พระยามหายศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้ามหายศ
พระยาน่าน
เจ้าผู้ครองนครน่าน
องค์ที่ 59 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
ราชาภิเษก24 พฤษภาคม พ.ศ. 2369
ครองราชย์6 กันยายน พ.ศ. 2368 - 30 มกราคม พ.ศ. 2378
รัชกาล9 ปี 146 วัน
พระอิสริยยศพระยาประเทศราช
ก่อนหน้าเจ้าสุมนเทวราช
ถัดไปเจ้าอชิตวงษ์
พระชายาแม่เจ้าศรีวรรณาอัครเทวี
พระราชบุตร9 พระองค์
พระนามเต็ม
พระยามหายศราชบดี ไชยนันทบุรี พระยาน่าน
ราชสกุลมหายศนันทน์[1]
ราชวงศ์ราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์
พระบิดาสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ
พระมารดาแม่เจ้าคำน้อยอัครเทวี
พิราลัย30 มกราคม พ.ศ. 2378 ณ กรุงเทพฯ

เจ้ามหายศ[2] หรือ เจ้าหลวงมหายศหรือ เจ้ามหายศราชบดี มีพระนามเดิมว่า เจ้ามหายศ[3]ทรงเป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 59 และองค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์ ทรงครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 2368 - พ.ศ. 2378 ทรงเป็นราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 57 และองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์

พระประวัติ[แก้]

เจ้าหลวงมหายศ เป็นราชโอรส ในสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ เจ้านครเมืองน่าน องค์ที่ 57 ประสูติแต่ แม่เจ้าคำน้อย อัครเทวี มีพระอนุชา และพระขนิษฐา ร่วมเจ้ามารดา 5 พระองค์

  1. เจ้าหลวงมหายศ เจ้านครเมืองน่าน องค์ที่ 59
  2. ถึงแก่กรรม
  3. แม่เจ้าประภาวดี
  4. แม่เจ้ามี
  5. แม่เจ้าหล้า

พระชายา ราชบุตร[แก้]

เจ้าหลวงมหายศ มีพระชายา 1 องค์ คือ แม่เจ้าศรีวรรณาอัครเทวี ประสูติพระโอรสและพระธิดา 9 พระองค์ ดังนี้

  1. เจ้าหนานเทพ
  2. เจ้าจันต๊ะ ภายหลังเป็น เจ้าวังขวา เมืองนครน่าน
  3. เจ้ามหาไชย ภายหลังเป็น เจ้าอุตรการโกศล (เจ้ามหาไชย มหายศนันทน์)
  4. เจ้ามหาวงษ์
  5. เจ้านางสุพรรณ
  6. เจ้านางกรรณิกา
  7. เจ้านางสุธรรมา
  8. เจ้านางคำแปง
  9. เจ้านางยอดหล้า ภายหลังเป็นอัครมเหษีใน พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 63

อิสริยยศ[แก้]

  • เจ้าราชวงษ์
  • เจ้าพระยาน่าน (พ.ศ. 2368)

เครื่องยศ[แก้]

ครั้นเมื่อเจ้าราชวงษ์มหายศ ลงมาเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2368 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา เจ้าราชวงษ์มหายศ ขึ้นเป็น เจ้าพระยาน่าน (มหายศ)

เจ้าหลวงมหายศ ได้รับพระราชทานเครื่องยศ [2]ดังนี้

  1. พานพระศรีคำ 1 ใบ
  2. จอกคำ 2 ใบ
  3. ผะอบยาสูบคำ 2 อัน
  4. ซองพลูคำ 1 อัน
  5. มีดด้ามคำ 1 อัน
  6. อุบนวดคำ 1 ใบ
  7. คนโทคำ 1 ลูก
  8. กะโถนคำ 1 ลูก
  9. พระกลดแดงดอกคำ 1 ใบ

กรณียกิจ[แก้]

