ลุค สกายวอล์คเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตัวละคร สตาร์ วอร์ส
ลุค สกายวอล์คเกอร์
Luke-rotjpromo.jpg
อัศวินเจได ลุค สกายวอล์คเกอร์ ในปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน
ตำแหน่ง ชาวไร่ความชื้น, นักบินยานเอกซ์วิง, ผู้บังคับบัญชากองกำลังกบฏ, ผู้นำฝูงบินโร้ก, อัศวินเจได, อาจารย์เจได, ปรมาจารย์เจไดแห่งนิกายเจไดใหม่ประมุขของสาธารณรัฐใหม่
บ้านเกิด ทาทูอีน
เกิด ปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน
ตาย 137 ปีหลังยุทธการยาวิน
เผ่าพันธุ์ มนุษย์
เพศ ชาย
ส่วนสูง 1.70 เมตร
สังกัด นิกายเจได, กองกำลังกบฏ, ฝูงบินโร้ก, สาธารณรัฐใหม่, เจไดมืด, สหพันธ์กาแลกติก
นักแสดง มาร์ค ฮามิล
กฤษณะ ศฤงคารนนท์ (เสียงไทยภาค 4-6)
หมวดหมู่ ตัวละครในสตาร์ วอร์ส

ลุค สกายวอล์คเกอร์ (Luke Skywalker) (ปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน - ระหว่างสงครามกลางเมืองกาแลกติกครั้งที่สองกับสงครามจักรวรรดิ-ซิธ) คือตัวละครตัวหนึ่งในมหากาพย์ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์สตาร์ วอร์ส แสดงโดยมาร์ค ฮามิล มีบทบาทสำคัญเป็นตัวละครหลักในไตรภาคเดิมของภาพยนตร์ชุดนี้และเนื้อหาในจักรวาลขยายอีกจำนวนมาก

ลุค สกายวอล์คเกอร์ เป็นลูกชายของอัศวินเจได อนาคิน สกายวอล์คเกอร์และวุฒิสมาชิกแพดเม่ อมิดาลา แห่งนาบู และเป็นพี่ชายของน้องสาวฝาแฝด เลอา ออร์กานา โซโล เป็นนักบินที่เก่งกาจ ผู้นำที่ยอดเยี่ยม และอาจารย์เจไดที่เป็นตำนาน ลุค สกายวอล์คเกอร์เป็นที่รู้จักจากการที่เขาเป็นผู้ทำลายดาวมรณะดวงแรก และเป็นผู้ที่ทำให้ดาร์ธ เวเดอร์ สามารถโค่นจักรพรรดิพัลพาทีนลงได้ ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของจักรวรรดิกาแลกติกและทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งพันธมิตรฟื้นฟูสาธารณรัฐ ภายหลังได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนายพล แต่ก็ได้สละยศในภายหลังและมาเป็นสมาชิกที่มีอิทธิพลในสาธารณรัฐใหม่ และอาจารย์เจไดที่มีความสามารถโดดเด่น

ด้วยการที่ได้รับการฝึกสอนในวิถีแห่งพลังจากสองอาจารย์เจไดคือโอบีวัน เคโนบี และ โยดา ลุคได้ยุติบทบาททางทหารและก่อตั้งเจไดพราเซียม (สถาบันฝึกสอนเจได) ขึ้น เพื่อสร้างนิกายเจไดใหม่ให้เป็นผู้พิทักษ์ความสงบสุขของสาธารณรัฐใหม่ ทำให้ลุคกลายเป็น "เจไดใหม่คนแรก" ตามที่โอบีวันได้กล่าวไว้ เขาได้แต่งงานกับเจไดชื่อมารา เจด และมีลูกชื่อเบน สกายวอล์คเกอร์ ในปีที่ 36 หลังยุทธการยาวิน ลุคได้รับขนานนามว่าเป็นปรมาจารย์แห่งนิกายเจได ลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้ชื่อว่าเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในสงครามกลางเมืองกาแลกติกและความขัดแย้งที่ตามมาจำนวนมาก รวมไปถึงสงครามยูซาน วอง และวิกฤติการณ์ดาร์คเนสท์

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

วัยเด็ก (ปีที่ 19 - 0 ก่อนยุทธการยาวิน)[แก้]

ไฟล์:Baby luke.jpg
ลุคตอนยังเป็นทารก

ลุค สกายวอล์คเกอร์ ถือกำเนิดในหมู่ดาวเคราะห์น้อยโปลิส แมสซา ไม่นานหลังการเริ่มต้นของการกวาดล้างเจไดครั้งใหญ่และการก่อตั้งจักรวรรดิกาแลกติก หลังจากที่แพดเม่ อมิดาลา ให้กำเนิดทารกคนที่สองแล้วก็เสียชีวิตลง ทำให้ทารกทั้งสองคนกลายเป็นเด็กกำพร้า

