ระบบรับความรู้สึก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระบบรับความรู้สึก (Sensory system)
Gray722.png
ตัวอย่างของระบบรับความรู้สึก ซึ่งก็คือ ระบบการเห็น เป็นแผนผังแสดงทางดำเนินของข้อมูลจากตาของมนุษย์ ผ่านเส้นประสาทตา (optic nerve) และลำเส้นใยประสาทตา (optic tract) ไปยังคอร์เทกซ์สายตา. เขตสายตา V1 เป็นเขตในสมองมนุษย์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้ทางตา (visual perception) (จากรูปภาพคลาสสิกจากกายวิภาคเกรย์ รูปที่ 722)
ละติน organa sensuum

ระบบรับความรู้สึก[1] (อังกฤษ: sensory system, ละติน: organa sensuum) เป็นส่วนประกอบของระบบประสาทมีหน้าที่ประมวลข้อมูลความรู้สึก โดยหลัก ประกอบด้วยตัวรับความรู้สึก (sensory receptor) วิถีประสาท (neural pathway) และส่วนอื่น ๆ ของสมองที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความรู้สึก ระบบรับความรู้สึกที่รู้จักกันดีประกอบด้วยระบบการเห็น ระบบการได้ยิน ระบบรับความรู้สึกทางกาย (somatosensory system) ระบบการลิ้มรส ระบบการได้กลิ่น และระบบการทรงตัว (vestibular system)

โดยหน้าที่ ระบบรับความรู้สึก

  • เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทที่ตอบสนองต่อกระบวนการการสร้างข้อมูลความรู้สึกต่าง ๆ โดยระบบรับความรู้สึกนั้นเป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เข้ามากระตุ้น มีผลให้ร่างกายปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและทำให้มีชีวิตอยู่รอดได้[2]
  • เป็นกลไกแปลงข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไปเป็นความรู้ภายในใจ ซึ่งเป็นที่ ๆ มีการตีความหมายของข้อมูล และก่อให้เกิดการรับรู้ (perception) เกี่ยวกับโลกรอบ ๆ ตัวเรา[3]

ตัวรับความรู้สึกและสิ่งเร้า[แก้]

จากลานรับสัญญาณ (receptive field) ของตน ตัวรับความรู้สึก (sensory receptor) เข้ารหัส[4]ภาวะ 4 อย่างของสิ่งเร้า คือ

  • ภาวะที่รับรู้จากสิ่งเร้า (modality) คือ ตัวรับความรู้สึกบางประเภทไวต่อสิ่งเร้าเฉพาะอย่าง เช่น ตัวรับแรงกล (mechanoreceptor) บางประเภท ตอบสนองดีที่สุดต่อสิ่งเร้าทางสัมผัสเฉพาะประเภท เช่นวัตถุที่แหลมคม หรือที่ทื่อ
  • ระดับความรุนแรง คือ ตัวรับความรู้สึกส่งสัญญาณในรูปแบบโดยเฉพาะ เพื่อส่งข้อมูลเกี่ยวกับระดับของสิ่งเร้า (เช่นเสียงดังแค่ไหน)
  • ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งในกายของตัวรับความรู้สึกที่รับการกระตุ้น ก็จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของสิ่งเร้า (เช่นการกระตุ้นตัวรับแรงกลที่นิ้ว ก็จะส่งข้อมูลไปยังสมองเกี่ยวกับนิ้วนั้น)
  • ช่วงระยะเวลา คือ ช่วงระยะเวลาที่สิ่งเร้าดำรงอยู่ บอกได้โดยรูปแบบการยิงสัญญาณของตัวรับความรู้สึก

การเข้ารหัสภาวะ 4 อย่างนี้มีประโยชน์กับการประมวลผลในสมอง เช่น เวลาที่มาถึงของเสียงและความต่างเฟสของเสียงที่เป็นไปสืบต่อกัน สามารถใช้เพื่อกำหนดตำแหน่งของต้นเสียงได้

