สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์
Star Wars The Rise of Skywalker poster.jpg
ใบปิดภาพยนตร์ภาษาไทย
กำกับเจ. เจ. แอบรัมส์
เขียนบท
  • เจ. เจ. แอบรัมส์
  • คริส เทร์ริโอ
สร้างจากสตาร์ วอร์ส
โดย จอร์จ ลูคัส
อำนวยการสร้าง
  • แคทลีน เคนเนดี
  • เจ. เจ. แอบรัมส์
  • มิเชลล์ เรยวาน
นักแสดงนำ
กำกับภาพแดน มินเดล
ตัดต่อ
  • มาเรียนน์ แบรนดอน
  • สเตฟาน กรูบ
ดนตรีประกอบจอห์น วิลเลียมส์
บริษัทผู้สร้าง
ผู้จัดจำหน่ายวอลต์ดิสนีย์สตูดิโอส์โมชันพิกเชอส์
วันฉาย20 ธันวาคม ค.ศ. 2019 (2019-12-20)(สหรัฐอเมริกา)
ความยาว142 นาที[1]
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
ทุนสร้าง275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2]
รายได้1,074 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]
ก่อนหน้านี้เอพพิโซด 8: ปัจฉิมบทแห่งเจได

สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ (อังกฤษ: Star Wars: The Rise of Skywalker) เป็นภาพยนตร์ในชุด สตาร์ วอร์ส ภาพยนตร์มหากาพย์ในโลกเทพนิยายอวกาศ มีเจ. เจ. แอบรัมส์ เป็นผู้กำกับ อำนวยการสร้าง และร่วมเขียนบท เป็นภาพยนตร์ลำดับที่สามและลำดับสุดท้ายในชุดภาพยนตร์ไตรภาคต่อของ สตาร์ วอร์ส ต่อจาก สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได เป็นผลงานร่วมผลิตระหว่างบริษัทลูคัสฟิล์ม และแบดโรบอทโปรดักชันส์ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ของแอบรัมส์ จัดจำหน่ายโดยวอลท์ดิสนีย์สตูดิโอโมชั่นพิคเจอร์ส

กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ เล่าเรื่องของเรย์ ฟินน์ และโพ ดาเมรอน ที่ร่วมกันนำทัพขบวนการฝ่ายต่อต้านเข้าร่วมต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อต่อกรกับผู้นำสูงสุดไคโล เรน และปฐมภาคี ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากจักรพรรดิพัลพาทีนที่กลับมาจากความตาย ในตอนแรกมีรายงานข่าวว่าไรอัน จอห์นสัน จะเป็นผู้เขียนบทให้กับภาพยนตร์ตอนที่ 9 นี้ แต่ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015 โคลิน เทรวอร์โรว์ก็ถูกว่าจ้างให้มากำกับและเขียนบทแทน พร้อมกับผู้ร่วมงานคือเดเรก คอนนอลลี ทั้งสองคนยังคงได้มีชื่อเป็นผู้แต่งเรื่องร่วมกับแอบรัมส์และคริส เทอร์ริโอในผลงานฉบับเสร็จสมบูรณ์ ต่อมาเดือนกันยายน ค.ศ. 2017 เทรวอร์โรว์ถอนตัวจากโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เนื่องจากมีความคิดเห็นขัดแย้งกันกับผู้สร้างคือแคทลีน เคนเนดี ทำให้แอบรัมส์กลับมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับอีกครั้ง จอห์น วิลเลี่ยมส์ กลับมาประพันธ์ดนตรีประกอบให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายในชุด ภาพยนตร์เปิดกล้องถ่ายทำเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2018 ที่ไพน์วูดสตูดิโอ ประเทศอังกฤษ และปิดกล้องถ่ายทำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 งานสร้างหลังการถ่ายทำเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 ใช้ทุนสร้างไปทั้งหมด 275 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างสูงที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างภาพยนตร์

หลังจากออกฉายในสหรัฐเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2019 ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รับเสียงตอบรับแบบก้ำกึ่ง โดยนักวิจารณ์ชื่นชมการแสดง ดนตรีประกอบและวิชวลเอฟเฟกต์ แต่วิจารณ์การดำเนินเรื่องและธีมที่ต่างจาก สตาร์ วอร์ส: ปัจฉิมบทแห่งเจได ภาพยนตร์ทำรายได้กว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในปี ค.ศ. 2019 เป็นอันดับที่ 7[4]

เนื้อเรื่อง[แก้]

หนึ่งปีหลังการรบบนดาวเคราะห์เครท จักรพรรดิพัลพาทีนฟื้นคืนชีพและประกาศการล้างแค้น ไคโล เร็น ค้นพบเครื่องนำทางของซิธ เปิดเผยเส้นทางไปยังดาวเคราะห์นอกเขตสำรวจ เอ็กซาโกล ที่นั่นเขาได้พบกับพัลพาทีน และได้ทราบว่าสโน้คเป็นหุ่นเชิดที่ถูกพัลพาทีนสร้างขึ้นเพื่อควบคุมปฐมภาคีและหลอกล่อไคโล เร็น มายังด้านมืดของพลัง นอกจากนี้พัลพาทีนยังได้เปิดเผยตัวตนของปัจฉิมภาคี กองทัพยานรบพิฆาตดาราที่ถูกปิดซ่อนเป็นความลับ และบอกให้ไคโลตามหาเรย์และสังหารเธอเสีย ระหว่างที่เรย์กำลังฝึกฝนพลังเจไดภายใต้การชี้นำของเลอา ออร์กานา ผู้นำฝ่ายต่อต้าน ต่อมาฟินน์และโพ ดาเมร่อนได้ข่าวสารจากสายลับระบุว่าพัลพาทีนอยู่ที่เอ็กซาโกล เรย์เคยอ่านเจอบันทึกของลุค สกายวอล์คเกอร์ว่าเครื่องนำทางของซิธจะสามารถชี้ทางไปยังที่นั่นได้ เช่นนั้นแล้วเรย์ ฟินน์ โพ ชิวแบคคา บีบีเอท และซีทรีพีโอ เดินทางด้วยยานมิลเลนเนียม ฟาลคอน ไปยังดาวเคราะห์พาซาน่า ซึ่งมีเงื่อนงำบ่งบอกที่อยู่ของเครื่องนำทางซ่อนอยู่

ไคโลใช้ความสามารถประสานจิตผ่านพลังจนรู้ที่อยู่ของเรย์ แล้วจึงเดินทางไปยังพาซาน่าพร้อมกับผู้ติดตามคือเหล่าอัศวินแห่งเร็น ด้วยความช่วยเหลือของแลนโด คาลริสเซียน เรย์และพวกพ้องตามหาเงื่อนงำจนพบ นั่นคือร่างของนักล่าเจไดนามโอชิพร้อมยานบิน และมีดสั้นเล่มหนึ่งที่สลักถ้อยคำภาษาซิธเอาไว้ ซีทรีพีโอมีความสามารถที่จะแปลภาษานี้ได้แต่ถูกโปรแกรมยับยั้งเอาไว้ เรย์สัมผัสได้ว่าไคโลอยู่ใกล้ๆ จึงไปเผชิญหน้า ปฐมภาคีจับยานฟาลคอน ชิวแบคคา และมีดสั้นไปได้ ในขณะที่พยายามจะช่วยชีวิตชิวแบคคานั้นเองเรย์พลั้งมือใช้พลังสายฟ้าทำลายยานขนส่งปฐมภาคีลง เห็นเช่นนั้นทุกคนต่างคิดว่าชิวแบคคาเสียชีวิต จึงเดินทางหลบหนีไปด้วยยานบินของโอชิ