โอบีวัน เคโนบี และโยดา รู้ดีว่าทารกทั้งสองซึ่งมีสัมผัสแห่งพลังแข็งแกร่งตั้งแต่กำเนิด จะต้องได้รับการคุ้มครองให้พ้นจากเงื้อมมือของพัลพาทีนและดาร์ธ เวเดอร์ จึงได้ตัดสินใจแยกทารกทั้งสองออกจากกัน โดยมอบทารกชายให้กับน้องชายต่างบิดาของอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ คือ โอเวน ลาร์ส และภรรยา เบรู บนดาวเคราะห์ทาทูอีน ส่วนเลอาถูกส่งไปอยู่ภายในความดูแลของพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง คือเบล และเบรฮา ออร์กานา

โอบีวันรับหน้าที่ในการพาทารกน้อยไปยังทาทูอีนด้วยตนเอง โดยเดินทางด้วยยานอวกาศ โซลเลส วัน (Soulless One) ไปยังนาร์ ชาดดา แล้วจึงขายยานอวกาศเพื่อแลกกับการเดินทางไปยังบ้านเกิดของครอบครัวลาร์ส หลังจากนั้นจึงตัดสินใจหลบซ่อนตัวอยู่บนทาทูอีนใกล้ๆ กับทารกน้อย เพื่อคอยดูแลเขาในขณะที่เติบโตขึ้น

ในระยะแรกของการเป็นผู้พลัดถิ่นนั้น โอบีวันไปเยี่ยมเยียนบ้านไร่ลาร์สทุกวัน โดยพยายามหลบหน้าจากโอเวนและเบรู เพราะตั้งใจจะคอยดูลุคอยู่ห่างๆ เท่านั้น การนี้เองทำให้โอบีวันถูกมองไม่ดีในสายตาของโอเวน และทำให้โอบีวันต้องเลิกมาคอยจับตาดูลุคในที่สุด ตามคำบอกเล่าของลุคนั้น ครั้งแรกที่เขาได้ใช้พลังก็คือตอนที่มีอายุประมาณหกปีและหาไขควงที่หายไปใต้เก้าอี้ยาวได้ด้วยพลัง ลุคถูกโอเวนต่อว่าอย่างหนักเพราะโอเวนคิดว่าลุคจะรู้ที่อยู่ของไขควงนี้ได้ก็เพราะเขาเป็นคนเอาไปวางไว้เองเท่านั้น และทำให้ลุคเรียนรู้ที่จะหยุดยั้งการใช้ความสามารถนี้ในที่สุด

ลุค สกายวอล์คเกอร์ ใช้ชีวิตในไร่ความชื้นของครอบครัวลาร์สจนมีอายุ 19 ปี ระหว่างนั้น ลุงของเขาพยายามที่จะหันเหความสนใจของลุคออกจากการผจญภัย แต่ก็ไม่ประสบผล ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างความต้องการผจญภัยของลุคและความเชื่อในคุณธรรมของโอเวน ในช่วงวัยรุ่น ลุคฝันถึงการผจญภัยในดินแดนที่พ้นไปจากทาทูอีน และมีปากเสียงกับลุงของเขาหลายครั้งเกี่ยวกับความปรารถนาที่จะได้บินไปในหมู่ดาวบนพิภพไกลโพ้น เมื่อถูกถามถึงบทบาทของพ่อของเขาในสงครามโคลน ลาร์สบอกไปว่าพ่อของเขาเป็น "ต้นหนยานขนเครื่องเทศ" นอกเหนือไปจากความเข้าใจผิดนี้แล้ว ลุคกลายเป็นเด็กที่ใฝ่หาการผจญภัย ถึงกับขับยาน T-16 Skyhopper ไปตาบหุบเขาเบกการ์ (Beggar's Canyon) และแข่งยานแลนด์สปีดเดอร์โดยให้ความสนใจกับความปลอดภัยของตัวเองเพียงน้อยนิด นอกจากจะได้รับความสามารถในการขับยานมาจากพ่อแล้ว ลุคยังค่อยๆ สั่งสมความสามารถพิเศษในการซ่อมแซมเครื่องกลในขณะที่คอยดูแลดรอยด์และซ่อมเครื่องระเหยความชื้น

เขาเข้าร่วมกลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจคล้ายกันบนทาทูอีน ซึ่งทำให้เขาได้รับชื่อเล่นว่า "ไอ้หนอน (Wormie)" กลุ่มเพื่อนนี้ได้แก่ ดีค (Deak) วินดี้ (Windy) เคมี่ (Camie) และฟิกเซอร์ (Fixer) ซึ่งสนใจการผจญภัยแต่ในทาทูอีนเท่านั้น กับ "ไอ้รถถัง (Tank)" และบิกส์ (Biggs) ซึ่งมีความฝันเดียวกันกับลุค และได้เข้าศึกษาในสถาบันจักรวรรดิและได้เป็นนักบิน อาจถือได้ว่าบิกส์ ดาร์คไลท์เตอร์เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของลุค ซึ่งลุคเองก็ดูแลบิกส์เหมือนพี่น้อง บิกส์ลาออกจากสถาบันฯ ในปีที่ 1 ก่อนยุทธการยาวิน ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความทะนงของลุค ความอิจฉา และความผิดหวัง ในขณะที่เพื่อนของลุคหลายๆ คนต่างทยอยเดินทางออกไปจากทาทูอีนเพื่อไล่ตามความฝันของตน เขาเริ่มหวาดกลัวว่าลุงของเขาจะไม่ยอมให้เขาออกไปจากดาวดวงนี้ โดยอ้างว่าต้องการให้ลุคคอยช่วยงานในไร่ แต่ที่จริงแล้ว โอเวนกำลังพยายามที่จะป้องกันไม่ให้ลุคต้องเดินตามรอยเท้าของบิดาของเขา

