รัฐมหาราษฏระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน
รัฐมหาราษฏระ
Maharashtra
महाराष्ट्र
แผนที่แสดงที่ตั้งรัฐมหาราษฏระ
แผนที่แสดงที่ตั้งรัฐมหาราษฏระ
ข้อมูลพื้นฐาน
เมืองเอก มุมไบ
เมืองใหญ่ที่สุด มุมไบ
เขตปกครอง 35
ภาษาประจำรัฐ ภาษามราฐี
วันก่อตั้ง 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2503
ราชยปาล เอส.เอ็ม กฤษณะ
มุขยมนตรี วิลาสราวะ เทศมุข
ISO IN-MH
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 307,713 ตร.กม. (อันดับ 3)
ร้อยละพื้นน้ำ
ประชากร 96,752,247 คน (อันดับ 2)
ความหนาแน่น 314.42 คน/ตร.กม.
เว็บไซต์ รัฐมหาราษฏระ

รัฐมหาราษฏระ (/mɑːhəˈrɑːʃtrə/; แม่แบบ:IPA-mr, ตัวย่อ MH) เป็นรัฐทางตะวันตกของประเทศอินเดีย รัฐมหาราษฏระเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ และพื้นที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศ คิดเป็น 307,713 กม² (118,809 ไมล์²) อาณาเขตล้อมรอบด้วยทะเลอาหรับทางตะวันตก, รัฐกัว และ รัฐกรณาฏกะ ทางใต้, รัฐฉัตตีสครห์ และ รัฐเตลังคานา ทางตะวันออก, รัฐคุชราต รัฐมัธยประเทศ และ ดาดราและนครหเวลี ทางตอนเหนือ[1] รัฐมหาราษฏระเกิดจากการรวมตัวกันของบางส่วนของรัฐบอมเบย์ (Bombay State), เขตพราร (Berar Division), วิทรพา (Vidarbha), บางส่วนของเขตไฮเดราบัต (Hyderabad State) และบางส่วนที่แตกออกมาจากรัฐเสาราฏระ (Saurashtra State) ตามระเบียบของ States Reorganisation Act รัฐมหาราษฏระมีประขากรราว 112 ล้านคน ในจำนวนนี้ 18 ล้านคน อาศัยอยู่ในมุมไบ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ ทำให้มุมไบเป็นเมือง (Urban) ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในอินเดีย ฃฃ[2] ปุนเน่ เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ออกซฟอร์ดแห่งโลกตะวันออก" ด้วยสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในเมืองปุนเน่[3][4]

แม่น้ำหลักสองสายของรัฐคือแม่น้ำโคทาวรีและแม่น้ำกฤษณา และมีแม่น้ำนรรมทากับแม่น้ำตาปตีไหลผ่านตรงรอยต่อกับรัฐมัทธประเทศและคุชาราต รัฐมหาราษฏระถือเป็นรัฐที่มีการพัฒนาเป็นเมือง (Urbanisation) สูงที่สุดในอินเดียเป็นอันดับสาม[5][6] ก่อนประเทศอินเดียจะถูกยึดครองโดยอังกฤษ บริเวณรัฐมหาราษฏระเคยปกครองโดยจักรวรรดิสาตวาหนะ, Rashtrakuta dynasty, Western Chalukyas, รัฐสุลต่านเดคคาน, จักรวรรดิโมกุล และ จักรวรรดิมารฐา ก่อนจะถูกปกครองโดยบริติชราชในที่สุด โบราณสถาน อนุสาวรีย์ สุสาน ป้อมปราการ และศาสนสถานต่าง ๆ ที่สร้างโดยจักรววรดิและความเชื่อที่แตกต่างกันจึงสามารถพบได้จำนวนมากในบริเวณนี้ในปัจจุบัน ในจำนวนนั้นประกอบด้วยแหล่งมรดกโลก ถ้ำอชันตาและถ้ำเอลโลรา ป้อมปราการจำนวนมากที่สร้างขึ้นโดยยจักรพรรดิศิวาจี

รัฐมหาราษฏระเป็นรัฐที่มั่งคั่งที่สุดในอินเดียในทุกตัวแปรการประเมิน และยังเป็นรัฐที่มีพัฒนาด้านอุตสาหกรรม (Industrialisation) มากที่สุดในอินเดีย[7][8] จีดีพีกว่า 15% ของประเทศอินเดียมาจากรัฐมหาราษฏระ ทำให้รัฐมหาราษฏระเป็นหนึ่งในรัฐที่มีส่วนสำคัญที่สุดรัฐหนึ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจขงประเทศอินเดีย[9] รัฐมหาราษฏระผลิตเชิงอุตสาหกรรม 17% ของผลผลิตทางอุตสาหกรรมทั้งประเทศ และผลิต 16% ของผลิตภัณฑ์ทางบริการทั้งประเทศอินเดีย[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Maharashtra Tourism". สืบค้นเมื่อ 3 February 2019.
  2. Bhushan Kale (10 December 2014). "उपराजधानी ते राजधानी 'शिवनेरी'ची सवारी" [Uparājdhānī tē Rājdhānī' śivanērī'cī Savārī]. Divya Marathi (in Marathi). Nagpur, Maharashtra, India. Archived from the original on 23 June 2015. สืบค้นเมื่อ 23 May 2015.
  3. "The 'Oxford of the East' goes West". The Indian Express. สืบค้นเมื่อ 24 January 2017.
  4. "Truly the Oxford of the East". Hindustan Times. สืบค้นเมื่อ 24 January 2017.
  5. "Level of Urbanisation : Ministry of Urban Development, Government of India". moud.gov.in (in อังกฤษ). Archived from the original on 25 May 2017. สืบค้นเมื่อ 25 May 2017.
  6. "Census 2011: Tamil Nadu 3rd most urbanised state – Times of India". The Times of India. สืบค้นเมื่อ 2017-05-17.
  7. Planning Commission of the Government of India (2007). Maharashtra, Development Report. Academic Foundation. p. 407. ISBN 9788171885404.
  8. Bhandari Laveesh (2009). Indian States at a Glance 2008-09: Performance, Facts And Figures - Maharashtra. Pearson Education India. p. 176. ISBN 9788131723432.
  9. "Maharashtra's 2025 agenda: Why state's $1 trillion GDP target could make it India's growth engine". Financial Express. สืบค้นเมื่อ 25 June 2018.
  10. "Rethinking, Reshaping: Agenda for Good Growth & Governance in Maharashtra" (PDF). CARE Ratings. 13 February 2014.