X-เม็น สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
X-เม็น สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต
X-Men: Days of Future Past
กำกับ ไบรอัน ซิงเกอร์
อำนวยการสร้าง ฝ่ายงานสร้าง
ลอเรน ชูเลอร์ ดอนเนอร์
ไบรอัน ซิงเกอร์
ไซมอน คินเบิร์ก
ฮัทช์ ปาร์คเกอร์
ฝ่ายบริหาร
สแตน ลี
ทอดด์ ฮาลโลเวล
จอช แมคลากเลน
เขียนบท ไซมอน คินเบิร์ก
เขียนเรื่อง ไซมอน คินเบิร์ก
แมทธิว วอห์น
เจน โกล์ดแมน
เค้าโครงจาก เดย์ ออฟ ฟิวเจอร์ พาสท์ โดย
คริส แคลร์มอนท์
จอห์น ไบรน์
นำแสดง ฮิวจ์ แจ็คแมน
เจมส์ แม็คอวอย
ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์
เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์
นิโคลัส เฮาลท์
ฮาลล์ เบอร์รี่
ชอว์น แอชมอร์
เอลเลน เพจ
แอนนา แพควิน
อดาน คานโต
แดเนียล คัดมอร์
ปีเตอร์ ดิงค์เลจ
ฟาน บิงบิง
จอช เฮลแมน
อีแวน ปีเตอรส์
บูบู สจ๊วต
โอมาร์ ซาย
เอียน แมคเคลเลน
แพทริก สจ๊วต
ดนตรีประกอบ จอห์น ออทแมน
กำกับภาพ นิวตัน โทมัส ซีเจล
ตัดต่อ จอห์น ออทแมน
ค่าย มาร์เวล เอนเตอร์เทนเมนต์
ทีเอสจี เอนเตอร์เทนเมนต์
แบด แฮด แฮร์รี่ โปรดักชันส์
เดอะ ดอนเนอร์'ส คอมปานี
จำหน่าย/เผยแพร่ ทเวนตี้ เซนจูรี่ ฟ็อกซ์
ฉาย23 พฤษภาคม 2014 (2014-05-23)
ความยาว 131 นาที (ฉบับฉายโรง)
148 นาที (ฉบับโร้คคัท)
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 200 ล้านดอล์ล่าสหรัฐ
รายได้ 746 ล้านดอล์ล่าสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ เดอะวูล์ฟเวอรีน
ต่อจากนี้ เดดพูล

X-เม็น สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต (อังกฤษ: X-Men: Days of Future Past) เป็นภาพยนตร์ซุเปอร์ฮีโร่อเมริกันของชุดภาพยนตร์เอ็กซ์เมน อำนวยการสร้าง, ร่วมเขียนและกำกับโดย ไบรอัน ซิงเกอร์ และเนื้อเรื่องตัวละครเอ็กซ์เมนในมาร์เวลคอมิกส์ เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 7 ของภาพยนตร์ชุด X-เม็น ออกฉายในวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 2014

เนื้อเรื่องกล่าวถึงการรวมตัวต่อสู้กับสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าเอ็กซ์เมน เพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสายพันธุ์ที่มีอายุข้ามสองยุคสมัยในภาพยนตร์เรื่องนี้ เหล่าตัวละครโปรดจากภาพยนตร์ไตรภาคเอ็กซ์เมนต้นฉบับกลับมาผนึกกำลังร่วมกับตัวเองในอดีตจาก X-เม็น รุ่น 1 ในการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องเปลี่ยนแปลงอดีตเพื่อรักษาอนาคตของเราไว้

หลังจากภาพยนตร์ได้ฉายไป ไบรอัน ซิงเกอร์ได้ทำฉบับตัดต่อใหม่ขึ้นมาชื่อว่า "เดอะ โร้ค คัท" โดยมีความยาวเพิ่มขึ้นจากฉบับฉายโรง 17 นาที และยังเพิ่มและดัดแปลงเนื้อหาจากฉบับดั้งเดิมอีกด้วย

เนื้อเรื่อง[แก้]