ทั้งคณะเดินทางมาถึงดาวเคราะห์คิจิมิ ที่นี่มีช่างซ่อมหุ่นยนต์สามารถถอดรหัสเอาคำแปลของข้อความภาษาซิธออกมาจากความทรงจำของซีทรีพีโอได้สำเร็จ เปิดเผยให้เห็นพิกัดที่อยู่ของเครื่องนำทาง เรย์สัมผัสได้ว่าชิวแบคคายังไม่ตาย จึงพาคณะเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยมุ่งสู่ยานพิฆาตดาราของไคโล เร็น เรย์ค้นหามีดสั้นจนพบและเกิดนิมิตเห็นโอชิสังหารพ่อแม่ของเธอด้วยมีดสั้นนี้ ไคโลเปิดเผยว่าเรย์คือหลานสาวของพัลพาทีน ผู้ออกคำสั่งนำโอชิไปพาตัวเรย์ในวัยเด็กมาชุบเลี้ยง แต่พ่อแม่ของเรย์พากันไปซ่อนตัวบนดาวเคราะห์แจคคูเพื่อปกป้องเธอ นายพลฮักซ์ช่วยชีวิตโพ ฟินน์ และชิวแบคคาเอาไว้ในตอนที่ทั้งสามกำลังจะถูกสังหาร พร้อมเปิดเผยตัวว่าเขาเองคือสายลับที่ส่งข่าวสารให้ฝ่ายต่อต้าน ฮักซ์ช่วยเหลือให้ทั้งคณะขึ้นยานฟาลคอนหลบหนีได้สำเร็จ แต่ก็ถูกจอมพลไพรด์จับได้และสังหารทันที ยานฟาลคอนพร้อมคณะเดินทางมาถึงพิกัดของเครื่องนำทาง นั่นคือดวงจันทร์แห่งระบบดาวเอนดอร์ ระหว่างนั้นพัลพาทีนสัมผัสได้ว่าไคโลมีแผนทรยศหมายจะขึ้นปกครองจักรวาลโดยมีเรย์เคียงข้าง จึงขู่ว่ากองยานของเขาจะสังหารไคโล เร็น หากไม่ยอมทำตามความประสงค์

บนซากสถานีรบดาวมรณะดวงที่สองเรย์ค้นพบเครื่องนำทาง แต่ในทันทีก็เจอกับไคโล เร็นที่ตามมาพบและทำลายเครื่องนำทางลงทันที ทั้งสองต่อสู้กัน ขณะเดียวกันเลอากำลังจะจบชีวิต เธอเรียกหาไคโลผ่านพลัง เป็นผลให้ไคโลไขว้เขวชั่วขณะ เปิดโอกาสให้เรย์แทงกระบี่แสงเป็นบาดแผลถึงแก่ชีวิต ในตอนนั้นเรย์สัมผัสได้ถึงการจากไปของเลอา แล้วจึงใช้พลังรักษาบาดแผลของไคโล และใช้ยานบินของเขาเดินทางไปยังดาวเคราะห์อักโตด้วยหวังจะซ่อนตัวตราบชั่วชีวิต ที่นั่นเองวิญญาณพลังของลุคปรากฎตัวขึ้นและชี้นำเรย์ให้เผชิญหน้ากับพัลพาทีนพร้อมให้กระบี่แสงของเลอากับเธอ เรย์เดินทางไปยังเอกซาโกลด้วยยานรบเอ็กซ์วิงของลุคและเครื่องนำทางบนยานบินของไคโล ระหว่างนั้นเองไคโลสนทนากับความทรงจำของฮัน โซโลบิดาเขา จนตัดสินใจโยนกระบี่แสงทิ้งและกลับมาเป็นเบ็น โซโล อีกครั้ง พัลพาทีนสัมผัสได้ถึงการตายของเลอาและการกลับใจของเบ็น จึงสั่งการจอมพลไพรด์ให้ใช้ยานพิฆาตดารายิงซูเปอร์เลเซอร์ทำลายดาวเคราะห์คิจิมิเป็นการประกาศศักดา

