สาธารณสุขในประเทศอินเดีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้กล่าวถึงสภาวะทางสุขภาพของประชากรอินเดีย สำหรับระบบให้บริการสาธารณสุขในประเทศอินเดีย ดูที่ บริการสุขภาพในประเทศอินเดีย

สาธารณสุขในประเทศอินเดียและสุขภาพของพลเมืองอินเดียนั้นมีความไม่เท่าเทียมอย่างมากระหว่างแต่ละรัฐของประเทศอินเดีย เช่น อัตราการเสียชีวิตแรกเกิดของทารกในรัฐเกรละ อยู่ที่ 6:1000[1] ในขณะที่ในรัฐอุตตรประเทศสูงถึง 64:1000 รายของทารกที่เสียชีวิตเมื่อแรกคลอด[2] ประชากรอินเดียเมื่อปี 2011 นั้นมีอยู่ราว 1.21 พันล้าน (ชาย 0.62 พันล้านคน และหญิง 0.588 พันล้านคน)[3]

ตัวบ่งชี้สำคัญของสาธารณสุขในอินเดียคือ การคาดหมายคงชีพเมื่อแรกเกิด (life expectancy at birth) ซึ่งพลเมืองของอินเดียนั้นเพิ่มสูงขึ้นจาก 49.7 ปีในช่วง 1970–1975 เป็น 67.9 ปีในช่วง 2010–2014 โดยการคาดหมายคงชีพของผู้หญิงอยู่ที่ 69.6 ปี และของผู้ชายอยู่ที่ 66.4 ปี[3] ในปี 2018 การคาดหมายคงชีพเมื่อแรกเกิดนั้นกล่าวกันว่าอยู่ที่ 69.1 ปี[4] ส่วนอีกตัวบ่งชี้หนึ่งคืออัตราการเสียชีวิตทารกเมื่อแรกเกิด (infant mortality rate) นั้นลดลงจาก 74 รายต่อทารก 1,000 คนในปี 1994 เหลือเพียง 37 รายต่อทารก 1,000 คนในปี 2015 อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างมากระหว่างในพื้นที่ชนบท (อยู่ที่ 41:1000) กับเขตเมือง (25:1000)[3]

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดปีสุขภาวะที่สูญเสียไปจากโรคและการบาดเจ็บของประชากร (Disability-Adjusted Life Years-DALYs) ในชาวอินเดียเมื่อปี 2559 สำหรับทุกเพศทุกวัยคือโรคหัวใจขาดเลือด (คิดเป็น 8.66% ของ DALYs ทั้งหมด), โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (คิดเป็น 4.81% ของ DALYs ทั้งหมด), ท้องร่วง (คิดเป็น 4.64% ของจำนวน DALYs ทั้งหมด) และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง (คิดเป็น 4.35% ของ DALYs ทั้งหมด)[5]

ปัญหาสุขภาพ[แก้]

การขาดสารอาหาร[แก้]

ดูบทความหลักที่: Malnutrition in India

ตามในรายงานเมื่อปี 2005 ระบุวว่าเด็กอินเดีย 60% ที่อายุต่ำกว่าสามปีขาดสารอาการ ซึ่งสูงกว่าในพื้นที่ sub-Saharan ของแอฟริกา[6] ดัชนีความหิวสากล (Global Hunger Index) ของประเทศอินเดียนั้นอยู่ที่ลำดับ 67 จาก 80 ประเทศ ซึ่งหนักกว่าประเทศอย่างเกาหลีเหนือ หรือซูดาน นอกจากนี้เด็กอายุต่ำกว่าห้าปี 44% มีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ (underweight) ในขณะที่ทารกแรกเกิด 72% มีอาการโลหิตจาง[7]

พื้นที่ในอินเดียซึ่งมีการขาดสารอาหารในเด็กอย่างรุนแรง:[7]