ปี 2023 เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถูกรุกรานโดยกองทัพหุ่น “เซนติเนล” ที่ตามกวาดล้างและทำลายมนุษย์กลายพันธุ์ให้สูญสิ้นไปจากโลก กลุ่มเอ็กซ์เม็นที่ประกอบไปด้วย โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ (แพทริค สจ๊วร์ต), แม็กนีโต้ (เอียน แม็คเคลเลน), โลแกน หรือวูล์ฟเวอรีน (ฮิวจ์ แจ็คแมน), สตอร์ม (ฮัลลี่ เบอร์รี่), ไอซ์แมน (ฌอน แอชมอร์), คิตตี้ ไพรด์ (เอลเลน เพจ), บลิงก์ (ฟ่าน ปิงปิง), บิชอพ (โอมาร์ ไซ), โคลอสซัส (แดเนียล คัดมอร์), ซันสป็อต (อาดาน คันโต) และวอร์พาธ (บูบู สจ๊วร์ต) ได้รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับหุ่นเซนติเนล คิตตี้ได้ใช้พลังของตัวเองเพื่อดึงจิตกลับไปยังอดีตและเตือนคนในอดีตให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะมาถึง แต่เหตุการณ์เริ่มบานปลายเพราะพวกเขาเริ่มต้านความแข็งแกร่งของเซนติเนลไม่ไหว ทำให้คิตตี้จึงรีบดึงจิตของบิชอพและตัวเอง เพื่อหนีกลับไปยังอนาคตเช่นเดิม

จากการปรึกษากันระหว่างกบดานในที่ปลอดภัย โลแกนอาสาตัวเองเพื่อกลับไปยังอดีตเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ก่อนที่มิสทีคหรือเรเวน (เจนนิเฟอร์ ลอวเรนซ์) จะสังหารโบลิวาร์ ทราสก์ (ปีเตอร์ ดิงเคลจ) ผู้ประดิษฐ์คิดค้นหุ่นเซนติเนล เพราะหลังจากเธอสังหารทราสก์ได้สำเร็จ เธอก็ถูกนำยีนไปสังเคราะห์เพื่อสร้างเซนติเนล โดยการดำเนินงานของสไตรค์เกอร์ (จอช เฮลแมน) ดังนั้นเมื่อหยุดมิสทีคไม่ให้สังหารทราสก์ได้ เซนติเนลก็จะถูกระงับการใช้งานไปด้วย คิตตี้จึงใช้พลังที่มีอยู่ของตัวเอง ดึงจิตของโลแกนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งห่างจากปีที่พวกเขากำลังมีปัญหาถึง 50 ปี

ย้อนเวลากลับไปยังปี 1973 โลแกนตื่นขึ้นมาและรู้ว่ากรงเล็บของตัวเองยังเป็นกระดูก เขาออกตามหาคนที่จะพาเขาไปหยุดแผนการสังหารของมิสทีค สถานที่ที่เขาเลือกไปก็คือ โรงเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ แต่คนที่เขาพบกลับเป็นแฮงค์ แม็คคอย / บีสต์ (นิโคลัส ฮอลท์) หรือที่รู้จักในนาม บีสต์ ก่อนที่ชาร์ลส์ (เจมส์ แม็คเอวอย) จะออกมาพบกับเขาในเวลาต่อมา

โลแกนพบว่าชาร์ลส์กลายเป็นคนที่ดูหมดรูป ด้วยการที่เกิดเหตุการณ์อันตรายจนต้องปิดโรงเรียนสอน เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์หลายคนได้เสียชีวิตไป ทำให้ชาร์ลส์ขังตัวเองอยู่ในแมนชั่นโดยมีแฮงค์คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แฮงค์ได้เปิดเผยว่าชาร์ลส์เกิดอาการติดยา เป็นยาที่ทำให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องแลกกับความสามารถในการควบคุบจิตที่หายไป โลแกนได้เปิดปากขอให้ชาร์ลส์ช่วย แต่ชาร์ลส์ได้ปฏิเสธ จนโลแกนต้องตอบกลับไปว่าคนที่ฝากเขามาบอกในที่นี้ ก็คือชาร์ลส์ในอนาคต

