วรยศ ศุขสายชล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วรยศ ศุขสายชล
วรยศ ศุขสายชล.jpg
ศิลปินอาวุโส มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80
เกิด31 ธันวาคม พ.ศ. 2488 (76 ปี)
บ้านคลองบางขุนศรี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
อาชีพนักดนตรี ครูดนตรี นักประพันธ์เพลง
ผลงานเด่น
ทฤษฎี17 เสียง เพลงตะเลงรัญจวน เถา
คู่สมรสกิตติมา ศุขสายชล
บิดามารดาเขียน ศุขสายชล
สระสม ศุขสายชล
รางวัลชนะเลิศ การประกวดเครื่องสายไทย ระดับประชาชน กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. 2530

วรยศ ศุขสายชล หรือชื่อที่เป็นที่รู้จักในวงการดนตรีไทยว่า "ครูวรยศ" เป็นนักดนตรี นักประพันธ์เพลง ศิลปินชาวไทยผู้มีความสามารถในการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายไทย ในแนวทางการแสดงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ใช้สำหรับการบรรเลงร่วมกับวงดนตรีไทยทั้งแนวอนุรักษ์และร่วมสมัย วรยศมีผลงานการประพันธ์เพลงดนตรีไทยสำหรับการแสดงเดี่ยวและการบรรเลงรวมวงดนตรีไทย และมีผลงานการค้นคว้าพัฒนาระบบทฤษฎีเสียงดนตรีไทย วรยศเคยร่วมแสดงผลงานดนตรีไทยระดับชาติ และนานาชาติ มีผลงานการบันทึกเสียงเพลงไทยแนวอนุรักษ์และร่วมสมัยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติ[แก้]

วัยเด็ก[แก้]

วรยศ ศุขสายชล เกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2488 มีชื่อเดิมว่า จงกล เป็นบุตรของ เขียน ศุขสายชล กับ สระสม ศุขสายชล ครอบครัวเป็นตระกูลนักดนตรีในย่านคลองบางขุนศรี เขตธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร[1] [2]

การศึกษา[แก้]

วรยศ ศุขสายชล เริ่มเข้าศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดบางเสาธง ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัดปราสาท และสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดนตรีศึกษา วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

ด้านดนตรี เริ่มเรียนฆ้องวงใหญ่กับบิดา (เขียน ศุขสายชล) ซึ่งเป็นทหารในสังกัดกองดุริยางค์ทหารเรือ และเป็นศิษย์คนหนึ่งของจางวางทั่ว พาทยโกศล เมื่ออายุประมาณ 12 - 13 ปี จากนั้นฝึกหัดเครื่องดนตรีอื่นในวงปี่พาทย์ จนสามารถบรรเลงออกงานกับคณะปี่พาทย์ของครอบครัวได้ ขณะเดียวกันได้ฝึกหัดขลุ่ยและขิมกับบิดา และฝึกหัดขับร้องกับมารดา จนเมื่ออายุ 17 ปี ได้เริ่มฝึกหัดซอด้วงกับบิดาอย่างจริงจัง เพราะมีความชื่นชอบซอด้วงเป็นพิเศษ เมื่อบิดาเห็นว่ามีความสามารถ จึงพาไปฝากเป็นศิษย์กับ จิตร เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา (ครูเครื่องสาย) ต่อมาบิดาได้พาไปฝากเป็นศิษย์ หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) ข้าราชการในสังกัดกรมพิณพาทย์หลวง และกรมศิลปากร[3] โดยฝึกหัดตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงขั้นสูง และได้ฝึกหัดทั้งซอด้วง ซออู้ และซอสามสาย ครบทั้ง 3 ซอ[4] ภายหลังได้เรียนเพลงชุดของวงเครื่องสายปี่ชวาจาก เทียบ คงลายทอง ข้าราชการแผนกดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร พร้อมได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการประยุกต์ทำนองปี่สำหรับปรับใช้กับซอ[5] อีกทั้งยังได้รับถ่ายทอดทางร้องเพลงทยอยเดี่ยวจาก อุษา สุคันธมาลัย ข้าราชการแผนกดุริยางค์ไทย กรมศิลปากร อีกด้วย

