สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง
Star Wars Episode VII:
The Force Awakens
กำกับ เจ.เจ. แอบรัมส์
อำนวยการสร้าง เจ.เจ. แอบรัมส์
ไบรอัน เบิร์ก
แคทเธอลีน เคเนดี
เขียน เจ.เจ. แอบรัมส์
ลอว์เรนซ์ แคสแดน
ไมเคิล แอนต์
เค้าโครงจาก ตัวละคร โดย จอร์จ ลูคัส[1]
นำแสดง มาร์ก แฮมิลล์
แฮริสัน ฟอร์ด
แคร์รี ฟิชเชอร์
แอนโทนี แดเนียลส์
ปีเตอร์ เมย์ฮิว
อดัม ไดรฟ์เวอร์
ออสการ์ ไอแซค
แอนดี เซอร์คีส
แม็กซ์ วอน ซีโดว์
ดนตรีประกอบ จอห์น วิลเลียมส์
กำกับภาพ แดเนียล มินเดล
ตัดต่อ มาร์ยาน แบรนดอน
แมรี โจ มาร์คีย์
ค่าย ลูคัสฟิล์ม
แบด โรบอทโปรดักชันส์
จำหน่าย/เผยแพร่ วอลต์ ดิสนีย์สตูดิโอส์โมชันพิกเจอร์ส
ฉาย 18 ธันวาคม ค.ศ. 2015 (2015-12-18)
ความยาว 136 นาที[2]
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ
  • 306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (รวม)[3][4][5]
  • 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สุทธิ)[6]
รายได้ 2,068 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[6]
ก่อนหน้านี้ การกลับมาของเจได
ต่อจากนี้ ปัจฉิมบทแห่งเจได
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง[7] (อังกฤษ: Star Wars: The Force Awakens) หรือ สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 7: อุบัติการณ์แห่งพลัง (Star Wars Episode VII: The Force Awakens) เป็นภาพยนตร์อเมริกาแนวมหากาพย์เทพนิยายอวกาศ[8][9] นำแสดงโดย จอห์น โบเยกา, เดซี ริดลีย์, อดัม ไดรเวอร์, ออสการ์ ไอแซ็ค, แอนดี เซอร์คีส, ดอมห์แนล กลีสัน, และ แม็กซ์ วอน ซีโดว์ โดยมี แฮริสัน ฟอร์ด, แคร์รี ฟิชเชอร์, มาร์ก แฮมิลล์, แอนโทนี แดเนียลส์, ปีเตอร์ เมย์ฮิว และ เคนนี เบเกอร์ กลับมารับบทเดิมจากภาพยนตร์ภาคก่อนๆ โดยจะดำเนินเรื่องในช่วงเวลาประมาณ 30 ปี หลังจากเหตุการณ์ใน การกลับมาของเจได[10]

หลังจากเดอะวอลต์ดิสนีย์คอมพานีซื้อลูคัสฟิล์มไปใน พ.ศ. 2555 ก็มีการประกาศสร้างภาพยนตร์สตาร์ วอร์สไตรภาคที่สามออกมา โดยอุบัติการณ์แห่งพลังจะเป็นภาพยนตร์ภาคแรกสุดที่จะถูกสร้าง[9] โดยมีผู้อำนวยการสร้างคือแคธลีน เคนเนดี, แอบรัมส์, และไบรอัน เบิร์ก ซึ่งร่วมงานกับแอบรัมส์มานาน[9][11] ส่วนจอร์จ ลูคัส ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ สตาร์ วอร์สตั้งแต่ต้น จะเป็นที่ปรึกษาให้กับการสร้างอุบัติการณ์แห่งพลังและภาพยนตร์สตาร์ วอร์สภาคอื่นๆ ที่จะสร้างตามมา[12] ภาพยนตร์เรื่องนี้มี แอบรัมส์ เป็นผู้กำกับ จากบทที่เขียนร่วมกับระหว่าง แอบรัมส์ กับ ลอว์เรนซ์ แคสแดน ซึ่งเป็นผู้เขียนบทร่วมของ จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ และ การกลับมาของเจได ซึ่งบทนี้ แอบรัมส์ และ แคสแดน เขียนขึ้นใหม่จากบทร่างแรกโดย ไมเคิล อารนท์ ซึ่งเป็นผู้แต่งเรื่องด้วยเช่นกัน[13][14] การถ่ายทำในกองถ่ายสมทบเริ่มขึ้นเมื่อเมษายน พ.ศ. 2557 ในอาบูดาบีและไอซ์แลนด์[15] และกองถ่ายหลักถ่ายทำในช่วงพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ในอาบูดาบี และสตูดิโอไพน์วู้ดในไอเวอร์เฮลท์ บักกิงแฮมเชอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สตาร์วอร์สตั้งแต่ภาคแรกสุดที่ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1977

ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดยวอลท์ดิสนีย์พิคเจอร์ส ลูคัสฟิล์ม และแบด โรบอท โปรดักชันส์[11][16] จัดจำหน่ายโดยวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ โมชั่น พิคเจอร์ส เป็นภาพยนตร์ลำดับที่เจ็ดในมหากาพย์ สตาร์ วอร์ส โดยเปิดฉายรอบปฐมทัศน์โลก ณ โรงภาพยนตร์สามแห่งในฮอลลีวูดบูลเลอร์วาร์ด ลอสแอนเจลิส ได้แก่ เอลกาปิตันเธียเตอร์ ดอลบีเธียเตอร์ และทีซีแอลไชนีสเธียเตอร์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และมีกำหนดออกฉายเป็นการทั่วไปสำหรับภูมิภาคอเมริกาในวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558 [17] สำหรับประเทศไทยออกฉายครั้งแรกในวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างสถิติรายได้เปิดตัวสูงที่สุดตลอดกาล แซงหน้า จูราสสิค เวิลด์ ที่ออกฉายในปีเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้รวมทั่วโลกเกินหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยใช้เวลาเร็วที่สุด คือ 12 วัน และเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในภูมิภาคอเมริกาเหนืออีกด้วย[18] ปัจจุบัน อุบัติการณ์แห่งพลัง เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดเป็นอันดับที่ 2[19], อันดับที่ 1 ของภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปี พ.ศ. 2558 และอันดับที่ 3 ของภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล[20] ภาพยนตร์ภาคต่อคือ Episode VIII และ Episode IX มีกำหนดฉาย พ.ศ. 2560 และ 2562 ตามลำดับ[21]

โครงเรื่อง[แก้]

ประมาณ 30 ปีให้หลังการทำลายดาวมรณะดวงที่สอง ลุค สกายวอล์คเกอร์ เจไดคนสุดท้าย หายตัวไป ปฐมภาคี (First Order) เจริญขึ้นจากจักรวรรดิกาแลกติกที่ล่มสลายและมุ่งกำจัดลุคและสาธารณรัฐ ฝ่ายต่อต้านซึ่งสาธารณรัฐหนุนหลังและมีผู้นำเป็นนายพลเลอา ออร์กานา น้องสาวฝาแฝดของลุค ต่อต้านปฐมภาคีขณะค้นหาลุคเพื่อขอความช่วยเหลือ

นักบินของฝ่ายต่อต้าน โพ ดาเมรอน (Poe Dameron) พบผู้อาวุโสหมู่บ้าน ลอร์ ซาน เทคคา บนดาวเคราาะห์แจคคู (Jakku) เพื่อเอาแผนที่ไปตำแหน่งของลุค พลรบวายุภายใต้บังคับบัญชาของไคโล เร็นทำลายหมู่บ้านและจับตัวโพ ดรอยด์บีบีเอท ของโพหลบหนีพร้อมกับแผนที่ และเจอกับเรย์ คนเก็บของเก่า ที่นิคมขยะแห่งหนึ่ง เร็นทรมานโพและทราบเรื่องบีบีเอท สตอร์มทรูปเปอร์เอฟเอ็น-2187 ซึ่งไม่สามารถฆ่าคนตามคำสั่งปฐมภาคี ปล่อยโพและทั้งสองหลบหนีออกมาในเครื่องบินขับไล่ทายที่ขโมยมา โพเรียกชื่อเอฟเอ็น-2187 ว่า "ฟินน์" ทั้งสองตกบนดาวแจคคู และดูเหมือนฟินน์เป็นผู้รอดชีวิตคนเดียว เขาพบกับเรย์และบีบีเอท แต่ปฐมภาคีแกะรอยพวกเขาและเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ทั้งหมดหลบหนีดาวในยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลค่อนที่ขโมยมา

