรานเชสโก อแชร์บี
14 ธงชาติของเซียร์ราลีโอน MF ร็อดนีย์ สตาสเซอร์
15 ธงชาติของแอลจีเรีย DF ฌาเมล เมสบาห์
16 ธงชาติของฝรั่งเศส MF มาตีเยอ ฟลามีนี
17 ธงชาติของโคลอมเบีย DF คริสเตียน ซาปาตา
18 ธงชาติของอิตาลี MF ริคคาร์โด มอนโตลิโว
19 ธงชาติของฝรั่งเศส FW เอ็มเบย์ เนียง
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
20 ธงชาติของอิตาลี DF อิญญาซิโอ อบาเต
21 ธงชาติของกินี MF เควิน คอนสแตนท์
22 ธงชาติของสเปน FW โบยาน เกร์กิช
23 ธงชาติของอิตาลี MF มัสซีโม อัมโบรซีนี (กัปตันทีม)
25 ธงชาติของอิตาลี DF ดานิเอเล โบเนรา
28 Flag of the Netherlands MF อูร์บี เอมานูเอลสัน
32 ธงชาติของอิตาลี GK คริสเตียน อับเบียติ
34 Flag of the Netherlands MF ไนเจล เดอ ยอง
35 ธงชาติของสเปน DF ดีดัค บีลา
44 ธงชาติของอิตาลี FW มารีโอ บาโลเตลลี
55 ธงชาติของสเปน MF อาเดรีย คาร์โมนา
57 ธงชาติของอิตาลี MF มัตติอา วาโลติ
59 ธงชาติของบราซิล GK กาเบรียล
76 ธงชาติของโคลอมเบีย DF มาริโอ เยเปส
77 ธงชาติของอิตาลี DF ลูกา อันโตนีนี
92 ธงชาติของอิตาลี FW สเตฟาน เอล ชาราวี

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว [แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
ธงชาติของอิตาลี GK เอโดอาร์โด้ ปาซซาญี (ที่ มอนซา ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี GK ฟิลิปโป เปรุชคินี (ที่ โคโม ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี GK ริคคาร์โด พิซชิเตลลี (ที่ คาราเรเซ ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี GK วาเลริโอ วิแมร์คาติ (ที่ โปร แวร์เชลลี ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี DF มิเคลันเจโล อัลแบร์ตัซซี (ที่ เวโรนา ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของสวิตเซอร์แลนด์ DF มัตติอา เดโซเล (ที่ มอนซา ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของบราซิล DF มาร์คุส ดินิซ (ที่ เลชเช ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี DF โรดริโก อีลาย (ที่ เรจจินา ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของโปรตุเกส DF ริคาร์โด แฟร์ไรรา (ที่ เอ็มโปลี ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของไนจีเรีย DF ตาเย ตาอิโว (ที่ ดีนาโม เคียฟ ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี MF ลูกา แบร์โตนี (ที่ ซูดติโรล ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี MF ซิโมเน คัลวาโน (ที่ เวโรนา ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของฮังการี MF อัตติลา ฟิลกอร์ (ที่ บารี ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี MF มาร์โก เอโซ ฟอสซาติ (ที่ อัสโคลี ถึง 30 มิถุนายน 2013)
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
ธงชาติของกานา MF เอ็ดมุนด์ ออตตอร์ (ที่ ลันชาโน ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี MF อเลสซานโดร อินโนเซนติ (ที่ โปร แวร์เชลลี ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของสโลวีเนีย MF มิตยา โนวินิช (ที่ เตราโม ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของโปรตุเกส MF เปเล่ (ที่ อาร์เซน่อล เคียฟ ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี MF ลูกา ซานโตโนชิโต (ที่ เรนาเต ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี FW มัตเตโอ คิเนลลาโต (ที่ ตริเตียม ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี FW ปิเอโตร โคญาติ (ที่ ตริเตียม ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี FW จานมาริโอ โคมี (ที่ เรจจน่า ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี FW มาร์โก กาเอตา (ที่ เรนาเต้ ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของไนจีเรีย FW เอ็นนัมดี โอดัวมาดี (ที่ วาเรเซ ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของสโลวีเนีย FW อูรอส พาริเบิร์ค (ที่ ลีแอร์ส ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี FW อัลแบร์โต ปาลอสคี (ที่ คิเอโว ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของโบลิเวีย FW อเล็กซ์ ปอนตันส์ ปาซ (ที่ โปร แวร์เชลลี ถึง 30 มิถุนายน 2013)
ธงชาติของอิตาลี FW จานมาร์โก ซิโกนี (ที่ โปร แวร์เชลลี ถึง 30 มิถุนายน 2013)