ตัวรับความรู้สึกส่งข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเร้าไปยังสมองผ่านเส้นประสาทนำเข้า (afferent nerve fiber)

ตัวรับความรู้สึกในมนุษย์ มีประเภทเป็นต้นดังต่อไปนี้

ลานรับสัญญาณ[แก้]

ลานรับสัญญาณ (receptive field) เป็นเขตในสิ่งแวดล้อมที่อวัยวะรับความรู้สึกและตัวรับความรู้สึกทำการตอบสนอง ตัวอย่างเช่น ส่วนของโลกที่ตาเห็นเป็นลานรับสัญญาณของตา และแสงที่เซลล์รับแสงคือเซลล์รูปแท่ง (rod cell) กับเซลล์รูปกรวย (cone cell) ในตารองรับก็เป็นลานรับสัญญาณของเซลล์เหล่านั้น[5] นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันสามารถบ่งชี้ลานรับสัญญาณต่าง ๆ ในระบบการเห็น ระบบการได้ยิน และระบบรับความรู้สึกทางกาย ได้แล้ว

ภาวะที่รับรู้จากสิ่งเร้า[แก้]

ภาวะที่รับรู้จากสิ่งเร้า[6] (อังกฤษ: stimulus modality) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ภาวะที่รับรู้ (อังกฤษ: sensory modality) เป็นปรากฏการณ์ทางกายภาพอย่างหนึ่งที่ตัวรับความรู้สึกรับรู้ได้ มีตัวอย่างเป็นต้นว่า อุณหภูมิ รสชาติ เสียง และแรงกดดัน[7] ตัวรับความรู้สึกที่เริ่มทำงานเพราะสิ่งเร้ามีหน้าที่หลักในการเข้ารหัส[4]ภาวะที่รับรู้จากสิ่งเร้า

ระบบรับความรู้สึกในมนุษย์[แก้]

ระบบรับความรู้สึกในมนุษย์มีระบบย่อย ๆ ดังต่อไปนี้

นอกจากนั้นแล้ว ชนิดของความรู้สึก (sense) ยังแบ่งได้โดยประเภทใยประสาท[8]ออกเป็น 2 ประเภทคือความรู้สึกทั่ว ๆ ไป (general sense) และความรู้สึกพิเศษ (special sense)[2] โดยที่ความรู้สึกทั่ว ๆ ไปเช่น ความรู้สึกเจ็บปวด (pain) อุณหภูมิ (temperature) สัมผัส (touch) แรงกด (pressure) ความสั่นสะเทือน (vibration) และอากัปกิริยา (proprioception) เป็นต้น[2][8][9] เป็นความรู้สึกที่ระบบรับความรู้สึกทางกายเป็นตัวแปลผล[9] ส่วนความรู้สึกพิเศษซึ่งก็คือความรู้สึกที่เหลือเป็นต้นว่ารูปที่เห็นทางตาและเสียงที่ได้ยินทางหู เป็นความรู้สึกที่ระบบการเห็นและระบบการได้ยินเป็นต้น เป็นตัวแปลผล ดังนั้น บทความนี้จะกล่าวไปตามระบบย่อยที่แสดงไว้ด้านบนต่อไป

ตาเป็นองค์ประกอบแรกสุดของระบบการเห็น

ระบบการเห็น[แก้]

ตาเป็นองค์ประกอบแรกสุดของระบบการเห็น คือ เซลล์รับแสงในเรตินาในตาแปลงสัญญาณแสงที่มาตกกระทบ แล้วส่งสัญญาณผ่านใยประสาทเข้าไปในเขตสายตา V1 ในคอร์เทกซ์สายตา ซึ่งเป็นจุดเริ่มแรกในการประมวลข้อมูลจากตาเพื่อการรับรู้คือการเห็น

หูเป็นอวัยวะรับความรู้สึกในระบบการได้ยิน

ระบบการได้ยิน[แก้]