ฟาลค่อนพัง และถูกยึดโดยยานที่ใหญ่กว่าซึ่งมีฮัน โซโลและชิวแบคคาเป็นคนขับ ซึ่งเอายานเก่าของพวกตนคืน ฮันอธิบายว่าลุคพยายามสร้างนิกายเจไดขึ้นใหม่ แต่ปลีกวิเวกไปหลังศิษย์คนหนึ่งถลำตนเข้าสู่ด้านมืดและทำลายทุกอย่างที่ลุคสร้างไว้ ในขณะเดียวกัน กลุ่มอันธพาลที่มุ่งสะสางหนี้กับฮัน โซโล ได้ขึ้นยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลค่อน และพยายามเอาเรื่องกับเขาอีกทั้งยังแจ้งให้ปฐมภาคีทราบว่าฮันข้องเกี่ยวด้วย ณ ฐานสตาร์คิลเลอร์ของปฐมภาคีซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่ถูกแปลงเป็นสุดยอดอาวุธซึ่งสามารถทำลายระบบดาว ผู้นำสูงสุดสโน้ก (Snoke) สั่งนายพลฮักซ์ (Hux) ให้ใช้มันเป็นครั้งแรก สโน้กยังถามเรนเกี่ยวกับการเข้ามีส่วนของฮัน โซโล บิดาของเขา เร็นประท้วงว่าฮานไร้ความหมายต่อเขา ลูกเรือฟาลค่อนดูแผนที่ของบีบีเอท และพิจารณาว่ามันไม่สมบูรณ์ พวกเขาเดินทางไปดาวเคราะห์ทักโคดานา (Takodana) และพบเจ้าของบาร์ มาส คานาต้า (Maz Kanata) ซึ่งสามารถช่วยให้บีบีเอท ถึงฝ่ายต่อต้าน แต่ฟินน์ต้องการหนีไปคนเดียว เรย์ถูกดึงดูดสู่ห้องนิรภัยและพบกระบี่แสงซึ่งเป็นของลุคและบิดา อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ เธอเห็นนิมิตกวนใจและหนีเข้าป่า มาสยกกระบี่แสงให้ฟินน์เก็บรักษา

ฐานสตาร์คิลเลอร์ทำลายเมืองหลวงและกองยานของสาธารณรัฐ ปฐมภาคีโจมตีทักโคดานาเพื่อค้นหาบีบีเอท ฮัน ชิวแบคคาและฟินน์ได้รับการช่วยเหลือจากเครื่องบินขับไล่เอ็กซ์วิงของฝ่ายต่อต้านนำโดยโพ แต่เรย์ถูกเรนจับและนำไปฐานสตาร์คิลเลอร์ เรนสอบสวนเรย์เกี่ยวกับแผนที่ แต่เธอขัดขืนการอ่านใจของเขา เมื่อค้นพบว่าเธอก็สามารถใช้พลังได้ เธอจึงหลบหนีจากห้องขังด้วยกลเม็ดสะกดจิตของเจได เลอามาถึงทักโคดานากับซีทรีพีโอและเข้ากับฮันและชิวแบคคา ที่ฐานของฝ่ายต่อต้านบนดาวดีควาร์ (D'Qar) บีบีเอท พบอาร์ทูดีทู ซึ่งไม่ทำงานตั้งแต่ลุคหายสาบสูญ ขณะที่ฐานสตาร์คิลเลอร์เตรียมยิงดาวดูคาร์ ฝ่ายต่อต้านคิดแผนทำลายฐานโดยการโจมตีศูนย์ที่สำคัญ เลอากระตุ้นฮันให้พาบุตรของพวกตนกลับมาอย่างปลอดภัย ฮัน ชิวแบคคาและฟินน์แทรกซึมฐานโดยใช้ฟาลค่อน พวกเขาลดเกราะ พบเรย์ ติดตั้งระเบิดและพบเร็น ฮันประจัญเรนโดยเรียกเขาตามชื่อเมื่อเกิดว่า เบน และวิงวอนเขาให้สละด้านมืด แม้ยังสับสน เร็นปฏิเสธและฆ่าฮาน ชิวแบคคาโกรธและยิงเร็นด้านข้างและจุดระเบิด ทำให้เครื่องบินขับไล่เอ็กซ์วิงของฝ่ายต่อต้านโจมตีและเริ่มต้นปฏิกิริยาลูกโซ่ซึ่งทำลายฐานสตาร์คิลเลอร์ได้สำเร็จ