หลังจากพูดคุยจนชาร์ลส์ตกลงที่จะช่วย ชาร์ลส์ได้บอกว่าจะต้องไปหาอีริค หรือแม็กนีโต้ เพราะเขาน่าจะช่วยเกลี้ยกล่อมเรเวน หรือมิสทีคได้ แต่อีริคก็ถูกคุมตัวอยู่ในคุกที่มีมาตรการป้องกันแน่นหนา ด้วยข้อหาสังหารประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ และคนเดียวที่สามารถเข้าไปในคุกแห่งนี้ได้โดยไม่เป็นที่สงสัยก็คือ ควิกซิลเวอร์

โลแกน, ชาร์ลส์ และแฮงค์ ได้ขับรถมายังบ้านของครอบครัวแม็กซิมอฟฟ์เพื่อมาพบกับ ปิเอโตร ‘ปีเตอร์’ แม็กซิมอฟฟ์ หรือควิกซิลเวอร์ (อีวาน ปีเตอร์ส) เด็กหนุ่มที่เคลื่อนไหวร่างกายได้รวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน หลังจากพูดคุยตกลงกันได้ซักพัก พวกเขาทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังตึกเพนตากอน สถานที่ที่แม็กนีโต้ถูกคุมขังอยู่

การเข้าไปยังตึกเพนตากอนของ โลแกน, ชาร์ลส์, แฮงค์ ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่จากปีเตอร์ ซึ่งคนดูจะได้เห็นความสามารถของเขาแบบเต็มตา ไล่ตั้งแต่การใช้ฝ่ามือวางนาบกระจกแล้วส่งแรงถี่สูงจนกระจกแตกเป็นเสี่ยง, การพาอีริคออกจากห้องขังผ่านนายตำรวจเป็นสิบคนไปยังลิฟท์ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

เมื่อโลแกน, ชาร์ลส์ และแฮงค์ ได้ตัวอีริค พวกเขาก็ขึ้นเครื่องบินส่วนตัวมุ่งหน้าไปยังกรุงปารีส เพื่อหยุดยั้งแผนการสังหารของมิสทีคที่จะมีในวันรุ่งขึ้น ในช่วงที่นั่งพักผ่อนบนเครื่องบิน ชาร์ลส์กับอีริคได้มีปากเสียงกัน ชาร์ลส์โทษอีริคว่าทำให้ชีวิตของเขาต้องล้มเหลว ในขณะที่อีริคก็โต้กลับชาร์ลส์ว่าเขาหายไปไหนเวลาที่ทุกคนต้องการตัว ซึ่งเป็นเหตุให้ แองเจิ้ล, แบนชี, อาซาเซล และเอ็มม่า ฟรอสต์ ต้องถูกนำตัวไปทดลอง โดยสันนิษฐานได้ว่าทุกคนเสียชีวิตหมดแล้ว

ในขณะที่ฝ่ายค้านกำลังเดินทางมาคัดค้าน ฝ่ายมิสทีคก็ได้วางแผนเข้าไปหานายพลชาวเวียดนามคนหนึ่ง เธอปลอมตัวเป็นเขาเพื่อเข้าร่วมการประชุมที่มีทราสก์มานำเสนอโครงการหุ่นเซนติเนล และในที่สุดเธอก็จ่อปืนไปยังเป้าหมาย แต่เธอก็ถูกขัดขวางโดยชาร์ลส์, อีริค, แฮงค์ และโลแกน ซึ่งทำให้ทราสก์รอดตัวไปอีกครั้ง ในขณะที่โลแกนได้พบกับสไตรค์เกอร์ คนที่เขารู้สึกว่าเหมือนเคยเจอกันมาก่อน โลแกนเริ่มปวดหัวเมื่อมีภาพต่างๆนานาแล่นเข้ามา ทำให้เขาในปี 2023 ปล่อยกรงเล็บเหล็กแหลมคมไปเฉี่ยวที่ไหล่ซ้ายของคิตตี้จนเธอเลือดไหลเป็นทาง โลแกนจึงเกิดสภาวะจิตหลุดชั่วขณะ ก่อนที่เขาจิตของเขาจะกลับคืนสู่สภาพปกติ

