ปีเตอร์ รีด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปีเตอร์ รีด
Peter Reid011.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม Peter Reid
วันเกิด 20 มิถุนายน ค.ศ. 1956 (57 ปี)
สถานที่เกิด ลิเวอร์พูล อังกฤษ
ส่วนสูง ฟุต 8 นิ้ว (1.73 ม.)
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน พลิมัธ อาร์กายล์ (ผู้จัดการทีม)
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1974-1982
1982-1989
1989-1990
1990-1993
1993-1994
1994
1994-1995
โบลตัน วันเดอเรอร์ส
เอฟเวอร์ตัน
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เซาแธมป์ตัน
น็อตต์ส เคาน์ตี้
บิวรี่
รวม
225 (23)
159 (8)
29 (1)
103 (1)
7 (0)
5 (0)
1 (0)
529 (33)
ทีมชาติ
1985-1988 ทีมชาติอังกฤษ 13 (0)
บริหารทีม
1990-1993
1995
1995-2002
2003
2004-2005
2008-2009
2009-2010
2010-2011
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี
ซันเดอร์แลนด์
ลีดส์ ยูไนเต็ด
โคเวนทรี
ทีมชาติไทย
สโตกซิตี (ผู้ช่วยผู้จัดการทีม)
พลิมัธ อาร์กายล์ (ผู้จัดการทีม)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ

ปีเตอร์ รีด (อังกฤษ: Peter Reid) ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวอังกฤษ และเคยเป็นนักเตะทีมชาติ สมัยเป็นนักเตะเคยเล่นให้สโมสรโบลตัน วันเดอเรอร์ส,เอฟเวอร์ตัน,ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส,แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เซาธ์แฮมป์ตัน,น็อตต์ส เคาน์ตี้และสโมสรบิวรี่ หลังจากแขวนสตั๊ดเคยทำหน้าที่ผู้จัดการทีมให้ทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ซันเดอร์แลนด์ ลีดส์ ยูไนเต็ด และโคเวนทรี อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย[1] ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีมพลิมัธ อาร์กายล์ ในลีกวัน ประเทศอังกฤษ

ประวัติ[แก้]

ปีเตอร์ รีด เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1956 ที่แขวงฮายตัน เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ขึ้นทะเบียนเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรโบลตัน วันเดอเรอร์สในปี 1974 โดยได้รับเหรียญรางวัลครั้งแรกเมื่อสโมสรโบลตันคว้าแชมป์ ดิวิชั่น2ในปี 1978 และได้เลื่อนชั้นแต่ปีเตอร์ รีดได้เล่นในลีกสูงสุดกับสโมสรแค่ 2 ฤดูกาล ก่อนที่โบลตันจะตกชั้นในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปร่วมทีมเอฟเวอร์ตันในปี 1982 ภายใต้การคุมทีมของโฮเวิร์ด เคนดัลล์ ด้วยค่าตัว 6 แสนปอนด์และประสบความสำเร็จกับสโมสรใหม่อย่างมากเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดที่ได้แชมป์เอฟเอคัพและแชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพในปี 1985 ก่อนจะพาสโมสรได้แชมป์ลีกสูงสุดในปี 1987

ปีเตอร์ รีดในชุดเอฟเวอร์ตัน

ในช่วงที่ประสบความสำเร็จนั้น รีดได้ชื่อว่าเป็นมิดฟิลด์ที่มากความสามารถและได้รับการยอมรับในยุโรป โดยได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอในปี 1985 และทำสถิติลงสนามให้เอฟเวอร์ตันถึง 159 นัด ซึ่งภายหลังในปี 2003 รีด ได้รับการโหวตจากแฟนของสโมสรให้ติดอยู่ในทีม Greatest Everton XI และ รางวัล Everton Giants ในปี 2006 อีกด้วย

ในทีมชาติอังกฤษ ปีเตอร์ รีดลงสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ทั้งสิ้น 13นัด เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลก ปี 1986 ที่เม็กซิโกและเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อยู่ในเกมส์ที่อังกฤษแพ้อาร์เจนติน่าจากลูกยิงของดีเอโก้ มาราโดน่า

หลังจากออกจากสโมสรเอฟเวอร์ตันเขาได้ย้ายไปสู่สโมสรควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์สและเล่นอยู่หนึ่งฤดูกาลก็ย้ายไปเล่นให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ภายใต้การคุมทีมของโฮเวิร์ด เคนดัลล์ เจ้านายเก่าสมัยเล่นให้เอฟเวอร์ตัน

อาชีพผู้จัดการทีม[แก้]