สงครามกลางเมืองกาแลกติก (ปีที่ 0 - 4 หลังยุทธการยาวิน)[แก้]

เดินทางจากทาทูอีน[แก้]

การที่ลุงของลุคได้ซื้อดรอยด์สองตัวมาจากพวกจาวาได้เปลี่ยนชีวิตของหนุ่มน้อยไปตลอดกาล หลังจากค้นพบข้อความขอความช่วยเหลือต่อ "โอบีวัน" เคโนบี ที่ถูกบันทึกไว้ในแอสโตรเมคดรอยด์ อาร์ทูดีทู ลุคก็เข้าร่วมการเดินทางกับ "เบน" เคโนบี ซึ่งได้เปิดเผยตัวเองว่าเคยเป็นอัศวินเจไดที่ต่อสู้ในสงครามโคลนร่วมกับพ่อของลุค และบอกลุคว่าพ่อของเขาไม่ใช่นักบินยานขนส่งสินค้า แต่เป็นอัศวินเจไดที่ถูกฆ่าโดยดาร์ธ เวเดอร์

หลังจากเดินทางกลับบ้าน ลุคพบว่าลุงและป้าของเขาถูกฆ่าตายโดยทหารสตอร์มทรูปเปอร์ของจักรวรรดิที่กำลังค้นหาอาร์ทูดีทูและซีทรีพีโอ เมื่อครอบครัวของเขาเสียชีวิตไปแล้วเช่นนี้ ลุคตัดสินใจที่จะติดตามเบนไปยังอัลเดอรานเพื่อส่งมอบแผนผังดาวมรณะที่อยู่ในอาร์ทูดีทูให้กับเบล ออร์กานา ตามคำขอร้องของเจ้าหญิงเลอา ผู้เป็นธิดาของเบล ลุคและเบนเดินทางไปยังร้านเหล้าในมอส ไอส์ลีย์ เพื่อหาวิธีการเดินทางออกจากทาทูอีน และได้พบกับฮัน โซโล และนักบินคู่หมายเลขหนึ่งของเขา ชิวแบคคา ทีนี่เอง ลุคมีเรื่องจนเกือบถึงแก่ชีวิตเมื่อเจอกับพอนดา บาบา ในร้านเหล้าชาลมุน

ภารกิจช่วยชีวิตบนดาวมรณะ[แก้]

หลังจากหลบหนีสตอร์มทรูปเปอร์ไปจากดาวทาทูอีนบนยานอวกาศมิลเลนเนียม ฟอลคอน ของฮัน เบนก็เริ่มฝึกลุคในวิถีแห่งพลัง แม้จะได้รับการเยาะเย้นจากฮันก็ตาม ทว่าการฝึกฝนนี้ก็ถูกขัดจังหวะลงเมื่อยานอวกาศมาถึงระบบดาวอัลเดอรานและพบว่าดาวอัลเดอรานถูกทำลายลงไปแล้ว พวกเขาพบยาน TIE fighter ที่กำลังออกตรวจตราอยู่ เมื่อไล่ตามยานนั้นไปพวกเขาก็พบสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นดวงจันทร์ ทว่าที่จริงแล้ว สิ่งนั้นคือดาวมรณะ ซึ่งเป็นสถานีอวกาศขนาดใหญ่ของจักรวรรดิ ยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน ถูกจับดึงโดยแสงนำทาง (Tractor beam) และถูกนำขึ้นไปบนดาวมรณะ

เมื่อเข้ามาอยู่ในดาวมรณะแล้ว เบนก็แยกกลุ่มกับลุค ฮัน ชิวแบคคา และดรอยด์ทั้งสอง เพื่อไปหาทางปิดการทำงานของแสงนำทาง แต่เมื่ออาร์ทูดีทูพบว่าเลอา ออร์กานา ถูกจับตัวเป็นนักโทษอยู่ในดาวมรณะนี้ ลุคก็ยืนกรานจะไปช่วยเหลือเธอ ด้วยความช่วยเหลือของฮันและชิวแบคคา ทั้งสามสามารถเข้าไปถึงที่คุมขังได้โดยการปลอมตัวเป็นสตอร์มทรูปเปอร์สองนายพร้อมนักโทษวู้กกี้ และช่วยเหลือเลอาได้เป็นผลสำเร็จ แต่ต้องแลกกับการโจนเข้าไปในห้องเก็บขยะเพื่อหลบหนีการตามล่า หลังจากนั้น ลุคกับเลอาถูกแยกจากฮันและชิวแบคคา แต่ด้วยจูบนำโชคจากเจ้าหญิง ลุคก็สามารถพาเลอาโหนข้ามร่องลึกไปเจอกับฮันและชิวแบคคาในท่าจอดยานได้เป็นผลสำเร็จ