ประสบการณ์ทางดนตรี[แก้]

ผลงานทางวิชาชีพ[แก้]

วรยศ ศุขสายชล เริ่มเข้ารับราชการที่กองดุริยางค์ทหารเรือ เมื่อ พ.ศ. 2506[6] ในตำแหน่งกำลังพลนักดนตรี (ซอด้วง) และเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการเครื่องสายไทยอย่างเต็มตัวเมื่ออายุ 21 ปี โดยได้เข้าร่วมการประกวดเดี่ยวซอด้วงและขลุ่ยเพียงออ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม เมื่อ พ.ศ. 2509 ได้รับรางวัลชนะเลิศซอด้วง และรางวัลรองชนะเลิศขลุ่ยเพียงออ[7] จนถึง พ.ศ. 2517 ได้ลาออกจากราชการมาบรรจุเป็นพนักงานประจำวงดนตรีไทยโรงงานสุราบางยี่ขัน จนถึง พ.ศ. 2528 ได้ผันตัวมาเป็นนักดนตรีอิสระ ขณะเดียวกันได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนเครื่องสายไทยในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ได้แก่ "วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา"[8] "วิทยาลัยครูสวนสุนันทา" "มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร" "คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"[9] "วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล" "คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ" "ชุมนุมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"[10] "ชมรมดนตรีไทย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ" "ชมรมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ"

เมื่อ พ.ศ. 2530 ได้รวบรวมสมาชิกก่อตั้งคณะ "วัยหวาน" เข้าร่วมการประกวดวงเครื่องสายไทย ระดับประชาชน ในรายการประกวดเฉลิมพระเกียรติพระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ จัดโดย กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศ[11]

วรยศ ศุขสายชล เคยได้รับเชิญจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมงานการแสดงดนตรีระดับชาติที่สำคัญ เช่น

ในด้านการอนุรักษ์เพลงไทย มีผลงานการบันทึกเสียงร่วมกับคณะดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายคณะ เช่น "ดุริยประณีต" "ดุริยพันธุ์" "บัวทั่ง" "เสริมมิตรบรรเลง"[10] ฯลฯ รวมถึงมีผลงานการบันทึกเสียงออกอากาศทางสถานีวิทยุหลายแห่ง เช่น สถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ ฯลฯ ปรากฏผลงานการบันทึกเสียงในฐานข้อมูลห้องสมุดระดับชาติ เช่น "ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร หอสมุดแห่งชาติ" "หอสมุดดนตรีไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"[14] "ห้องสมุดดนตรีไทยสมเด็จพระเทพรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล"[15] "ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ"[16] ฯลฯ ในด้านดนตรีไทยร่วมสมัย ได้ร่วมงานบันทึกเสียงกับคณะ "ฟองน้ำ" ของ บรูซ แกสตัส และ บุญยงค์ เกตุคง และร่วมงานกับคณะ "กังสดาล" ของ เทวัญ ทรัพย์แสนยากร[17]

นอกจากนี้ยังได้รับเชิญจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีไทย เช่น "การประกวดดนตรีไทยเพื่อความมั่นคงของชาติ ครั้งที่ 3" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี[18] การประกวดรายการ "ประชันลีลาบรรเลง เพลงคีตศิลป์" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฯลฯ และได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษแก่หน่วยงานภาครัฐ เช่น "กระทรวงศึกษาธิการ" "สำนักการสังคีต กรมศิลปากร" "มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต" "มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร" "มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา" "มหาวิทยาลัยบูรพา" "วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล" "คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" "คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์" ฯลฯ

ผลงานค้นคว้าและงานทางวิชาการ[แก้]