นักเตะที่เป็นเจ้าของร่วม [แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
ธงชาติของอิตาลี DF มาร์โก บัลดาน (โนเชรินา)
ธงชาติของอิตาลี DF อันเดรีย เด วีโต (ชิตตาเดลลา)
ธงชาติของอิตาลี DF ลูก้า กิรินเกลลี (โนวร่า)
ธงชาติของอิตาลี DF มาร์โก กุซโซ (เวโรนา)
ธงชาติของอิตาลี DF ซิโมเน โรมัญโญลี (เปสคารา)
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
ธงชาติของอิตาลี MF คาร์โล คัลเว็ตติ (เวโรนา)
ธงชาติของไนจีเรีย MF วิลเฟรด โอซูจี (ปาโดวา)
ธงชาติของอิตาลี FW จาโคโม เบเร็ตตา (เจนัว)
ธงชาติของอิตาลี FW ดาวิด สเปเซียเล (เลชเช)
ธงชาติของอิตาลี FW ซิโมเน แวร์ดี (โตริโน)

ทำเนียบประธานสโมสร [แก้]

 
ปี ชื่อประธานสโมสร
1899-1909 อัลเฟรด เอ็ดเวิร์ดส์
1909 จานนิโน คัมเปริโอ
1909-1928 ปิเอโร ปิเรลลี
1928-1929 ลุยจิ ราวาสโก
1929-1933 มาริโอ แบร์นัซโซลี
1933-1935 ลุยจิ ราวาสโก
1935-1936 ปิเอโตร อันโนนี
1936-1939 เอมิลิโอ โคลอมโบ
1939-1940 อาคิลเล อินแวร์นิซซี
1940-1944 อุมแบร์โต ตราบัตโตนี
1944-1945 อันโตนิโอ บูซินี
1945-1954 อุมแบร์โต ตราบัตโตนี
1954-1963 อันเดรีย ริซโซลี
1963-1965 เฟลิเซ ริวา
1965-1966 เฟเดริโก ซอร์ดิลโล
 
ปี ชื่อประธานสโมสร
1966-1967 ลุยจิ คาร์ราโร
1967-1971 ฟรังโก คาร์ราโร
1971-1972 เฟเดริโก ซอร์ดิลโล
1972-1975 อัลบิโน บูติชคี
1975-1976 บรูโน ปาร์ดี
1976-1977 วิตตอริโอ ดุยนา
1977-1980 เฟลิเซ โคลอมโบ
1980-1982 กาเอตาโน โมรัซโซนี
1982-1986 จูเซ็ปเป ฟารินา
1986 โรซาริโอ โล แวร์เด
1986-2004 ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี
2004-2006 คณะบอร์ดบริหาร
2006-2008 ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี
2008-2012 คณะบอร์ดบริหาร
2012 ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี

ทำเนียบผู้จัดการทีม [แก้]