เร็นที่บาดเจ็บไล่ล่าฟินน์และเรย์ถึงผิวดาว ฟินน์ต่อสู้กับเร็นด้วยกระบี่แสง แต่แพ้และได้รับบาดเจ็บสาหัส เรย์รับกระบี่แสงและต่อสู้เร็น ซึ่งเป็นฝ่ายชนะและทำให้เขามีแผลเป็นด้วยพลัง ก่อนที่ทั้งสองจะถูกคั่นด้วยรอยแตก สโน้กสั่งฮักซ์ให้อพยพและนำเร็นไปกับเขา ขณะที่เรย์และชิวแบคคาหลบหนีพร้อมกับฟินน์ในฟาลค่อน บนดาวดูคาร์ ฝ่ายต่อต้านเฉลิมฉลองขณะที่เลอา ชิวแบคคา และเรย์อาลัยการเสียชีวิตของฮัน อาร์ทูดีทู ตื่นขึ้นและเผยแผนที่ที่เหลือ ซึ่งเรย์ตามอาร์ทูดีทู และชิวแบคคาไปเกาะแห่งหนึ่งบนดาวเคราะห์ห่างไกล เธอพบลุคและมอบกระบี่แสงที่เคยเป็นของบิดาเขาให้

นักแสดง[แก้]

สำหรับบทของ อาร์ทูดีทู นั้น เคนนี เบเกอร์ ไม่ได้แสดงเองเหมือนภาค 1-6 แต่ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับทีมงานภาพยนตร์ นอกจากนี้ ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ยังมีการใช้เสียงของโอบีวัน เคโนบี ทั้งวัยหนุ่ม (ยวน แม็คเกรเกอร์ พากย์เสียงเพิ่มเอง) วัยชรา (ใช้เสียงอเล็ก กินเนสส์ จากไตรภาคเดิม) และโยดา (แฟรงค์ อ๊อซ) ด้วย

การสร้าง[แก้]

การคัดนักแสดง[แก้]





(จากซ้ายไปขวา) มาร์ก แฮมิลล์, แฮร์ริสัน ฟอร์ดและแคร์รี ฟิชเชอร์ กลับมารับบทเดิมจากไตรภาคดั้งเดิมได้แก่ลุค สกายวอล์คเกอร์, ฮัน โซโลและเจ้าหญิงเลอา ตามลำดับ

29 เมษายน 2557 มีการประกาศรายชื่อนักแสดงอย่างเป็นทางการ รวมถึงภาพถ่ายนักแสดงนั่งล้อมวงที่สตูดิโอไพน์วู้ดเพื่ออ่านบทร่วมกันเป็นครั้งแรก[14] 2 มิถุนายน 2557 มีการประกาศรายชื่อนักแสดงเพิ่มอีก 2 คน อย่างเป็นทางการ ได้แก่ ลูพีตา ญองอ และ เกวนเดอลีน คริสตี้[22]

ผลตอบรับ[แก้]

คำวิจารณ์[แก้]

สตาร์ วอร์ส: อุบัติการณ์แห่งพลัง‎ ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์และผู้ชมทั่วไป[23]

รางวัล[แก้]

ชนะเลิศ[แก้]

  • รางวัลสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน (American Film Institute) ประจำปี ค.ศ. 2015 สาขาภาพยนตร์แห่งปี[24]
  • รางวัลแบฟตาครั้งที่ 69 (ค.ศ. 2016) สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม[25]
  • เอ็มไพร์อะวอดส์ (Empire Awards) ประจำปี ค.ศ. 2016[26]
    • สาขาภาพยนตร์วิทยาศาสตร์/แฟนตาซียอดเยี่ยม
    • สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • สาขานักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
    • สาขานักแสดงหญิงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
    • สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
  • รางวัลอีฟนิงสแตนดาร์ดบริติชฟิล์ม (Evening Standard British Film Awards ) ประจำปี ค.ศ. 2016 สาขา Blockbuster of the Year[27]
  • รางวัลสมาคมวิจารณ์ภาพยนตร์ฟลอริดา (Florida Film Critics Circle) ประจำปี ค.ศ. 2015 สาขา FCC Breakout (เดซี ริดลีย์)[28]
  • รางวัลแกรมมี ครั้งที่ 59 (ค.ศ. 2017) สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม (จอห์น วิลเลียมส์)[29]
  • รางวัลจูปิเตอร์ (Jupiter Awards) ประจำปี ค.ศ. 2016 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม[30]
  • รางวัลโมชันพิกเจอร์ซาวด์อีดิเตอส์ (Motion Picture Sound Editors) ประจำปี ค.ศ. 2016 สาขา Best Sound Editing: Music in a Feature Film[31]
  • เอ็มทีวีมูวีอะวอดส์ ประจำปี ค.ศ. 2016[32]
    • สาขาภาพยนตร์แห่งปี
    • สาขาการแสดงยอดเยี่ยม (เดซี ริดลีย์)
    • สาขาตัวร้ายยอดเยี่ยม (อดัม ไดร์เวอร์)
  • รางวัลนิคเคโลเดียนคิดส์ชอยส์ ประจำปี ค.ศ. 2016 สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม[33]
  • รางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแซนตาบาร์บารา ประจำปี ค.ศ. 2016 สาขาวิชวลเอฟเฟกต์[34]
  • รางวัลแซทเทิร์น ประจำปี ค.ศ. 2016[35][36]
    • สาขาภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยม
    • สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (แฮร์ริสัน ฟอร์ด)
    • สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (อดัม ไดรเวอร์)
    • สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
    • สาขาตัดต่อภาพยอดเยี่ยม
    • สาขาเมกอัพยอดเยี่ยม
    • สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
  • รางวัลสกรีนเนชันฟิล์มแอนด์เทเลวิชันอะวอดส์ (Screen Nation Film and Television Awards) ประจำปี ค.ศ. 2016 สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (จอห์น โบเยกา)[37]
  • ทีนชอยส์อะวอดส์ ประจำปี ค.ศ. 2016[38]
    • สาขา Choice Movie: Villain (อดัม ไดรเวอร์)
    • สาขา Choice Movie: Breakout Star (เดซี ริดลีย์)
  • รางวัลสมาคมวิชวลเอฟเฟคต์ (Visual Effects Society) ประจำปี ค.ศ. 2016[39]
    • สาขา Outstanding Visual Effects in a Photoreal Feature
    • สาขา Outstanding Created Environment in a Photoreal Feature
    • สาขา Outstanding Virtual Cinematography in a Photoreal Project
    • สาขา Outstanding Models in a Photoreal or Animated Project

ภาคต่อ[แก้]

Episode VIII[แก้]

ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2014 ผู้กำกับ ไรอัน จอห์นสันยืนยันว่าเขาจะเป็นผู้กำกับภาค Episode VIII [40] ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2017[41] โดยจะได้มาร์ก แฮมิลล์, แคร์รี ฟิชเชอร์, อดัม ไดรเวอร์, เดซี ริดลีย์, จอห์น โบเยกา, ออสการ์ ไอแซ็ค, ลูพีตา ญองอ, ดอมห์แนล กลีสัน, แอนโธนี แดเนียลส์, เกวนโดลีน คริสตี้, แอนดี เซอร์คิสและปีเตอร์ เมย์ฮิวกลับมารับบทเดิม[42] ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2017 ภาพยนตร์ได้รับการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการคือ สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได (Star Wars: The Last Jedi)[43]

Episode IX[แก้]