  1. รัฐอุตตรประเทศ: เด็กส่วนใหญ่ที่นี่ที่อายุน้อยกว่าห้าปีมีปัญหาแคระแกร็น ตัวไม่โต ด้วยการขาดสารอาหาร
  2. รัฐทมิฬนาฑู: จากการสำรวจ National Family Health Survey พบว่าเด็ก 23% ในรัฐนี้มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ในขณะที่ 25% ของเด็กในเชนไนมีปัญหาแคระแกร็น
  3. รัฐมัธยประเทศ: ข้อมูลจากปี 2015 พบว่าในรัฐนี้มีเด็กขาดสารอาหารมากที่สุดในอินเดีย ในจำนวนนี้ 74.1% ที่อายุต่ำกว่า 6 ปีมีอาการโลหิตจาง และ 60% มีอาการขาดสารอาหาร
  4. ฌารขัณฑ์ และรัฐพิหาร: ฌารขัณฑ์มีจำนวนเด็กขาดสารอาหารมากที่สุดในอินเดียเป็นอันดับสองอยู่ที่ 56.5% ตามด้วยพิหารที่ 55.9%.

รูปแบบของอาการขาดสารอาหาร[แก้]

การขาดสารอาหารในเด็ก[แก้]

Infants and preschool children[9]
อาการ ความถี่ (%)
น้ำหนักเมื่อแรกเกิดต่ำ 22
Kwashiorkor/Marasmus# <1
Bitot's spots# 0.8-1.0
Iron deficiency anaemia (6–59 เดือน) 70.0
น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (weight for age)* (<5 ปี)# 42.6
แคระแกร็น (height for age)* (<5 ปี)# 48.0
Wasting (weight for height)*# 20.0
น้ำหนักเกิน/โรคอ้วนในเด็ก 6-30

* : <Median -2SD จากมาตรฐานการเติบโตของเด็กโดย WHO (Child Growth Standards)

# : NNMB Rural Survey - 2005-06

การขาดสารอาหารในผู้ใหญ่[แก้]

Adults (prevalence)[9]
อาการ หน่วย ชาย หญิง
เขตเมือง เขตชนบท# เขตชนเผ่า^ เขตเมือง เขตชนบท# เขตชนเผ่า^
Chronic energy deficiency (BMI <18.5) % 33.2 40.0 36.0 49.0
โลหิตจางในผู้หญิง (รวมถึงในหญิงตั้งครรภ์) % 75
โรคขาดไอโอดีน - Goitre millions 54
โรคขาดไอโอดีน - Cretinism millions 2.2
โรคขาดไอโอดีน – Still births (includes neo-natal deaths) 90,000
โรคเรื้อรังที่เกิดจากโรคอ้วน (BMI >25) % 36.0 7.8 2.4 40.0 10.9 3.2
ความดันโลหิตสูง % 35.0 25.0 25.0 35.0 24.0 23.0
เบาหวาน (ปี 2006) % 16.0 5.0 16 5.0
โรคหลอดเลือดหัวใจ % 7–9 3–5 7–9 3–5
อัตราระบุโรคมะเร็ง ต่อล้านคน 113 123

* : <Median -2SD จาก WHO Child Growth Standards

# : NNMB Rural Survey - 2005-06

^ : NNMB Tribal Survey - 2008-09

โรคติดต่อ[แก้]

