ข้ามไปเนื้อหา

วัดพระพิเรนทร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดพระพิเรนทร์
อุโบสถวัดพระพิเรนทร์
แผนที่
ชื่อสามัญวัดพระพิเรนทร์
ที่ตั้งเลขที่ 326 ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายมหานิกาย
ก่อตั้งสมัยอยุธยา
พระพุทธรูปสำคัญ- หลวงพ่อดำ
- พระประธานอุโบสถ
เจ้าอาวาสพระครูภัทรกิตติสุนทร (แถม กิตฺติภทฺโท) ป.ธ.4
มหามงคล- รูปเหมือนพระเทพคุณาธาร(ผล ชินปุตฺโต)
- พระเครื่องหลวงพ่อเข่ง
- พ่อแก่ บรมครูของศิลปิน
จุดสนใจ- อุโบสถ
- มณฑปพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต)
- วิหารหลวงพ่อดำ
- อาศรมพ่อแก่ (สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน)
หมายเหตุ
ชื่อที่ขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดพระพิเรนทร์
ขึ้นเมื่อ12 มกราคม พ.ศ. 2566
เป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อโบราณสถานในกรุงเทพมหานคร (เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและสัมพันธวงศ์)
เลขอ้างอิง0005526
icon สถานีย่อยพระพุทธศาสนา

วัดพระพิเรนทร์ เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 326 ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

ประวัติ

[แก้]

เป็นวัดโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา[1] ไม่พบข้อมูลว่าเดิมชื่อวัดอะไร ราว พ.ศ. 2379 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างและปฏิสังขรณ์วัดทั่วพระนครนั้น พระพิเรนทรเทพ (ขำ ณ ราชสีมา) เจ้ากรมพระตำรวจใหญ่ขวา ได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้ และสร้างกุฏิใหม่จำนวน 12 หลัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และได้รับพระราชทานนามว่า วัดขำเขมการาม ตามชื่อผู้ปฏิสังขรณ์ แต่ทั่วไปมักเรียกลําลองว่า วัดพระพิเรนทร์ ตามบรรดาศักดิ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักและเข้าใจมากกว่า[2]

ต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระพิเรนทรเทพ (ขำ ณ ราชสีมา) ขณะนั้นมีบรรดาศักดิ์ที่ พระยาไชยวิชิต ตำแหน่งผู้รักษากรุงเก่า ไปเป็น พระยานครราชสีมา ตำแหน่งเจ้าเมืองนครราชสีมา (โคราช) พระองค์จึงแปลงนาม วัดขำเขมการาม เป็น วัดขำโคราช ตามชื่อและตำแหน่งซึ่งพระราชทานใหม่[3]

กระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงปรากฏใช้ชื่อ วัดพระพิเรนทร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักและเข้าใจมากกว่า อย่างเป็นทางการถึงปัจจุบัน

วัดพระพิเรนทร์ได้รับการทำนุบำรุงโดยราษฎรในพื้นที่ ในระยะเวลาหนึ่งเกิดการทรุดโทรม ถึงราว พ.ศ. 2434–2435 คุณหญิงสมบัตยาธิบาล (เงิน) ภริยาของพระยาสมบัตยาธิบาล (ปาน) จึงดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดเป็นการใหญ่ โดยดำเนินการสร้างอุโบสถหลังใหม่ ศาลา กุฎิ หอระฆัง และถนน กับซ่อมแซมสรรพสิ่งต่างๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม เสร็จแล้วจึงจัดงานฉลอง ขอพระราชทานถวายเป็นพระราชกุศล โดยกระทรวงธรรมการได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงอนุโมทนาในการกุศลนี้ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2445[4]

สมัยพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต) เป็นเจ้าอาวาส วัดมีความรุ่งเรือง มีพระภิกษุสามเณรและศิษย์วัดจำนวนมาก เป็นแหล่งผลิตบัณฑิต เช่น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)[5] ที่เคยจำพรรษา และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนี้

ที่ดินตั้งวัดมีพื้นที่จำนวน 7 ไร่ 1 งานเศษ ลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทิศเหนือเป็นอาคารพาณิชย์ติดถนนหลวง ทิศตะวันออกเป็นอาคารพาณิชย์ติดถนนวรจักร ทิศใต้ติดถนนคลองถมวัดพระพิเรนทร์ ทิศตะวันตกติดชุมชนวังแดง

ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2438 ขนาดกว้าง 9 วา (18 เมตร) ยาว 15 วา (30 เมตร)[6]

เป็นโบราณสถาน หมายเลขทะเบียน 0005526 ของกรมศิลปากรที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2566[7]

ลำดับเจ้าอาวาส

[แก้]

ลำดับเจ้าอาวาส และผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ เท่าที่พบข้อมูล[1][2]