 
ปี ชื่อผู้จัดการทีม
1900-1906 ธงชาติของอังกฤษ เฮอร์เบิร์ต คิลปิน
1906-1907 ธงชาติของอิตาลี ดานิเอเล อันเจโลนี
1907-1911 ธงชาติของอิตาลี จานนิโน คัมเปริโอ
1911-1912 คณะบอร์ดบริหาร
1912-1913 ธงชาติของอิตาลี ปิเอโร เปเวเรลลี
1913-1915 คณะบอร์ดบริหาร
1915-1916 ธงชาติของอิตาลี กุยโด โมดา
1916-1918 ไม่มีผู้จัดการทีม
1918-1919 คณะบอร์ดบริหาร
1919-1921 ธงชาติของอิตาลี กุยโด โมดา
1921-1922 ไม่มีผู้จัดการทีม
1922-1924 ธงชาติของออสเตรีย เฟอร์ดี ออปเปนไฮม์
1924-1926 ธงชาติของอิตาลี วิตตอริโอ ปอซโซ
1926 ธงชาติของอิตาลี กุยโด โมดา
1926-1928 ธงชาติของอังกฤษ เฮอร์เบิร์ต เบอร์เกสส์
1928-1931 ธงชาติของออสเตรีย เองเกิลเบิร์ต โคนิก
1931-1933 ธงชาติของฮังการี ยอสเซฟ บานาส
1933-1934 ธงชาติของฮังการี ยอสเซฟ วิโอลา
1934-1936 ธงชาติของอิตาลี อาดอลโฟ บาลอนชิเอรี
1936-1937 ธงชาติของอังกฤษ วิลเลียม การ์บัตต์
1937-1938 ธงชาติของออสเตรีย เฮอร์มันน์ เฟลส์เนอร์
ธงชาติของฮังการี ยอสเซฟ บานาส
1938 ธงชาติของฮังการี ยอสเซฟ บานาส
1938-1940 ธงชาติของฮังการี ยอสเซฟ บานาส
ธงชาติของฮังการี ยอสเซฟ วิโอลา
1940-1941 ธงชาติของอิตาลี กุยโด อารา
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1941-1943 ธงชาติของอิตาลี มาริโอ มัญญอซซี
1943-1945 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป ซานตากอสติโน
1945-1946 ธงชาติของอิตาลี อาดอลโฟ บาลอนชิเอรี
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1946-1947 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป บิโกญโญ
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
 
ปี ชื่อผู้จัดการทีม
1947-1948 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป บิโกญโญ
1948-1949 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป บิโกญโญ
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1949-1952 ธงชาติของฮังการี ลายอส ซีซเลอร์
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1952-1953 ธงชาติของอิตาลี มาริโอ สเปโรเน
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1953 ธงชาติของสวีเดน กุนนาร์ เกร็น
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1953 ธงชาติของอิตาลี อาร์ริโก มอร์เซลลี
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1953-1954 ธงชาติของฮังการี เบลา กุตต์มัน
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ บูซินี
1954-1955 ธงชาติของฮังการี เบลา กุตต์มัน
1955-1956 ธงชาติของอุรุกวัย เอคตอร์ ปูริเชลลี
1956-1957 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป วิอานี
1957-1958 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป วิอานี
ธงชาติของอิตาลี ลุยจิ โบนิซโซนี
1958-1960 ธงชาติของอิตาลี ลุยจิ โบนิซโซนี
ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป วิอานี
1960-1961 ธงชาติของอิตาลี เปาโล โตเดสคินี
ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป วิอานี
1961-1963 ธงชาติของอิตาลี เนเรโอ ร็อคโค
ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป วิอานี
1963-1964 ธงชาติของอาร์เจนตินา หลุยส์ คาร์นิญ่า
ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป วิอานี
1964-1965 ธงชาติของสวีเดน นิลส์ ลีดโฮล์ม
ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป วิอานี
1965-1966 ธงชาติของสวีเดน นิลส์ ลีดโฮล์ม
1966 ธงชาติของอิตาลี โจวานนี คัตตอซโซ
1966-1967 ธงชาติของอิตาลี อาร์ตูโร ซิลเวสตรี
1967-1972 ธงชาติของอิตาลี เนเรโอ ร็อคโค
1972-1973 ธงชาติของอิตาลี เนเรโอ ร็อคโค
ธงชาติของอิตาลี เชซาเร มัลดินี
 