พ.ศ. 2369 เจ้าหลวงมหายศ เจ้านครเมืองน่านราชโอรส สมเด็จเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ได้เกณฑ์กำลังไปช่วยปราบกบฎเจ้าอนุวงศ์ ที่เวียงจันทน์ พร้อมกับเมืองเชียงใหม่ เมืองลำพูน นครลำปาง และเมืองแพร่ จนปราบกบฎได้สำเร็จ

26 กันยายน พ.ศ. 2368 พระมหากระษัตริย์จิงตั้งเจ้าราชวงษ์ตนชื่อมหายศ ตนเปนบุตรเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ ขึ้นเปน พระยาน่าน แทนหั้นแล พระมหากระษัตริย์เจ้าก็พระราชทานเครื่องยศหื้อเหมือนดังพระยาน่านตนเก่าหั้นแล เจ้าหลวงมหายศครั้นว่าได้รับพระราชทานเครื่องยศเปนเจ้าพระยาน่านแล้ว ก็กราบทูลลาพระมหากระษัตริย์เจ้าขึ้นมาเถิง เมืองแล้ว ท่านก็มายั้งพักอยู่ตำหนักดอนไชยเวียงเก่าที่นั้น เถิงเดือน 11 ลง 8ค่ำ ท่านก็เสด็จขึ้นสถิตย์อยู่ในมงคลนิเวศน์ที่ เก่าท่านก่อน ในต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2369 มหาขัติยราชวงษาเสนาอามาตย์ทั้ง หลาย ก็อาราธนาเชิญท่านขึ้นสถิตย์สำราญในราชนิเวศน์โรงหลวง แทนเจ้าสุมนเทวราชสร้างไว้นั้นแล

เถิงจุลศักราชได้ 1188 ตัวปีรวายเสร็จเดือน 6 ลง 6 ค่ำท้องตราพระราชสีห์เรียงลำดับหัวเมือง เมืองพิไชยส่งขึ้นมาเถิงเมืองน่าน ว่าเจ้าอนุเวียงคิดขบถต่อพระมหากระษัตริย์เจ้าเมืองใต้ หื้อพระยาน่านได้เกณฑ์กองทัพ ๕๐๐๐ คน ไว้ จักยกเข้าไปตีเอาเมืองจันทบุรี

เถิงจุลศักราชได้ 1186 ตัวปีกาบสันเดือน ๕ ลง ๕ ค่ำ ท่านก็หื้อป่อคุ้มแก้วด้านลางยาว ๗๙ วา ลางขวางมี ๗๐ วาแล

อยู่มาเถิงเดือน ๖ ลง ๑๔ ค่ำ ข้าหลวงชื่อแผงสด้านถือท้องตราขึ้นมาเร่ง ยกทัพไปตีเอาเวียงจันทบุรีให้ทัน พร้อมกับ เมืองเชียงใหม่ ลำพูน นคร เมืองแพร่ ว่าสันนี้ เถิงเดือน ๖ ลง ๔ ค่ำ อาชญาเจ้าหลวงมหายศจิงเกณฑ์หื้อเจ้าราชวงษ์เปนแม่ทัพ น่า คุมกำลังคน ๑๐๐๐ คน ยกออกจากเวียงไปตั้งเมืองโต่งเกณฑ์หื้อเจ้าพระเมืองแก้วคุมกำลังคน ๕๐๐ คน ยกไปทางน้ำปาด หื้อบังคับกองทัพนครเชียงใหม่ลำพูน ดังอาชญาเจ้าหลวงยกกำลังคน ๓๕๐๐ คนออกไปยั้งเอาไชยที่ตำหนักดอนไชยในวัน อังคารเดือน ๗ ลง ๑๑ ค่ำ ยามกองแลง จุลศักราชได้ ๑๑๘๘ ตัวปีรวายเสร็จนั้นแล เถิงวันศุกร์เดือน ๘ ขึ้น ๒ ค่ำ อาชญาเจ้า หลวงมหายุวราชก็ยกรี้พลศึกออกไปตั้งเมืองโต่ง ไปเถิงเมืองพานพร้าวในเดือน ๙ ลง ๕ ค่ำหั้นแล ดังกระษัตริย์เจ้าวังน่าแล ไทยลาวหัวเมืองทั้งมวลก็ไปอยู่เมืองพานพร้าวหั้นนับเสี้ยงแล ดังเจ้าอนุเวียงจันท์แลบ้านเมืองไพร่พลทั้งมวล รู้ว่าทัพใหญ่ เมืองใต้ยกเข้าไปสันนั้น ก็แตกตื่นกระจัดกระจายหนี ดังเจ้าอนุก็ลงเรือไปออกท่าสีดาแล้ว ก็หนีเข้าไปเมืองพวนหั้นแล มหา กระษัตริย์วังน่าจิงมีอาชญาหื้อกองทัพหัวเมืองทั้งมวลข้ามไปตั้งอยู่เมืองจันท์แล้ว หื้อไปกวาดเอาครอบครัวพวกพระยาสุปาก เพียวแลครัวเมืองเวียงจันท์ ซึ่งอันจะแตกตื่นไปลี้อยู่ขอกบ้านแคมเมืองนั้น มาหื้อได้