อีริคพยายามฆ่ามิสทีค โดยให้เหตุผลว่าเมื่อเธอถูกฆ่าแล้วเรื่องทุกอย่างน่าจะจบ มิสทีคจึงรีบกระโดดทะลุกระจกหนีอีริคไปทันที แต่ไม่วายโดนกระสุนเบี่ยงจากอีริคแฉลบโดนเข้าที่ขา ซึ่งทำให้เธอตกลงมาที่พื้นเบื้องล่างด้วยคราบเลือด พร้อมกับสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองเหมือนว่าเธอเป็นตัวประหลาด

การปรากฏตัวอย่างน่าตื่นตระหนกต่อสายตานับล้านทางจอโทรทัศน์ ได้ทำให้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน (มาร์ค คามาโช่) อนุมัติโครงการหุ่นเซนติเนลที่โบลิวาร์ ทราสก์ นำมาเสนอ และทำให้อีริควางแผนบางอย่าง เขารู้ว่าการกำจัดมิสทีคไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะทางการได้ตัวอย่างเลือดของมิสทีคที่หยดเป็นทางบนถนนไปทำการทดลองแล้ว เขาจึงวางแผนขั้นต่อไปและมันดูจะอันตรายมากกว่าเดิม

หลังจากความผิดพลาดในการหยุดยั้งมิสทีค ชาร์ลส์, แฮงค์ และโลแกน ได้กลับมายังที่พัก ซึ่งชาร์ลส์เกิดต้องการยาด่วน แต่หลังจากที่โลแกนพูดเตือนว่าเขาต้องใช้ความสามารถทางจิตเพื่อตามหามิสทีคให้เจอ ชาร์ลส์จึงได้สติและไม่ฉีดยาเข้าที่แขนของตัวเอง ก่อนที่ชาร์ลส์จะเข้าไปใช้ซีรีโบรเพื่อตามหามิสทีค ซึ่งครั้งแรกไม่สำเร็จ จนโลแกนอนุญาตให้เขาเพ่งจิตไปหาคนในอนาคต ชาร์ลส์ในปี 1973 ได้เจอกับชาร์ลส์ในปี 2023 ทั้งสองพูดคุยกัน และทำให้การตามหาตัวมิสทีคในครั้งที่สองประสบความสำเร็จ เธอกำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังวอชิงตันดีซี

ทราสก์และสไตรค์เกอร์ที่ได้ตัวอย่างเลือดของมิสทีคจากรอยหยดบนถนนในกรุงปารีส ได้นำเลือดของเธอมาใช้สร้างหุ่นเซนติเนลระยะเริ่มต้น ในขณะที่อีริคก็แอบดูการขนถ่ายหุ่นเซนติเนลเพื่อส่งไปนำเสนอที่งานเปิดตัวในวอชิงตันดีซี ซึ่งอีริคได้ตามรถไฟที่มีหุ่นเซนติเนลอยู่ภายใน เข้าดึงเหล็กเส้นทางรถไฟและนำมันไปประสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหุ่นเซนติเนล เพื่อให้เขาสามารถควบคุมหุ่นทั้งหมดได้เมื่อเวลาสำคัญมาถึง

แม็กนีโต้มุ่งหน้าไปยังอาคารที่เก็บหมวกที่เขาโดนยึดไว้ โดยฉากนี้จะเห็นปีกของแองเจิ้ล, หมวกของแม็กนีโต้ และเกราะของฮาว็อค เก็บไว้ในห้องนิรภัย ซึ่งอีริคนำหมวกออกไปอย่างเดียว ในขณะที่เหตุการณ์ในอนาคต วอร์พาธรู้สึกถึงการมาของยานรบเซนติเนล ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบไมล์ เขาป่าวประกาศให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือ

ทางด้านแม็กนีโต้ในอดีต เขาได้เข้าไปยังสนามกีฬา และยกสนามกีฬาทั้งสนามลอยขึ้นเหนือฟ้า มุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานเปิดตัวโครงการเซนติเนล ซึ่งมีชาร์ลส์, แฮงค์ และโลแกน เข้ามาร่วมงานเพื่อตามหามิสทีค ที่เธอหมายจะสังหารทราสก์ภายในงาน ชาร์ลส์ใช้จิตส่องหามิสทีคทั้งงานก็ยังไม่พบ จนเมื่อเพ่งสมาธิดีๆ เขาก็ได้ยินเสียงความคิดของเธอ เขาพูดให้เธอล้มเลิกแผนการ แต่เธอก็ปฏิเสธ ในเวลาเดียวกับหุ่นเซนติเนลที่ลอยขึ้นเหนือฟ้า จากการควบคุมของอีริค ที่ลอยเข้ามาพร้อมกับสนามกีฬาทั้งสนาม

ในอนาคต สตอร์มได้ลอยขึ้นไปบนฟ้า เธอควบคุมสายฟ้าและเมฆหมอก เป็นผลให้ยานที่บรรจุหุ่นเซนติเนลชนกันและระเบิดขึ้น หุ่นเซนติเนลนับไม่ถ้วนเหาะเร็วรี่มายังแหล่งกบดาน สตอร์ม, บิชอพ, โคลอสซัส, ซันสป็อต, บลิงก์ และวอร์พาธ เตรียมพร้อมในการต่อสู้ แม็กนีโต้ที่อยู่ภายในก็เดินออกมาช่วยต่อสู้ด้วยอีกแรง

เหตุการณ์ในงานเปิดตัวโครงการเซนติเนลชุลมุนวุ่นวาย จนประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน และบอดี้การ์ดทั้งหลายรีบวิ่งลงไปยังห้องนิรภัยใต้ดิน โดยมีมิสทีคที่ปลอมตัวเข้าไปรวมกลุ่มอยู่ด้วย ผ่านไปซักพัก สัญญาณเตือนมนุษย์กลายพันธุ์จากเครื่องมือของทราสก์ก็ดังขึ้น ทุกคนในห้องจึงรู้ว่ามีมนุษย์กลายพันธุ์แอบเข้ามาในห้องนี้

ในอดีต อีริคเข้าต่อสู้กับโลแกนและแฮงค์ในร่างบีสต์ โลแกนถูกอีริคพันด้วยขดลวดหนา ก่อนถูกโยนไปลงน้ำ ส่วนบีสต์ถูกเขวี้ยงไปหล่นในรถ ในขณะที่ชาร์ลส์ถูกโครงเหล็กของสนามกีฬาหล่นทับไปไหนไม่ได้ อีริคดึงห้องนิรภัยใต้ดินออกมา เขาพูดต่อหน้ากล้องและต่อหน้าคนทั้งโลก บอกถึงเหตุผลว่าทำไมมนุษย์ต้องเข่นฆ่ามนุษย์กลายพันธุ์ ทำไมอยู่ร่วมกันไม่ได้ โดยผู้คนทั้งมนุษย์กลายพันธุ์และคนทั่วไปต่างจับจ้องการออกอากาศสดทางทีวีของอีริค

ในระหว่างนั้นมิสทีคในคราบของริชาร์ด นิกสัน ได้ปรากฏตัวต่อหน้า ก่อนจะกลายร่างเป็นสาวผิวสีฟ้าเข้ม ผมสีแดง เธอยิงทะลุคอของอีริค ทำให้เขาล้มลงไปนอนที่พื้น และหันหลังมาจะยิงทราสก์ ซึ่งมีชาร์ลส์คอยห้ามไว้อีกครั้ง

การตัดสินใจครั้งนี้ของมิสทีคคือความหวังเดียวของมวลมนุษยชาติ ในอนาคตห่างจากนี้ไป 50 ปี สตอร์ม, บิชอพ, โคลอสซัส, ซันสป็อต, วอร์พาธ, บลิงก์ จนมาถึงไอซ์แมน ไม่มีใครรอดซักคนเดียว เซนติเนลบุกมาถึงห้องภายในที่มีคิตตี้ควบคุมจิตของโลแกนอยู่ โดยมีชาร์ลส์ และแม็กนีโต้ที่บาดเจ็บ นั่งอยู่เคียงข้าง ความหวังสุดท้ายหริบหรี่ไร้ทางรอดใดๆ แต่ท้ายที่สุดมิสทีคก็เชื่อคำพูดของชาร์ลส์ และอนาคตทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นทันที