สตาร์ วอร์ส: เอพพิโซด 9 มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2019[44] โดยจะได้เจ.เจ. แอบรัมส์กลับมาทำหน้าที่ผู้กำกับอีกครั้ง โดยร่วมเขียนบทกับคริส เทอร์ริโอ[45]

อ้างอิง[แก้]

  1. "George Lucas and Kathleen Kennedy Talk STAR WARS: EPISODE VII". Collider. November 20, 2013. สืบค้นเมื่อ January 4, 2014. 
  2. "Star Wars Episode VII: The Force Awakens". British Board of Film Classification. December 7, 2015. สืบค้นเมื่อ December 8, 2015. 
  3. "Star Wars Ep. VII: The Force Awakens (2015) - Financial Information". The Numbers. สืบค้นเมื่อ April 22, 2016. 
  4. FilmL.A. (June 15, 2016). "2015 Feature Film Study". สืบค้นเมื่อ June 16, 2016. 
  5. Spence, Alex (March 9, 2016). "Star Wars: Disney got £31 million from UK taxman for Force Awakens". สืบค้นเมื่อ August 15, 2016. 
  6. 6.0 6.1 "Star Wars: The Force Awakens (2015)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ June 6, 2016. 
  7. สตาร์ วอร์ส อุบัติการณ์แห่งพลัง
  8. McNary, Dave (April 17, 2013). "Star Wars Movies Coming in 2015, 2017 and 2019". Variety. สืบค้นเมื่อ May 26, 2013. 
  9. 9.0 9.1 9.2 "New Star Wars Movies Announced as Disney Enters Agreement to Acquire Lucasfilm Ltd". StarWars.com. October 30, 2012. สืบค้นเมื่อ May 25, 2013. 
  10. "STAR WARS: EPISODE VII SET TO ROLL CAMERAS MAY 2014". StarWars.com. March 18, 2014. สืบค้นเมื่อ May 23, 2014. 
  11. 11.0 11.1 "Star Wars Is Being Kick-Started with Dynamite". StarWars.com. January 25, 2013. สืบค้นเมื่อ January 4, 2014. 
  12. "New Video Series: A Discussion About the Future of Star Wars", StarWars.com, October 30, 2012. Retrieved May 25, 2013.
  13. Kit, Borys (October 24, 2013). "Writer Michael Arndt Exits 'Star Wars: Episode VII'". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ October 24, 2013. 
  14. 14.0 14.1 "STAR WARS: EPISODE VII CAST ANNOUNCED". Star Wars.com. April 29, 2014. สืบค้นเมื่อ April 29, 2014. 
  15. "Abu Dhabi is First Location for Star Wars: Episode VII". twofour54. May 21, 2014. สืบค้นเมื่อ May 26, 2014. 
  16. Ben Quinn and agencies (October 30, 2012). "Disney to buy Star Wars production company Lucasfilm for $4bn". The Guardian (London). สืบค้นเมื่อ January 4, 2014. 
  17. {https://www.facebook.com/video.php?v=323158884554016}
  18. McClintock, Pamela (January 6, 2016). "Box Office: 'Star Wars: Force Awakens' Tops 'Avatar' to Become No. 1 Film of All Time in North America". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ January 7, 2016. 
  19. "Worldwide Openings". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ 21 December 2015. 
  20. All Time Highest Grossing Movies Worldwide - The Numbers
  21. Upcoming Star Wars Movies: List Of Titles And Release Dates - Cinemablend
  22. "Academy Award Winner Lupita Nyoung'o Joins the Cast of Star Wars: Episode VII". StarWars.com. June 2, 2014. สืบค้นเมื่อ June 2, 2014. 
  23. Fechter, Joshua (December 16, 2015). "Critics' reviews of 'Star Wars: The Force Awakens' overwhelmingly positive". mySA. สืบค้นเมื่อ December 28, 2015. สคริปต์ผิดพลาด: ไม่มีมอดูล IndentEpstein, Adam (December 16, 2015). "'Star Wars: The Force Awakens' reviews are in, and they're overwhelmingly positive". Quartz. สืบค้นเมื่อ December 28, 2015. สคริปต์ผิดพลาด: ไม่มีมอดูล IndentWong, Jessica (December 15, 2015). "Star Wars: The Force Awakens earns positive early reviews". CBC News. สืบค้นเมื่อ February 7, 2016. สคริปต์ผิดพลาด: ไม่มีมอดูล Indent"Star Wars: The Force Awakens gets rave reviews". BBC News. December 16, 2015. สืบค้นเมื่อ December 28, 2015. 