โรคติดต่อเช่นโรคเด็งกี, โรคตับอักเสบ, วัณโรค, มาลาเรีย และปอดบวม เป็นโรคที่ยังคงระบาดในประเทศอินเดียเนื่องด้วยความต้านทานต่อยาที่สูงขึ้น (increased resistance to drugs)[10] ในปี 2011 ประเทศอินเดียได้เกิดอาการการดื้อยาทั้งหมด ('totally drug-resistant') ของ วัณโรค[11] ในขณะที่ เอชไอวี/เอดส์ในประเทศอินเดียนั้นสูงเป็นอันดับที่สามในบรรดาประเทศที่มีผู้ป่วยเอชไอวี องค์กรควบคุมมโรคเอดส์แห่งชาติ (National AIDS Control Organisation) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการควบคุมและกำจัดภาวะการแพร่ระบาดของโรคนี้ในอินเดีย[12] ส่วนโรคเกี่ยวกับท้องร่วง (Diarrheal diseases) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญในเด็กวัยแรกเริ่ม[13] โรคต่าง ๆ เหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสะอาดในอินเดียที่ต่ำ และน้ำดื่มสะอาดปลอดภัยที่มีไม่เพียงพอ[14] ประเทศอินเดียมีผู้ป่วยโรคเรบีสมากที่สุดในโลก ส่วนมาลาเรียยังคงเป็นโรคตามฤดูในอินเดียเป็นเวลายาวนาน เช่นเดียวกับ Kala-azar, เด็งกี และชิคุนกุนยา ซึ่งสองโรคหลังนั้นติดต่อผ่านทางยุง Aedes[3]

ในปี 2012 ประเทศอินเดียได้ประกาศว่าเป็นประเทศปราศจากโรคโปลิโอ (polio-free) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์[15] ด้วยผลจากการจัดโครงการ Pulse Polio ของรัฐบาลที่เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปี 1995–96[16]

การเสียชีวิตแรกเกิด[แก้]

แม้จะมีการปรับปรุงพัฒนาในด้านสุขภาพในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมา แต่หลายชีวิตยังคงสูญหายไปด้วยโรตในวัยแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิดที่ไม่เพียงพอและสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการคลอดบุตรทำให้มีเด็กมากกว่าสองล้านคนเสียชีวิตทุก ๆ ปีจากการติดเชื้อที่ป้องกันได้[17] ในประเทศอินเดียมีเด็กประมาณ 1.72 ล้านคนเสียชีวิตก่อนอายุครบหนึ่งขวบในทุก ๆ ปี[18] ส่วนอัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบนั้นได้ลดลงมาเรื่อย ๆ จากอัตราการเสียชีวิต 202 และ 190 รายต่อเด็ก 1000 คนในปี 1970 ถึง 64 ตามลำดับ และเหลือเพียง 50 รายต่อเด็ก 1000 คนในปี 2009 ในปี 2018 จำนวนนี้ลดลงมาที่ 41.1 รายต่อ 1000 คน[18][19][4] However, this decline is slowing. Reduced funding for immunization leaves only 43.5% of the young fully immunized.[20]

ความสะอาด[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: Water supply and sanitation in India

ในปี 2008 มีครัวเรือนในอินเดียมากกว่า 122 ล้านครัวเรือนที่ไม่มีส้วม และ 33% ไม่สามารถเข้าถึงส้วมได้ นอกจากนี้ประชากรมากกว่า 50% (638 ล้าน) อุจจาระในพื้นที่เปิด (การประมาณการณ์ในปี 2008)[21] ตัวเลขนี้สูงกว่าบังกลาเทศ, บราซิล (7%) และจีน (4%).[21] ประชากรกว่า 211 ล้านคนได้รับการเข้าถึงความสะอาดที่พัฒนาแล้วในระว่างปี 1990–2008[21] อย่างไรก็ตามด้วยความสำเร็จของปฏิบัติการสวัฉภารัต ("Swacch Bharat Mission") ของรัฐบาลอินเดียที่เริ่มต้นในปี 2014 ประเทศอินเดียได้สร้างส้วมเพิ่มจำนวนกว่า 110 ล้านส้วมทั่วประเทศด้วยงบประมาณ 28 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ข้อมูลในปี 2018 ระบุว่าครัวเรือนอินเดียกว่า 95.76% สามารถเข้าถึงส้วม และในปี 2019 รัฐบาลได้ประกาศให้ประเทศอินเดียเป็นประเทศปราศจากการขับถ่ายในที่เปิดสาธารณะ (Open Defecation Free (ODF))[22]

สำหรับการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและปลอดภัยในอินเดียนั้น การเข้าถึงแหล่งน้ำดื่มสะอาดในอินเดียได้พัฒนาขึ้นจากประชากร 68% สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดได้ในปี 1990 ขึ้นมาเป็น 88% ในปี 2008[21] อย่างไรก็ตาม มีเพียง 26% ของประชากรในสลัมที่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดได้[22] นอกจากนี้ประชากรประมาณ 25% เข้าถึงน้ำสะอาดจากแหล่งน้ำส่วนตัว ปัญหานี้เลวร้ายลงด้วยระดับน้ำบาดาลในอินเดียได้ลดลงจากการสูบน้ำขึ้นมาใช้เพื่อการประปาและเกษตรกรรม[21] นอกจากนี้ยังมีปัญหาแหล่งน้ำปนเปื้อนด้วยขยะหรือสารเคมีที่ถูกทิ้งอย่างไม่เป็นระบบประกอบด้วย[21]

ปัญหาสุขภาพสตรี[แก้]

ดูบทความหลักที่: Women's health in India

ปัญหาสำคัญของสุขภาพสตรีอินเดียคือการเข้าไม่ถึงการทำคลอดโดยผู้ที่มีทักษะ รวมถึงจำนวนการดูแลทางสูตินรีเวชที่ไม่เพียงพอในประเทศ นอกจากนี้ มีคุณแม่อินเดียเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับ complete antenatal care และเพียง 58 เปอร์เซ็นต์ได้รับยาพวก iron หรือ folate tablets or syrup อย่างครบถ้วน[17]

สาธารณสุขในพื้นที่ชนบท[แก้]

ประชากรของประเทศอินเดีย 68% อาศัยอยู่ในเขตชนบท[23] ครึ่งหนึ่งของประชากรในชนบทนี้อาศัยอยู่ในความยากจนต่ำกว่าขีดเส้นความยากจน ซึ่งส่งผลให้เป็นเรื่องยากในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสม[24] ปัญหาสุขภาพในชนบทนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่มาลาเรียไปจนถึงมะเร็ง[25]

สาธารณสุขในพื้นที่เขตเมือง[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: Urbanisation in India

โครงการริเริ่ม[26][แก้]

โครงการการศึกษาด้านสุขภาพ[แก้]