ลำดับรายนามเริ่มวาระสิ้นสุดวาระหมายเหตุ
1พระอธิการไกร--เจ้าอาวาส
2พระอธิการเอี่ยม--เจ้าอาวาส , ลาสิกขา
3พระอธิการเทศ--เจ้าอาวาส , ทุพพลภาพ
4พระอธิการเหม-พ.ศ. 2457เจ้าอาวาส , มรณภาพ
5พระอธิการปอ ธมฺมกถิโกพ.ศ. 2458พ.ศ. 2472เจ้าอาวาส , มรณภาพ
6พระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต) ป.ธ.4พ.ศ. 2473พ.ศ. 2476ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส
พ.ศ. 2476พ.ศ. 2512เจ้าอาวาส , มรณภาพ
ว่างพระครูวินัยธร ใช้เลี้ยง จารุวณฺโณพ.ศ. 2512พ.ศ. 2515ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส
7พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ป.ธ.9พ.ศ. 2515พ.ศ. 2521เจ้าอาวาส , ลาออก
8พระครูปลัด สมัย กิตฺติทตฺโตพ.ศ. 2521พ.ศ. 2522เจ้าอาวาส , มรณภาพ
9พระครูวรกิจวิจารณ์ (ใช้เลี้ยง จารุวณฺโณ)พ.ศ. 2522พ.ศ. 2526เจ้าอาวาส , มรณภาพ
10พระครูกิตติญาณประยุต (ประสม กิตฺติญาโณ)พ.ศ. 2526พ.ศ. 2531เจ้าอาวาส , มรณภาพ
11พระเทพวิสุทธิโมลี (อุทัย อุทโย) ป.ธ.9พ.ศ. 2532พ.ศ. 2555เจ้าอาวาส , มรณภาพ
12พระครูภัทรกิตติสุนทร (แถม กิตฺติภทฺโท) ป.ธ.4พ.ศ. 2555-เจ้าอาวาส , ปัจจุบัน

ปูชนียวัตถุและปูชนียสถาน

[แก้]

อุโบสถ

[แก้]

อุโบสถ หลังเดิมไม่พบข้อมูลการสร้าง ต่อมาทรุดโทรม ราว พ.ศ. 2434–2435 จึงดำเนินการรื้อแล้วสร้างใหม่ ณ พื้นที่เดิม ปรับขยายขนาดให้ใหญ่กว่าเดิม โดยมีพระอาจารย์เขียว เป็นผู้นำการก่อสร้าง พระยาราชสงคราม (ทัด หงสกุล) เป็นผู้กำกับการก่อสร้าง คุณหญิงสมบัตยาธิบาล (เงิน) เป็นผู้ออกทรัพย์ก่อสร้างและเป็นผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2438 ขนาดกว้าง 9 วา (18 เมตร) ยาว 15 วา (30 เมตร)[6] แต่ทำพิธีผูกพัทธสีมาขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 17 เมตร ส่วนที่เหลือเป็นเขตอุปจาร[1]

ลักษณะอุโบสถ เป็นฝีมือช่างหลวง โดดเด่นด้วยการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบตะวันออกกับตะวันตก ตัวอุโบสถยกพื้นสูง ไม่มีเสาหารและคันทวย แต่ดัดแปลงเป็นซุ้มแบบกอทิกรับพาไล ช่อฟ้าลักษณะเป็นหัวพญานาคอ้าปากเห็นเขี้ยว ซุ้มประตูและหน้าต่างเป็นปูนปั้นลายกนก บานประตูไม้แกะสลักลายใบเทศฝีมือช่างจีน ซุ้มอาคารด้านหน้าและด้านหลังประดิษฐานพระพุทธรูปยืนด้านละ 1 องค์ ภายในอาคารประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ เป็นพระประธานประจำอุโบสถ จำนวน 1 องค์ แวดล้อมด้วยพระพุทธรูปนั่งจำนวน 6 องค์ และพระพุทธรูปยืนจำนวน 6 องค์

มณฑปพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต)

[แก้]

ตั้งอยู่ระหว่างอุโบสถกับวิหาร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 ภายในประดิษฐานรูปเหมือนพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ ผู้พัฒนาวัดให้มีความเจริญและมีชื่อเสียง เป็นพระนักพัฒนา นักก่อสร้าง มีผลงานด้านสาธารณูปการ เช่น วัด โรงพยาบาล โรงเรียน ฌาปนสถาน ฯลฯ และให้การส่งเสริมการศึกษา สงเคราะห์พระภิกษุสงฆ์ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ศิลปิน พ่อค้าแม่ค้า อีกเป็นจำนวนมาก[2]

เก๋งจีน

[แก้]

ตั้งอยู่หน้ามณฑปพระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต) สร้างโดยชาวไทยเชื้อสายจีนซึ่งพำนักอาศัยอยู่บริเวณวัด เมื่อ พ.ศ. 2508 ภายในประดิษฐานพระสังกัจจายน์ และยังเป็นที่ตั้งศูนย์บูชาวัตถุมงคลวัดพระพิเรนทร์[2]

วิหารหลวงพ่อดำ

[แก้]

วิหารหลังเดิมไม่พบข้อมูลการสร้าง ตัวอาคารหันหน้าเข้าสู่คลองวัดพระพิเรนทร์ (ถนนคลองถมวัดพระพิเรนทร์ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นหน้าวัด ต่อมาทรุดโทรม พ.ศ. 2460 สมัยพระอธิการปอเป็นเจ้าอาวาส จึงดำเนินการรื้อแล้วสร้างใหม่ ณ พื้นที่เดิม แต่ปรับเปลี่ยนทิศทางหันหน้าไปยังทิศตะวันออก ขนานเคียงคู่กับอุโบสถ

ภายในอาคารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย ศิลปะช่างพื้นบ้าน พระนามว่า "หลวงพ่อดำ" เป็นพระพุทธรูปโบราณ มีอายุเก่าแก่คู่วัดมาช้านาน ประชาชนนิยมนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโลหะ ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน (จำลอง) พระนามว่า "หลวงพ่อเพชร"[2]

เจดีย์

[แก้]

เจดีย์ทรงลังกานี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวิหาร ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่คาดว่าอยู่ในช่วงเดียวกับการสร้างวัด ต่อมาก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เจดีย์ถูกพายุพัดจนต้นโพธิ์ล้มทับ ทำให้เจดีย์พังทลาย พระพิมพ์จำนวนมากที่บรรจุอยู่ภายในแตกทะลักออกมา ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธพิมพ์เนื้อดินเผา มีหลายพิมพ์ เช่น พิมพ์บัวคว่ำบัวหงาย, พิมพ์นาคปรก, พิมพ์สังกัจจายน์, พิมพ์ข้างเครือเถาว์, พิมพ์ไสยาสน์ และอื่น ๆ รวมมากกว่า 20 พิมพ์ คาดว่าถูกสร้างขึ้นประมาณ 84,000 องค์ ตามพระธรรมขันธ์

เมื่อพระจำนวนมากแตกกรุ ทางวัดได้เก็บรวบรวมไว้ในเข่งภายในวัด จนได้รับการเรียกขานว่า “หลวงพ่อเข่ง” องค์พระมีขนาดเล็ก และหลากหลายพิมพ์ทรง แต่ส่วนใหญ่มีรูปทรงคล้ายเล็บมือ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวบ้านนิยมนำพระเหล่านี้ไปพกติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล และเชื่อว่าจะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย ทำให้พระเหล่านี้หมดไปจากวัด หลังสิ้นสุดสงคราม วัดจึงได้บูรณะเจดีย์ขึ้นใหม่จนมีลักษณะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน (ส.ส.ศ.)

[แก้]

จัดตั้งโดยกลุ่มศิลปิน เพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมศิลปะ ศิลปิน โดยได้รับการอุปถัมภ์จากทางวัดให้ใช้สถานที่ดำเนินการสมาคมและเป็นอาศรมพ่อแก่ บรมครูของศิลปิน ซึ่งประชาชนนิยมมาสักการะบูชา[2]

เทศกาล และงานประจำปี

[แก้]
  • พิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมและฌาปนกิจศพพระภิกษุไร้ญาติ จากโรงพยาบาลสงฆ์ (จัดต่อเนื่องมากว่า 60 ปี) วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี
  • พิธีไหว้ครู สมาคมสงเคราะห์สหายศิลปิน (ส.ส.ศ.) วัดพระพิเรนทร์ วันพฤหัสบดีแรกของเดือนกันยายน ของทุกปี
  • พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาส บูรพาจารย์ และผู้มีพระคุณต่อวัด (วันบูรพาจารย์) วันที่ 7 ตุลาคม ของทุกปี

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 คณะสงฆ์วัดพระพิเรนทร์. ประชุมพระนิพนธ์เกี่ยวกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระเทพคุณาธาร (ผล ชินปุตฺโต). พระนคร : โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, 2514.
  2. 1 2 3 4 5 6 วัดพระพิเรนทร์. ประวัติสังเขป วัดพระพิเรนทร์. กรุงเทพมหานคร : [ม.ป.พ.], 2566.
  3. ทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ), เจ้าพระยา,. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชชกาลที่ 4 พศ 2394-2411 ฉะบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงธรรมสารเนติ (อบ บุนนาค). [ม.ป.ท.] : โรงพิมพ์พระจันทร์, 2477.
  4. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความกระทรวงธรรมการ แผนกพยาบาล ,แผนกสังฆการี ,แผนกกรมศึกษาธิการ [สภาอุณาโลมแดงส่งยาแก่ทหาร, รายงานปลูกไข้ทรพิษ, บริจาคเงินแก่โรงพยาบาล, การปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ศาลากุฎี หอระฆังและถนน, เปลี่ยนไวยาวัจกร, บริจาคทรัพย์บำรุงให้แก่ครูโรงเรียน], เล่ม 19 ตอนที่ 53 หน้า 1026, 22 มีนาคม 2445
  5. "วัดพระพิเรนทร์ วัดเล็กๆ แต่ผลิตบัณฑิตมาก". โพสต์ทูเดย์. 8 ตุลาคม 2560.
  6. 1 2 ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานวิสุงคามสีมาสามัญ, เล่ม 12 ตอนที่ 39 หน้า 362, 28 ธันวาคม 2438
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อโบราณสถานในเขตกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 2, เล่ม 140, ตอนพิเศษ 149 ง, 23 มิถุนายน 2566, หน้า 22