  24. AFI Editors (December 22, 2015). "AFI Awards 2015". American Film Institute. สืบค้นเมื่อ December 22, 2015. 
  25. Shoard, Catherine (January 8, 2016). "Bafta nominations 2016: Carol and Bridge of Spies lead the pack". The Guardian. สืบค้นเมื่อ January 8, 2016. 
  26. John Nugent (March 20, 2016). "Star Wars and Mad Max Win Big at the 2016 Jameson Empire Awards". Empire Awards. สืบค้นเมื่อ March 21, 2016. 
  27. "Evening Standard British Film Awards: The longlist". London Evening Standard. December 22, 2015. สืบค้นเมื่อ November 29, 2016. 
  28. Florida Film Critics Circle Editors (January 4, 2016). "'Mad Max: Fury Road' Dominates 2015 Florida Film Critics Awards". Florida Film Critics Circle. สืบค้นเมื่อ January 4, 2016. 
  29. Morris, Chris (February 12, 2017). "Adele Takes Two Trophies at Early Grammy Ceremony, Beyonce Wins for ‘Formation’ Video". Variety. สืบค้นเมื่อ February 13, 2017. 
  30. "Bildergalerie Jupiter Award Gewinner". Jupiter Award. สืบค้นเมื่อ April 27, 2016. 
  31. "63rd MPSE Golden Reel Award Winners". Motion Picture Sound Editors. February 27, 2016. สืบค้นเมื่อ March 21, 2016. 
  32. Lovett, Jamie (March 8, 2016). "Deadpool, Avengers, And Star Wars Nominated For MTV Movie Awards". Comicbook.com. สืบค้นเมื่อ March 8, 2016. 
  33. Lovett, Jamie (February 18, 2016). "Kids' Choice Awards: Adele, Justin Bieber, 'Star Wars' Among Nominees". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ March 11, 2016. 
  34. "The 2015 Santa Barbara International Film Festival". Santa Barbara International Film Festival. สืบค้นเมื่อ October 18, 2016. 
  35. "The 2015 Nominees". Saturn Awards. The Academy of Science Fiction Fantasy and Horror Films. สืบค้นเมื่อ May 1, 2016. 
  36. "The Winners Of The 42nd Annual Saturn Awards". Saturn Awards. The Academy of Science Fiction Fantasy and Horror Films. สืบค้นเมื่อ June 24, 2016. 
  37. "11th Screen Nation Film and Television Awards 2016 Nominations Announced. Kojo & Brenda Emmanus to Host". The British Blacklist. สืบค้นเมื่อ October 17, 2016. 
  38. Goodman, Jessica (July 31, 2016). "Teen Choice Awards 2016: See the full list of winners". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ August 1, 2016. 
  39. "14th Annual VES Awards Nominees". Visual Effects Society. January 12, 2016. 
  40. McMillan, Graeme (August 18, 2014). "Rian Johnson Says Next 'Star Wars' Will Have Less CGI, More Practical Effects". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ August 18, 2014. 
  41. McClintock, Pamela (January 20, 2016). "'Star Wars: Episode VIII' Gets New Release". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ January 20, 2016. 
  42. "STAR WARS: EPISODE VIII NOW FILMING". Star Wars.com. February 15, 2016. สืบค้นเมื่อ February 15, 2016. 
  43. "Star Wars: Episode VIII will be titled The Last Jedi". The Verge. January 23, 2017. 
  44. Parker, Ryan (September 12, 2017). "J.J. Abrams to Replace Colin Trevorrow as 'Star Wars: Episode IX' Writer and Director". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ September 12, 2017. 
  45. Kroll, Justin (September 12, 2017). "J.J. Abrams to Replace Colin Trevorrow as Director of ‘Star Wars: Episode IX’". Variety. สืบค้นเมื่อ September 12, 2017. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]