ท้าวสมศักดิ์ (เจ้าจอมมารดาเหม ในรัชกาลที่ 4)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ท้าวสมศักดิ์ (เจ้าจอมมารดาเหม)
ท้าวสมศักดิ์.jpg
เกิดพ.ศ. 2382
เสียชีวิต18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 (83 ปี)[1]
คู่สมรสพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
บุตรพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์
บิดามารดาพระอัคนีสร (พิณ)
แย้ม อัคนีสร

ท้าวสมศักดิ์ นามเดิม เหม (พ.ศ. 2382 — 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465) เป็นพระสนมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[2] ประสูติการพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ ต้นราชสกุลโศภางค์ ณ อยุธยา[1][3]

ประวัติ[แก้]

ท้าวสมศักดิ์ มีนามเดิมว่าเหม เกิดราวปี พ.ศ. 2382 เป็นธิดาของพระอัคนีสร (พิณ) กับแย้ม (สกุลเดิม สุวรรณทัต) มารดาเป็นน้องสาวของพระยาราชภักดี (ทองคำ สุวรรณทัต)[4][5] และเจ้าจอมมารดางิ้ว พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี[6] นอกจากนี้ยังเป็นญาติกับเจ้าจอมมารดาเขียน ในรัชกาลที่ 4 เมื่อนับจากฝ่ายมารดา[7][8]

เจ้าจอมมารดาเหมได้เข้าถวายตัวเป็นฝ่ายในสนองพระเดชพระคุณเป็นพระสนมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตรัสเรียกเจ้าจอมมารดาเหมว่า "แฝดเหม"[9] และได้รับพระราชทานหีบลงยาและขันทองคำ[2] เจ้าจอมมารดาเหมประสูติการพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ (18 กรกฎาคม พ.ศ. 2405 — 11 ตุลาคม พ.ศ. 2432) เป็นต้นราชสกุลโศภางค์ ณ อยุธยา[1][3]

หลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว เจ้าจอมมารดาเหมก็ยังพำนักอยู่ในพระบรมมหาราชวัง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยทรงพระกรุณาแต่งตั้งให้เป็น ท้าวสุภัตติการภักดี พนักงานตรวจเครื่องวิเสทสำหรับราชการต่าง ๆ ในพระมหามณเฑียร ถือศักดินา 1,000 ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2434[10] ต่อมาเลื่อนเป็น ท้าวอินทรสุริยา ปฏิบัติงานห้องเครื่องวิเสท และตำแหน่ง ท้าวสมศักดิ์ ปฏิบัติงานว่าการพนักงานฝ่ายในทั้งปวง เป็นตำแหน่งสุดท้าย[1][4][5]

ท้าวสมศักดิ์ ป่วยเป็นโรคชรา ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 สิริอายุ 83 ปี เวลาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ มีประโคมกลองชนะเขียว 10 จ่าปี่ 1 หีบลองในและหีบทองประกอบนอก กับรถวอประเทียบรับศพเป็นเกียรติยศ[11]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 ราชสกุลวงศ์, หน้า 72
  2. 2.0 2.1 2.2 "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ฝ่ายใน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 21 (32): 570. 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447.
  3. 3.0 3.1 "ย้อนรอยสายราชสกุล…ในพระบรมราชจักรีวงศ์ (จบ)". ผู้จัดการรายวัน. 13 กุมภาพันธ์ 2551. สืบค้นเมื่อ 28 เมษายน 2560.
  4. 4.0 4.1 พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม, หน้า 315
  5. 5.0 5.1 พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระชายานารี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ในรัชกาลที่ ๑-๗, หน้า 133
  6. พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม, หน้า 76
  7. พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม, หน้า 313
  8. พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระชายานารี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ในรัชกาลที่ ๑-๗, หน้า 131
  9. คาถาพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามพระราชโอรสธิดา, หน้า 36
  10. "พระราชทานสัญญาบัตรฝ่ายใน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 8 (33): 282. 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2434. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2560.
  11. "ข่าวตาย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 39 (ง): 2363. 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2560.
  12. "พระราชพิธีฉัตรมงคล แลถวายบังคมพระบรมรูป" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 28 (0ง): 1767. 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454.
  13. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัตยุบันฝ่ายใน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 28 (0ง): 80. 16 เมษายน พ.ศ. 2454.
บรรณานุกรม
  • กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ (2554). ราชสกุลวงศ์ (PDF). กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร.
  • กัลยา เกื้อตระกูล. พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระชายานารี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอม ในรัชกาลที่ ๑-๗ กรุงเทพฯ : ยิปซี. 2552
  • พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. คาถาพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามพระราชโอรสธิดา. พระนคร : ราชบัณฑิตยสภา. 2472.
  • ส.พลายน้อย. พระบรมราชินีและเจ้าจอมมารดาแห่งราชสำนักสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : ฐานบุ๊คส์, 2554,