นับเสี้ยงหั้นแล ครั้นว่ากองทัพหัวเมืองทั้งหลายไปกวาดเอามาได้แล้วก็เอาไปถวายพระมหากระษัตริย์เจ้าวังน่าหั้นแล้ว ก็ ส่งไปเมืองใต้หั้นแล ดังเมืองน่านได้คนครัวมาถวาย ๑๒๐๐ ครัว ดังพระยาราชสุภาวดีท่านขึ้นมาทางเมืองปาจิณ เถิงเมืองบา สัก มาเถิงเวียงพานพร้าว เดือน ๑๑ ขึ้น ๘ ค่ำ มหากระษัตริย์เจ้าวังน่าก็เสด็จลงไปเมืองใต้หั้นแล ในเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๒ ค่ำ พระยาราชสุภาวดีแม่ทัพพระราชทานคนครัวเมืองจันท์หื้ออาชญาเจ้าหลวงเมืองน่าน ๔๓๘ คนหั้นแล อาชญาเจ้าหลวงท่านก็ เลิกยกทัพขึ้นมาเมืองจันท์พานพร้าว มาเถิงเมืองน่านเดือนเจียงลง ๑๓ ค่ำหั้นเซิงลาวเมืองหล่มเมืองเลย แก่นท้าวนำปูนรำจำ พยองน้ำปาดก็แตกตื่นเข้ามาเมืองน่าน มาพึ่งอาชญาเจ้าหลวงน่านหั้นแลเราท่านก็มาสร้างบ้านแปงเมืองอยู่พึ่งสมภารเจ้า หลวงน่านที่นี้แล ยังแต่เมืองหลวงพระบางบ่เข้ามาเทือะ เมื่อนั้นพระมหากระษัตริย์เจ้าก็บ่ไว้วางใจได้ เหตุด่านต่อแดนเมือง พวนอันหนึ่ง ดังเจ้าอนุเวียงจันท์ก็บ่ได้ตัวเทือะ จิงมีท้องตราขึ้นมาว่า หื้อพระยาพิไชยคุมกำลังคน ๕๐๐ คน ยกขึ้นเมืออยู่รักษา เมืองหลวงพระบาง แลมีตราโปรดขึ้นมาเมืองน่าน ว่าหื้อพระยาน่านเกณฑ์คนไปอยู่รั้งฟังราชการในเมืองหลวงพระบางอย่า ให้ขาด มีโปรดประการนั้น

เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๘๙ ตัวเมิงไก๊เดือน ๔ ขึ้น ๘ ค่ำ อาชญาเจ้าหลวงก็หื้อแสนศิริสงครามคุมคน ๖๐ ไปอยู่รั้งฟัง ราชการเมืองหลวงพระบางกับพระยาก่อนหั้นแล

