ตำนานอุรังคธาตุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระธาตุพนม

ตำนานอุรังคธาตุ หรือ อุรังคนิทาน เป็นตำนานที่แต่งในลักษณะนิทานปรัมปรา ประกอบด้วยอุรังคธาตุนิทานหรือตำนานพระธาตุพนม นิทานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาโดยเฉพาะรอยพระพุทธบาทตามฝั่งแม่น้ำโขง[1] กล่าวถึงการเกิดของแม่น้ำสำคัญ ๆ ตามลำแม่น้ำโขงว่าเป็นการกระทำของพวกนาค[2] รวมถึงมีประวัติบุคคลสำคัญของลาว[3]

โครงสร้างเนื้อหาแบ่งเป็น 9 ส่วน เรียงตามลำดับเวลา เริ่มตั้งแต่สมัยเกิดโลกภัทรกัป ไปจนกระทั่งถึงสมัยสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช เจ้ากษัตริย์ล้านช้างที่ครองราชย์ พ.ศ. 2091–2114 ดำเนินเรื่องตามความคติความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าในสมัยภัทรกัปและพระพุทธเจ้าในอนาคต กล่าวถึงบ้านเมืองที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ เมืองสุวรรณภูมิ เมืองศรีโคตรบอง และเมืองหนองหานหลวง เมืองหนองหานน้อย เป็นต้น

ตามท้ายตำนานอุรังคธาตุระบุว่าพระยาศรีไชยชมพูเป็นผู้คัดลอกในสมัยสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช ด้วยเหตุนี้ นักประวัติศาสตร์จึงเชื่อว่า ตำนานอุรังคธาตุน่าจะเขียนขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 21 มากกว่าที่จะเขียนก่อน พ.ศ. 200 ตามที่ปรากฏในเนื้อหาตำนาน แต่เหตุที่ผู้แต่งตำนานได้อธิบายว่าตำนานแต่งขึ้นก่อน พ.ศ. 200 เพื่อต้องการชี้ให้เห็นความเก่าแก่ของตำนานว่ามีมาตั้งแต่สมัยเมืองสุวรรณภูมิ ก่อนเหตุการณ์ที่พระยาจันทบุรีได้สร้างเมืองจันทบุรี (เวียงจันทน์) ซึ่งต่อไปจะเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองทดแทนเมืองสุวรรณภูมิที่ล่มสลายไป[4]

ฉบับ[แก้]

ตำนานอุรังคธาตุมีต้นฉบับเขียนลงใบลาน ซึ่งในระยะต่อมาได้รับการคัดลอกถ่ายถอดเป็นอักษรไทยปัจจุบัน หลายสำนวนได้แก่ อุรังคธาตุ (ตำนานพระธาตุพนม) อุรังคธาตุเทสนา อุรังคนิทาน (พิสดาร) ซึ่งฉบับหลังได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ 11 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีนิทานอุรังคธาตุตัวอักษรลาวที่มีการพิมพ์เผยแพร่เนื่องในโอกาสพิธีฌาปณกิจศพของพระสังฆราชลาว และมีการพิมพ์เผยแพร่กันอย่างแพร่หลายในโอกาสต่าง ๆ ของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

ในประเทศไทย อุรังคธาตุนิทานต้นฉบับที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ข้าหลวงต่างพระองค์ที่ดูแลหัวเมืองมณฑลอุดร ได้นำมามอบให้ หอสมุดแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2464 บันทึกด้วยอักษรธรรมอีสาน หน้าปกเขียนชื่อว่า อุรังคธาตุ ตีพิมพ์มีชื่อเรียกว่า อุรังคธาตุ ฉบับความสังเขป

บางส่วนของอุรังคธาตุนิทานฉบับกรมศิลปากร (พ.ศ. 2483) มีการเพิ่มเติมหรือลดทอนบางส่วนของนิทานอุรังคธาตุ เช่น ตำนานเมืองสกลนคร ตำนานเมืองร้อยเอ็ด ตำนานเรื่องพระธาตุบัวบกบัวบาน ซึ่งต่างก็ได้เค้าเรื่องมาจากอุรังคธาตุนิทาน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของจังหวัดสกลนคร[5]

ในประเทศลาว สันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี ต้นฉบับมีจำนวน 5 ผูก บันทึกด้วยอักษรธรรม 250 หน้าลาน แต่ต่อมามีอีกหนึ่งชุดเพิ่มเข้ามามีจำนวน 4 ผูก บันทึกด้วยอักษรตัวธรรม ภาษาลาว ทั้งสองฉบับเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติที่เวียงจันทน์[6] จากนั้นจึงได้คัดลอกเป็นอักษรลาวปัจจุบัน โดยใช้ชื่อว่า นิทานอุรังคธาตุ ฉบับหลวงพระบาง เนื่องในโอกาสพิธีฌาปนกิจศพสมเด็จสังฆนายกแห่งพระราชอาณาจักรลาว (พระลูกแก้ว คูณมี) วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512

อ้างอิง[แก้]

  1. นาตยา กรณีกิจ. "พงศาวดารลาวฉบับมหาสิลา วีระวงส์ ในฐานะหลักฐานประวัติศาสตร์ชาติลาว" (PDF). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
  2. ศรีศักร วัลลิโภดม. "เมืองสกลนครโบราณในรัฐ "ศรีโคตรบูร" และตำนานอุรังธาตุ". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์.[ลิงก์เสีย]
  3. กรมศิลปากร, อุรังคธาตุ (ตำนานพระธาตุพนม), พิมพ์ครั้งที่ 3 (กรุงเทพฯ : เรือนแก้วการพิมพ์, 2537), 23.
  4. ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตร. "ตำนานอุรังคธาตุ: นาคอยู่ในสุวรรณภูมิ ไม่มีนาคที่พระธาตุพนม".
  5. สุรชัย ชินบุตร. "อุรังคธาตุนิทานพุทธตำนานพระเจ้าเลียบโลกฉบับอีสานล้านช้าง : การสืบทอดและการสร้างสรรค์" (PDF). วารสารไทยศึกษา.
  6. บุนมี เทบสีเมือง, ความเป็นมาของชนชาติลาวการตั้งถิ่นฐานและสถาปนาอาณาจักร, แปลโดยไผท ภูธา. (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สุขภาพใจ, 2553) หน้า 76.