สโมสรฟุตบอลฮัลล์ซิตี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮัลล์ซิตี
200px-Hull City AFC.png
ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลฮัลล์ซิตี
ฉายา The Tigers
พี่เสือ (ภาษาไทย)
ก่อตั้ง 1904
สนาม เคซีสเตเดียม
คิงส์ตัน อัพพอน ฮัลล์
อังกฤษ
(ความจุ: 25,586[1])
ประธานสโมสร เอสเซม อัลลัม
ผู้จัดการทีม สตีฟ บรูซ
ลีก พรีเมียร์ลีก
2013–14 2013–14, อันดับที่ 16
(ได้ผ่านเข้าไปเล่น ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบคัดเลือกรอบสาม ในฐานะรองแชมป์เอฟเอคัพ[2])
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลฮัลล์ ซิตี (Hull City A.F.C.) เป็นทีมฟุตบอลอาชีพทีมหนึ่งในฟุตบอลลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองคิงส์ตัน อัพพอน ฮัลล์ มีชื่อเล่นของทีมว่า ไทเกอร์ส (เจ้าเสือน้อย หรือ พี่เสือในภาษาไทย)

ประวัติสโมสร[แก้]

ฮัลล์ ซิตี เป็นสโมสรฟุตบอลที่ตั้งมา 104 ปี ทว่าไร้ถ้วยรางวัลระดับใหญ่ อันดับในลีกสูงสุดที่เคยทำได้ก็คืออันดับที่สามของลีกอันดับสองของประเทศเท่านั้น หลังจากสโมสรถูกเทคโอเวอร์ โดย อดัม เพียร์สัน อดีตผู้อำนวยการด้านการเงินของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2000 -2001 ในตอนนั้น ฮัลล์ ซิตี ยังอยู่ในดิวิชั่นสาม โดยมีโอกาสเพลย์ออฟแต่ไม่ได้เข้าชิง เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของ ฮัลล์ ซิตี โดย อดัม เพียร์สัน ใช้เวลา 9 ปี เปลี่ยนไป 7 ผู้จัดการทีม จึงสามารถนำทีมดาด ๆ อย่าง ฮัลล์ ซิตี ขึ้นสู่พรีเมียร์ชิพได้สำเร็จในสมัยที่ ฟิล บราวน์ คุมทีม โดยฤดุกาล 2008/2009 ฮัลล์สร้างความฮือฮาให้วงการฟุตบอลด้วยการชนะถึง7 จาก 9 นัดแรก รวมถึงการปราบทีมอย่าง นิวคาสเซิลยูไนเต็ด อาร์เซนอล สเปอร์และเวสต์แฮม หลังจากนั้นผลงานทีมก็ตกต่ำลงอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล จนตกไปอยู่ในโซนตกชั้นและส่วนหนึ่งก็เกิดจากนักเตะตัวหลักโชว์ฟอร์มไม่ออกรวมไปถึงนักเตะที่ซื้อมาอย่างจิมมี่ บูลลาร์ดมีอาการบาดเจ็บ มานูโช่กองหน้าที่ยืมมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเล่นไม่ออก จนต้องไปลุ้นในวันสุดท้ายในเกมส์พบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะแพ้ไป 1-0 แต่โชคดีที่นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ดและ ซันเดอร์แลนด์ ต่างพ่ายแพ้ทั้งคู่ทำให้ฮัลล์ รอดพ้นการตกชั้นได้สำเร็จและในช่วงต้นฤดูกาล 2009-2010 ฮัลล์เซ็นสัญญาคว้าตัว แยน เวนเนกอร์ออฟ ฮัสเซลลิง กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์มาแบบไร้ค่าตัวหลังจากหมดสัญญาจากกลาสโกว์ เซลติก ซึ่งถือเป็นข่าวช็อกพอสมควรแต่ก็ไม่สามารถทำให้ฮัลล์ ผลงานดีขึ้นจนฟิล บราวน์ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากผลงานย่ำแย่จนตกไปอยู่ท้ายตารางสโมสรจึงมีมติแต่งตั้งเอียน ดาววี่ อดีตผู้จัดการทีมคริสตัล พาเรซเข้ามาคุมแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้