เถิงเดือน ๖ ลง ๑๐ ค่ำ พระยาพิไชยรณฤทธิ์ถือตราขึ้นมาว่า เร่งจัดเอาคนครัวลาวซึ่งอันขึ้นมาพึ่งอยู่ยังเมืองน่าน อาญาเจ้าหลวงก็เกณฑ์ขัติยท้าวขุนไพร่ ๑๔๔ คนคุมคนครัวลาวส่งไปทางเมืองแพร่ ในศักราช ๑๑๙๐ ตัว ปีเบิกไจ๊เดือน ๑๐ ขึ้น ๘ ค่ำนั้นแล เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๒ ค่ำพระยาพิไชยรณฤทธิ์เลิกจากเมืองน่านไปทางเมืองแพร่แล ดังพระยาเชียงของตนเถ้าก็ เถิงอนิจกรรมในพรรษานั้น เดือน ๑๑ ลง ๑๒ ค่ำหม่อมน้อยแต่งหื้อราชาศรีวิไชยแลท้าวปราการไชย นำราชบรรณาการลงมา เถิงเมืองน่าน เถิงเดือน ๑๒ ลง ๔ ค่ำ หลวงไชยยศข้าหลวงถือตราขึ้นมาว่าหื้อเมืองน่านเกณฑ์กองทัพไปเมืองหลวงพระบาง เถิงเดือนเจียงลง ๑๓ ค่ำอาชญาเจ้าหลวงมหายศก็เกณฑ์หื้อเจ้าพระเมืองราชาพระยาแสน คุมคน ๖๕๐ คนยกไปรักษาเมือง หลวงพระบาง เถิงเดือนยี่ขึ้น ๑๓ ค่ำท่านซ้ำเกณฑ์เจ้าพระเมืองไชยราชาพระแขงคุมคน ๖๔๐ คน ยกไปเมืองหลวงพระบาง แถมเถิงเดือนยี่ลง ๑๑ ค่ำ หื้อแสนกันธนัญไชยแสนจิตมโนคุมคน ๓๐๐ ไปฟังราชการฝ่ายเมืองเวียงจันท์ ไปตั้งอยู่ปากลายอยู่ กับพระลับแล ตัวแสนจิตมโนลงไปเมืองเวียงจันทร์ เถิงท่านพระยาราชสุภาวดี แสนจิตมโนก็แจ้งการกลับขึ้นมาตั้งอยู่สาม หมื่นเมืองเฟืองกวาดเอาต้อนเอาครอบครัวที่นั้น อาชญาเจ้าหลวงได้รู้แจ้งว่า แสนจิตมโนขึ้นมาตั้งอยู่สามหมื่นหนองแก้วหาด เดือย ท่านจิงเกณฑ์เจ้าสุริยคุมคน ๓๐๐ ยกไปทวยหาแสนจิตมโน เดือน ๔ ลง ๑๑ ค่ำเจ้าสุริยไปเถิงแสนจิตมโนแล้วก็พร้อม กันกวาดเอาคนครัวเวียงจันท์ ซึ่งอันแตกขึ้นมาตั้งอยู่สามหมื่นเมืองเฟืองหนองแก้วหาดเดือยได้ ๓๐๐๐ ครัว ส่งเข้ามาหาพระลับแลอันตั้งอยู่ปากลาย ดังพระ ยาพิไชยรณฤทธิ์ก็ให้พระมหาสงครามลงมาอยู่ปากลายที่นั้น พระมหาสงครามก็แบ่งคนครัวให้เจ้าสุริย ๑๗๐ คน ปันให้แสน ธนัญไชย ๖๑ คนหั้นแล ดังพระยาพิไชยรณฤทธิ์อยู่เมืองหลวงพระบาง ก็รู้ข่าวว่าเจ้าอนุเวียงจันท์เอาตัวลี้อยู่ในแขวงเมือง พรวน จิงแต่งหื้อพระยาแสนกับพระยาลับแล คุมคน ๑๗๐ คนยกเข้าไปเสาะสืบ ก็รู้เปนแน่แล้ว ก็ยกเข้าไปจับเอา ก็ได้ตัวเจ้า อนุกับนางคำปองได้ ในเดือน ๓ ขึ้น ๑๒ ค่ำเวลากลางคืน ก็คุมเอาตัวเจ้าอนุแลนางคำปองลงไปเถิงพระยาราชสุภาวดียังเมือง เวียงจันท์แล้ว พระยาราชสุภาวดีก็พระราชทานคนครัวหื้อพระยาแสน ๓๐ คนเปนความชอบหั้นแล เถิงศักราชได้ ๑๑๙๑ ตัวปีกัดเป๋าเดือน ๑๒ ลง ๑๓ ค่ำวันเสาร์ยามทูตซ้าย อาชญาเจ้าหลวงมหายศก็พาเอาขัติยรา ชวงษาลงไปพิดทูลเฝ้าพระมหากระษัตริย์เจ้า ท่านก็ทูลตั้งเจ้ามหาวงษ์ พระเมืองไชยตนเปนน้า หื้อเปนเจ้ามหาอุปราชาฮ่อ ตั้งนายหนานรามเสนบุตรพระยาเชียงของ หื้อเปนพระยาเชียงของ ตั้งพระยาเชียงแขง ตั้งพระยาเมืองหลวง พระยาภูคาครั้งนั้นแล้ว ท่านก็กลับคืนมาเมืองดังพระยาเชียงของก็ขึ้นเมืออยู่เมืองเชียงของที่นั้นแล