วรยศ ศุขสายชล มีงานค้นคว้าที่สำคัญคือ ทฤษฎีเสียง โดยอธิบายระบบเสียงในดนตรีไทยผ่านการวิเคราะห์จากเสียงขับร้องและเสียงปี่ ซึ่งแบ่งระดับเสียงใน 1 ช่วงเสียงออกเป็น 17 เสียงย่อย (Microtone) ได้ตั้งชื่อทฤษฎีว่า "วรยศ" ตามชื่อผู้ค้นคว้า หรือเรียกกันทั่วไปว่าทฤษฎี "17 เสียง"[19] แล้วเรียบเรียงเป็นหนังสือชื่อว่า "ทฤษฎีเสียงดนตรีไทย" ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2541[20] และยังได้ทำการค้นคว้าพัฒนาต่อยอดขิมและซอ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านคุณภาพเสียงและวิธีการบรรเลง โดยเฉพาะขิมได้ปรับเปลี่ยนการใช้วัสดุและปรับขยายสัดส่วนเครื่องดนตรี เพื่อให้ได้ช่วงพิสัยเสียง (Pitch) ที่กว้างมากยิ่งขึ้น และคิดกลวิธีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งการบรรเลงดนตรีไทยแนวอนุรักษ์และแนวร่วมสมัย ขิมที่พัฒนาใหม่นี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า "ขิมตักกศิลา" หรือเรียกอีกชื่อว่า "ขิมใหญ่"[21]

นอกจากนี้ยังมีผลงานทางวิชาการคือ เรียบเรียงบทความลงเผยแพร่ในวารสารถนนดนตรี ได้แก่เรื่อง "อยากจำเพลงเก่ง ๆ ได้จังเลย" เผยแพร่ในเล่มปีที่ 1 ฉบับที่ 4[22] และ "คดีโน้ตเพลง" เผยแพร่ในเล่มปีที่ 1 ฉบับที่ 12[23]

การสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชน[แก้]

การประพันธ์และเรียบเรียงเพลง[แก้]

วรยศ ศุขสายชล มีผลงานการประพันธ์เพลงจำนวน 6 เพลง ได้แก่ "ตะเลงรัญจวน เถา" "พม่าแปลง เถา" "โหมโรงชมสมุทร (เที่ยวกลับ)"[21] "เทพประนมกร (ทางเปลี่ยน)" "แขกมอญบางช้าง (ทางเปลี่ยน 2 ชั้น-ชั้นเดียว)"[24] และ "ท่อนนำตับจูล่ง" มีผลงานการเรียบเรียงเพลงจำนวน 9 เพลง ได้แก่ "วิลันดาโอด (ประสานเสียง)" "สิงโตคำรณ" "อาลีบาบา" "พม่าคะเมีย" "แขกเชิญเจ้า" "คางคกปากสระ" "ระบำแขก"[25] "ซำเซ" และ "อาหรับราตรี" มีผลงานการปรับทางเพลงสำหรับวงเครื่องสายหลายเพลง เช่น "โหมโรงเชิดนอก" "ทยอยใน" "บุหลัน" "แขกโอด"[21] "ทยอยเขมร" "บาทสกุณี"[26] ฯลฯ รวมถึงมีผลงานการเรียบเรียงทางเดี่ยวสำหรับเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายหลายเพลง เช่น เดี่ยวซอด้วง "นกขมิ้น" "ม้าย่อง" "พญาครวญ" "แขกมอญ" "เชิดนอก" "กราวใน" เดี่ยวซออู้ "พญาครวญ" "ทะแย" "ต่อยรูป" "กราวใน" เดี่ยวซอสามสาย "เชิดนอก" "หกบท" เดี่ยวขิม "มโนราห์บูชายัญ" เดี่ยวจะเข้ 2 ตัว "กราวใน" ฯลฯ

