เจ้านายอ้าย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระยาหลวงนายอ้าย
เจ้าพระยาหลวงน่าน
เจ้าผู้ครองนครน่าน
องค์ที่ 53 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
ราชาภิเษก4 ตุลาคม พ.ศ. 2311
ครองราชย์พ.ศ. 2311 - พ.ศ. 2312
รัชกาล7 เดือน
ก่อนหน้าเจ้าพระยาอริยวงษ์
ถัดไปเจ้าพระยามโน
พระชายาเจ้านางคำขาเทวี[1]
พระราชบุตรเจ้าน้อยวงษ์[2]
ราชวงศ์ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
พระบิดาเจ้าไชยราชา
พระมารดาแม่เจ้านางเทพ[3]
ประสูติณ เมืองเชียงใหม่
พิราลัยพ.ศ. 2311[4] ณ บ้านโพธิ์

เจ้าพระยาหลวงนายอ้าย หรือ เจ้านายอ้าย[5]ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 53 และองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ครองเมืองน่าน ในปี พ.ศ. 2311 ครองราชย์สมบัติเมืองน่านได้ 7 เดือน ก็ถึงแก่พิราลัย

พระประวัติ[แก้]

เจ้าหลวงนายอ้าย เป็นพระโอรสในเจ้าไชยราชา และเจ้านางเทพ ราชธิดาในเจ้าหลวงติ๋นมหาวงษ์ มีพระอนุชา และพระขนิษฐา ร่วมเจ้ามารดา 7 พระองค์ ดังนี้

  1. เจ้านายอ้าย ภายหลังเป็น เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 53
  2. เจ้าสุทธะ (พระบิดาของ สมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ)
  3. เจ้ามโน ภายหลังเป็น เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 54
  4. เจ้านางพิมพา
  5. เจ้านางโนชา
  6. เจ้านางเลิศ (พระมารดาของ เจ้าหลวงมหาวงศ์)
  7. เจ้านางศรีแก้ว

พระกรณียกิจ[แก้]