ปี ชื่อผู้จัดการทีม
1973-1974 ธงชาติของอิตาลี เชซาเร มัลดินี
1974 ธงชาติของอิตาลี โจวานนี ตราปัตโตนี
1974-1976 ธงชาติของอิตาลี กุสตาโว จาญโญนี
1976 ธงชาติของอิตาลี โจวานนี ตราปัตโตนี
1976 ธงชาติของอิตาลี เปาโล บาริซอน
1976-1977 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป มาร์คิโอโร
1977 ธงชาติของอิตาลี เนเรโอ ร็อคโค
1977-1979 ธงชาติของสวีเดน นิลส์ ลีดโฮล์ม
1979-1981 ธงชาติของอิตาลี มัสซิโม จาโคมินี
1981 ธงชาติของอิตาลี อิตาโล กัลบิอาติ
1981-1982 ธงชาติของอิตาลี ลุยจิ ราดิเซ
1982 ธงชาติของอิตาลี อิตาโล่ กัลบิอาติ
ธงชาติของอิตาลี ฟรานเชสโก ซากัตติ
1982-1984 ธงชาติของอิตาลี อิลาริโอ คัสตาญเญอร์
1984 ธงชาติของอิตาลี อิตาโล กัลบิอาติ
1984-1987 ธงชาติของสวีเดน นิลส์ ลีดโฮล์ม
1987 ธงชาติของอิตาลี ฟาบิโอ คาเปลโล
1987-1991 ธงชาติของอิตาลี อาร์ริโก ซาคคี
1991-1996 ธงชาติของอิตาลี ฟาบิโอ คาเปลโล
1996 ธงชาติของอุรุกวัย ออสการ์ ตาบาเรซ
ธงชาติของอิตาลี จอร์โจ โมรินี
1996-1997 ธงชาติของอิตาลี อาร์ริโก ซาคคี
1997-1998 ธงชาติของอิตาลี ฟาบิโอ คาเปลโล
1998-2001 ธงชาติของอิตาลี อัลแบร์โต ซัคเคโรนี
2001 ธงชาติของอิตาลี เชซาเร มัลดินี
ธงชาติของอิตาลี เมาโร ตัสซอตติ
2001 ธงชาติของตุรกี ฟาติห์ เตริม
ธงชาติของอิตาลี อันโตนิโอ ดิ เจนนาโร
2001-2009 ธงชาติของอิตาลี คาร์โล อันเชลอตติ
2009-2010 ธงชาติของบราซิล เลโอนาร์โด
2010- ธงชาติของอิตาลี มัสซิมิลิอาโน อัลเลกรี

ทำเนียบกัปตันทีม [แก้]

 
ปี ชื่อกัปตันทีม
1899-1908 ธงชาติของอังกฤษ เฮอร์เบิร์ต คิลปิน
1908-1909 ธงชาติของอิตาลี เกโรลาโม ราดิเซ
1909-1910 ธงชาติของอิตาลี กุยโด โมดา
1910-1911 ธงชาติของเบลเยียม มักซ์ โทเบียส
1911-1913 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป ริซซี
1913-1915 ธงชาติของเบลเยียม หลุยส์ ฟาน แฮช
1915-1916 ธงชาติของอิตาลี มาร์โก ซาลา
1916-1919 ธงชาติของอิตาลี อัลโด เคเวนินี
1919-1921 ธงชาติของอิตาลี อเลสซานโดร สคาริโอนี
1921-1922 ธงชาติของอาร์เจนตินา ธงชาติของอิตาลี เชซาเร โลวาติ
1922-1924 ธงชาติของอิตาลี ฟรานเชสโก โซลเดรา
1924-1926 ธงชาติของอิตาลี ปิเอโตร บรอนซินี
1926-1927 ธงชาติของอิตาลี จานอันเจโล บาร์ซาน
1927-1929 ธงชาติของอิตาลี อับดอน สการ์บี
1929-1930 ธงชาติของอิตาลี อเลสซานโดร สเคียโนนี
1930-1933 ธงชาติของอิตาลี มาริโอ มัญญอซซี
1933-1934 ธงชาติของอิตาลี คาร์โล ริกอตติ
1934-1936 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป โบนิซโซนี
1936-1939 ธงชาติของอิตาลี ลุยจิ แปร์แวร์ซี
1939-1940 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป โบนิซโซนี
1940-1941 ธงชาติของอิตาลี บรูโน อาร์คารี
 