โดยผลงานที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือ 1) เพลงตะเลงรัญจวน เถา ประพันธ์เพื่อเข้าร่วมประกวดการแต่งเพลงไทย ในรายการพิณทอง ครั้งที่ 1 ของธนาคารกสิกรไทย เมื่อ พ.ศ. 2524[27] 2) เพลงอาลีบาบา เรียบเรียงสำหรับบรรเลงต่อท้ายเพลงแขกลพบุรี เถา ในการประกวดวงเครื่องสายไทย ระดับประชาชน ในรายการประกวดเฉลิมพระเกียรติพระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2530 3) ทางเดี่ยวซอด้วง "กราวใน" ซึ่งได้บรรเลงในงานมหกรรมเดี่ยวเพลงไทยชัยมงคล เมื่อ พ.ศ. 2531[7] และงานครบ 100 ปี หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) เมื่อ พ.ศ. 2535[12] และ 4) ทางเดี่ยวซอด้วง "นกขมิ้น" ซึ่งได้ถ่ายทอดให้กับ ธีระ ภู่มณี อดีตข้าราชการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้รับรางวัลชนะเลิศฆ้องทองคำพระราชทานเมื่อ พ.ศ. 2528[4] [28]

การบันทึกเสียง[แก้]

วรยศ ศุขสายชล มีผลงานการบันทึกเสียงดนตรีที่สำคัญ ได้แก่

อัลบั้มเดี่ยว

  • อัลบั้ม "ดนตรีไทยชนะการประกวด เฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ" (กรมประชาสัมพันธ์ และธนาคารกรุงเทพ จำกัด, 2530)
  • "เดี่ยวซอด้วง" ในซีรีส์อัลบั้ม ชุด 13 "สยามสังคีต ดนตรีไทยฉบับบรมครู" โดย เสรี หวังในธรรม (Remaster) (โอเชี่ยนมีเดีย, 2544)
  • "เดี่ยวซออู้ - เดี่ยวซอสามสาย" ในซีรีส์อัลบั้ม ชุด 14 "สยามสังคีต ดนตรีไทยฉบับบรมครู" โดย เสรี หวังในธรรม (Remaster) (โอเชี่ยนมีเดีย, 2544)

อัลบั้มที่มีส่วนร่วมในการบันทึกเสียง

  • อัลบั้ม "แหยม" (Siamese Jam) วงกังสดาล (ไพซิสมิวสิค, 2533)[27]
  • "เพลงเรื่องพญาพายเรือ" จากอัลบั้ม "Shiva’s Drum" วงฟองน้ำ (Pacific (TAO), 2531)
  • "ชื่นใจ" จากอัลบั้ม "อ้อน" ของ เทวัญ ทรัพย์แสนยากร (Epic Records, 2536)[17]
  • เดี่ยวซอด้วง "ทยอยเดี่ยว" จากอัลบั้ม "สุดจิตต์ 80 กะรัต" ในโอกาสครบรอบอายุ 80 ปี ของ สุดจิตต์ ดุริยประณีต (มูลนิธิดุริยประณีต, 2551)
  • เดี่ยวซอด้วง ซออู้ "สารถี" ในซีรีส์อัลบั้ม ชุด 19 "สารถีนานาลีลา 1" โดย เสรี หวังในธรรม (โอเชี่ยนมีเดีย, 2558)

การแสดงดนตรี[แก้]

วรยศ ศุขสายชล มีผลงานจัดการแสดงดนตรีในรูปแบบคอนเสิร์ตจำนวน 6 ครั้ง ได้แก่

ปี พ.ศ. ชื่อการแสดง วงดนตรี รายการ สถานที่จัดแสดง อ้างอิง
2539 วงวัยหวาน เครื่องสายไทย จุฬาวาทิต ครั้งที่ 62 เรือนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [29]
2541 คณะศิษย์ศุขสายชล เครื่องสายไทย จุฬาวาทิต ครั้งที่ 75 เรือนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [30]
2554 ครูวรยศ ศุขสายชล เครื่องสายผสม จุฬาวาทิต ครั้งที่ 162 เรือนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [21]
2562 สายสดับแบบฉบับครูวรยศ เครื่องสายไทย จุฬาวาทิต ครั้งที่ 208 อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [26] [31]
2562 สายเสียงทิพย์ สำเนียงซอ ครูวรยศ ศุขสายชล เครื่องสายไทย ดนตรีไทยไร้รสหรือ ชุด ดนตรีไทยพรรณนา โรงละครแห่งชาติ [32]
2562 สุนทรียภาพในดนตรีไทย เครื่องสายผสม Siam Music Festival ศูนย์ศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป (สยามพารากอน)