ในที่สุดทั้งหมดก็หนีจากดาวมรณะได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกกับการสละชีวิตของเบนในการประลองกระบี่แสงกับดาร์ธ เวเดอร์ พวกเขาเดินทางไปยังฐานทัพลับของกองทัพกบฏบนดวงจันทร์ยาวิน 4 โดยมีสถานีอวกาศดาวมรณะติดตามมาด้วย ฮันรับเงินรางวัลในการช่วยชีวิตเจ้าหญิงเลอาแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับ แต่ลุคพยายามขอให้เขาอยู่และช่วยต่อสู้กับจักรวรรดิ แต่ฮันปฏิเสธ ซึ่งทำให้ลุคผิดหวังอย่างมาก

วีรบุรุษแห่งกองทัพกบฏ[แก้]

ลุคเข้าร่วมยุทธการยาวินในฐานะ "เรดห้า" และต้องเห็นสหายร่วมรบจำนวนมากเสียชีวิตไปต่อหน้า รวมไปถึงบิกส์ ดาร์คไลท์เตอร์ด้วย และเมื่อหัวหน้าฝูงบินทั้งสองคนเสียชีวิตลง ลุคก็เป็นผู้นำฝูงบินในการจู่โจมครั้งสุดท้ายด้วยตัวเองก่อนที่จะถูกดาร์ธเวเดอร์ซึ่งขับยานจู่โจมรุ่น TIE Advanced x1 ยิงใส่ แต่ด้วยการมาถึงอย่างถูกเวลาของยานมิลเลนเนียม ฟอลคอนช่วยให้ลุครอดพ้นอันตรายได้ และด้วยคำแนะนำจากสปิริตของเบน ก็ทำให้ลุคสามารถยิงกระสุนโปรตอนตอร์ปิโดเพียงนัดเดียวโดยใช้พลังช่วยให้กระสุนเข้าเป้าและทำลายสถานีอวกาศลงเป็นผลสำเร็จ

หลังจากการทำลายดาวมรณะ สกายวอล์คเกอร์หนุ่มได้เข้าร่วมภารกิจของกองทัพกบฏจำนวนมาก เพียงสองสัปดาห์หลังจากยุทธการยาวิน ลุคก็ได้มีส่วนร่วมในการทำลายยานพิฆาตดาราชั้นอิมพีเรียล 1 ลิควิเดเตอร์ (Liquidator) ได้ช่วยพันธมิตรกบฏในการไปรับยานเอกซ์วิงลำใหม่ๆ จากวอร์ส วูโรเรียน (Vors Voorhorian) โดยตรง (ที่นี่เองที่ลุคได้แสดงความสามารถอันน่าทึ่งในการทำลายยานรบ TIE Fighter โดยใช้เพียงกระบี่แสงของพ่อของเขา) ได้เข้าร่วมรบในยุทธการวัคทูอีน และเดินทางไปยังโบนาดานและพื้นที่นอกสำรวจ และถูกส่งไปสำรวจสถานที่ก่อตั้งฐานทัพใหม่บนพิภพผู้พิทักษ์ (the Keeper's World) ดาวอาคูเรีย 2 และเดรกเซล การสำรวจทั้งหมดนี้จบลงด้วยความรุนแรงและความล้มเหลว

ด้วยความกระตือรือร้นที่จะรับใช้พันธมิตรกบฏ ชีวิตในปีแรกๆ ที่นี่ของลุคจึงเต็มไปด้วยการผจญภัย รวมไปถึงการต่อสู้กับโจรสลัด ช่วยเหลือในการต่อสู้ของกองทัพจักรวรรดิ และช่วยในการหลบหนีการจับกุมของดาร์ธ เวเดอร์ และทหารคนสนิท ครั้งหนึ่งในภารกิจออกสำรวจ ยาน x-wing ของลุคได้ติดไปกับดาวหางดวงหนึ่งและไปโผล่ที่ดาวน้ำแข็งร้าง ฮอธ หลังจากนั้นเขาเดินทางกลับไปยังฐานทัพและรายงานต่อผู้บังคับบัญชาถึงดาวเคราะห์ดวงนี้ พันธมิตรกบฏจึงวางแผนที่จะอพยพออกจากยาวิน 4 และดาวธิลาเพื่อไปก่อสร้างฐานทัพใหม่บนฮอธ