กองทัพฝ่ายต่อต้าน นำโดยโพและฟินน์ เตรียมจู่โจมทัพยานของพัลพาทีน เรย์ส่งพิกัดที่เธอได้มาไปให้อาร์ทูดีทู ทำให้ฝ่ายต่อต้านสามารถเดินทางไปยังเอกซาโกลได้ ที่นั่นเรย์ได้เผชิญหน้ากับพัลพาทีน ซึ่งสั่งให้เธอสังหารร่างของเขาเสีย เพื่อที่วิญญาณพลังของเขาจะได้ถ่ายทอดไปยังร่างของเธอ แลนโดนำกำลังเสริมจากทั่วกาแลกซีมาร่วมการสู้รบ เบ็นปราบเหล่าอัศวินแห่งเร็นลงและเข้าต่อสู้ร่วมกับเรย์ พัลพาทีนดูดพลังจากทั้งคู่มาเสริมพลังให้กับร่างกายของเขาจนกลับแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง เขาปราบเบ็นลงและใช้พลังสายฟ้าโจมตีกองทัพยานของฝ่ายต่อต้าน เรย์ที่อ่อนแรงได้ยินเสียงของเหล่าเจไดในอดีต พวกเขามอบพลังให้เรย์ พัลพาทีนใช้พลังสายฟ้าโจมตีเธอ แต่เรย์ใช้กระบี่แสงของลุคและเลอาสะท้อนพลังสายฟ้ากลับไป สังหารพัลพาทีนเป็นผลสำเร็จ แต่ก็ทำให้เรย์ตายตามไปด้วยเช่นกัน เบ็นใช้พลังฟื้นคืนชีพเรย์ขึ้นมา แลกกับชีวิตของเขาเอง ทั้งสองจุมพิตกันก่อนที่เบ็นจะสิ้นลมหายใจ ฟินน์และแจนนาห์ทำลายยานรบบัญชาการฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ สังหารจอมพลไพรด์ และปิดการทำงานของเครื่องส่งสัญญาณ ทำให้ยานรบซิธไม่สามารถหลบหนีออกจากเอกซาโกลได้ ฝ่ายต่อต้านได้ทำลายกองยานรบของพับพาทีนลงอย่างราบคาบ ประชาชนทั่วกาแลกซีลุกฮือขึ้นต่อต้านปฐมภาคี ฝ่ายต่อต้านเดินทางกลับฐานทัพและเฉลิมฉลอง

หลังสิ้นสุดการเฉลิมฉลอง เรย์เดินทางไปยังบ้านเกิดของลุคที่ถูกทิ้งร้างบนดาวเคราะห์ทาทูอีน เธอกลบฝังกระบี่แสงของลุคและเลอาไว้ที่นั่น ชาวบ้านคนหนึ่งเดินทางผ่านมายังที่แห่งนั้นและถามว่าเธอคือใคร เรย์มองเห็นวิญญาณของลุคและเลอาเฝ้ามองอยู่ จึงตอบกลับไปว่าเธอคือ "เรย์ สกายวอล์คเกอร์"

นักแสดง[แก้]

รางวัล[แก้]

สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ ได้รับรางวัล

  • Casting Society of America สาขา The Zeitgeist Award[5]
  • Visual Effects Society Awards สาขา Outstanding Effects Simulations in a Photoreal Feature[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Hibberd, James (November 25, 2019). "J.J. Abrams reveals the real running time for The Rise of Skywalker". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ December 5, 2019.
  2. "'Star Wars: The Rise of Skywalker' Wins $175 Million Box Office, While the Farce Be With 'Cats'". IndieWire. December 22, 2015. สืบค้นเมื่อ December 24, 2019.
  3. "Star Wars: The Rise of Skywalker (2019)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ March 8, 2020.
  4. "2019 Worldwide Box Office". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ January 11, 2020.
  5. Lewis, Hillary (January 30, 2020). "Artios Awards: 'Once Upon a Time in Hollywood,' 'Jojo Rabbit' Among Casting Society Winners". The Hollywood Reporter (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ February 2, 2020.
  6. Hipes, Patrick (January 7, 2020). "VES Awards Nominations: 'The Lion King', 'Alita: Battle Angel', 'The Mandalorian' & 'GoT' Top List". Deadline. สืบค้นเมื่อ January 7, 2020.