อเล็กซันดรา เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อเล็กซันดรา คริสตินา มันลีย์
Prinsesse Alexandra.jpg
เกิด 30 มิถุนายน พ.ศ. 2507 (53 ปี)
ฮ่องกง จักรวรรดิบริติช
ฐานันดร เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก
คู่สมรส เจ้าชายโจอาคิมแห่งเดนมาร์ก (2538−2548)
มาร์ติน เยอร์เกนเซน (2550−2558)
บุตร เจ้าชายนิโคไลแห่งเดนมาร์ก
เจ้าชายเฟลิกซ์แห่งเดนมาร์ก
บิดามารดา ริชาร์ด ไนเจล มันลีย์ (บิดา)
คริสตา มาเรีย โนโวตนี (มารดา)

อเล็กซันดรา คริสตินา เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก (เดนมาร์ก: Alexandra Christina, grevinde af Frederiksborg) หรือนามเดิมว่า อเล็กซันดรา คริสตินา มันลีย์ (อังกฤษ: Alexandra Christina Manley; 30 มิถุนายน พ.ศ. 2507) อดีตพระชายาในเจ้าชายโจอาคิมแห่งเดนมาร์ก พระราชโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก

ภายหลังจากการหย่าเธอได้รับอิสริยยศและบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ก และ เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก ตามลำดับ และท้ายที่สุดทรงสละพระอิสริยยศเพื่อเสกสมรสใหม่กับมาร์ติน เยอร์เกนเซน ชายสามัญชนชาวเดนมาร์ก[1][2] ที่มีอายุห่างกับเธอถึง 14 ปี

ประวัติ[แก้]

อเล็กซันดรา คริสตินา มันลีย์ เกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2507 ณ ฮ่องกงซึ่งขณะนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิบริติช เป็นธิดาของริชาร์ด ไนเจล มันลีย์ ชาวเซี่ยงไฮ้ที่มีบิดามีเชื้อสายอังกฤษและจีน (พ.ศ. 2467-2553)[3] ย่าของเขาเป็นชาวจีนกวางตุ้ง[4] กับคริสตา มาเรีย มันลีย์ มีเชื้อสายเช็กและออสเตรีย (สกุลเดิม: โนโวตนี; พ.ศ. 2476)[5] บัพติศมา ณ มหาวิหารเซนต์จอห์น ฮ่องกง บิดาของเธอเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านประกันภัย ส่วนมารดาเป็นผู้จัดการขององค์กรสื่อสาร อเล็กซันดราเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนควอร์รีเบย์จูเนียร์ (Quarry Bay Junior School; จีน: 英基學校協會), โรงเรียนเกลเนียลีจูเนียร์ (Glenealy Junior School) และโรงเรียนไอแลนด์ (Island School; 港島中學) ทั้งหมดตั้งอยู่ในฮ่องกง

ต่อมาอเล็กซันดราได้ศึกษาต่อในสาขาธุรกิจระหว่างประเทศในมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรีย, ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร จนสำเร็จการศึกษา ในช่วงปี พ.ศ. 2533-2538 เธอได้ทำงานในบริษัทจีทีเมเนจเมนต์จำกัดในฮ่องกง ต่อมาในปีช่วงปี พ.ศ. 2533-2536 เธอได้ทำงานในแผนกการขายและการตลาด แต่หลังจากปี พ.ศ. 2536 ก็ทำงานเป็นรองผู้อำนวยการบริหารแผนกดังกล่าว[6]

เสกสมรส[แก้]

อเล็กซันดราและเจ้าชายโจอาคิมได้พบกันครั้งแรกในงานเลี้ยงฉลองในฮ่องกงเนื่องจากเจ้าชายได้ทำงานให้กับบริษัทจัดส่งของเดนมาร์ก หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน ในฤดูใบไม้ร่วงในปลายปี พ.ศ. 2537 ขณะที่ทั้งสองท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ฟิลิปปินส์ เจ้าชายโจอาคิมได้คุกเข่าและมอบแหวนเพชรและทับทิมเป็นของหมั้นแก่เธอ ความผูกพันของทั้งสองได้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ และพระราชวงศ์เดนมาร์กได้จับตามองและความสัมพันธ์ของทั้งสองพระองค์ก็ถูกเปิดเผยขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2538