ปี ชื่อกัปตันทีม
1941-1942 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป เมอัซซา
1942-1944 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป อันโตนินี
1944-1945 ธงชาติของอิตาลี เปาโล โตเดสคินี
1945-1949 ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป อันโตนินี
1949-1952 ธงชาติของอิตาลี อันเดรีย โบโนมี
1952-1953 ธงชาติของอิตาลี คาร์โล อันโนวาซซี
1953-1954 ธงชาติของอิตาลี โอเมโร โตญญอน
1954-1956 ธงชาติของสวีเดน กุนนาร์ นอร์ดาห์ล
1956-1961 ธงชาติของสวีเดน นิลส์ ลีดโฮล์ม
1961 ธงชาติของอิตาลี ฟรานเชสโก ซากัตติ
1961-1966 ธงชาติของอิตาลี เชซาเร มัลดินี
1966-1975 ธงชาติของอิตาลี จานนี ริเวรา
1975-1976 ธงชาติของอิตาลี โรเมโอ เบเนตติ
1976-1979 ธงชาติของอิตาลี จานนี ริเวรา
1979-1980 ธงชาติของอิตาลี อัลแบร์ติโน่ บิก้อน
1980-1981 ธงชาติของอิตาลี อัลโด้ มัลเดร่า
1981-1982 ธงชาติของอิตาลี ฟูลวิโอ โคลโลวาติ
1982-1997 ธงชาติของอิตาลี ฟรังโก บาเรซี
1997-2009 ธงชาติของอิตาลี เปาโล มัลดินี
2009- ธงชาติของอิตาลี มัสซิโม อัมโบรซินี

สปอนเซอร์ของทีม [แก้]

สปอนเซอร์หน้าอกเสื้อ [แก้]

เอซี มิลาน เริ่มมีสปอนเซอร์ติดหน้าอกเสื้ออย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 ซึ่งรายชื่อสปอนเซอร์หน้าอกเสื้อของมิลาน มีดังต่อไปนี้

 
ปี สปอนเซอร์หน้าอกเสื้อ
1981-1982 Pooh Jeans
1982-1983 Hitachi
1983-1984 Olio Cuore
1984 Rete 4
1984-1985 Oscar Mondadori
1985-1987 Fotorex U-Bix
1987-1992 Mediolanum
1992-1994 Motta
1994-2006 Opel
2006-2010 Bwin
2010-2015 Fly Emirates

สปอนเซอร์ชุดแข่งขัน [แก้]

เอซี มิลาน เริ่มมีสปอนเซอร์ชุดแข่งขันอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 ซึ่งรายชื่อสปอนเซอร์ชุดแข่งขันของมิลาน มีดังต่อไปนี้

 
ปี สปอนเซอร์ชุดแข่งขัน
1978-1979 Adidas
1979-1980 Adidas – Linea Milan
1980-1982 Linea Milan
1982-1984 NR
1984-1985 Rolly Go
1985-1986 Gianni Rivera
1986-1990 Kappa
1990-1993 Adidas
1993-1998 Lotto
1998-2017 Adidas

สถิติสโมสรที่น่าสนใจ [แก้]

นักเตะที่ลงเล่นมากที่สุดตลอดกาล [แก้]

