พันท้ายนรสิงห์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ศาลพันท้ายนรสิงห์)
รูปปั้นพันท้ายนรสิงห์ ที่ศาลพันท้ายนรสิงห์

พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือในสมัยพระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 โดยพันท้ายนรสิงห์เป็นผู้มีชื่อเสียงด้านความซื่อสัตย์[1]

เรื่องจากพระราชพงศาวดาร[แก้]

ตามพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่าง ๆ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีการบันทึกในลักษณะเดียวกันคือ สิน (ชื่อเดิมของพันท้ายนรสิงห์) เคยแข่งมวยคาดเชือกกับพระเจ้าเสือ[2] โดยที่ไม่รู้ว่าพระองค์ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน และเขาได้ทราบในภายหลังเมื่อรับการเรียกตัวเข้ารับราชการ

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งเอกชัย จะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำเมืองสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามซึ่งเป็นคลองคดเคี้ยวและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ซึ่งถือท้ายเรือพระที่นั่งมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน โขนเรือพระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์จึงได้กระโดดขึ้นฝั่งแล้วกราบทูลให้ทรงลงพระอาญาตามพระกำหนดถึงสามครั้งด้วยกัน เนื่องจากในสองครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าเสือพระราชทานอภัยโทษ เพราะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยแต่ท้ายสุดก็ได้ตรัสสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอ แล้วสร้างศาลไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นศาลไม้ในสมัยปัจจุบัน หลังคามุงกระเบื้องดินเผาหางมน พื้นศาลเป็นไม้ยกชั้น 2 ชั้น มีเสารองรับ 6 เสา

เรื่องจากเกร็ดประวัติศาสตร์[แก้]

อีกแง่มุมหนึ่ง มีเกร็ดประวัติศาสตร์เล่าว่า พันท้ายนรสิงห์ทราบว่าจะมีพวกกบฏมาดักทำร้ายพระเจ้าเสือ จึงจำเป็นต้องทำให้หัวเรือหักเพื่อมิให้ไปถึงจุดที่กบฏวางแผนเอาไว้ โดยยอมให้ตนเองถูกประหารเพราะเป็นกฎมณเฑียรบาลที่ทำหัวเรือพระที่นั่งหักจะต้องถูกประหาร เมื่อพระเจ้าเสือทรงทราบจึงได้ให้บันทึกไว้ในพงศาวดาร และให้ตั้งศาลขึ้น ณ ที่ดังกล่าว ส่วนเรื่องตามฉบับละครพระเจ้าเสือไม่ยอมประหาร แต่ให้ปั้นรูปปั้นแล้วทำการตัดหัวรูปปั้นแทน ทว่าพันท้ายนรสิงห์ไม่ยอมเพราะจะเป็นการขัดกฎมณเฑียรบาลจึงขอให้ประหาร มิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ก่อนที่จะประหารพันท้ายนรสิงห์ซึ่งบ้านน่าจะอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นได้กลับบ้านไปล่ำลาภรรยา และพันท้ายนรสิงห์จึงถูกประหารในวันเดียวกัน[3]

ภายหลังพระเจ้าเสือได้ทรงให้พระยาราชสงคราม คุมไพร่พลจำนวน 3,000 คน ทำการขุดคลองลัดคลองโคกขามที่คดเคี้ยว ไปออกที่บริเวณแม่น้ำท่าจีน กว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก สร้างเสร็จในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พ.ศ. 2252 ได้พระราชทานนามคลองนี้ว่าคลองสนามไชย ต่อมาเรียกเป็นคลองมหาชัย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองมหาชัย แต่ชาวบ้านเรียกว่าคลองถ่าน ปัจจุบันชาวบ้านฝั่งธนบุรี เรียกชื่อว่า คลองด่าน[3]

มรดกสืบทอด[แก้]

ศาลพันท้ายนรสิงห์ ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ศาลพันท้ายนรสิงห์[แก้]

ศาลพันท้ายนรสิงห์ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความซื่อสัตย์ รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาลยิ่งกว่าชีวิตตน ตั้งอยู่ที่บ้านพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

ศาลพันท้ายนรสิงห์ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 72 ตอนที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงมาไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบ ๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็น "อุทยานพันท้ายนรสิงห์" ภายในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าของจริงในท่าถือท้ายคัดเรือ

อนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์[แก้]