ท้ายที่สุดทั้งสองก็เสกสมรสกันในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์กเป็นประธานในพิธี โดยจัดพิธีขึ้นในโบสถ์น้อยภายในปราสาทเฟรเดอริกสบอร์ก ก่อนที่จะเลี้ยงฉลองในพระราชวังเฟรเดอริกสบอร์ก พระองค์ต้องละจากนิกายอังกลิคัน เปลี่ยนมานับถือนิกายอีแวนเจริคัลลูเทอแรน

เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ก[แก้]

หลังจากการเสกสมรส อเล็กซันดราจึงกลายมาเป็นเจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ก เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษและเยอรมันได้เป็นทุนเดิม ด้วยเหตุนี้เธอจึงสามารถเอาชนะใจประชาชนชาวเดนมาร์กได้ด้วยการพูดภาษาเดนมาร์กได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว[1] ทว่าเธอไม่สามารถพูดภาษาจีนกลางหรือกวางตุ้งได้เลย[7] ทั้งนี้เธอเล็งเห็นถึงความสำคัญของภาษาเดนมาร์กเพื่อใช้สื่อสารกับคนทั่วไปเพราะเดนมาร์กคือบ้านของเธอ[7]

ขณะที่ยังเป็นเจ้านายอยู่นั้น เจ้าหญิงอเล็กซันดราได้ปฏิบัติพระกรณียกิจเกี่ยวกับงานการกุศลเป็นจำนวนมาก อาทิ ยุวชนกาชาด, สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศเดนมาร์ก, ยูนิเซฟ และในโครงการมาเทอร์เฮลป์ นอกจากนี้พระองค์ยังทำหน้าที่เป็นทูตยูนิเซฟเมื่อครั้งที่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเข้าเยี่ยมผู้ติดเชื้อเอชไอวี[7]

การหย่าและการสมรสใหม่[แก้]

เจ้าหญิงอเล็กซันดราและเจ้าชายโจอาคิมได้ประกาศว่าทรงแยกกันอยู่เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2547 ก่อนที่จะทรงหย่ากันเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2548 โดยก่อนการหย่าเจ้าหญิงอเล็กซันดราไม่มีแผนที่จะเสด็จออกจากเดนมาร์ก[8] อย่างไรก็ตามหลังจากการหย่าพระองค์ก็ยังทรงพำนักและทรงงานในเดนมาร์กต่อไปเพื่อที่ร่วมกับเจ้าชายโจอาคิมใช้สิทธิในการดูแลพระโอรสทั้งสอง ในช่วงนี้เจ้าหญิงอเล็กซันดราได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 เป็น "เจ้าหญิงอเล็กซันดราแห่งเดนมาร์ก เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก" จนกระทั่งเจ้าหญิงอเล็กซันดราได้ตัดสินพระทัยเสกสมรสใหม่กับมาร์ติน เยอร์เกนเซน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2550[2] และลาออกจากฐานันดรศักดิ์จากการเป็นเจ้าหญิง[9][10] อดีตเจ้าหญิงอเล็กซันดรา จึงเป็นสามัญชนแต่ยังคงบรรดาศักดิ์ "เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก" และเสียภาษีเฉกเช่นพลเมืองเดนมาร์กทั่วไป แต่จะได้รับเบี้ยเลี้ยงจากสำนักพระราชวังปีละ 25,000 ยูโร หรือราว 1.25 ล้านบาทตามเดิม[11] และในปีเดียวกันนั้นเองเคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์กได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการของเฟอร์รีฟาร์มาซูคิคัลส์[12][13]

ส่วนเจ้าชายโจอาคิมได้ทรงหมั้นกับมารี กาวัลลีเย วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ก่อนที่จะเสกสมรสในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2551[14] โดยในความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหญิงมารีแห่งเดนมาร์ก ซึ่งถือเป็นพระมารดาเลี้ยงของเจ้าชายนิโคไลกับเจ้าชายเฟลิกซ์ โดยทั้งคู่เข้ากันได้ดีกับพระมารดาเลี้ยง[1]

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์กและนายเยอร์เกนเซนได้ออกมาเปิดเผยว่าหย่ากัน[15] โดยเคาน์เตสได้ให้เหตุผลในการหย่าเพราะความต่าง[16]

เกียรติยศ[แก้]

พระอิสริยยศและบรรดาศักดิ์[แก้]