อัปเดตล่าสุด 04/10/2555

อันดับ ชื่อนักเตะ จำนวนนัด
1. ธงชาติของอิตาลี เปาโล มัลดีนี 902
2. ธงชาติของอิตาลี ฟรังโก บาเรซี 719
3. ธงชาติของอิตาลี อเลสซานโดร คอสตาคูร์ตา 663
4. ธงชาติของอิตาลี จานนี ริเวรา 658
5. ธงชาติของอิตาลี เมาโร ตัสซอตติ 583
6. ธงชาติของอิตาลี มัสซิโม อัมโบรซินี 469
7. ธงชาติของอิตาลี เกนนาโร กัตตูโซ 468
8. Flag of the Netherlands คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ 432
9. ธงชาติของอิตาลี อันเจโล อันกวิลเลตติ 418
10. ธงชาติของอิตาลี เชซาเร มัลดินี 412
11. ธงชาติของอิตาลี เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี 406
12. ธงชาติของอิตาลี อันเดรีย ปีร์โล 401
13. ธงชาติของสวีเดน นิลส์ ลีดโฮล์ม 394
14. ธงชาติของอิตาลี อัลเบริโก เอวานี 393
15. ธงชาติของอิตาลี โรแบร์โต โดนาโดนี 390
16. ธงชาติของอิตาลี โจวานนี ตราปัตโตนี 351
17. ธงชาติของอิตาลี โอเมโร โตญญอน 342
18. ธงชาติของอิตาลี ลุยจิ แปร์แวร์ซี 341
19. ธงชาติของเยอรมนี คาร์ล-ไฮนซ์ ชเนลลิงเกอร์ 334
20. ธงชาติของอิตาลี เซบาสเตียโน รอสซี 330

นักเตะที่ยิงประตูมากที่สุดตลอดกาล [แก้]

อันดับ ชื่อนักเตะ จำนวนประตู
1. ธงชาติของสวีเดน กุนนาร์ นอร์ดาห์ล 221
2. ธงชาติของยูเครน อังเดร เชฟเชนโก 175
3. ธงชาติของอิตาลี จานนี ริเวรา 164
4. ธงชาติของบราซิล ธงชาติของอิตาลี โฮเซ อัลตาฟินี 161
5. ธงชาติของอิตาลี อัลโด โบฟฟี 136
6. ธงชาติของอิตาลี ฟิลิปโป อินซากี 126
7. Flag of the Netherlands มาร์โก ฟาน บาสเทน 124
8. ธงชาติของอิตาลี จูเซ็ปเป ซานตากอสติโน 106
9. ธงชาติของอิตาลี ปิเอริโน ปราติ 102
10. ธงชาติของเบลเยียม หลุยส์ ฟาน แฮช 98
11. ธงชาติของบราซิล กาก้า 95
12. ธงชาติของอิตาลี อัลแบร์ติโน บิกอน 90
13. ธงชาติของสวีเดน นิลส์ ลีดโฮล์ม 89
14. ธงชาติของอิตาลี เรนโซ บูรินี 88
15. ธงชาติของอิตาลี ปิเอโตร วีร์ดิส 76
16. ธงชาติของอิตาลี มาร์โก ซิโมเน 75
17. ธงชาติของอิตาลี อัลโด เคเวนินี 73
18. ธงชาติของอิตาลี ปิเอโตร อาร์คารี 70
19. ธงชาติของอิตาลี ดานิเอเล มัสซาโร 70
20. ธงชาติของอิตาลี โจวานนี โมเรตติ 68

การแข่งขันในกัลโช เซเรีย อา [แก้]


- ชนะในบ้านที่สกอร์มากที่สุด : ชนะ ปาแลร์โม 9-0, 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1951
- ชนะนอกบ้านที่สกอร์มากที่สุด : ชนะ เจนัว 8-0, 5 มิถุนายน ค.ศ. 1955
- แพ้ในบ้านที่สกอร์มากที่สุด : แพ้ ยูเวนตุส 1-6, 6 เมษายน ค.ศ. 1997
- แพ้นอกบ้านที่สกอร์มากที่สุด :แพ้ อเลสซานเดรีย 1-6, 26 มกราคม ค.ศ. 1936

- จำนวนคะแนนที่ได้มากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ชนะได้ 3 คะแนน)  : 82 คะแนน (2003-04, 34 นัด)
- จำนวนคะแนนที่ได้มากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ชนะได้ 2 คะแนน)  : 60 คะแนน (1950-51, 38 นัด)
- จำนวนคะแนนที่ได้น้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ชนะได้ 3 คะแนน)  : 43 คะแนน (1996-97, 34 นัด)
- จำนวนคะแนนที่ได้น้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ชนะได้ 2 คะแนน)  : 24 คะแนน (1981-82, 30 นัด)