หลังจากอพยพออกจากยาวิน 4 แล้ว แจน โดดอนนา ก็ได้เลื่อนขั้นลุคให้เป็นผู้บังคับบัญชา (Commander) แต่ยังไม่ทันที่การแต่งตั้งจะสำเร็จเป็นทางการ นายพลแจนก็ถูกจับตัวไปเสียก่อน อย่างไรก็ดีเพียงไม่กี่วันหลังจากอพยพฐานเสร็จแล้ว ลุคก็ได้เป็นนาวาตรี (Lieutenant Commander) และออกนำปฏิบัติภารกิจที่แดนทูอีน(Dantooine) ราลล์ทีร์(Ralltiir) และทาทูอีน

ในช่วงนี้เองที่ลุคเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับฝูงบินรบเหมือนบ้าน ในยามที่ไม่ได้ออกบินร่วมกับฝูงบินเร้ดและผู้บังคับบัญชาที่ปรึกษา นาร์รา (Narra) นั้น เขาเป็นคนที่นำฝูงบินฝึกใหม่อย่างฝูงบินโร้กไปยังดาวเคราะห์ต่างๆ เช่น บาร์คเคช (Barkhesh) คอแรกซ์ (Chorax) คอเรลเลีย (Corellia) และเจอร์ราร์ด 5 (Gerrard V)

ก่อนที่จะครบปี ลุคก็ได้เข้าร่วมภารกิจโดยไม่ได้อยู่ในห้องนักบิน เขาได้มีส่วนร่วมในภารกิจที่จาบิอิม(Jabiim) คาลิสต์ 6 (Kalist VI) คิวา (Kiva) และเปอร์ ลูเปโล (Per Lupelo) และได้มีประสบการณ์ตรงในความโหดร้ายของสงคราม บนคาลิสต์ 6 ลุคได้พบกับเพื่อนสมัยเด็กคนหนึ่งอย่างไม่คาดฝัน คือเจเนค ซันเบอร์ ("ไอ้รถถัง") ซึ่งตอนนี้มียศเป็นเรือโท (lieutenant) ในกองทัพจักรวรรดิ

ในปีที่ 2 หลังยุทธการยาวิน เขาเดินทางร่วมกับเจ้าหญิงเลอาในภารกิจทางการทูตไปยังระบบดาวเซอร์คาร์ปัส (Circarpous system) แต่เกิดอุบัติเหตุยานตกบนดาวเคราะห์มิมบัน (Mimban) บนดาวมิมบันนี้เองที่ลุคและเลอาได้พบกับหญิงชราผู้มีสัมผัสแห่งพลังนามฮาลลา (Halla) ทั้งสองทำข้อตกลงกับหล่อนว่าจะค้นหาไคเบอร์คริสตัล (Kaiburr crystal) มาให้ถ้าฮาลลาจะพาพวกเขาออกไปจากดาวเคราะห์ดวงนี้ อย่างไรก็ดี ดาร์ธ เวเดอร์เองก็กำลังค้นหาไคเบอร์คริสตัลอันทรงพลังนี้อยู่เช่นกัน ทั้งลุคและเวเดอร์ถูกหลอกล่อด้วยอนุสรณ์สถานที่มีพลังสถิตแข็งแกร่งอย่างวิหารโปโมเจมา (Pomojema) และทำให้ทั้งคู่ได้ประลองกระบี่แสงกัน ทุกกระบวนท่าของลุคได้รับคำแนะนำจากสปิริตของเบน เคโนบี และได้รับพลังจากคริสตัล ทำให้เด็กหนุ่มสามารถประมือกับเวเดอร์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถึงกับสามารถตัดแขนกลของลอร์ดมืดลงได้ข้างหนึ่ง เวเดอร์ตกใจมากและพลัดตกลงไปในหลุมลึก เป็นการจบการประลองครั้งนี้

ในปีที่ 3 หลังยุทธการยาวิน หลังจากโยกย้ายฐานทัพไปยังฮอธเรียบร้อยแล้วนั้น ลุคมีส่วนร่วมในการออกสำรวจตรวจตราปกติ ในขณะที่สำรวจรอบๆ ฐานเอโค เบส อยู่นั้น ลุคถูกโจมตีโดยตัวแวมปา (Wampa) แล้วไปได้สติอีกครั้งในถ้ำของมัน หลังจากตัดแขนของตัวแวมปาและหลบหนีออกมาได้แล้วนั้นการณ์กลายเป็นว่าลุคอยู่ไกลจากฐานเอโค เบส มากเกินไป หลังจากเดินทางไกลท่ามกลางพายุน้ำแข็งที่กำลังพัดแรง ลุคก็ล้มลงด้วยความเหนื่อยล้า ในขณะที่ใกล้เสียชีวิตนั้นเอง ลุคได้เห็นสปิริตของ เบน เคโนบี ซึ่งได้บอกให้เขาไปตามหาโยดาบนดาวเดโกบาห์เพื่อเรียนรู้ หลังจากนั้นเขาจึงได้รับการช่วยชีวิตจากฮัน โซโล