ในรายการเอฟเอคัพ ในฤดูกาล 2013-14 ฮัลล์ซิตีทำผลงานได้ดีมากจนสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกของสโมสร เมื่อต้องพบกับ อาร์เซนอล เจ้าของแชมป์รายการนี้มากถึง 10 ครั้ง[3] แม้ฮัลล์ซิตีจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที 3-2 ประตูก็ตาม แต่ในช่วงต้นของการแข่งขัน เพียงแค่ 9 นาทีแรก ฮัลล์ซิตีเป็นฝ่ายได้ประตูนำไปก่อน 0-2 และสร้างความกดดันให้กับอาร์เซนอลได้เป็นอย่างดี[4] และทำให้ได้ผ่านไปเล่นในรายการยูฟ่ายูโรปาลีก (รอบคัดเลือกรอบสาม) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ในฐานะที่เป็นหนึ่งในทีมคู่ชิงเอฟเอคัพ[2]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 สกอตแลนด์ GK อัลลาน แม็กเกรเกอร์
2 อังกฤษ DF ลีอาม โรเซเนียร์
3 ฮอนดูรัส DF เมย์เนอร์ ฟีกัวโรอา
4 ไอร์แลนด์เหนือ DF อเล็ก บรูซ
5 อังกฤษ DF เจมส์ เชสเตอร์
6 อังกฤษ DF เคอร์ติส เดวีส์
7 ประเทศไอร์แลนด์ MF เดวิด เมย์เลอร์
8 อังกฤษ MF ทอม ฮัดเดิลสโตน
9 อังกฤษ FW แดนนี เกรแฮม (ยืมตัวมาจาก ซันเดอร์แลนด์)
10 สโลวีเนีย MF โรเบิร์ต โคเรน (กัปตันทีม)
11 ประเทศไอร์แลนด์ MF ร็อบบี บราดี
14 อังกฤษ MF เจค ลิเวอร์มอร์ (ยืมตัวมาจาก ทอตนัมฮอตสเปอร์)
15 ประเทศไอร์แลนด์ DF พอล แม็กชาเน
16 สวิตเซอร์แลนด์ GK อัลดิน ยาคูโปวิช
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
17 สกอตแลนด์ MF จอร์ด บอยด์
18 อียิปต์ FW เกโด้ (ยืมตัวมาจาก อัล อาลี)
19 ไอร์แลนด์เหนือ DF โจ ดัดเกออน
20 โกตดิวัวร์ FW ยานนิค ซากโบ
22 อังกฤษ GK สตีฟ ฮาร์เปอร์
23 เซเนกัล DF อับดุลลาเย ฟาเย
24 ไนจีเรีย FW โชเน อลูโค
27 อียิปต์ MF อหเม็๋ด เอลโมฮามาดี
29 ประเทศไอร์แลนด์ MF สตีเฟน ควินน์
30 ประเทศไอร์แลนด์ MF โคเนอร์ เฮนเดอร์สัน
32 แอนติกาและบาร์บูดา FW คัลลัม จาฮาร์โด้-มาร์ติน
33 เยอรมนี FW นิค โพรชวิตซ์

เกียรติประวัติ[แก้]

  • ดิวิชั่น 3
ชนะเลิศ (1) : 1965–66
รองชนะเลิศ (1) : 2013–14[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Interesting KC Stadium Facts". KC Stadium. สืบค้นเมื่อ 11 July 2011. 
  2. 2.0 2.1 "“ปืน” ชิง “เอฟเอ คัพ” ภารกิจที่พลาดไม่ได้". ผู้จัดการออนไลน์. 16 May 2014. สืบค้นเมื่อ 18 May 2014. 
  3. "3 ชาติ 3 แชมป์". เดลินิวส์. 
  4. 4.0 4.1 "ยุติ 9 ปี “ปืน” พลิกแซงต่อเวลาซิว FA". ผู้จัดการออนไลน์. 18 May 2014. สืบค้นเมื่อ 18 May 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]