- จำนวนนัดที่ชนะมากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : 28 นัด (2005-06, 38 นัด)
- จำนวนนัดที่ชนะน้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : 5 นัด (1976-77, 30 นัด)
- จำนวนนัดที่แพ้น้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : 0 นัด (1991-92, 34 นัด)
- จำนวนนัดที่แพ้มากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : 15 นัด (1930-31, 30 นัด)
- จำนวนนัดที่เสมอมากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : 17 นัด (1976-77, 30 นัด)
- จำนวนนัดที่เสมอน้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : 3 นัด (1949-50, 38 นัด)

- จำนวนประตูที่ทำได้มากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ทีม)  : 118 ประตู (1949-50, 38 นัด)
- จำนวนประตูที่ทำได้น้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ทีม)  : 21 ประตู (1981-82, 30 นัด)
- จำนวนประตูที่เสียน้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ทีม)  : 12 ประตู (1968-69, 30 นัด)
- จำนวนประตูที่เสียมากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (ทีม)  : 62 ประตู (1932-33, 34 นัด)
- จำนวนผลต่างประตูที่มากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : +73 ประตู (1949-50, 38 นัด)
- จำนวนผลต่างประตูที่น้อยที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล : -10 ประตู (1981-82, 30 นัด)

- จำนวนประตูที่ทำได้มากที่สุดภายใน 1 ฤดูกาล (นักเตะ)  : 35 ประตู - ธงชาติของสวีเดน กุนนาร์ นอร์ดาห์ล (1949-50, 38 นัด)
- ไม่เสียประตูนานที่สุด : 929 นาที (ธงชาติของอิตาลี เซบาสเตียโน รอสซี) เริ่มตั้งแต่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1993 (ชนะ กาญารี 2-1), จนถึง 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 (ชนะ ฟอจจา 2-1)
- ชนะติดต่อกันมากที่สุด : 10 นัด เริ่มตั้งแต่ 28 มกราคม ค.ศ. 1951 (ชนะ ซามพ์โดเรีย 2-0) จนถึง 1 เมษายน ค.ศ. 1951 (แพ้ ปาโดวา 1-2)
- ไม่แพ้ติดต่อกันมากที่สุด : 58 นัด เริ่มตั้งแต่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 (เสมอ ปาร์มา 0-0) จนถึง 21 มีนาคม ค.ศ. 1993 (แพ้ ปาร์มา 0-1)

การแข่งขันในโคปปา อิตาเลีย [แก้]


- ชนะในบ้านที่สกอร์มากที่สุด : ชนะ ปาโดวา 8-1, 13 กันยายน ค.ศ. 1958
- ชนะนอกบ้านที่สกอร์มากที่สุด : ชนะ โคโม 5-0, 8 มิถุนายน ค.ศ. 1958
- แพ้ในบ้านที่สกอร์มากที่สุด : แพ้ โรมา 0-4, 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1979
- แพ้นอกบ้านที่สกอร์มากที่สุด : แพ้ ฟิออเรนตินา 0-5, 13 เมษายน ค.ศ. 1940

การแข่งขันในฟุตบอลสโมสรยุโรป [แก้]


- ชนะในบ้านที่สกอร์มากที่สุด : ชนะ ยูเนียน ลักเซมเบิร์ก 8-0, 12 กันยายน ค.ศ. 1962 (ยูโรเปียน คัพ)
- ชนะนอกบ้านที่สกอร์มากที่สุด : ชนะ ยูเนียน ลักเซมเบิร์ก 6-0, 19 กันยายน ค.ศ. 1962 (ยูโรเปียน คัพ)
- แพ้ในบ้านที่สกอร์มากที่สุด : แพ้ บาร์เซโลนา 0-2, 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1959 (ยูโรเปียน คัพ)
- แพ้นอกบ้านที่สกอร์มากที่สุด : แพ้ อาแจ็กซ์ 0-6, 16 มกราคม ค.ศ. 1974 (ยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ)

อ้างอิง [แก้]

  1. "A.C. Milan - History". A.C. Milan. Archived from the original on 2010-01-15. สืบค้นเมื่อ 2010-01-11. 

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]