ลุครักษาตัวอยู่ในแบคตา แทงค์ แต่ก็ไม่มีเวลาให้ฟื้นตัวเต็มที่นักเพราะดรอยด์สอดแนมของดาร์ธ เวเดอร์ตัวหนึ่งในจำนวนนับพันตัวที่เวเดอร์ส่งออกไปทั่วกาแลกซีได้ค้นพบฐานทัพกบฏบนฮอธแห่งนี้และได้รายงานกลับไปยังจักรวรรดิกาแลกติก ทำให้กองทัพจักรวรรดิบุกมายังดาวฮอธ

ในยุทธการฮอธที่มีตามมานั้นลุคได้นำฝูงบินของเขาเพื่อตอบโต้การโจมตีและถ่วงเวลาสำหรับการ หลบหนีของพันธมิตรกบฏคนอื่นๆ ภายใต้การนำของลุค กองยานสปีดเดอร์พิสูจน์ให้เห็นว่ามีความสามารถในการต่อสู้กับหุ่นรบขนาด ยักษ์เอที-เอที ได้เหนือกว่าที่จักรวรรดิคิดมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะถูกยิงจนยานตกก็ตาม ลุคก็ยังแสดงความสามารถอย่างเจไดเมื่อเขาทำลายหุ่นรบเอที-เอทีได้ด้วยตัวคนเดียวโดยใช้กระบี่แสงเปิดรูบนตัวหุ่นแล้วโยนระเบิดมือเข้าไป

ในขณะที่กองทัพจักรวรรดิรุกเข้ามาถึงแนวป้องกันแล้วนั่นเอง ยานขนส่งของพันธมิตรกบฏลำสุดท้ายก็ทะยานออกจากดาวฮอธพร้อมกับลุคที่ขับยาน เอกซ์วิงไปพร้อมกับอาร์ทูดีทู เป็นอันว่าพันธมิตรกบฏหลบหนีจากการโจมตีของจักรวรรดิเป็นผลสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง

ฝึกฝนเป็นเจได[แก้]

หลังจากนั้นลุคจึงเดินทางไปยังเดโกบาห์ ที่นั่นเองที่เขาได้พบกับโยดา ในครั้งแรกที่ได้พบกันนั้น เนื่องจากลุคยังสับสนและหวาดกลัวสภาพแวดล้อมของเดโกบาห์ จึงไม่ได้ให้ความสนใจโยดาที่ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเองแก่ลุคนัก จนกระทั่งโยดาเปิดเผยว่าตนเองคือปรมาจารย์เจไดนั่นเองที่ลุคเริ่มให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับโยดามากขึ้น อย่างไรก็ดี กว่าโยดาจะยินยอมรับฝึกฝนลุคก็ต้องใช้การยืนกรานของโอบีวัน เคโนบี เข้าช่วย

การฝึกฝนของโยดานั้นลำบากมาก เนื่องจากการที่ในอดีตลุคเคยใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยการผจญภัย จึงทำให้สัญชาตญาณของเขาหันเหเข้าสู่การต่อสู้และการยึดติดในอารมณ์ เมื่อโยดาให้ลุคเข้าไปในถ้ำที่ควรจะมีแต่ "สิ่งที่เจ้าเอาเข้าไปด้วย" นั้น ลุคกลับพบกับภาพมายาของตัวเขาเองที่สวมชุดดาร์ธ เวเดอร์ ไม่นานหลังจากนั้น ลุคมีนิมิตเห็นฮัน โซโล และเจ้าหญิงเลอา กำลังประสบความทุกข์เข็ญในนครเมฆาบนเบสพิน แม้โยดาและโอบีวันจะตักเตือนและไม่เห็นด้วยก็ตาม ลุคก็ยังเร่งเดินทางออกจากเดโกบาห์เพื่อไปช่วยสหายของเขา

ประลองกับลอร์ดมืด[แก้]

ลุคมาถึงนครเมฆาและตรงไปช่วยเหลือเพื่อนของเขา ระหว่างนั้นเขาถูกยิงโดยโบบา เฟตต์ และถูกลอบโจมตีโดยกลุ่มทหารสตอร์มทรูปเปอร์และเจ้าหน้าที่ของจักรวรรดิจำนวนหนึ่งที่ใช้เลอาเป็นโล่กำบัง เลอาพยายามเตือนลุคว่าสถานการณ์นี้เป็นกับดัก แต่ลุคก็ยังพยายามไล่ตามไป ทว่าก็คลาดกันในที่สุด จนมาโผล่ที่ห้องแช่แข็งด้วยคาร์บอน (carbon-freeze chamber) ซึ่งดาร์ธ เวเดอร์ รออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองเริ่มการประลองกระบี่แสงอย่างดุเดือด โดยเวเดอร์แสดงความมีชั้นเชิงเหนือกว่าในการต่อสู้ด้วยกระบี่แสงด้วยการใช้รูปแบบที่ห้าร่วมกับโชไม (cho mai) และดุนมค (Dun Möch)