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

[33]

การถ่ายทอดองค์ความรู้[แก้]

วรยศ ศุขสายชล ถ่ายทอดการบรรเลงเครื่องสายไทยทั้งในระบบการศึกษาและแบบตามอัธยาศัย โดยเริ่มถ่ายทอดตั้งแต่ พ.ศ. 2526 จนถึงปัจจุบัน มีศิษย์ที่เป็นศิลปินและนักวิชาการดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายคน อาทิ "กฤษฎาธาร จันทะโก" "กันต์ อัศวเสนา" "โดม สว่างอารมณ์" "ธีระ ภู่มณี"[4] [34] "นิติธร หิรัญหาญกล้า"[35] "นัฐชา โพธิ์ศรี" "พชร ธารีเพียร" "เลอเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี"[36] "วันชัย เอื้อจิตรเมศ"[9] "วรพล มาสแสงสว่าง" "วีรศิลป์ ห่วงประเสริฐ" "สรารัตน์ ไชยวงศ์" "สุรพงษ์ บ้านไกรทอง" "สุวรรณี ชูเสน" "อำนาจ บุญอนนท์" ฯลฯ และเคยเข้าถวายเทคนิคการสีซอแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี[37]

ภายหลังเมื่อ พ.ศ. 2542 ได้ก่อตั้งโรงเรียนดนตรี "ตักกศิลา" เพื่อสอนและให้ความรู้ด้านดนตรีไทยแก่เยาวชนและบุคคลผู้สนใจทั่วไป

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

วรยศ ศุขสายชล สมรสครั้งแรกกับ สุธารณ์ บัวทั่ง มีบุตรธิดา 3 คน คือ อุบล กมลรัตน์ และ วัชระ ปัจจุบันสมรสกับ กิตติมา ศุขสายชล

เกียรติประวัติ[แก้]

  • พ.ศ. 2535 ได้รับเกียรติเป็นศิลปินอาวุโสคึกฤทธิ์ จากมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ. 2541 ได้รับโล่เกียรติคุณ ในฐานะผู้มีอุปการคุณต่อมหาวิทยาลัยบูรพา

ลำดับสาแหรก[แก้]

ลำดับสาแหรกของ วรยศ ศุขสายชล เป็นดังนี้[3] [2]

อ้างอิง[แก้]