เซลล์ขนในหูรับเสียงแล้วส่งสัญญาณผ่านใยประสาทเข้าไปในเขตการได้ยิน A1 ในคอร์เทกซ์การได้ยินปฐมภูมิ ซึ่งเป็นจุดเริ่มแรกในการประมวลข้อมูลจากหูเพื่อการรับรู้คือการได้ยิน

ระบบรับความรู้สึกทางกาย[แก้]

ระบบรับความรู้สึกทางกาย (somatosensory system) รับความรู้สึกจากส่วนนอกของร่างกาย เช่น รับความรู้สึกที่ผิวหนัง หรือรับความรู้สึกจากอวัยวะภายในร่างกาย โดยที่ตัวรับความรู้สึก (sensory receptor) จะมีการตอบสนองต่อความรู้สึกอย่างจำเพาะ และเป็นตัวเชื่อมระหว่างระบบประสาทส่วนกลางกับสิ่งแวดล้อมทั้งภายนอกและทั้งภายใน[2] ระบบรับความรู้สึกทางกายเป็นระบบที่ประมวลข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึกทั่ว ๆ ไป (general sense)[9]

ระบบรับความรู้สึกทางกายประกอบด้วยตัวรับความรู้สึกประเภทต่าง ๆ, วิถีประสาทที่แล่นไปสู่เขตรับความรู้สึก, และเขตรับความรู้สึกทางกาย S1 ซึ่งเป็นเขตสมองที่รับความรู้สึกต่าง ๆ เป็นต้นว่า สัมผัส แรงกดดัน (pressure) อุณหภูมิ ความเจ็บปวด (ซึ่งรวมทั้งความคันและความรู้สึกจั๊กจี้) ความสั่นสะเทือน และความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและตำแหน่งข้อต่อ (รวม ๆ กันเรียกว่าการรับรู้อากัปกิริยา)

ส่วนตัวรับความรู้สึกกระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และแบ่งย่อยได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ตัวรับสิ่งเร้าจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ตัวรับความรู้สึกจากการเคลื่อนไหวตำแหน่งของข้อต่อและกล้ามเนื้อ และตัวรับความรู้สึกจากอวัยวะภายใน[2]

ในระบบรับความรู้สึกทางกาย เขตรับความรู้สึกทางกาย 1 หรือเรียกที่ว่า S1 เป็นเขตรับรู้สัมผัสและอากัปกิริยา แม้ว่า ระบบรับความรู้สึกทางกายจะส่งสัญญาณจากปลายประสาทไปยังเขตบร็อดแมนน์ 3-1-2 ของคอร์เทกซ์รับความรู้สึกทางกายปฐมภูมิ (postcentral gyrus) เป็นหลัก แต่ก็ยังส่งสัญญาณเกี่ยวกับการรับรู้อากัปกิริยาไปยังซีรีเบลลัมอีกด้วย[10]

ลิ้นเป็นอวัยวะรับความรู้สึกในระบบการลิ้มรส

ระบบการลิ้มรส[แก้]

เซลล์ประสาทรับความรู้สึกในลิ้นรับรู้รสชาติที่เป็นสารเคมีแล้ว ส่งสัญญาณผ่านใยประสาทเข้าไปในเขตรู้รส 1 หรือ G1 ที่เป็นส่วนของระบบรู้รส (gustatory system) ในสมอง. รสชาติมี 5 อย่าง คือรสเปรี้ยว ขม หวาน เค็ม และอุมะมิ ซึ่งเป็นรสที่ค้นพบในเร็ว ๆ นี้

ระบบรู้กลิ่น[แก้]

เซลล์รับกลิ่น (olfactory cell) ที่ olfactory bulb (ซึ่งเป็นโครงสร้างในสมองส่วนหน้าอยู่ในโพรงจมูกมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้กลิ่นที่รับเข้ามาในโพรงจมูก) รับกลิ่นต่าง ๆ ซึ่งเป็นสารเคมีแล้ว ส่งสัญญาณผ่านใยประสาทเข้าไปในเขตรู้กลิ่น 1 หรือ O1 อันเป็นส่วนของระบบรู้กลิ่น (olfactory system) ในสมอง ทำให้มนุษย์สามารถแยกแยะกลิ่นต่าง ๆ ได้