ฉากเครดิตท้ายเรื่อง เอ็น ซาบาห์ นูร์ ชายที่ผิวกายสีเทาผอมซีด ชูมือขึ้นเหนือหัว กำลังใช้พลังประกอบปิรามิด โดยมีบริวารทั้งหลายก้มคำนับและเปล่งเสียงว่า “เอ็น ซาบาห์ นูร์” อยู่เบื้องล่าง ภาพตัดมามุมขวาง เราจะได้เห็นหน้าด้านข้างของเอ็น ซาบาห์ นูร์ ก่อนที่ภาพจะตัดหายไป พร้อมกับกลุ่มจตุรอาชาทั้ง 4 นั่งบนหลังม้าอยู่บนเนินทราย

นักแสดง[แก้]

บทบาท นักแสดงเดิม โลก พากย์ไทย ไทย
โลแกน / วูล์ฟเวอรีน ฮิวจ์ แจ็คแมน จักรกฤษณ์ หาญวิชัย
ชาร์ลส์ ซาเวียร์ / ศาสตราจารย์เอ็กซ์ แพทริค สจ๊วต (วัยแก่)
เจมส์ แม็คอะวอย (วัยหนุ่ม)
รอง เค้ามูลคดี (วัยแก่)
ธนศักดิ์ อุ่นอ่อน (วัยหนุ่ม)
อีริค เลนเชอร์ / แม็กนิโต เอียน แม็คเคลเลน (วัยแก่)
ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์ (วัยหนุ่ม)
เกรียงศักดิ์ เหรียญทอง (วัยแก่)
ภัทรวุฒิ สมุทรนาวี (วัยหนุ่ม)
แฮงค์ แม็คคอย / บีสต์ นิโคลัส เฮาลต์ ศิริชัย เจริญกิจธนกุล
ควิกซิลเวอร์ อีแวน ปีเตอร์ส คมสรร รัตนากรบดี
รเว็น ดาร์กโฮล์ม / มิสทีค เจนนิเฟอร์ โลว์เรนซ์ ชิดชนก แย้มมา
โอโรโร่ มอนโร / สตอร์ม ฮัลลี เบอร์รี กรณิการ์ ประภัสภักดี
คิตตี้ ไพรด์ เอลเลน เพจ อังคณา พานประทีป
โร้ค แอนนา แพควิน กรรณิกา อยู่ยงสินธ์
บลิงก์ บิงบิง แฟน
วอร์แพธ บูบู สจ๊วต อภินันท์ ธีระนันทกุล
ซันสป็อต อดัม แคนโต ชานนท์ จำเนียรแพทย์
ไอซ์แมน ชอว์น แอชมอร์ อัศวิน กมโลบล
บิชอป โอมาร์ ซาย สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล
โคลอสซัส แดเนียล คัดมอร์ อิทธิพล มามีเกตุ
โบลิวาร์ ทราก ปีเตอร์ ดิงค์เลจ ปิยะ ชำนาญกิจ
พันเอกวิลเลียม สไตรค์เกอร์ จอช เฮลแมน กริน อักษรดี
อเล็กซ์ ซัมเมอร์ / ฮาวอค ลูคัส ทิว จักรรัตน์ ศรีรักษ์
โท้ด อีแวน โจนิกคีธ วรวุฒิ วรเนตร
จีน เกรย์ ฟัมเกอ ยันส์เซิน ปัณฑิตา เล็กเจริญ
ประธานาธิบดีนิกสัน มาร์ค คามาโช บัญชา เหมะบุตร
นายพลฮวน Thai-Hoa Le จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร
ร้อด รอดดี Massimo Cannistraro ณฐพงษ์ เธียรสวัสดิ์กิจ
รัฐมนตรีกลาโหม Davis เล็น เวน์ สุวรรณ อ่วมมีเพียร

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]