  1. ชีวประวัติและผลงานของครูเขียน ศุขสายชล ศิลปิน 5 แผ่นดิน. 2527. กรุงเทพมหานคร: บพิธการพิมพ์. [อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายเขียน ศุขสายชล]
  2. 2.0 2.1 สาธิต ดอนฉิมพลี. 2560. การศึกษาการสืบทอดความรู้ทางดนตรีของครูเขียน ศุขสายชล. วิทยานิพนธ์ศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชามานุษยดุริยางควิทยา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  3. 3.0 3.1 พูนพิศ อมาตยกุล และคนอื่นๆ.  2527.  เมื่อปู่ให้สัมภาษณ์หลาน.  กรุงเทพมหานคร: บริษัท เกียรติธุรกิจ จำกัด.  [อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายเขียน ศุขสายชล]
  4. 4.0 4.1 4.2 เลอเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี, อานันท์ นาคคง และวรการ ธรรมสังคีติ. 2552. ธีระ ภู่มณี คิดครวญหวนหา [CD-ROM].
  5. Wanchai Uejitmet. 2561. ประวัติครูวรยศ ศุขสายชล [ออนไลน์]. แห่ลงที่มาจาก: https://issuu.com/wanchai_uejitmet [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564]
  6. ศิษย์เก่าดุริยางค์ทหารเรือ, ชมรม.  2561.  ทำเนียบรุ่นนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ พ.ศ. 2479 - ปัจจุบัน [ออนไลน์].  แหล่งที่มาจาก: https://www.rtnsm.com/doc/other/ทำเนียบนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ.pdf[สืบค้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565]
  7. 7.0 7.1 7.2 มหิดล, มหาวิทยาลัย. 2531. มหกรรมเดี่ยวเพลงไทยชัยมงคล. กรุงเทพมหานคร: รักสิบป์.
  8. วันชัย เอื้อจิตรเมศ. 2563. 50 ปี เครื่องสายไทยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา การเรียนการสอนเครื่องสายไทยจากยุควิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. สุริยวาทิต. (มกราคม - ธันวาคม 2563) : 42 - 46.
  9. 9.0 9.1 วันชัย เอื้อจิตรเมศ. 2537. อาศรมศึกษาครูวรยศ ศุขสายชล. อาศรมศึกษาในวิชาเฉพาะ, สาขาวิชาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  10. 10.0 10.1 10.2 นักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย, สมาคม. 2527. การบรรเลงบทเพลงเชิดชูนักแต่งเพลงไทย ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: ศักดิ์โสภาการ.
  11. ประชาสัมพันธ์, กรม และกรุงไทย, ธนาคาร. 2530. พิธีพระราชทานรางวัลการประกวดดนตรีไทย สำหรับประชาชน. กรุงเทพมหานคร: กรมประชาสัมพันธ์.
  12. 12.0 12.1 คณะกรรมการจดงาน 100 ปี หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน).  2535.  เสียงทิพย์จากสายซอ.  กรุงเทพมหานคร: (ม.ป.พ.).  [จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในรายการการแสดงเสียงทิพย์จากสายซอ เนื่องในวาระครบครอบ 100 ปีเกิด หลวงไพเราะเสียงซอ (อุ่น ดูรยะชีวิน) วันที่ 17 ธันวาคม 2535 ณ โรงละครแห่งชาติ]
  13. วัฒนธรรม, กระทรวง. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. 2560. ร้อยใจดนตรีไทย น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://www.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=9091 [สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2565]
  14. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม. 2563. โครงการบันทึกข้อมูลนักดนตรีไทยอาวุโสเพื่อการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมดนตรีไทย [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://www.cuartculture.chula.ac.th/article/5267/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565]
  15. มหิดล, มหาวิทยาลัย. 2552.ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://sirindhornmusiclibrary.li.mahidol.ac.th/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564]
  16. อนุรักษ์ ก้านจันทร์. 2552. พูนพิศ อมาตยกุล : ชีวิตประวัติและผลงาน. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวัฒนธรรมศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
  17. 17.0 17.1 อานันท์ นาคคง. 2556. การศึกษาวงดนตรีไทยร่วมสมัยและผลงานดนตรีไทยร่วมสมัยในสังคมไทยปัจจุบัน. รายงานวิจัย, สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม.