จากบันทึกประวัติศาสตร์อ้างถึงถิ่นฐานเดิมว่าเป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองวิเศษชัยชาญ เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของบรรพบุรุษชาวอ่างทอง จึงได้มีการร่วมกันจัดสร้างอนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์ ขึ้นที่วัดนรสิงห์ ตำบลนรสิงห์ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์ขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 [4]

การแข่งขันมวยไทย[แก้]

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ได้มีการจัดการแข่งขันมวยไทยนานาชาติ ชิงแชมป์เข็มขัดพันท้ายนรสิงห์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่จังหวัดสมุทรสาคร[5][6]

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

จากเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ ได้มีการจัดนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ละครเวที, ภาพยนตร์, ละครโทรทัศน์, หุ่นกระบอกไทย[7] และหนังสือการ์ตูน[8]

รูปแบบการนำเสนอ ปี พันท้ายนรสิงห์ นวล พระเจ้าเสือ
ละครเวที พ.ศ. 2488 สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ สุพรรณ บูรณะพิมพ์ จอก ดอกจันทร์
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2493 ชูชัย พระขรรค์ชัย สุพรรณ บูรณพิมพ์ ถนอม อัครเศรณี
ละครโทรทัศน์-ละครเวที พ.ศ. 251X กำธร สุวรรณปิยะศิริ นงลักษณ์ โรจนพรรณ
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 252X นิรุตติ์ ศิริจรรยา ดวงใจ หทัยกาญจน์ ตรัยเทพ เทวะผลิน
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2525 สรพงษ์ ชาตรี อาภาพร กรทิพย์ สมบัติ เมทะนี
ละครเวที พ.ศ. 2532 ศรัณยู วงษ์กระจ่าง นาถยา แดงบุหงา พิศาล อัครเศรณี
ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2543 ธีรภัทร์ สัจจกุล พิยดา อัครเศรณี พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ภาพยนตร์ พ.ศ. 2558 พงศกร เมตตาริกานนท์ พิมดาว พานิชสมัย พันโทวันชนะ สวัสดี

ละครเวที[แก้]

ภาพปกซองแผ่นเสียงจากละครเวทีเรื่อง พันท้ายนรสิงห์ ของ สมาคมต่อต้านยาเสพติดแห่งประเทศไทย แสดงที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในภาพ นงลักษณ์ โรจนพรรณ - กำธร สุวรรณปิยะศิริ
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ทรงนิพนธ์เป็นบทละครเวทีพันท้ายนรสิงห์ โดยเล่าเรื่องที่แต่งขึ้นจากเรื่องเกร็ดในพงศาวดารและประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลพระเจ้าเสือ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เป็นละครเวทีครั้งแรกในปี พ.ศ. 2488 โดยคณะศิวารมณ์ นำแสดงโดย สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ เป็น พันท้ายนรสิงห์, สุพรรณ บูรณะพิมพ์ เป็น นวล, จอก ดอกจันทร์ เป็น พระเจ้าเสือ มีเพลงประกอบคือเพลง น้ำตาแสงไต้ เป็นเพลงประกอบในฉากพันท้ายนรสิงห์และนวลร่ำลากัน ละครเวทีได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในช่วงสงครามและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
  • ต่อมานำมาสร้างเป็นละครเวทีพิเศษเพื่อการกุศลของสมาคมต่อต้านยาเสพติดแห่งประเทศไทย แสดงที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำแสดงโดย กำธร สุวรรณปิยะศิริ รับบทเป็น พันท้ายนรสิงห์ และ นงลักษณ์ โรจนพรรณ รับบทเป็น นวล
  • เมื่อปี พ.ศ. 2532 จัดแสดงละครเวที พันท้ายนรสิงห์ขึ้น ณ ศาลาเฉลิมไทย เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการอำลา ศาลาเฉลิมไทย นำแสดงโดย ศรัณยู วงษ์กระจ่าง รับบทเป็น พันท้ายนรสิงห์ นาถยา แดงบุหงา รับบทเป็น นวล และ พิศาล อัครเศรณี รับบทเป็น พระเจ้าเสือ
  • ละครเวทีพันท้ายนรสิงห์ มีการนำมาสร้างอีกหลายต่อหลายครั้ง โดยสร้างจากบทละครเวทีของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล

ภาพยนตร์[แก้]

ละครโทรทัศน์[แก้]

อ้างอิง[แก้]