อยู่มาพระยาเชียงของรามเสนก็ใช้ไปขันปันลูกสาวหื้อเจ้าราชวงษ์เมืองเชียงใหม่ เจ้าหลวงมหายศได้รู้จิงเอาลูกสาว พระยาเชียงของชื่อพิมพาผู้อัน ท่านจักเอาไปหื้อเชียงใหม่นั้นเอามาเปนลูก ดังพระยาเชียงของได้เข้ามาอยู่เมืองน่านเสี้ยงไป ๒ พระยา เถิงถ้วน ๓ เจ้ารามเสนนี้ก็ไปขันปันลูกสาวหื้อเจ้าต่างประเทศเมือ เช่นพระยาศรีวิไชยนั้นก็ไปขันปันหลานสาวหื้อเจ้า เมืองเวียงจันท์ เช่นพระยาอริยะเถ้านั้นก็ว่าจักคิดหื้อลูกไปสืบสัญไชยไมตรีเมืองหลวงพระบาง จนได้หมายไว้มีสิ้นแล ดังเจ้าหลวงมหายศท่านได้เสวยราชสมบัติเปนเจ้านครเมืองน่านได้ ๑๐ ปี เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๙๗ ตัวปีดับเม็ด ท่านได้ลงไปเฝ้าพระ มหากระษัตริย์เจ้าเมืองใต้ ก็ลวดได้บังเกิดด้วยพยาธิอันหนักแล้ว ท่านก็เถิงแก่อสัญกรรมไปในเมืองใต้ที่นั้นวันนั้นแล ได้ ๙ ชั่วเช่นวงษาแลผิจักนับแต่เจ้าขุนฟองมา ก็ได้ ๕๙ เช่นตนกินเมืองแล

สถานที่อันเนื่องมาจากพระนาม[แก้]

  1. ถนนมหายศ

ราชตระกูล[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า พระยามหายศ ถัดไป
พระเจ้าสุมนเทวราช 2leftarrow.png เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 59
และองค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์ติ๋นมหาวงศ์

(พ.ศ. 2368 - พ.ศ. 2378)
2rightarrow.png พระเจ้าอชิตวงษ์