หลังจากที่ลุคสูญเสียมือขวาไปแล้ว เวเดอร์ก็พยายามชักจูงลุคให้เข้าร่วมด้านมืดของพลัง โดยเปิดเผยความจริงต่อลุคว่าตนเองคือบิดาของเขา ด้วยการที่ลุคต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอและความจริงอันน่าพรั่นพรึงนี้เขาต้องต่อสู้กับคุณธรรมในตัวจนสุดท้ายเขาเลือกความตายโดยทิ้งตัวลงไปในช่องลมลึก โชคดีที่เขารอดชีวิตแต่ก็ต้องโหนตัวอยู่ใต้นครเมฆา ในขณะที่กำลังอ่อนแอและสิ้นหวังอยู่นี้ ลุคพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากเลอาโดยใช้พลัง และเพียงครู่เดียวยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน พร้อมแลนโด คาลริสเซียน เลอา ชิวแบคคา และพวกดรอยด์ก็มาช่วยเหลือเขา หลังจากกลับไปร่วมกับกองยานกบฏแล้วลุคก็ได้ต่อมือกลเทียมแทนมือที่ขาดไปบนยานรีเดมพ์ชัน (Redemption)

กลับไปฝึกฝน[แก้]

หลังจากได้มือกลเทียมแทนมือที่ขาดไปลุคได้เดินทางกลับไปที่เดโกบาห์เพื่อทำการฝึกฝนกับโยดาต่อและทำกระบี่แสงอันใหม่ขึ้นมา

ตามหาคนเสเพล[แก้]

หลังจากฝึกเสร็จลุคได้กลับสู่ทาทูอีนเพื่อช่วยฮัน โซโลที่ถูกแช่แข็งในแท่งคาร์บอนจากแจบบา เดอะ ฮัทท์ เขาได้ส่งซีทรีพีโอและอาร์ทูดีทูไปเป็นทูตเจรจาเรื่องการคืนตัวฮันแต่แจบบ้าไม่ยอมทำตาม ลุคจึงได้เดินทางมาพบด้วยตัวตนเอง แต่ลุคและฮันโดนจับให้ลงไปประหารในหลุมปิศาจในทาทูอีน ลุคได้ทำตามแผนที่วางไว้คือให้แลนโด้เป็นทหารเผ้าลุค และเก็บกระบี่แสงของตัวเองไว้ที่ตัวของอาร์ทูดีทู ลุคกระโดดลงไปในหลุมและก็กระโดดขึ้นมาอีกครั้งและใช้กระบี่แสงจัดการกับพวกลูกน้องของแจบบ้าเช่นโบบา เฟทท์เป็นต้น. และก็สามารถพาฮันกลับมาจากพวกแจบบ้าได้สำเร็จ

ช่วยชีวิตวีรบุรุษ[แก้]

ลุคกับเลอาได้เดินทางไปที่ดาวเอนดอร์เพื่อไปตรวจดูดาวมรณะดวงที่สอง แต่พวกเขาก็ได้รับการช่วยเหลือจากพวกอีว็อกชนพื้นเมืองของเอนดอร์ ลุคยอมให้พวกสตอร์มทรูปเปอร์จับตัวไปส่งให้กับดาร์ธ เวเดอร์ กับจักรพรรดิ ลุคได้พูดคุยกับจักรพรรดิ จักรพรรดิได้ชักจูงให้ลุคเข้าสู่ด้านมืดแต่เขาก็ปฏิเสธ จักรพรรดิจึงให้ลุคประลองดาบฝีมือกับดาร์ธเวเดอร์ลุคชนะและได้ตัดมือเหล็กของเวเดอร์ขาด เมื่อจักรพรรดิเห็นท่าไม่ดีจึงใช้พลังสายฟ้าฟาดฟาดใส่ลุค แต่เวเดอร์เห็นความเจ็บปวดของลุคไม่ได้เขาจึงไปปกป้องลุคและได้ถูกสายฟ้าฟาด ลุคจึงใช้กระบี่แสงฟันจักรพรรดิตกท่อระบายอากาศ

เวเดอร์ได้ล้มตัวลงนอนแต่ลุคก็ได้มาประคองตัวไว้ เวเดอร์สั่งให้ลุคถอดหน้ากากของเขาออกเพื่อที่จะได้มองหน้าลูกชายของเขาด้วยตาสักครั้ง และลุคก็ตกลง เวเดอร์ได้กลับมาเป็นอนาคิน สกายวอลค์เกอร์อีกครั้ง ต่อมาอนาคินก็ตายในที่สุด หลังจากที่จักรวรรดิกาแลกติกล่มสลายลุคและพวกเพื่อนๆได้จัดพิธีเฉลิมฉลองกับพวกอีว็อก และได้นำความสงบสุขกลับมาสู่ทั่วทั้งจักรวาล

หายสาปสูญ (ปีที่ 34 หลังยุทธการยาวิน)[แก้]

