พัลพาทีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชีฟว์ พัลพาทีน
ดาร์ธ ซิเดียส
ตัวละครใน สตาร์ วอร์ส
Palpatinespeech.jpg
ปรากฏครั้งแรกจักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ (1980)
ปรากฏครั้งสุดท้ายกำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ (2019)
สร้างโดยจอร์จ ลูคัส
แสดงโดย
ให้เสียงโดย
ข้อมูลตัวละครในเรื่อง
ชื่อเต็มชีฟว์ พัลพาทีน
เพศชาย
อาชีพ
สังกัด
ครอบครัวไม่มีชื่อ (ลูกชาย)
เรย์ (หลานสาว)
ศาสนานิกายแห่งซิธลอร์ด
Homeworldนาบู

ชีฟว์ พัลพาทีน (อังกฤษ: Sheev Palpatine) หรือที่รู้จักกันในชื่อของซิธคือ ดาร์ธ ซิเดียส (อังกฤษ: Darth Sidious) (ชื่อที่รู้จักต่อสาธารณชนคือ วุฒิสมาชิกพัลพาทีน ต่อมาเป็น สมุหนายกพัลพาทีน และสุดท้ายเป็น จักรพรรดิพัลพาทีน) คือตัวละครฝ่ายร้ายตัวหนึ่งในมหากาพย์ภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ชุดสตาร์ วอร์ส (Star Wars) แสดงโดยเอียน แมคเดียร์มิด มีบทบาทสำคัญในภาพยนตร์ทั้งหมดเก้าภาคของภาพยนตร์ชุดนี้และเนื้อหาในจักรวาลขยายอีกจำนวนมาก มีลักษณะเป็นจักรพรรดิซิธสูงอายุผู้มีดวงตาสีเหลืองอันร้ายกาจ สวมชุดคลุมสีดำสนิท มีพลังพิเศษคือการปล่อยพลังสายฟ้า (Force Lightning) ใส่สิ่งต่างๆ ได้ และการใช้ดาบไลท์เซเบอร์สีแดงที่เต็มไปด้วยพลังด้านมืด

"พัลพาทีน" หรือ "ดาร์ธ ซิเดียส" เป็นสมุหนายกคนสุดท้ายของสาธารณรัฐกาแลกติก (ปีที่ 32 ก่อนยุทธการยาวินถึงปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวิน) และผู้ตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิกาแลกติก (ปีที่ 19 ก่อนยุทธการยาวินถึงปีที่ 4 หลังยุทธการยาวิน) เขาเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระดับกาแลกซีอย่างสงครามโคลนเพื่อที่จะกุมอำนาจโดยใช้กฎอัยการศึกที่ประกาศโดยสภากาแลกติก

ในระหว่างสงครามโคลน พัลพาทีนเป็นผู้นำที่แท้จริงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในฐานะของซิธลอร์ด ดาร์ธ ซิเดียส ทั้งยังเป็นผู้นำตามกฎหมายของฝ่ายสาธารณรัฐอีกด้วย ทำให้เขาสามารถวางแผนความเป็นไปของสงครามทั้งหมดได้ ยังผลให้พัลพาทีนได้รับชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่คือการถือกำเนิดขึ้นของจักรวรรดิกาแลกติก โดยตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิปกครอง สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกาแลกซี

นอกจากจะถูกถือว่าเป็นลอร์ดมืดแห่งซิธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิกายซิธแล้ว พัลพาทีนยังเชื่อว่าตนเป็นซิธลอร์ดเพียงหนึ่งเดียวในรอบหลายพันปีที่สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดของซิธได้ นั่นก็คือการทำลายล้างนิกายเจไดทั้งหมด และทำให้ซิธได้ปกครองทั่วทั้งกาแลกซี

อย่างไรก็ดี ความแข็งแกร่งที่ทำให้พัลพาทีนเป็นซิธที่สามารถแก้แค้นให้กับนิกายของตนได้เป็นผลสำเร็จนั้นไม่ได้มาจากความสามารถในด้านมืดของพลังที่ร้ายกาจแต่อย่างใด ทว่าเป็นการที่เขาสามารถทำให้กาแลกซีทั้งกาแลกซีตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเองได้ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว นั่นคือตามที่อาจารย์โยดาเคยกล่าวไว้ว่า "ด้านมืดบดบังทุกสิ่ง"

ในฐานะของอัจฉริยะจอมโฉด พัลพาทีนไม่ได้สามารถชำระแค้นให้กับซิธด้วยเพียงความเก่งกาจทางการเมืองและความเชี่ยวชาญในพลังแห่งด้านมืดเท่านั้น แต่ยังด้วยความช่วยเหลือของผู้ฝึกฝนที่เก่งกาจจำนวนมาก ซึ่งรวมไปถึง "อนาคิน สกายวอล์คเกอร์" ผู้ถูกชักนำเข้าสู่ด้านมืดและกลายเป็นซิธลอร์ดนาม "ดาร์ธ เวเดอร์"