เปรียบเทียบกับระบบการเห็นและการได้ยิน olfactory bulb ไม่ได้ส่งข้อมูลกลิ่นไปยังสมองซีกตรงกันข้าม. olfactory bulb ด้านขวาเชื่อมต่อกับสมองซีกขวา และ olfactory bulb ด้านซ้ายก็เชื่อมต่อกับสมองซีกซ้าย

จำนวนปีที่เสียไปเนื่องจากโรค ความพิการ หรือความตาย เนื่องจากโรคในอวัยวะรับความรู้สึกในประชากร 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2545[11]
  no data
  less than 200
  200-400
  400-600
  600-800
  800-1000
  1000-1200
  1200-1400
  1400-1600
  1600-1800
  1800-2000
  2000-2300
  more than 2300

โรคในระบบรับความรู้สึก[แก้]

โรคในระบบรับความรู้สึกมีเป็นต้นว่า

เชิงอรรถและอ้างอิง[แก้]

  1. "ศัพท์บัญญัติอังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตสถาน (คอมพิวเตอร์) รุ่น ๑.๑", ให้ความหมายของ sensory ว่า "-รับความรู้สึก"
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "ระบบรับความรู้สึก". สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2556. 
  3. John Krantz. "Experiencing Sensation and Perception. "Chapter 1: What is Sensation and Perception?"". p. 1.6. สืบค้นเมื่อ May 16, 2013. 
  4. 4.0 4.1 การเข้ารหัส โดยรวม ๆ ก็คือ การแปลงข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบหนึ่ง ไปเป็นข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เข้ารหัสเสียงดนตรีไปเป็นหลุมเล็ก ๆ บนซีดีที่ใช้เล่นเพลงนั้นได้
  5. Kolb, Bryan; Whishaw, Ian Q. (2003). Fundamentals of human neuropsychology. New York: Worth. ISBN 0-7167-5300-6. 
  6. "ศัพท์บัญญัติอังกฤษ-ไทย, ไทย-อังกฤษ ฉบับราชบัณฑิตสถาน (คอมพิวเตอร์) รุ่น ๑.๑", ให้ความหมายของ modality ว่า "ทัศนภาวะ" ตัดทัศนะออกเพราะไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเห็น
  7. ตัวอย่างเช่น อาหารในปากยังให้เกิดการรับรู้ทั้งอุณหภูมิและรสชาติ ดังนั้น อาหารที่เป็นสิ่งเร้าสิ่งเดียวยังให้เกิดการรับรู้อย่างน้อย 2 วิธี (modality) คือ อุณหภูมิและรสชาติ
  8. 8.0 8.1 Drake et al. (2010). Gray's Anatomy for Students, 2nd Edition. Churchil Livingstone. 
  9. 9.0 9.1 9.2 ศ.พญ. ผาสุก มหรรฆานุเคราะห์ (พ.ศ. 2556). ประสาทกายวิภาคศาสตร์พื้นฐาน (ฺBasic neuroanatomy). กรุงเทพมหานคร: ศ.พญ. ผาสุก มหรรฆานุเคราะห์. ISBN 978-616-335-105-0. 
  10. Kandel, Eric R.; Schwartz, James H.; Jessell, Thomas M. (2000). Principles of Neural Science Fourth Edition. United State of America: McGraw-Hill. p. 323,349. ISBN 0-8385-7701-6. 
  11. "Mortality and Burden of Disease Estimates for WHO Member States in 2002" (xls). World Health Organization. 2002. 
  12. Anacusis เป็นภาวะหูหนวกสนิท แบ่งประเภทเป็นแบบหนวกสนิทข้างเดียว หรือหนวกสนิททั้งสองข้าง