ปีเตอร์ รีด เริ่มงานผู้จัดการทีมครั้งแรกเมื่อรับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในปี 1990 โดยรับงานต่อจากโฮเวิร์ด เคนดัลล์ ที่ลาออกไป และนำทีมจบอันดับที่5ในลีกโดยอันดับสูงกว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1992-1993 พรีเมียร์ลีกเริ่มต้นเป็นฤดูกาลแรกหลังจากเปลี่ยนชื่อมาจากดิวิชั่น 1 ปีเตอร์ รีด พาแมนเชสเตอร์ ซิตี้จบฤดูกาลด้วยอันดับ 9ด้วยสไตล์การเล่นบอลโยนยาวอันเป็นเอกลักษณ์ แต่หลังจากนั้นเขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อทีมมีผลงานตกต่ำลง

ต่อมาปีเตอร์รีดย้ายมาเล่นให้สโมสรเซาธ์แฮมป์ตันในช่วงสั้นๆภายใต้การคุมทีมของเอียน แบรนฟุตโดยลงเล่นแค่ 7 นัด และย้ายไปเล่นให้กับสโมสรน็อตต์ส เคาน์ตี้และสโมสรบิวรี่ก่อนจะเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการ

รีดเริ่มต้นงานผู้จัดการทีมแบบเต็มตัวในฤดูกาล 1995-1996 เมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมซันเดอร์แลนด์ในดิวิชั่น1(ปัจจุบันคือ ลีกแชมเปี้ยน ชิพ)ซึ่งเป็นทีมที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นแต่ปีเตอร์ รีดกลับพาทีมได้แชมป์และคว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นพรีเมียร์ ลีกแบบพลิกความคาดหมายทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลซันเดอร์แลนด์อย่างมาก แม้จะเลื่อนชั้นขึ้นมาปีเดียวแล้วสโมสรตกชั้นก็ตาม

ฤดูกาลต่อมาในดิวิชั่น1ซันเดอร์แลนด์พลาดโอกาสเลื่อนชั้นกลับไปเล่นพรีเมียร์ ลีกอย่างน่าเสียดายเมื่อแพ้การดวลจุดโทษในรอบเพล์-ออฟแก่ชาร์ลตัน แอธเลติกหลังจากเสมอกันในเวลา 4-4 อย่างไรก็ตามปีเตอร์ รีดพาทีมเลื่อนชั้นกลับไปพรีเมียร์ ลีกสำเร็จเมื่อคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1998-1999 พร้อมทำสถิติใหม่เมื่อได้แต้มถึง 105 คะแนน

ซันเดอร์แลนด์เริ่มต้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1999-2000 อย่างน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อมีลุ้นทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรปแต่เมื่อจบฤดูกาลก็ต้องผิดหวังเมื่อได้อันดับที่ 7 พลาดโอกาสอย่างน่าเสียดาย ฤดูกาลดังกล่าวทีมของปีเตอร์ รีดสร้างสถิติใหม่อีกครั้งโดยเป็นทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาแล้วได้อันดับสูงที่สุดคืออันดับ 7 และเควิน ฟิลลิปส์กองหน้าทีมชาติอังกฤษของสโมสรก็เป็นดาวซัลโวอันดับ1ของพรีเมียร์ลีกและของยุโรปด้วยผลงาน 30 ประตูในพรีเมียร์ลีก

ในฤดูกาล 2000-2001 ทีมมีโอกาสไปเล่นถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเมื่อทำผลงานดีในช่วงต้นแต่ฟอร์มของทีมยังไม่สม่ำเสมอทำให้จบฤดูกาลด้วยอันดับ7อีกครั้งและหลังจากนั้นลูกทีมของปีเตอร์ รีดก็กลับมีฟอร์มตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย โดยอยู่เหนือโซนตกชั้นแค่1อันดับในฤดูกาล 2001-2002 โดยยิงประตูได้แค่ 28 ประตูจาก 38 นัดน้อยกว่าทุกทีมในลีก และถึงขนาดเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2002-2003 ทำให้ปีเตอร์ รีดแยกทางกับสโมสรที่เขาอยู่มาเกือบ8ปีก่อนสิ้นฤดูกาล และหลังจบฤดูกาลสโมสรก็มีอันต้องตกชั้น โดยมีคะแนนเพียง19คะแนน

ปีเตอร์ รีด สมัยคุมลีดส์ ยูไนเต็ด

หลังออกจากซันเดอร์แลนด์เขารับงานคุมทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีกหลังสโมสรปลดเทอรรี่ เวนาเบิ้ลส์ออกจากตำแหน่งในปี 2003 และมีเควิน แบล็คเวลล์เป็นผู้ช่วย โดยขณะนั้นสโมสรตกต่ำอย่างหนักและมีความเสี่ยงต่อการตกชั้นสูง สโมสรมีหนี้สินมากกว่า 80 ล้านปอนด์จากการใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่กลับไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆได้ ปีเตอร์ รีดดูเหมือนจะช่วยกู้สถานการณ์ของทีมไว้ได้ช่วงหนึ่งเมื่อพาทีมบุกชนะชาร์ลตัน แอธเลติกถึงถิ่น 6-1 และชนะอาร์เซน่อล 3-2 และพาทีมรอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ

หลังจากเอาตัวรอดได้ในฤดูกาล 2002-2003 แฟนบอลเริ่มมีความหวังต่อทีมมากขึ้น แต่สถานะการเงินของสโมสรยังคงย่ำแย่อย่างหนัก และถึงขนาดต้องขายดาราประจำทีมออกไปหลายราย รวมถึงแฮรี่ คีเวลล์มิดฟิลด์ทีมชาติออสเตรเลียหนึ่งในขวัญใจของแฟนบอล ต่อจากนั้นปีเตอร์ ริดส์เดลผู้บริหารของสโมสรก็ลาออกพร้อมทิ้งปัญหาไว้มากมาย สโมสรมีความเป็นไปได้ที่จะตกชั้นเมื่อปีเตอร์ รีดพาทีมออกไปแพ้พอร์ทสมัธที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาถึง 6-1 ทำให้หลังจากนั้นไม่นานเขาถูกปลดจากตำแหน่ง และเอ็ดดี้ เกรย์หนึ่งในทีมงานโค้ชต้องทำหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาลซึ่งสุดท้ายสโมสรก็ตกชั้นในฤดูกาล 2003-2004

เดือนพฤษภาคม ปี2004 เขารับงานคุมทีมระดับล่างโดยการทำหน้าที่คุมทีมโคเวนทรี ซิตี้ในดิวิชั่น 1 (ลีก แชมเปี้ยนชิพในปัจจุบัน) สโมสรมีเป้าหมายที่จะเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีก แต่ปีเตอร์ รีดมีโอกาสอยู่กับทีมแค่8เดือนเท่านั้น เมื่อโดนปลดในเดือนมกราคม ปี 2005 ก่อนจบฤดูกาล เมื่อพาทีมรั้งอันดับ 20 ของตารางและเกือบตกชั้น ต่อมาในปี 2006 มีกระแสข่าวว่าปีเตอร์ รีด จะได้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการฟุตบอลของซันเดอร์แลนด์ภายใต้การบริหารของไนออล ควินน์ ประธานสโมสรคนใหม่ซึ่งเคยเป็นลูกทีมของปีเตอร์ รีดสมัยคุมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้และซันเดอร์แลนด์ แต่สุดท้ายรีดก็ไม่ได้รับงานนี้

ในปี2007 ปีเตอร์ รีด ตัดสินใจรับงานคุมทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อรับงานคุมทีมชาติไทยโดยเซ็นสัญญา4ปี และได้ค่าจ้างปีละ1ล้านปอนด์ (ประมาณ 63ล้านบาท) วันที่28 ตุลาคม ปี 2008 รีดประเดิมคุมทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการนัดแรกคือนัดที่ไทยชนะเกาหลีเหนือ 1-0 ในศึกทีแอนด์ที คัพที่ประเทศเวียดนาม ก่อนที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันที่ 9 กันยายน ปีถัดมา

ในปี 2009 รีดได้กลับมารับงานในประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง โดยรับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม สโต๊ค ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะไปรับงานผู้จัดการทีมเต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง กับสโมสร พลิมัธ อาร์ไกล์ ทีมในลีกวัน ซึ่งอยู่ในมณฑลเดวอน ย่านตะวันตกเฉียงใต้ ของประเทศอังกฤษ ในปี 2010

บทบาทอื่น[แก้]

ปีเตอร์ รีด เป็นเอเยนต์นักฟุตบอลที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องโดยทำงานร่วมกับฌอน รีดน้องชายของเขา และเคยเป็นผู้วิเคราะห์เกมส์ทางโทรทัศน์กับบีบีซีในช่วงฟุตบอลโลก 2006 ร่วมกับลี ดิ๊กซั่นอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ นอกจากนี้ยังเคยทำงานกับสกาย สปอร์ตในปี 2007

ผลงาน[แก้]

สมัยเป็นผู้เล่น[แก้]

โบลตัน วันดอร์เรอร์ส

  • ดิวิชั่น 2(เดิม) แชมป์: ฤดูกาล 1977-1978

เอฟเวอร์ตัน

สมัยเป็นผู้จัดการ[แก้]

ซันเดอร์แลนด์

  • ดิวิชั่น 1 (ปัจจุบันคือ ลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ) แชมป์: ฤดูกาล 1995-1996, 1998-1999

ทีมชาติไทย

สโมสรที่เคยเล่น[แก้]

ประวัติการคุมทีม[แก้]

อ้างอิง[แก้]