  • เถิงเดือน 8 ขึ้น 6 ค่ำ ทัพพม่าก็ยกจากเมืองหลวงพระบางมาตั้งอยู่ตีนวัดหลวงลำพางเมืองนคร ลวดรั้งพรรษาอยู่ที่นั้น ก็ขับเอากำลังในลานนาไทยห้าสิบเจ็ดเมืองได้แล้ว ฮอดเดือน 3 ขึ้น 5 ค่ำ จุลศักราชได้ 1126 ตัว ปีกาบสันนั้น ทัพม่านแลลานนาไทยทั้งมวลก็ยกลงไปเมืองอโยทธยาหั้นแล ฝ่ายเมืองน่านนั้น เจ้าอริยวงษ์ก็แต่งหื้อเจ้านายอ้ายตนเปนหลานคุมกองทัพไปตามโปมหามังคละทก คือไปเมืองใต้หั้นแล
  • มาเถิงศักราช 1127 ตัว ปีดับเล้านั้น ท้าวพระยาเจ้านายบ้านเมืองในลานนาไทยทั้งมวลบ่อาจจะอดได้ ก็ซ้ำพร้อมกันฟื้นม่านแถมสู่บ้านสู่เมือง เมื่อลุนหลังเจ้านายอ้ายไปราชการเมืองใต้หั้นแล
  • ฝ่ายเจ้าหลวงอริยวงษ์เมืองน่านก็จัดได้กำลังศึกแล้ว ก็ยกทัพขึ้นรบม่านที่ปากงาวเหนือเวียงน่านนั้น ม่านก็แตกพ่ายหนีไปหั้นแล ในกาลนั้นมหากระษัตริย์อังวะได้รู้ว่าลานนาไทยทั้งมวลพลิกฟื้นสันนั้นแล้ว อยู่มาฮอดจุลศักราช 1129 ตัว ปีเมิงไก๊ ก็แต่งหื้อโปอเสหงวนคือเปนโปโชกมีกำลังหมื่นหนึ่ง ยกทัพขึ้นมาฮอดเชียงใหม่เดือน 3 ขึ้น 10 ค่ำ ยามนั้นพระยาจ่าบ้านเจ้าเมืองเชียงใหม่แลพระเมืองไชยลพูนก็กวาดเอาไพร่ไทยในเมืองเชียงใหม่แลเมืองลพูนมีกำลังสามพัน ก็เอาข้ามอยู่ในเวียงลพูนนั้นแล เมื่อนั้นม่านก็ยกมาแวดวัง ขังอยู่แต่วันเดือน 3 ขึ้น 11 ค่ำ ฮอดเดือน 4 ลง 14 ค่ำ เม็งวันพฤหัศบดี ยามสู่แจ้ง เวียงลพูนก็แตก แลม่านก็จับเอาพระยาจ่าบ้านเชียงใหม่ขังตัวพระเมืองไชยเมืองลพูนนั้นก็ออกหนีพ้นไปเข้าสู่เมืองฮ่อตราบเถิงบัดนี้แล ครั้นว่าม่านได้เวียงลพูนแล้ว ก็ยกกองทัพเข้ามานคร เมืองแพร่ เมืองน่าน มาเถิงเมืองน่านเดือน 5 ลงค่ำ 1 เมืองน่านก็พ่ายหนีไปเมืองลาว อยู่เมืองลาวได้พรรษา 1 พ.ศ. 2311 ตัวก็คืนมาตั้งอยู่เมืองน่านดังเก่าหั้นแล ดังเจ้านายอ้ายตนเปนหลานไปเอาราชการเมืองใต้ ทวยม่านนั้นก็ตีเอาเมืองใต้ได้ในปี พ.ศ. 2310 ครั้นว่าม่านได้เมืองใต้แล้ว ม่านก็เอาเจ้าฟ้าดอกเดื่ออันเปนเจ้าเมืองใต้คืนเมืองอังวะพุ้นหั้นแล เมือทางเมาะตมะทวายแลดังตัวเจ้านายอ้ายนั้นก็เอาติดตามทวยม่านเมืองทางแสนนั้นแล ครั้นเมือเถิงเมืองอังวะแล้วเจ้านายอ้ายก็ได้กราบทูลมหากระษัตริย์เมืองอังะหั้นแล
  • ในศักราชนั้นสิ่งเดียว คือปีเมิงไก๊นั้น ฮ่อก็ยกกองทัพใหญ่ลงมามีกำลังเก้าหมื่น ว่าจักรบเอาเมืองอังวะ ลงมาฮอดเมืองแสนหวีฟ้าหั้น ยามนั้นมหากระษัตริย์อังวะจิงกรุณา หื้อเจ้านายอ้ายเมืองน่านว่าสันนี้ เจ้านายอ้ายได้มาประสบพบราชการพระองค์เราสันนี้ หื้อเจ้านายอ้ายได้เอาราชการเพราะองค์เราออกรบศึกฮ่อก่อนเทือะ ว่าอัน เมื่อนั้นเจ้านายอ้ายก็ออกรบศึกฮ่อกับด้วยหมู่ไปทัพทั้งหลาย ฮ่อก็แตกพ่ายหนีแล้ว ก็ไล่เลยศึกฮ่อขึ้นไป เถิงขัวเหล็กขัวทองพุ้นแล้ว จิงได้กลับลงมากราบทูลมหากระษัตริย์เจ้า มหากระษัตริย์จิงปงอามิศต่อจ่าสวนหื้อเจ้านายอ้ายได้เปนเจ้าเสวยเมืองน่านแล้ว ส่วนว่าเจ้านายอ้ายครั้นว่า ได้รับอามิศต่อแล้ว ก็ทูลลาจากกษัตริย์ กรุงอังวะ แล้วลงมาถึงเมืองน่านทในเดือน กันยายน ในปี พ.ศ. 2311 เจ้าอริยวงษ์ ก็ได้มอบบ้านเมืองให้เจ้านายอ้ายตน ผู้เป็นหลานได้กินเมืองแทนตนใน พ.ศ. 2311

พิราลัย[แก้]

  • เจ้านายอ้ายท่านได้เปนเจ้าอยู่เสวยราชสมบัติเปนเจ้ากินเมืองน่านนานได้ 7 เดือน ก็ได้ไปเอาราชการเมืองลาว ครั้นไปถึงบ้านโพธ์ ท่านก็เกิดพยาธิโรคปัจจุบัน แล้วก็ถึงแก่พิราลัย ไป ณ บ้านโพธิ์ที่นั้น ในปี พ.ศ. 2311

อ้างอิง[แก้]