เรื่องราวของลุคได้กลายเป็นตำนานในกาแล็กซี่ ลุคถูกกล่าวถึงในฐานะวีรบุรุษในสงครามเพราะเขาคืออัศวินเจไดคนสุดท้าย ลุคได้ฝึกฝนหลานชายของเขาเบน โซโล แต่หลานชายของเขาได้หันเหเข้าสู่ด้านมืดจากการชักจูงของสโน้ก เขาได้รู้สึกผิดจึงหายตัวไปและไปซ่อนตัวที่ดาวแห่งหนึ่ง ต่อมาเรย์ได้รับแผนที่จากอาร์ทูดีทูและบีบีเอท เรย์จึงได้ตามหาเขาไปที่ดาวแห่งหนึ่งและเรย์ได้ยืนกระบี่แสงของอนาคินให้กับเขา

บุคลิกและลักษณะพิเศษ[แก้]

พลังและความสามารถ[แก้]

ถึงแม้ว่าจะได้รับการฝึกเพียงเล็กน้อยก็ตาม ความสามารถของลุคทั้งในด้านสัมผัสแห่งพลังและการใช้กระบี่แสงก็เป็นที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง ในนิยายชุด New Jedi Order ลุคสามารถใช้ความสามารถของพลังที่แข็งเกร่งและเป็นเอกลักษณ์อย่าง "สายฟ้ามรกต" (Emerald Lightning) ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับพวกยูซาน วอง ความสามารถนี้ได้รับการบรรยายว่าเหมือนสายฟ้าสีเขียวที่สามารถสังหารเหยื่อได้ในพริบตา ตัวละครอื่นที่สามารถใช้สายฟ้าที่ทรงพลังได้ขนาดนี้มีเพียงพัลพาทีนเท่านั้น ตลอดทั้งเนื้อหาในจักรวาลขยายอื่นๆ เขาก็แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการใช้พลังที่น่าทึ่ง เช่นสร้างหลุมดำ สร้างแรงดึงดูด และถึงขนาดสร้างดาวเคราะห์ขึ้นมาได้ทั้งดวง

แม้จะเป็นในช่วงแรกๆ ของการเป็นเจได เขาก็มีความสามารถสูงมาก ในระหว่างวิกฤตการณ์ดาร์คเอมไพร์ เขาสามารถตอบโต้ Force Storm ของจักรพรรดิ ที่สามารถทำลายยานอวกาศลำใหญ่ๆ ได้ หลานสาวของเขา ไจนา โซโล ได้บรรยายถึงลุคในยุทธการยูซาน วอง ครั้งสุดท้ายเอาไว้ว่าเหมือนกับกระแสน้ำวนของพลังที่แสนเยือกเย็นและมุ่งมั่นจนไม่สามารถหยุดยั้งได้ และยังกล่าวอีกว่ากระบี่แสงของลุคนั้นดูราวกับว่ามีลำกระบี่ถึงสิบหรือยี่สิบลำเคลื่อนที่

กระบี่แสง[แก้]

ความรัก[แก้]

เลอา ออร์กานา[แก้]

ดานี[แก้]

ชิรา บริเอ[แก้]

ทานิธ ไชร์[แก้]

ซิบิล[แก้]

อเลกซานดรา วิงเกอร์[แก้]

แกเรียล แคปติสัน[แก้]

มารี[แก้]

เจม อิซานนา[แก้]

คาลลิสตา มิง[แก้]

อากานาห์ นอรานด์ กอสส์ เปลล์[แก้]

มารา เจด[แก้]

เบื้องหลัง[แก้]

มาร์ค ริชาร์ด แฮมิลล์

ที่มาของลุค[แก้]

คัดเลือกนักแสดง[แก้]

ลุค สกายวอล์คเกอร์ ในฐานะวีรบุรุษแบบตำนานกรีก[แก้]

การเสียชีวิต (อย่างไม่เป็นทางการ)[แก้]

ไม่มีในข้อมูลและยังสรุปไม่ได้ว่าเสียชีวิต

ผังครอบครัว[แก้]

ดูบทความหลักที่: ครอบครัวสกายวอล์คเกอร์

อ้างอิง[แก้]

  • การ์ดเกม Star Wars Customizable Card Game: Premiere Limited
  • หนังสือ The Essential Guide to Characters
  • หนังสือ The Secrets of Star Wars: Shadows of the Empire
  • หนังสือ Star Wars Chronicles
  • หนังสือ Star Wars: The Visual Dictionary
  • เกม Star Wars Roleplaying Game
  • หนังสือ The Essential Chronology
  • Luke Skywalker ใน Star Wars Databank
  • บทความ Who's Who in the New Jedi Order
  • หนังสือ The Official Star Wars Fact File 4
  • หนังสือ The New Essential Guide to Characters
  • หนังสือ Star Wars Episode III Revenge of the Sith: Illustrated Screenplay
  • หนังสือ The New Essential Chronology
  • ชุดเสริมเกม Star Wars Miniatures: Bounty Hunters
  • ชุดเสริมเกม Star Wars Miniatures: Rebel Storm
  • เว็บไซต์ With These Hands บน Hyperspace (สำหรับสมาชิก STAR WARS : HYPERSPACE เท่านั้น)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]