ถึงแม้รัฐบาลอินเดียจะมีความพยายามในการเริ่มโครงการเกี่ยวกับการศึกษาด้านสุขภาพทั้งในชนบท เขตเมือง และสลัม แต่นักวิชาการต่างชาติมีความเห็นว่าโครงการเช่น ปฏิบัติการสุขภาพในชนทบทแห่งชาติ (National Rural Health Mission; NRHM) หรือ ปฏิบัติการสุขภาพในเขตเมืองแห่งชาติ (National Urban Health Mission; NUHM) ล้วนมีผลกระทบเพียงในระยะสั้น[27] ตัวอย่างสำคัญคือโครงการสร้างภูมิคุ้มกันแห่งชาติ (National Immunization Programme) ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการฉีดวัคซีนให้กับประชากรในสลัมเพื่อลดการแพร่เช้อโรคติดต่อ ซึ่งงานวิจัยพบว่าโครงการนี้ได้ผลเพียงจำกัด เนื่องด้วยประชากรในสลัมยังขาดความเข้าใจในความจำเป็นต่อการมีภูมิคุ้มกัน[28] สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลอินเดียจะต้องมีความพยายามในการสร้างโ๕รงการที่จะช่วยสร้างการรักษาโรคแบบป้องกันในชุมชนสลัมในระยะยาวให้เกิดขึ้น[29]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. National Family Health Survey - 4, State Fact Sheet - Kerala.[ลิงก์เสีย]
  2. National Family Health Survey - 4, State fact sheet - Uttar Pardesh.[ลิงก์เสีย]
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 National Health Profile 2017. Central Bureau of Health Intelligence.[ลิงก์เสีย]
  4. 4.0 4.1 Rosling. "Gapminder".
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :6
  6. Rieff, David (11 October 2009). "India's Malnutrition Dilemma". Source: The New York Times 2009. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  7. 7.0 7.1 "Malnutrition in India Statistics State Wise". Save the Children.
  8. "Child malnutrition". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 7 กันยายน 2014.
  9. 9.0 9.1 9.2 http://ninindia.org/DietaryGuidelinesforNINwebsite.pdf Archived 2018-12-22 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Dietary Guidelines for NIN
  10. "Dengue". Source: Centers for Disease Control and Prevention US. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  11. Goldwert, Lindsay. "‘Totally drug-resistant’ tuberculosis reported in India; 12 patients have not responded to TB medication." Archived 2013-05-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน New York Daily News 16 January 2012.
  12. "HIV/AIDS". Source: UNICEF India. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-09-03. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  13. "Life Expectancy and Mortality in India". Source: The Prajnopaya Foundation. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2010-07-06. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  14. "Health Conditions". Source: US Library of Congress. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  15. "India marks one year since last polio case." Al Jazeera, 13 January 2012.
  16. "National Portal of India".
  17. 17.0 17.1 "FAQs – UNICEF". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2015-02-19. สืบค้นเมื่อ 2020-06-08.
  18. 18.0 18.1 "Childhood Mortality and Health in India" (PDF). Source: Institute of Economic Growth University of Delhi Enclave North Campus India by Suresh Sharma. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2 April 2012. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  19. "Maternal & Child Mortality and Total Fertility Rates" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2012-02-13.
  20. Robinson, Simon (1 May 2008). "India's Medical Emergency". Source: Time US. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-07-26. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  21. 21.0 21.1 21.2 21.3 21.4 21.5 "Water, Environment and Sanitation". Source: UNICEF India. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2011-10-16. สืบค้นเมื่อ 2011-09-20.
  22. 22.0 22.1 "Initiatives: Hygiene and Sanitation". Source: Sangam Unity in Action. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 21 ธันวาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2011.
  23. "RURAL URBAN DISTRIBUTION OF POPULATION" (PDF).
  24. Urban Rural Population of India. Indiafacts.in. Retrieved on 2012-07-17.
  25. JSS – The Bitter Truth About Rural Health Archived 25 เมษายน 2012 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Jssbilaspur.org. Retrieved on 2012-07-17.
  26. "Ministry of Health and Family Welfare - India". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2020-01-30.
  27. Nolan, Laura B. (March 2015). "Slum Definitions in Urban India: Implications for the Measurement of Health Inequalities". Population and Development Review (ภาษาอังกฤษ). 41 (1): 59–84. doi:10.1111/j.1728-4457.2015.00026.x. PMC 4746497. PMID 26877568.
  28. Singh, Sanjeev; Sahu, Damodar; Agrawal, Ashish; Vashi, Meeta Dhaval (July 2018). "Ensuring childhood vaccination among slums dwellers under the National Immunization Program in India - Challenges and opportunities". Preventive Medicine (ภาษาอังกฤษ). 112: 54–60. doi:10.1016/j.ypmed.2018.04.002. PMID 29626558.
  29. Lilford, Richard J; Oyebode, Oyinlola; Satterthwaite, David; Melendez-Torres, G J; Chen, Yen-Fu; Mberu, Blessing; Watson, Samuel I; Sartori, Jo; Ndugwa, Robert (February 2017). "Improving the health and welfare of people who live in slums" (PDF). The Lancet (ภาษาอังกฤษ). 389 (10068): 559–570. doi:10.1016/S0140-6736(16)31848-7. PMID 27760702.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]