ที่สำคัญพัลพาทีนเป็นบุคคลสำคัญในการวางแผนคำสั่งที่ 66 ซึ่งทำให้เจไดเกือบทั้งหมดถูกสังหารโดยกองทัพซิธ และเขาเป็นผู้คุมกองทัพทั้งหมดไว้ในมือ เพื่อให้ฝ่ายตนชนะฝ่ายสาธารณะรัฐและเป็นผลให้จักรวรรดิกาแลกติกถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้สาธารณรัฐและทำให้กองทัพซิธได้ปกครองทั้งกาแลกซีตามแผนการชั่วร้ายของพัลพาทีน

หลายคนเชื่อว่าเขาเป็นผู้ที่ทรงพลังอย่างมาก จากที่เขาสามารถทำนายความรุ่งเรืองและความเป็นไปทั้งหมดของชีวิตของเขาได้ทะลุปรุโปร่ง ยกเว้นเพียงแต่ความตายทั้งสองครั้งของตัวเขาเองเท่านั้น

บทภาพยนตร์ฉบับแรกสุดของลูคัสนั้นกำหนดให้พัลพาทีนเป็นนักการเมืองผู้มีความสามารถ แต่อ่อนแอและตกอยู่ใต้อำนาจของลูกน้องของเขาเอง ทว่าในการกลับมาของเจได ไตรภาคต้น และนิยายจำนวนมากนั้น ตัวละครนี้ถูกแสดงออกมาในภาพลักษณ์ของความชั่วร้ายและผู้ที่กุมอำนาจทุกอย่างไว้ได้เบ็ดเสร็จ จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความชั่วร้ายอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

หลังจากที่พัลพาทีนพยายามสังหารลุค สกายวอล์คเกอร์ ลูกชายของดาร์ธ เวเดอร์ เนื่องจากลุคเลือกที่จะอยู่ด้านสว่าง พัลพาทีนก็เสียชีวิตลงด้วยการกลับเข้าสู่ด้านสว่างของดาร์ธ เวเดอร์ โดยเขาทุ่มพัลพาทีนลงไปยังเตาปฏิกรณ์ของดาวมรณะดวงที่ 2 เพื่อช่วยชีวิตลุคลูกชายของเขา แต่ก็ฟื้นคืนชีพอีกครั้งโดยใช้ร่างโคลนเพื่อแก้แค้นสาธารณรัฐใหม่ แอบสร้างปฐมภาคีและปัจฉิมภาคีจากเศษซากของจักรวรรดิกาแลกติก และวางแผนยึดครองกาแลกซีอีกครั้ง โดยชักจูง "เบน โซโล" ลูกชายของลุคและเลอา ให้เข้าสู่ด้านมืดกลายเป็น "ไคโล เร็น" ซึ่งทรยศหักหลังนิกายเจไดใหม่ และได้กล่าวว่าไคโลเร็น จะเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป มีเพียงฝ่ายต่อต้านเท่านั้นที่ยืนหยัดสู้กับปฐมภาคีและปัจฉิมภาคี แม้จะสร้างความหวาดกลัวไปทั่วกาแลกซีแต่ในที่สุดทั้งกาแลกซีก็ร่วมมือกันต่อต้านพัลพาทีน

เมื่อพัลพาทีนพบกับ "เรย์ พัลพาทีน" อัศวินเจไดคนสุดท้าย และหลานแท้ๆของตน เขาก็เปิดเผยว่าเขาคือปู่ของเธอ และพยายามสังหารเรย์ด้วยพลังสายฟ้า เพื่อกำจัดนิกายเจไดใหม่ให้หมดสิ้นด้วยตนเอง เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของซิธอีกครั้ง แต่เรย์ได้ป้องกันตัวด้วยกระบี่แสงของลุค สกายวอล์คเกอร์และเจ้าหญิงเลอา อดีตอาจารย์ของเรย์ผู้เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้สายฟ้าพุ่งย้อนกลับไปหาพัลพาทีนจนสิ้นชีวิตอีกครั้ง ปิดตำนานซิธคนสุดท้ายและปิดฉากมหาสงครามระดับกาแลกซีที่ยืดเยื้อมานานกว่าหลายปี หลังจากสงครามครั้งนั้น เรย์ได้เปลี่ยนนามสกุล จาก "เรย์ พัลพาทีน" เป็น "เรย์ สกายวอล์คเกอร์" เพื่อสืบสายตระกูลสกายวอล์คเกอร์ต่อไป และเพื่อไม่ให้ตนเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลซิธลอร์ดผู้ชั่วร้าย

เอียน แมคเดียร์มิด

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. 2004 DVD and subsequent releases of แอพพิโซด 5
  1. Gourley, Matt. "I Was There Too". earwolf.com. Earwolf. สืบค้นเมื่อ 10 November 2016.
  2. @pablohidalgo (October 26, 2016). "Okay here's what I've got. It is not Elaine Baker in the movie. @PhilTippett sculpted the piece and Rick applied it" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.