  • อเล็กซันดรา คริสตินา มันลีย์ (30 มิถุนายน พ.ศ. 2507 — 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538)
  • เฮอร์รอยัลไฮนิส เจ้าหญิงอเล็กซันดราแห่งเดนมาร์ก (18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 — 8 เมษายน พ.ศ. 2548)
  • เฮอร์ไฮนิส เจ้าหญิงอเล็กซันดราแห่งเดนมาร์ก (8 เมษายน พ.ศ. 2548 — 30 มิถุนายน พ.ศ. 2548)
  • เฮอร์ไฮนิส เจ้าหญิงอเล็กซันดราแห่งเดนมาร์ก, เคาน์เตสแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก (30 มิถุนายน พ.ศ. 2548 — 3 มีนาคม พ.ศ. 2550)
  • เฮอร์เอ็กเซลเลนซี เคาน์เตสอเล็กซันดราแห่งเฟรเดอริกสบอร์ก (3 มีนาคม พ.ศ. 2550 — ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

  • เดนมาร์ก เดนมาร์ก : เครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้าง[17][18]
  • เดนมาร์ก เดนมาร์ก : เหรียญรัชดาภิเษกสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอแห่งเดนมาร์ก[19][20]
  • เดนมาร์ก เดนมาร์ก : เครื่องราชอิสริยาภรณ์พระราชวงศ์ประจำรัชกาลสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ
  • ฟินแลนด์ ฟินแลนด์ : เครื่องรัฐอิสริยาภรณ์กุหลาบขาวแห่งฟินแลนด์[21]
  • โรมาเนีย โรมาเนีย : เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดวงดาราแห่งโรมาเนีย[22]
  • ลักเซมเบิร์ก ลักเซมเบิร์ก : เครื่องราชอิสริยาภรณ์อะดอฟแห่งนัสเซา[23]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 "เดนมาร์คได้เจ้าหญิงต่างชาติองค์ใหม่ ชื่อเจ้าหญิงมารี". www.oknation.net. พฤษภาคม 2551. สืบค้นเมื่อ 2010-01-03. 
  2. 2.0 2.1 "เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเดนมาร์ก ประกาศ สละฐานันดรศักดิ์". ไอทีวี. 2007-03-06. สืบค้นเมื่อ 2010-01-03. 
  3. "Alexandras far er død, 85 år". www.berlingske.dk. 13. januar 2010, 23:41. สืบค้นเมื่อ 2010-01-03. 
  4. "Information about Mary Ho Li". My Genealogy Home Page.  Text "accessdate 15 มีนาคม 2560" ignored (help)
  5. "Grevinde Alexandras far er død". Politiken.DK. 14. jan 2010 KL. 09.22. สืบค้นเมื่อ 2010-01-03. 
  6. Biografie gravin Alexandra
  7. 7.0 7.1 7.2 "Denmark's Princess Alexandra reflects on life at 40"
  8. Danish Prince to divorce wife
  9. Princess Alexandra of Denmark and Martin Jorgensen
  10. ROYAL NEWS: MARCH 2007
  11. "เจ้าหญิงเดนมาร์กทรงสละฐานันดรแต่งงานกับสามัญชน". สำเนาจากคมชัดลึก. 2007-03-04. สืบค้นเมื่อ 2010-01-03. 
  12. "Countess Alexandra gets a million dollar job" (Grevinde Alexandra får millionjob), MSN Gossip, 26. september 2007
  13. "Alexandra in the board of directors of Ferring" (Alexandra i Ferrings bestyrelse), DR Nyheder, 26. september 2007
  14. Wedding of Prince Joachim and Marie Cavallier The Pink Royal. Saturday, May 24, 2008
  15. http://www.billedbladet.dk/kendte/danmark/adelhof/grevinde-alexandra-skal-skilles
  16. "Grevinde Alexandra om brud med Martin Jørgensen: Derfor skal vi skilles". สืบค้นเมื่อ 2015-09-25. 
  17. "Archived copy". Archived from the original on 14 December 2014. สืบค้นเมื่อ 8 December 2014. 
  18. "Archived copy". Archived from the original on 14 December 2014. สืบค้นเมื่อ 8 December 2014. 
  19. "Photographic image". Theroyalforums.com. สืบค้นเมื่อ 2017-08-19. 
  20. "Photographic image". Theroyalforums.com. สืบค้นเมื่อ 2017-08-19. 
  21. "Pinterest". Pinteres.com. สืบค้นเมื่อ 2017-08-19. 
  22. Photograph of Countess Alexandra wearing the order - http://photobucket.com
  23. "Photographic image". Theroyalforums.com. สืบค้นเมื่อ 2017-08-19. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]