  18. ประสานงานเพื่อความมั่นคง, สหพันธ์ กสิกรไทย, ธนาคาร และหลวงประดิษฐไพเราะ, มูลนิธิ. พิธีพระราชทานรางวัลการประกวดดนตรีไทยเพื่อความมั่นคงของชาติ ครั้งที่ 3. 2530. กรุงเทพมหานคร: (ม.ป.ท.).
  19. กันต์ อัศวเสนา. 2560. ทฤษฎีวรยศ: ระบบเสียงดนตรีไทย [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://kanasva.com/vorayot-thai-music-modes/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564]
  20. วรยศ ศุขสายชล. 2541. ทฤษฎีเสียงดนตรีไทย. กรุงเทพมหานคร: ห้องภาพสุวรรณ.
  21. 21.0 21.1 21.2 21.3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม. 2554. จุฬาวาทิตครั้งที่ 162 วงเครื่องสายผสมครูวรยศ ศุขสายชล. [สูจิบัตร]
  22. วรยศ ศุขสายชล. 2530. “อยากจำเพลงเก่ง ๆ ได้จังเลย”, ถนนดนตรี. 1 , 4 (มกราคม 2530): 42 - 45.
  23. วรยศ ศุขสายชล. 2530. “คดีโน้ตเพลงไทย”, ถนนดนตรี. 1 , 12 (ตุลาคม 2530): 50 - 51.
  24. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม. 2563. จุฬาวาทิต ครั้งที่ 214 “วงเครื่องสายผสม วัชโรดม” [สูจิบัตร]
  25. ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์. 2552.  จุฬาวาทิต ครั้งที่ 150 วงเครื่องสาย…เลอเกียรติ [สูจิบัตร]
  26. 26.0 26.1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม. 2562. จุฬาวาทิต ครั้งที่ 208 "สายสดับแบบฉบับครูวรยศ" [สูจิบัตร]
  27. 27.0 27.1 พูนพิศ อมาตยกุล และคนอื่น ๆ. 2550. จดหมายเหตุดนตรี 5 รัชกาล : งานวิจัยเอกสารและลำดับเหตุการณ์ พุทธศักราช 2411-2549. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง). [จัดพิมพ์เนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ครองราชสมบัติครบ 60 ปี]
  28. มหิดล, มหาวิทยาลัย.  2528.  งานเสด็จพระราชดำเนินประชันดนตรีไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 1 และประกวดขับร้อง และบรรเลงเพลงไทย ฆ้องทองคำ ครั้งที่ 2.   นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
  29. ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์. 2539. จุฬาวาทิตครั้งที่ 62 เครื่องสายไทย วงวัยหวาน. [สูจิบัตร]
  30. ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศูนย์. 2541. จุฬาวาทิตครั้งที่ 75 วงเครื่องสายไทย คณะศิษย์ศุขสายชล. [สูจิบัตร]
  31. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม. 2562. จุฬาวาทิต ครั้งที่ 208 "สายสดับแบบฉบับครูวรยศ" [ออนไลน์].  แหล่งที่มาจาก: https://www.cuartculture.chula.ac.th/news/776/ [สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565]
  32. ศิลปากร, กรม. สำนักการสังคีต. โรงละครแห่งชาติ. 2562. การแสดงดนตรีไทยรายการดนตรีไทยไร้รสหรือ ชุด ดนตรีไทยพรรณนา "สายเสียงทิพย์ สำเนียงซอ ครูวรยศ ศุขสายชล" [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://ntt.finearts.go.th/Gallery/Gallery.aspx?id=7 [สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564]
  33. MCGP PARAGON. 2562. Siam Music Festival: สุนทรียภาพในดนตรีไทย [ออนไลน์]. แหล่งที่มาจาก: https://www.facebook.com/media/set/?vanity=mcgpparagon&set=a.10158586697213502 [สืบค้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564]
  34. อุมาพร เปลี่ยนสมัย. 2547. อาศรมศึกษาครูธีระ ภู่มณี. อาศรมศึกษาในวิชาเฉพาะ, สาขาวิชาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  35. อนันท์สิทธิ์ การหนองใหญ่. 2559. อาศรมศึกษา : อาจารย์นิติธร หิรัญหาญกล้า. อาศรมศึกษาในวิชาเฉพาะ, สาขาวิชาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  36. วีรศิลป์ ห่วงประเสริฐ. 2559. อาศรมศึกษา : คุณครูเลอเกียรติ มหาวินิจฉัยมนตรี. อาศรมศึกษาในวิชาเฉพาะ, สาขาวิชาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  37. ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย. 2532. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี กับการอนุรักษ์มรดกไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]